วันเดินทาง
12 – 22 พฤษภาคม 2565
สายการบิน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร ไม่พลาดทุกกิจกรรม เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กด Add Friend ทางเราได้เลย

เพิ่มเพื่อน

ไคเซรี่–คัปปาโดเกีย–เกอเรเม-โชรุม-อะมัสย่า-ซีวาส-มาลัทย่า-เคห์ท่า-อะดิยามาน-อูร์ฟ่า-กาซีอันเท็พ-อะดาน่า–อันทาเลีย-หาดคลีโอพัตรา–เฟทิเย – ซาคลิเคนท์ แคนยอน –หาดโอลูเดนิซ-เมืองผี กายากอย –เมืองมาร์มาริส-เมืองโบดรัม-หาดไบเตซ

  • พักโรงแรมดี 4+5 ดาว อาหารดี บินภายใน 3 ครั้ง
  • พักโรงแรมถ้ำ 1 คืน
  • สามารถซื้อทัวร์สัมผัสประสบการณ์การนั่งบอลลูนครั้งหนึ่งในชีวิต ณ เมืองคัปปาโดเกีย
  • ถ่ายรูปในร้านพรมชื่อดังที่จัดเป็นพร็อพไว้ เอาใจสายถ่ายรูปโดยเฉพาะ และถ่ายรูปกับปล่องนางฟ้าในจุดไฮไลท์สวยๆเมืองเกอเรเม่
  • ชมเมืองอะมัสย่า เมืองเล็กโบราณบนหินผาแสนสวย
  • ชมทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ GokPinar Golu
  • ชมรูปสลักบน ภูเขาเทพเจ้า เนมรุต
  • ชม บ้านโบราณแบบรวงผึ้ง แห่งเมืองฮาร์แรน
  • ชมถ้ำแห่งอับราฮัม สถานที่เกิดของท่านศาสดาอับราฮัม และ บ่อปลาศักดิ์สิทธิ์
  • ชมเมืองโบราณกาซีอันเทพ
  • นั่งกระเช้าลอยฟ้า Tunektepe เพื่อชมวิว เมืองอันทาเลียในมุมสูง
  • ล่องเรือโจรสลัด ชมความงามของอ่าวเมืองอันทาเลียช่วงพระอาทิตย์ตก
  • ว่ายน้ำทะเลสีฟ้าครามแสนสวยที่ชายหาดชื่อดังติดอันดับโลกของเมืองอันทาเลียและเฟทิเย และโบดรัม
  • เดินเที่ยวชม ซาคลิเคนท์ แคนยอน ชมธรรมชาติในหุบเขา
  • ชม เมืองผี แห่งเมืองเฟทิเย
  • เที่ยวชมเมืองสวย โบดรัม เมืองเล็กๆริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่คุณจะต้องประทับใจ

แนะนำการเดินทางเข้าตุรกี : ต้องแสดงเอกสาร “อย่างใดอย่างหนึ่ง” ต่อไปนี้ เอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจาก WHO ครบ 2 โดสแล้ว (1 โดสสำหรับ Johnson&Johnson) โดยโดสที่ 2 จะต้องได้รับการฉีดมาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือผลยืนยันการหายป่วยจากการติดเชื้อโควิดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หรือ แสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ด้วยวิธี RT-PCR ภายใน 72 ช.ม. หรือ ATK 48 ช.ม.

 

 

1

Day 1:กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

  • 20.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว…เคาน์เตอร์ สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์  (TK) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และบริการสัมภาระ
  • 23.30 น. ออกเดินทางสู่ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK069 (บินประมาณ 10.40 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
2

Day 2 : อิสตันบูล –ไคเซรี่ –คัปปาโดเกีย –เกอเรเม

  • 06.10 น. ถึง สนามบินอิสตันบูล (รอเปลี่ยนเครื่อง)
  • 07.45 น. ออกเดินทาง สู่สนามบินไคเซรีโดยเที่ยวบินที่ TK2010 (บินประมาณ 1.20 ชม.)
  • 09.05 น. เดินทางมาถึงสนามบินไคเซรี ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมือง และศุลกากร
  • นำท่าน ชมคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย  ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า Fairy Chimneys หรือ “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
  • นำชมปล่องนางฟ้าในจุดที่สวยๆ เช่นบริเวณ Pasabag valley            จากนั้นเดินทางสู่ หุบเขาแห่งรัก (Love Valley) เป็นกลุ่มแท่งหินทรงยาวๆ ตั้งๆ ที่แปลกประหลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ หุบเขาแห่งรักตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกอเรเม(Gereme) ใจกลางคัปปาโดเชีย (Cappadocia) ดินแดนมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • เดินทางไปชม หุบเขานกพิราบ Pigeon Valley มีที่มาจากบ้านของนกพิราบที่สลักเข้าไปในหิน ในอดีตนกชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารที่สำคัญสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ ทั้งยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย มีความงดงามและน่าอัศจรรย์เป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตรระหว่างเกอเรเม่ (Goreme) และยูชิซาร์ (Uchisar) บริเวณริมผาซึ่งเป็นจุดชมวิวที่หุบเขานกพิราบมีต้นไม้จำลองที่เต็มไปด้วยดวงตาสีฟ้าแขวนอยู่โดดเด่น ด้วยเรื่องของความเชื่อกับผู้คนนั้นเป็นของคู่กันมาเนิ่นนาน เช่นกันกับดินแดนแถบนี้ที่มีความเชื่อเรื่องนัยน์ตาปิศาจ โดยเชื่อกันว่าบุคคลพิเศษบางคนมีดวงตาชั่วร้ายที่สามารถจ้องเพื่อทำอันตรายผู้อื่นได้ ซึ่งสิ่งที่จะช่วงปกป้องภัยร้ายจากดวงตาปิศาจนี้ก็คือดวงตาสีฟ้า ด้วยเหตุนี้ดวงตาสีฟ้าจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องรางที่ผู้คนแถบนี้ให้ความนับถือ เมื่อกาลเวลาผ่านไปเครื่องรางของขลังนี้ก็ได้กลายมาเป็นของที่ระลึกจากดินแดนแห่งนี้ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปโดยปรากฏอยู่ทั้งบนกำไล ต่างหู สร้อยคอ พวงกุญแจ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง รวมถึงดวงตาสีฟ้าที่ถูกนำมาแขวนไว้บนต้นไม้จำลองริมผาที่หุบเขานกพิราบแห่งนี้จนกลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่
  • เดินทางสู่ร้านพรม “Galerie Ikman” เป็นร้านที่โด่งดังโดยไม่ได้มีพรมไว้ขายอย่างเดียวอีกต่อไป ด้วยความสวยงามและราคาสูงของพรม ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ จะมาชมเพียงอย่างเดียว ถ่ายรูปแต่ไม่ซื้อ เจ้าของเลยดัดแปลงธุรกิจโดยเอาพรมที่ขายอยู่ มาจัดวางเป็นพร็อพ และเก็บค่าบริการกับนักท่องเที่ยวที่อยากมาถ่ายรูปกับพรมของร้านแทน
  • จากนั้นให้ท่านอิสระเดินเล่นในเมืองเกอเรเม “Goreme Town” เลือกซื้อของที่ระลึก และเลือกชิม Turkish Ice-Cream ที่จะคุ้นเคยกับภาพคนขายแกล้งลูกค้า  จากนั้นแวะชมโรงงานทอพรม
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พักโรงแรม MITHRA CAVE หรือ SULTAN CAVE หรือ YUNAK CAVE /เทียบเท่า
3

Day 3 : เกอเรเม –โชรุม - อะมัสย่า

(ท่านสามารถเลือกซื้อ Optional Hot Air Balloon Tour ได้ สนนราคาประมาณ 220 USD ต่อท่าน สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และ เครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional tour ขึ้นกับดุลยพินิจของท่าน) (***ราคาขายบอลลูน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามประกาศของผู้ให้บริการ)

**Optional balloon tour ไม่ได้รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ การดำเนินการการของบริษัทบอลลูนว่าขึ้นได้ หรือขึ้นไม่ได้ อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัททัวร์ และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับบริษัททัวร์*** ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมากมายเข้าไปท่องเที่ยวเขตคัปปาโดเกียเพื่อขึ้นบอลลูน ซึ่งบริษัทบอลลูนก็มีทั้งที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ทั้งนี้ปริมาณการจองค่อนข้างสูง ทำให้บางคณะอาจไม่สามารถจองได้ หรือบางคณะจองได้ แต่บอลลูนเกิดขัดข้องก่อนขึ้น และไม่ได้ขึ้นเนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ***

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านเดินทางไปชมโรงงานอัญมณี จนได้เวลาออกเดินทางไปยัง เมืองโชรุม (Corum) (ประมาณ 4 ชม.)  เป็นเมืองทางตอนเหนือของอะนาโตเลียและเป็นเมืองเอกของจังหวัดโชรุมในประเทศตุรกี ในอดีต พวกฮิตไทต์เป็นชนเชื้อสายอินโด-ยุโรเปียน สันนิษฐานกันว่าอพยพเข้ามายังอะนาโตเลียจากทางยุโรป โดยผ่านทางคอเคซัสหรือบอลข่านในราวปี 2,000 ก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรฮัตไตกำลังเสื่อมอำนาจลง เมื่อได้เข้ามายังอะนาโตเลียแล้ว ชาวฮิตไทต์ได้รับเอาวัฒนธรรมของชาวฮัตไตมาใช้  แม้แต่ชื่อของประเทศหรือดินแดนที่ชาวฮิตไทต์อาศัย ก็ยังใช้ชื่อดั้งเดิมที่ชาวฮัตไตใช้เรียกชื่อประเทศตน (The land of Hatti) ชาวฮิตไทต์เป็นชนกลุ่มแรกในอะนาโตเลียที่สามารถสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่และเป็นปึกแผ่นในดินแดนแห่งนี้ อาณาจักรฮิตไทต์ได้เจริญรุ่งเรืองแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอานาโตเลีย และยังสามารถขยายดินแดนออกไปได้ไกล ถึงเมโสโปเตเมีย การรุกรานของฮิตไทต์ต่ออาณาจักรบาบิโลนในเมโสโปเตเมียได้นำไปสู่ การล่มสลายของอาณาจักรบาบิโลน ชาวฮิตไทต์ได้รับเอาวัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา และระบบกฎหมายของบาบิโลนมาใช้  อาณาจักรฮิตไทต์เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในราวปี 1380-1346 ก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยกษัตริย์ซับพิลูลิวมัส ที่ 1 (Suppiluliumas) อาณาจักรฮิตไทต์กลายเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เทียบเคียงได้กับอาณาจักรอียิปต์ จนถึงในราวปี 1190 ก่อนคริสตกาลอาณาจักรฮิตไทต์ถูกโจมตีโดยชาวทะเล (Sea Peoples) ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากแถบทะเลอีเจียน
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • เดินทางต่อสู่ เมืองอะมัสย่า (Amasya) (ประมาณ 2.15 ชม.)   เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการบริหารของจังหวัดอะมัสย่า เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่ในหุบเขาล้อมรอบเหนือริมฝั่งทะเลดำและมีแม่น้ำไหลผ่าน ในอดีตเคยเป็นเมืองหนึ่งของพวกฮิตไทท์ ต่อมาถูกยึดครองโดยอะเล็กซานเดอร์มหาราชจนกระทั่งอาณาจักรเสื่อมสลายลง และกลายเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรพอนตุส (Pontus Kingdom) และเป็นส่วนหนึ่งของพวกเปอร์เซียและเมื่อพวกโรมันเข้ามาและตกอยู่ในอำนาจของปอมเปย์ในปี 63  ก่อนคริสตกาลและจูเลียต ซีซ่าร์ ที่ได้กลายเป็นศูนย์กลางการบริหารของโรมันในศตวรรษที่ 2 หลังคริสตกาล และเป็นตำนานที่กล่าวว่า ข้ามา ข้าเห็น ข้าได้ชัยชนะ (Veni vidi vici)
  • นำชมปราสาทอะมัสย่า จากนั้นชมสุเหร่า Mehmet Pasa Cam  และ Sultan II. Beyazit Mosque ชมความสวยงามของตัวเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี พร้อมกับลงทุนเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนในประเทศและต่างประเทศพร้อมกัน เมืองนี้ถูกแม่น้ำแบ่งออกเป็นสองส่วน ตามริมฝั่งแม่น้ำจะมีบ้านที่ถูกปลูกสร้างอยู่เรียงรายอย่างสวยงามตามรูปแบบของพวกออตโตมานที่ถูกสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง และด้านหลังตรงข้ามจะมีสุสานโบราณที่ถูกขุดเจาะลึกเข้าไปในหน้าผาที่สูงชันเพื่อเป็นที่ฝังศพของเหล่าบรรดากษัตริย์พอนตุสที่ปกครองอยู่ในสมัยนั้นประมาณ 280 ปี ก่อนคริสตกาล
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พักโรงแรม THE APPLE PALACE HOTEL/เทียบเท่า
4

Day 4 : อะมัสย่า-ซีวาส-มาลัทย่า

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซีวาส (Sivas) (ประมาณ 3 ชม.)   ซีวาส เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดซีวาส เมืองนี้ตั้งอยู่บนริมฝั่งของแม่น้ำคีซิลแมคที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,270 เมตร เป็นเมืองที่มีการเพาะปลูกพืช  โรงงานทอพรม ทำซีเมนท์ ทำอิฐ ศูนย์กลางซ่อมรถไฟ และปลูกฝ้ายสำหรับทำการทอผ้า สินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองฯ ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองอยู่ในแคว้นเซบาสเตียของพวกโรมัน และไบแซนไทน์ในเวลาต่อมา และจากนั้นก็เป็นพวกเซลจุคเติร์ก และพวกมองโกล ซึ่งได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้หลายแห่ง คือ ก๊อค เมเดรเซ คิฟเต้ มีนาเรลี เมเดรเซ ซีฟาฮีเย และบูรูซีเย และที่สำคัญที่สุด คือ เป็นเมืองหนึ่งในเส้นทางสายไหมที่มี่ชื่อเสียง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านไปชมความสวยงามของตัวเมืองที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อการค้าระหว่างทางเหนือ ทางใต้และทางด้านตะวันตกของอิรักและอิหร่าน นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 2 เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.1993 ยังได้เกิดมีการสังหารฆ่าหมู่ถึง 35 คนที่เป็นปัญญาชนชาวอะเรวีและพนักงานโรงแรมอีก 2 คนและรวมไปถึงคนที่อยู่ในกลุ่มอีก 2 คน
  • ชม ก๊อค เมเดรเซ (Gok Medrese) ซึ่งมีความหมายว่า โรงเรียนสีฟ้า (Sky Madrasah/Blue Madrasah) เป็นสถานที่สำหรับสอนศาสนาของอิสลาม ที่ได้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษ ที่ 13 ในช่วงที่พวกเซลจุคเติร์กได้เข้ามาปกครองที่บริเวณนี้โดยสุลต่านเนทแห่งรัม สถานที่แห่งนี้มีหอคอย 2 หอ ที่ตั้งอยู่ด้านละหอที่มีความสูงประมาณ 25 เมตร มีการตกแต่งแกะสลักด้วยความสวยงาม ส่วนตัวตึกมีความกว้างประมาณ 31.25 เมตร ด้านในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นห้องทำพิธีละหมาด และอีกส่วนหนึ่งแบ่งออกเป็นห้องเรียน
  • นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมาลัทย่า (Malatya) (ประมาณ 2.50 ชม.)    ระหว่างทางแวะชม ทะเลสาบ GokPinar Golu ในเขตเมืองซีวาส ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์แสนสวย ที่มีจุดที่ลึกที่สุดประมาณ 15 เมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างเมืองและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงซึ่งมักจะมาปิคนิก  พายเรือ หรือเล่นกีฬาต่างๆกัน ซึ่งปัจจุบัน นักดำน้ำมือใหม่ยังใช้ทะเลสาบนี้ฝึกหัดดำน้ำลึกอีกด้วย
  • เดินทางต่อสู่มาลัทย่า มาลัทย่า (Malatya) เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการบริหารของจังหวัดมาลัทย่า ที่ตั้งอยู่ในบริเวณตุรกีตะวันออกของอะนาโตเลีย เมืองนี้มีคนมาอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว ซึ่งพวกอัสซีเรียนเรียกเมืองนี้ว่า เมลิดดู (Meliddu) และเมื่อพวกกรีกเข้ามาปกครองก็เปลี่ยนชื่อเป็นเมลิทีน ตามมาด้วยพวกโรมันซึ่งเข้ามาครอบครอง และขยายเมืองไปทางด้านตะวันออก มาลัทย่าเป็นเมืองที่รองลงมาจากอะดิยามานซึ่งในปัจจุบันไม่มีสิ่งใดน่าสนใจมากนัก นอกจากมัสยิดเก่าๆที่มีรูปทรงประหลาด และที่สำคัญที่สุด เมืองนี้ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งแอพริค๊อท (Land of Apricot)
  • เดินทางถึงเมืองมาลัทย่า แวะชม สุเหร่าประจำเมือง สุเหร่าเยนี คามี (Yeni Cami) ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับบรรยากาศรอบสุเหร่าตามอัธยาศัย
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MOVENPICK MALATYA HOTEL/เทียบเท่า
5

Day 5 : มาลัทย่า-เคห์ท่า-อะดิยามาน-อูร์ฟ่า

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเคห์ท่า (Kahta) (ประมาณ 1.50 ชม.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของภุเขาเน็มรุท (Mt. Nemrut) ที่ถูกทำเป็นอุทยานแห่งชาติ (Mt. Nemrut National Park) มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,150 เมตร ซึ่งในอดีตได้ถูกสร้างโดยกษัตริย์มิทริดาเทส ที่ 1 (Mithridates l) แห่งอาณาจักรคอมมาจีน (Commagene Kingdom) ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการของพวกกรีกในราวศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล และก่อนที่จะถูกพวกโรมันเข้าครอบครอง ซึ่งต่อมาก็เป็นโอรสที่ชื่อว่า อันติโอชุส ที่ 1 (Antiochus l) ได้ถูกสร้างให้เป็นที่ฝังพระศพของพระองค์เองและพวกขุนนางต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีวิหารและเทพเจ้าต่างๆอีกหลายองค์ สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1987
  • นำท่านขึ้นไปชมรูปแกะสลักบริเวณ ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) หรือภูเขาเทพเจ้า ซึ่งบนยอดเขารายล้อมด้วยรูปปั้นหัวคนมากมาย ซึ่งคาดว่าเป็นสุสานกษัตริย์ตั้งแต่สมัยราว 100 ปีก่อนคริสตกาล โดยกษัตริย์ไมทริดาเทสได้เริ่มสร้างสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้เป็นที่สิงสถิตของเทพพระเจ้า 5 องค์ เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของชนชาติต่างๆ ที่มาอยู่ร่วมกันในอาณาจักรแห่งนี้ เทพเจ้าต่างๆของพวกกรีกและอาร์เมเนียน คือ อะพอลโล/ไมทราส์ อาร์ทากเนส/เฮราเคิลส์ เซอุส/โอโรมาซส์  เฮรา/เทเลีย และเฮลลอส/เฮอร์เมส และต่อมากษัตริย์อันติโอชุส ที่ 1 ได้ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประทับใจและศูนย์กลางด้านศาสนา จนเปรียบเสมือนว่าพระองค์เองเป็นเทพเจ้า (Theos) ก็ได้มีการสร้างเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรูปใบหน้าของพระองค์เอง มีความใหญ่โตสูงประมาณ 9 เมตร
  • จากนั้นนำท่านชม อาร์เซเมีย (Arsemia) เป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรคอมมาจีนอีกแห่งหนึ่ง ที่เป็นแท่งหินสูงประมาณ 3 เมตรและกว้างประมาณ 2 เมตร และมีภาพแกะสลักอันงดงามของกษัตริย์อันติโอชุส ที่ 1 กำลังสัมผัสมือกับเทพเจ้าฯ
  • ชม สะพานเซเวราน (Severan Bridge) หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สะพานเซ็นเดเร (Cendere Bridge) เป็นสะพานแบบโรมันที่ถูกสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.200 สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 120 เมตร ความกว้างประมาณ 7 เมตร และมีส่วนโค้งประมาณ 34 เมตร ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายให้เป็นเกียรติแด่กษัตริย์ เซพติมีอุส เซเวรุส ซึ่งด้านข้างจะมีเสารูปแบบโครินเทียนที่สูงประมาณ 10 เมตรอยู่ 4 ต้นสำหรับกษัตริย์เอง มเหสีองค์ที่ 2 และโอรสสองพระองค์ ต่อมาเสาเหลืออยู่ 3 ต้น เพราะว่าโอรสองค์น้องได้แย่งชิงราชสมบัติจากองค์พี่ไป
  • ชม ที่ฝังศพทูมูลูส (Tumulus of Karakus) ซึ่งถูกสร้างให้เป็นสถานที่ฝังศพของมิทราดาเทส ที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของกษัตริย์อันติโอชุส ที่ 1 ได้สร้างที่ฝังศพสำหรับพระมารดาด้วย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีเชื้อสายอันสูงส่ง และจะมีเสาต้นใหญ่ 2 ต้นซึ่งด้านบนของเสาต้นหนึ่ง จะมีหินเป็นรูปแกะสลักนกอินทรีย์อยู่ที่หัวเสา และคำว่า คาราคุส (in Turkish)หมายถึง นกสีดำ (Black Bird) ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับ
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหาร
  • นำท่านเดินทางไปยัง เมืองฮาร์แรน (Harran) (ประมาณ 2.50 ชม.)  ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ห่างจากพรมแดนซีเรียประมาณ 40 กม. ฮาร์แรน เป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งในด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกแอสซีเรียน ที่มีการติดต่อค้าขาย เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและด้านศาสนา เมืองนี้ได้ถูกบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลว่า เป็นเมืองที่อับราฮัม (Abraham) ได้มาอาศัยอยู่ และเทราห์ (Terah) ซึ่งเป็นบิดาของเขาก็เสียชีวิตที่นี่ ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปยังด้านใต้สู่เมืองคานะอัน และนอกจากนั้นก็ยังมีศาสดาทั้งสาม คือ โมเสส เจซัส และโมฮัมหมัด ก็ได้เคยมา พักที่เมืองนี้ด้วย
  • ให้ท่านได้เดินชม บ้านแบบรวงผึ้ง (Beehive Houses) ที่ถูกสร้างอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบ และมีอากาศร้อนจัดในหน้าร้อน จึงได้มีออกแบบสร้างบ้านคล้ายกับรวงผึ้งเพื่อป้องกันอากาศที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งภายในจะถูกสร้างให้เป็นทางเดินที่ติดต่อกันได้ตลอด และได้รับการ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000
  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองอูร์ฟา (Urfa) เมืองนี้มีชื่อเต็มว่า แซนลีอูร์ฟา (Sanliurfa) แต่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า อูร์ฟา ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ราบอันกว้างใหญ่ของดินแดนเมโสโปเตเมียห่างจากแม่น้ำยูเฟตีสทางด้านตะวันออกประมาณ 80 กม.
  • นำชมนำท่านชมภายนอกบริเวณถ้ำแห่งอับราฮัม (Cave of Abraham)  สถานที่เกิดของท่านศาสดาอับราฮัมในเมืองอูร์ฟาเป็นสถานที่แสวงบุญที่มีชื่อเสียงในหมู่ศาสนิกชนที่มาสวดภาวนาและแสดงความเคารพต่อศาสดาที่มีความศรัทธาให้ เชื่อกันว่าศาสดาอับราฮัมเกิดในถ้ำแห่งนี้ และใช้เวลากว่าสิบปีในช่วงหนึ่งของชีวิตเพื่อปกป้องทารกแรกเกิดที่ถูกสั่งฆ่าโดยคำสั่งของกษัตริย์นิมรอทผู้โหดร้าย
  • จากนั้นนำท่านชม บ่อปลาศักดิ์สิทธิ์ (The pool of Sacred fish) หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองอูร์ฟา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งกษัตริย์นิมรอทได้โยนศาสดาอับราฮัมลงสู่กองฟืนที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง แต่กองไฟเหล่านั้นกลับเปลี่ยนเป็นสายน้ำ และกองฟืนได้เปลี่ยนกลายเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันบ่อน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยปลาคาร์ฟ ซึ่งเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้เห็นปลาคาร์ฟสีขาวจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON GARDEN INN URFA/เทียบเท่า
6

Day 6 : อูร์ฟ่า -กาซีอันเท็พ-อะดาน่า –สนามบิน -อันทาเลีย

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านออกเดินทางกลับไปยัง เมืองกาซีอันเทพ (Gaziantep)  (ประมาณ 1.50 ชม.)  เมืองนี้ในสมัยของออตโตมานได้ถูกเรียกว่า อยินทัพ หรือ เอียนทัพ และต่อมาก็ถูกเรียกว่า อันเทพ เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัยของชนชาติที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และอยู่ระหว่าง เมืองโบราณอะเล็พโพของซีเรียทางเหนือห่างประมาณ 90 กม. และที่สำคัญที่สุดเมืองนี้ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งพิสตาชิโอ (Land of Pistachio) นอกจากนั้นยังมีชื่อเสียงในด้านการปรุงอาหารที่ทำด้วยเนื้อ
  • นำท่านไปชม ป้อมกาซีอันเท็พ (Gaziantep Fortress) ที่ตั้งอยู่บนเนินเขานิซีพ บริเวณใจกลางเมืองทางด้านเหนือ 12 กม. ตามประวัติศาสตร์มิได้กล่าวอ้างว่าถูกสร้างขึ้นแต่เมื่อไหร่ ป้อมปราการนี้ได้ถูกปฏิสังขรณ์หรือทำขึ้นใหม่ราวศตวรรษที่ 6 ในยุคของไบแซนไทน์ และต่อมาก็ได้ถูกต่อเติมเพิ่มขึ้นอีกในปี ค.ศ.1481 ในยุคของสุลต่านอียิปต์คายิทเบย์ และในปี ค.ศ.1557 ในยุคของสุลต่านออตโตมานสุไลมาน ป้อมแห่งนี้มีหอคอยถึง 36 หอที่ถูกสร้างอยู่บนกำแพงที่มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร ภายในยังมีสุเหร่า ที่ฝังศพและที่อาบน้ำฯ
  • จากนั้นนำท่านมาเดินชม บริเวณเมืองเก่า (Old City) ที่ในอดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยในยุคของพาลิโอลิทิค ซึ่งต่อมาก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพวกอัสซีเรียน เปอร์เซียน โรมันและไบแซนไทน์ จนถึงเซลจุกเติร์ก ให้ท่านได้เดินไปตามตรอกซอกซอยที่แคบแบบวกไปวนมา และยังสลับซับซ้อนกันอีก บริเวณแห่งนี้ยังคงซึมซับเอาบรรยากาศวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมในนครของโลกตะวันออกได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นยังมีสวนผลไม้ที่สวยงามที่เต็มไปด้วยไร่องุ่น ต้นส้ม พลัม ทับทิมและที่มีชื่อเสียงก็คือ นัทพิสตาชิโอฯ และที่มีชื่อเสียงมาก คือ อาหารที่ถูกปรุงด้วยเนื้อวัวฯ
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อไปยัง เมืองอะดาน่า (Adana) (ประมาณ 2.30 ชม.)  อะดาน่า เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดอะดาน่า ที่อยู่ทาง ด้านตะวันตก ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเซฮาน และห่างจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนประมาณ 30 กม. มีประชากรประมาณ 2.1 ล้านคน เมืองนี้มีชื่อเสียงทางด้านการเกษตร เพาะปลูกพืชและที่สำคัญเป็นศูนย์กลางการค้าขายและอุตสาหกรรมทางด้านการเกษตรของเขตที่ราบซูคูโรว่า ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านการเกษตร เพาะปลูก พืชต่างๆหลายชนิด และยังมีผลไมัต่างๆ แต่ที่มีชื่อเสียงมากก็คือ ส้ม
  • นำท่านถ่ายรูปกับสุเหร่าใหญ่ของเมือง Sabancı Merkez Mosque เป็นสุเหร่าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศตุรกี  สร้างด้วยรูปแบบออตโตมัน คล้ายกับ สุเหร้าสีน้ำเงิน ในกรุงอิสตันบูล เปิดใช้งานในปี 1998 มีขนาด 52,600 ตรม. และจุคนเพื่อทำพิธีละหมาดได้ 28,500 คน
  • นำท่านไปชม สะพานหิน (Stone Bridge) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยพวกโรมันสำหรับข้ามแม่น้ำเซฮาน สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 310 เมตร และกว้างประมาณ 11.4 เมตร ส่วนโค้งด้านล่าง 21 โค้ง เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในรายละเอียดมิได้บอกว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ เพียงแต่รู้ว่าพวกฮิตไทท์แห่งฮัทตูซ่าได้สร้างสะพานสำหรับข้ามแม่น้ำนี้โดยมีจุดหมายที่จะข้ามไปยังซีเรีย หรืออีกอย่างหนึ่งก็ถูกสร้างโดยพวกกรีกโบราณที่รู้จักใช้หินในการก่อสร้าง
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • 18.30 น. หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองอะดาน่า เพื่อเดินทางไปยังเมืองอันทาเลีย เมืองริเวียร่าริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของตุรกี
  • 20.50 น. ออกเดินทางสู่เมืองอันทาเลีย โดยเที่ยวบินที่ PC3604  (บินประมาณ 1 ชม.)
  • 21.55 น. เดินทางถึงอันทาเลีย เข้าสู่ที่พัก
  • พักที่ MELIA CASTELO BRANCO HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : อันทาเลีย - กระเช้าลอยฟ้า Tunektepe – ว่ายน้ำ พักผ่อน หาดคลีโอพัตรา –ช้อปปิ้ง - ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านไปยังชายหาดที่มีชื่อเสียงของเมือง หาดคลีโอพัตรา (Cleopatra Beach) “ชายหาดคลีโอพัตรา” (Cleopatra Beach) ที่มีการตั้งชื่อตามบุคคลในประวัติศาสตร์อย่าง “พระนางคลีโอพัตรา” ผู้ปกครองอียิปต์ มีความเกี่ยวข้องกับชายหาดนี้จริง ชายหาดคลีโอพัตราเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ “เกาะ เซดีร์” (Sedir Island) เกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในอ่าวโกโควา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลอีเจียน ที่ชายฝั่งทะเลมูลา แห่งอลันย่า (Alanya) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี แหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตอยู่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองอลันย่า โดยมีความยาวประมาณ 1 ไมล์ หรือประมาณ 1.6 กิโลเมตร ความโดดเด่นของชายหาดแห่งนี้คือ “หาดทราย” ที่มีสีขาวและมีทรายที่มีเนื้อสัมผัสเนียนมีลักษณะเป็นเม็ดละเอียดอย่างมาก ด้วยความที่หาดทรายมีสีขาวละเอียดที่หาได้ยากแบบนี้ทำให้ทางรัฐบาลให้การคุ้มครองอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ทรายถูกทำลายหรือหายไปจากชายหาด โดยคาดว่าทรายมีเม็ดละเอียดเหล่านี้มีที่มาจากเปลือกหอยที่ถูกบดละเอียด
  • อิสระให้ท่านพักผ่อน เล่นน้ำทะเลตามอัธยาศัย  จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย ได้เวลานำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง และร้านขนม Turkish Delight  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
  • นำท่านเที่ยวชมเมืองอันทาเลีย (Antalya) เมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาอันทาเลีย อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าเรือโบราณที่เคยมีความสำคัญมาแต่ในอดีต ที่ถูกสร้างโดยจักรพรรดิอัตตาลุสที่ 2
  • นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Tunektepe เพื่อชมวิว เมืองในมุมสูง เห็นวิวทั้งเมืองอันทาเลียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าคราม
  • นำท่านเดินทางสู่แหล่งช้อปปิ้งของเมือง อิสระเลือกซื้อของตามอัธยาศัย
  • ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก นำท่านล่องเรือชมความงามของอ่าวช่วงพระอาทิตย์ตก อ่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน Mediteranian Boat Trip เจ้าของสมญานาม “ริเวียร่าแห่งตุรกี” ให้ท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดโดยการล่องเรือที่ตกแต่งคล้ายกับเรือโจรสลัด เรือจะพาท่านลัดเลาะไปตามหน้าผาต่างๆ ที่มีโรงแรมระดับ 5 ดาว สร้างเรียงรายอยู่ตามหน้าผา และที่พลาดไม่ได้เรือจะพาท่านล่องไปชมน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน นับว่าเป็นความแปลกใหม่ ซึ่งแตกต่างจากน้ำตกทั่วๆไปในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะไหลลงด้านล่างจะเป็นลำธารน้ำ นับว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอย่างท่านไม่ควรพลาด
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พักโรงแรม KLEOPATRA DREAMS BEACH HOTEL/เทียบเท่า
8

Day 8 : อันทาเลีย – ซาคลิเคนท์ แคนยอน -หลุมศพหินชาวลิเชียน -เฟทิเย -หาดโอลูเดนิซ –ช้อปปิ้งย่านเมืองเก่า

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เดินทางไปเที่ยวชม ซาคลิเคนท์ แคนยอน (Saklıkent Canyon) หรือ Saklikent Gorge (ประมาณ 4.30 ชม.)  ดินแดนที่ได้รับยกย่องว่าเป็น เมืองซ่อนเร้น (Hidden City) หรือ แดนลับแล หนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลก คือมีความลึกประมาณ 300 เมตร และยาวประมาณ 18 กิโลเมตร โดยหุบเขาแห่งนี้เปิดให้เที่ยวชมได้ครั้งแรกในปี 1996 และสามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เหมาะแก่การเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว บริเวณรอบๆมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึกตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร ที่มีการสร้างเป็นระเบียงยื่นลงไปในแม่น้ำสายเล็กๆที่ไหลผ่านหุบเขา นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับประทานอาหารไปพร้อมๆกับการจุ่มเท้าลงไปแช่น้ำเย็นๆได้อย่างสบายๆ
  • รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารในบริเวณแคนยอนพร้อมชมบรรยากาศอันสวยงาม
  • บ่าย หลังอาหารนำท่านเดินเที่ยวชมความงามของหุบเขาแห่งนี้ มีสะพานทอดตัวยาวลัดเลาะไปตามแนวเขา ทำให้การเดินชมธรรมชาติของสถานที่แห่งนี้ทำได้ง่ายขึ้นมาก
  • จากนั้นเดินทางไปชมหลุมศพหินชาวลิเชียน (Lycian Rock Tombs) (ประมาณ 50 นาที)   คือ สุสานเก่าซึ่งสลักอยู่บนหินผาขนาดใหญ่จนสามารถมองเห็นได้จากตัวเมือง ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้สร้างมาจากความเชื่อของชาวลิเชียที่เชื่อว่าหลุมฝังศพซึ่งตั้งอยู่บนหินผาเหล่านี้จะเป็นประตูที่นำไปสู่ชีวิตหลังความตายอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี เพราะหน้าผาเป็นพื้นที่ที่มีความสูงส่ง การเยี่ยมชมหลุมศพแห่งนี้ต้องขึ้นบันไดประมาณ 200 ขั้น แต่เมื่อถึงด้านบนแล้วถือว่าคุ้มค่า เพราะเราจะเห็นวิวของเมืองและชายหาดสวยๆ
  • ออกเดินทางสู่เมืองเฟทิเย (Fethiye) (ประมาณ 15 นาที)  เป็นเมืองโบราณโดยมีแหล่งโบราณสถานอยู่หลายแห่ง และมีทะเลสีฟ้าครามแสนจะงดงาม มีเสน่ห์ มีชายหาดสวยๆรอนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย เมืองตั้งอยู่ชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จึงทำให้มีกลิ่นอายในเเบบเมดิเตอร์เรเนียนไปด้วย เรียกว่าสวยงามเเละน่ามาใช้ช่วงเวลาเเห่งการพักผ่อนที่นี่เป็นอย่างยิ่ง
  • ได้เวลาเดินทางสู่ หาดโอลูเดนิซ (Ölüdeniz  Beach) นับเป็นชายหาดที่สวยที่สุดของประเทศตุรกี เนื่องจากหาดแห่งนี้เป็นจุดที่ทะเลอีเจี้ยนกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาบรรจบกัน ทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสวยงามเป็นอย่างมาก และสถานที่เที่ยวยอดนิยมคือ Blue Lagoon หรือชายหาดสีขาวที่มีลักษณะคล้ายแหลมที่ทอดตัวยาวออกไปกลางทะเล และถูกล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใส และต้นไม้ภูเขาอันเขียวขจีอย่างงดงาม ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งการเล่นน้ำทะเลสวยใสหรือ จะเล่นเครื่องร่อนทั้งได้ความตื่นเต้นและได้ชมวิวมุมสูงของเมือง และกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ
  • อิสระให้ท่านใช้เวลาตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าที่พัก โรงแรม BELCEKUM BEACH HOTEL/เทียบเท่า
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านเดินเล่นเมืองเก่าของเมืองเฟทิเย ย่าน Paspatur และ Umbrella Street  จากนั้นเดินทางกลับสู่โรงแรม
9

Day 9 : เฟทิเย –เมืองผี กายากอย -โบดรัม - ปราสาทโบดรัม - กังหันลมโบราณ –ท่าเรือยอร์ช

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เดินทางไปชมกายากอย (Kayakoy) (ประมาณ 20 นาที)  เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวกรีกเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ปัจจุบันกลับถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นดั่ง “เมืองผี” ชุมชน Livissi หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Kayakoy หรือหมู่บ้านหิน “Rock Village” สร้างขึ้นเมื่อราวๆ ศตวรรษที่ 18 หลังจากที่เมือง Fethiye เกิดเหตุแผ่นดินไหวและเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ชาวเมืองจำนวนมากจึงอพยพมายังชุมชนเล็กๆ แห่งนี้จนกลายเป็นชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง เชื่อว่าชุมชน Livissi เคยมีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดราว 10,000 – 20,000 คน จนกระทั่งสงครามเริ่มต้นขึ้นและชาวกรีกหลายพันคนถูกโอบล้อมในดินแดนที่เต็มไปด้วยศัตรู ชาวกรีกหลายพันคนถูกสังหาร บ้างอพยพ บ้างหลบซ่อนตัว ทุกคนที่รอดชีวิตอยู่ต้องเผชิญกับความอดอยากและเหนื่อยล้า หลังจากตุรกีพ่ายสงครามและจักรวรรดิออตโตมันล่มสลาย ชาวกรีกก็ยึดครองดินแดนตุรกีได้สำเร็จ แต่ช่วงเวลาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความไม่สงบ มีสงครามเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะสงครามระหว่างชาวกรีกและชาวเติร์ก กระทั่งมีการเซ็นสัญญาสันติภาพในปี 1923 เมื่อสงครามสิ้นสุงลงชุมชน Livissi ก็ถูกทิ้งร้าง ชาวมุสลิมย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ชั่วคราวแต่ก็รู้สึกว่าชุมชนหินแห่งนี้ไม่เหมาะกับวิถีชีวิตของตน กระทั่งต่อมาในปี 1957 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่ทำให้สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ใน Livissi พังเสียหาย ปัจจุบันชุมชน Livissi หรือ Kayakoy กลายเป็นเมืองร้างโดยสมบูรณ์ แต่ได้รับการรักษาไว้ในฐานะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองโบดรัม (Bodrum) (ประมาณ 3.50 ชม.)  ระหว่างทางแวะรับประทานอาหาร ที่เมืองมาร์มาริส (Marmaris) และแวะถ่ายรูปกับท่าเรือ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • เดินทางต่อสู่เมืองโบดรัม เป็นเมืองตากอากาศที่ขึ้นชื่อของตุรกี บรรยากาศโรแมนติก  มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย ยิ่งช่วงหน้าร้อนจะคึกคักมากๆ ผู้คนจะมานอนอาบแดดริมชายหาด นั่งปิกนิก ดูพระอาทิตย์ตก ดำน้ำชมฝูงปลา และทำกิจกรรมต่างๆ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี และยังเป็นเมืองเเหล่งโบราณคดีที่สำคัญของประเทศด้วยเช่นกัน โดยเมืองตั้งอยู่ริมทะเลอีเจี้ยนเเสนสวย มีที่พักสุดหรูจำนวนมากเเทรกตัวอยู่ท่ามกลางของเเหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญ กลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ใครมาเที่ยวที่เมืองเเห่งนี้เเล้วก็จะสามารถสัมผัสถึงได้
  • ชมปราสาทเก่าแก่ของเมืองโบดรัม ปราสาทโบดรัม (Bodrum Castle) หรือ ปราสาทเซนต์ปีเตอร์ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15 หรือ ในปี ค.ศ. 1402 โดย อัศวินฮอสปิทัลเลอร์ Hospitaller ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองโบดรัม ปัจจุบันนี้ยังใช้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้น้ำอีกด้วย
  • ชมประตูมินโดส์ (MYNDOS GATE)       เป็นประตูเมืองเก่า ที่เหมือนเป็นอนุสาวรีย์หลักของที่นี่ สร้างขึ้นสมัยกษัตริย์โมโซลุส (Mausolus)  สร้างไว้ เพื่อระลึกถึงการนองเลือดของสงครามในอดีต ในระหว่างการล้อมเมืองโดยอเล็กซานเดอมหาราช
  • จากนั้นชม กังหันลมโบราณ ( BODRUM WINDMILLS) กังหังลมโบราณ ที่ถูกสร้างขึ้นมายาวนาน ตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 18  แม้ปัจจุบันยังสามารถเห็นถึงความสวยงามของกังหันลมที่คงหลงเหลืออยู่ โดยกังหัน หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อจับลมจากชายฝั่งทะเล โดยกังหันลมโบราณนี้ ทำมาจากหินและไม้กระดาน ใช้กังหันลมในการบดแป้ง และเมล็ดพืชต่างๆ
  • แวะถ่ายรูปและชมท่าเรือ BODRUM MARINA ท่าจอดเรือใจกลางโบดรัม อยู่ใกล้ๆ กับปราสาทโบดรัม มีเรือที่สวยงาม ทันสมัย หลากหลายแบบ
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พักโรงแรม COSTA BITEZHAN HOTEL/เทียบเท่า
10

Day 10 :โบดรัม – หาดไบเตซ –ย่านเมืองเก่า- สนามบินเมืองโบดรัม – อิสตันบูล

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • อิสระตามอัธยาศัย โดยท่านจะเดินเล่นริมหาดไบเตซ Bitez Beach หรือเล่นน้ำทะเล พักผ่อนในแบบที่ท่านชอบ
  • อิสระอาหารกลางวันเพื่อให้ท่านใช้เวลาเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเต็มที่
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่านเดินเล่น ช้อปปิ้งย่านเมืองเก่าโบดรัม ชมเมืองที่แสนมีเสน่ห์ บ้านเรือนสีสัน สวยงาม อาคารส่วนใหญ่ เน้นสีอ่อน และสีขาว หลายแห่งใช้สีฟ้าตัดกรอบประตู หน้าต่าง ระเบียงตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใสสวยงามคล้าย บ้านเรือนที่เกาะซานโตรีนีของประเทศกรีซ น่ารักเหมาะแก่การเดินเล่นถ่ายรูปเป็นอย่างมาก หรือจะนั่งค่าเฟ่จิบแกแฟเพลินๆก็จะมีความสุขไปอีกแบบ
  • เดินทางสู่โบดรัมบาซ่าร์ อิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
  • เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • 19.00 น. เดินทางสู่สนามบินเมืองโบดรัม
  • 22.30 น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK2525 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.25 ชั่วโมง)  แวะเปลี่ยนเครื่องที่อิสตันบูล
  • 23.55 น. เดินทางถึงอิสตันบูล
11

Day 11 : โบดรัม – สนามบินเมืองโบดรัม – อิสตันบูล

  • 01.45 น. ออกเดินต่อสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.30 ชั่วโมง) สายการบินฯ มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าระหว่างเที่ยวบิน
  • 07.10 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
12 – 22 พฤษภาคม 2565
สายการบิน

*หมายเหตุ      การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ในช่วงแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ท่านจะต้องจองโรงแรม ASQ (การกักตัวแบบทางเลือก) เป็นเวลา 1 วัน โดยท่านต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง (ไม่รวมในค่าทัวร์) ให้จองห้องพักตรงกับโรงแรมฯ เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย       

*** โปรแกรมทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน / สภาวะทางอากาศซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ของ ผู้เดินทางเป็นสำคัญ โปรแกรมนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวเป็นหลัก นอกจากนี้การเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย ต้องเป็นไปตามคำสั่งของทางคณะกรรมการควมคุมโรค ณ เวลานั้น ซึ่งทางผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆเอง เช่นการจองที่พักสำหรับการกักตัวเอง (ASQ) ก่อนการเดินทาง ทางบริษัททัวร์ จะไม่รับผิดชอบกรณีที่ผลการตรวจเชื้อ Covid-19 เป็นบวก ซึ่งทำให้ท่านไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ ตามกฎของทางสายการบิน และจะไม่รับผิดชอบจากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน***

ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการนี้สำหรับผู้เดินทาง  12 ท่าน ขึ้นไป
Ø ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน)                                                    ท่านละ

Ø ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว                                  ห้องพักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

                   89,990.-

                    15,000.-                                                                                      

การจองทัวร์ (กรุณาจองทัวร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนจะเดินทาง) :
Ø หากท่านสนใจ และประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 50,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ค่าทัวร์รวม
ü  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด
เงื่อนไข ü ไม่สามารถทำการ REFUND ได้ทุกกรณี

ü ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารได้ทุกกรณี

ü ไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้ เนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป จะต้องเดินทางไปและกลับพร้อมคณะ

ü ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ

ü ค่าที่พักโรงแรมระดับ 4+5 ดาว ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)

ü ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ

ü ค่าเครื่องดื่ม (น้ำเปล่า) บนรถโค้ชวันละ 1 ขวด / ท่าน

ü ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง

ü ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม

ü ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน

ü ค่าประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางส่วนบุคคล จำนวนเงินประกันภัย 1,000,000 บาท –

** สิทธิพิเศษ สำหรับท่าน : FREE WI-Fi บนรถโค้ช

ค่าทัวร์ไม่รวม
ý ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ พนักงานบริการฯ ประมาณวันละ 5 ดอลลาร์ คิดเป็น 9 วัน รวม 45 USD /ท่าน ตลอดการเดินทาง

ý  ค่าตรวจเชื้อ Covid-19 สำหรับการเดินทาง Fit to Fly (ไม่เกิน 72 ช.ม. ก่อนการเดินทาง) สำหรับการเดินทางออกจากประเทศไทย

ý ค่าใช้จ่ายสำหรับการกักตัว 1 วัน (ASQ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการณ์ของ ศ.บ.ค. ในขณะนั้น

ý ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน

ý ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)

ý ค่าจัดทำเอกสาร และค่าทำธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว

ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ý ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

การจองทัวร์
Ø หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 50,000.- บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 45 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ ดังรายละเอียดดังนี้
การยกเลิกการจองทัวร์ :
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน § หักค่ามัดจำ 50,000.- บาท
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-29 วัน § หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
เอกสารทำวีซ่า
หนังสือเดินทางไทย ไม่ต้องทำวีซ่า
หมายเหตุ :
§  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

§  บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

§  รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

§   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน

§   รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

§   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

§   การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

§ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 12 ท่าน

หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข

ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบิน
–   ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเคลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบิน และบริษัททัวร์เรียกเก็บและการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทาง และได้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว REFUND ได้) ผู้เดินทางต้องรอ REFUND ตามระบบของสายการบินเท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
–     เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (SINGLE) และห้องคู่ (TWIN / DOUBLE) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (TRIPLE ROOM) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน

–   กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (TRADE FAIR) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

การเดินทางเป็นครอบครัว
–     หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ (WHEELCHAIR), เด็ก, และผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกในการเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่าน และครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
วันเดินทาง
12 – 22 พฤษภาคม 2565
สายการบิน

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating