สถานีรถไฟใต้ดิน (The Tashkent Metro) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยตามรูปแบบที่สมบูรณ์ ที่เด่นชัด คือ สวยงาม ยั่งยืนทนทาน และใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด รถไฟใต้ดินนี้ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นมาภายหลังจากที่ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ.1966 ทำให้เมืองทาซเค้นท์ได้รับความเสียหาย และสิ่งต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับการก่อสร้างและต้องพร้อมที่รับมือกับการเกิดแผ่นดินไหว การก่อสร้างสถานีรถไฟใต้ดินจึงถูกสร้างไม่ให้มีความลึกมากนัก และผู้โดยสารก็สามารถเดินลงบันไดไปได้ด้วยความสะดวกสบาย

St.Stephens Cathedral ตั้งอยู่ที่ย่านใจกลางของจัตุรัสสเตฟาน ในกรุงเวียนนา ซึ่งได้รับการออกเเบบมาในเเบบโกธิคที่มีความสวยงามเเละน่าเกรงขามอย่างมาก รวมทั้งมีผลงานในเเบบศิลปะเชิงศาสนาที่น่าสนใจอย่างมาก เเละมีตำนานมากมายเกี่ยวกับมหาวิหารเเห่งนี้ เเละมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานอย่างมากเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

อาร์เมเนีย ดินแดนในตำนานเรือโนอาห์ แห่งเทือกเขาอารารัต เป็นเทือกเขาซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างยุโรปและเอเชีย นับเป็นอีกจุดหมายถ้าใครชอบแนวธรรมชาติ และโบราณสถาน เราขอแนะนำให้ไปประเทศอาร์เมเนียให้ได้สักครั้ง

ฮัลล์สตัทท์ หนึ่งในเมือง ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ออสเตรีย (Austria) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Hallstatt See ที่จะทำให้ทุกคนต้องตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา สิ่งแรกที่ทำให้ฮัลล์สตัทท์ โดดเด่นคืออากาศอันแสนบริสุทธิ์ เงียบสงบ ฉากหลังเป็นภูเขาสูงชันโอบล้อมเมือง ทะเลสาบสีฟ้า บ้านเรือนน่ารักๆ ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ลงมาตามแนวเขา

Ephesus หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือนให้ได้ถ้าไปตุรกี เอเฟซัส (Ephesus) เป็นแหล่งโบราณคดีของเมืองกรีกโบราณ เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของถูมิภาคทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมและความหลากหลาย และยังเป็นตัวอย่างของเมืองโบราณที่แท้จริง ด้วยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมากมายที่ได้รับการค้นพบ Ephesus ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องราวทางวัฒนธรรมและผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับโบราณคดีจำนวนมาก

เมืองกาญจีปุรัมเป็นหนึ่งในนครศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 7 แห่งของอินเดีย และเป็นเมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสองรองจากเมืองพาราณสี โดยแต่เดิมนั้นเมืองกาญจีปุรัมเคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของราชวงศ์ปัลลวะ (Pallavas) ในช่วงศตวรรษที่ 6-8 ซึ่งถือเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด

ทุกวันนี้ power bank กลายเป็นอุปกรณ์ติดตัวที่ทุกคนพกไว้ใช้คู่กับสมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว เนื่องด้วยการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน แบตเตอรี่ย่อมหมดเร็วเป็นธรรมดา ครั้นจะไปหาที่ชาร์จขณะที่อยู่นอกบ้านก็เป็นเรื่องลำบาก การมี power bank หรือแบตสำรองไว้พร้อมใช้งานจึงสะดวกสบายมากกว่า ซึ่งเรื่องหนึ่งที่คนทั่วไปอาจยังไม่ค่อยทราบและควรที่จะต้องเข้าใจไว้ ก็คือ ข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการนำ power bank โดยสารขึ้นเครื่องบินไปด้วย ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ปราสาทปุยฝ้าย ปามุคคาเล่ Pamukkale บ่อน้ำร้อนศักดิ์สิทธิ์แห่งตุรกี 1 ใน ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นเป็นเวลานับพันๆ

สำหรับใครที่ชอบเดินทาง เครื่องบินถือเป็นทางเลือกหลักๆในการเดินทาง เนื่องจากสะดวกสบาย และไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทางนานๆ แต่รู้หรือไม่ว่า มีอยู่ 8 สิ่งที่เราสามารถขอพนักงานได้แบบฟรีๆ แต่พนักงานไม่เคยแจ้งให้เราทราบมาก่อน จะมีอะไรบ้างนั้นต้องไปดู

เดอะ อโตเมียม (The Atomium) ถือเป็นสถาปัตยกรรมรูปร่างแปลกตา หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2501 สำหรับงานจัดแสดงสินค้า Brussels World’s Fair และตอนนี้ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์

มงต์แซงต์มิเชล (Mont Saint-Michel) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของประเทศฝรั่งเศส วิหารคริสตจักรที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ในแถบ Normandy ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เมื่อรวมกับสภาพแวดล้อมแล้ว สวยงามเหมือนปราสาทในฝันเลยทีเดียว และ ‘มงต์แซงต์มิเชล’ ยังถูกยกให้เป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก (Wonder of the Western World) วิหารแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดหนึ่งในสามของฝรั่งเศส รองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซายน์

อิตาลี หนึ่งในจุดหมายที่เชื่อว่าใคร ๆ ไปแล้วต้องตกหลุมรัก ด้วยเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความโรแมนติกท่ามกลางสถาปัตยกรรมคลาสสิกสไตล์ยุโรป ที่ถูกแวดล้อมด้วยทะเลและเทือกเขาที่มีความสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติ จึงไม่น่าแปลกใจที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่คู่รักนิยมมาฮันนีมูนมากอีกประเทศหนึ่ง นอกจากกรุงโรมและเมืองเวนิสที่เป็นเสมือนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแล้ว รู้หรือไม่ว่าอิตาลียังมีเมืองเล็ก ๆ หลายแห่งที่รอให้คุณไปพิสูจน์ความสวยงาม รับรองว่าต้องตกหลุมรักแน่นอน

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ นับเป็นอีก 7 ปลายทางในฝันของนักเดินทางหลายๆ คนที่ต้องการจะไปเยี่ยมชม มองเห็น และสัมผัสสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่อลังการเหล่านี้ ซึ่งสถานที่แต่ละแห่งนั้นต่างมีเรื่องราวความเป็นมาที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อันยาวนานบนโลกใบนี้ของเรา โดย 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่นั้นได้มีการประกาศไว้ ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส โดยองค์กร The New Open World Corporation (NOWC) ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 

“Ao no Dokutsu SHIBUYA” ชื่อของงานนี้แปลได้ว่า “อุโมงค์สีฟ้า” กำลังจะกลับมาอีกครั้งในฤดูหนาวปีนี้ที่ ชิบุยะ โดยจะถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยแสงไฟสีน้ำเงินประดับจากหลอดไฟ LED ส่องประกายยามค่ำคืน ตลอดระยะทาง 800 เมตร

เทศกาลดอกกุหลาบ Rose Festival คาซานลัค Kazanlak สถานที่ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ดอกกุหลาบ น้ำมันกุหลาบที่นี้มีราคาแพงมากกว่าทอง