ทัวร์หิมาลายา : ทัวร์เนปาล สู่ ธิเบต ผ่านเอเวอร์เรสท์เบสแคมป์ 10 วัน

การบินไทย

ทัวร์เนปาล สู่ ธิเบต ผ่านเอเวอร์เรสท์เบสแคมป์ 10 วัน


ราคา 79,900 บาท

ทริปสำรวจเส้นทางใหม่ ธรรมจาริกสู่เมืองศักดิ์สิทธิ์ “ลาซา” จากเมืองหลวงของเนปาล “กาฏมาณฑุ” นมัสการสถูปโพธินารถ และจตุรัสทุรบาร์ ข้ามเทือกเขาหิมาลัยผ่านชายแดนจีนที่ “ซางมู” นมัสการรูปปั้นของ คุรุปัทมสัมภาวะ และ มหาฤาษีมิลาเรปะ ที่วัดหน้าถ้ำที่ท่าน มิลาเรปะ เคยนั่งบำเพ็ญเพียร สัมผัสเอเวอร์เรสท์เบสแคมป์ฝั่งธิเบตที่“รงบุค” รถบัสเข้าถึงเบสแคมป์โดยไม่ต้องปีนเขา ชมธรรมชาติตระการตากับยอดเขาหิมาลัยแบบใกล้ชิด ชมเมืองใหญ่อันดับสองของธิเบต “ชิกัตเซ่” และวัดธาชิลุนโป ที่ประทับขององค์ปันเชน ลามะ ชมเมืองเซทัง จุดเริ่มต้นของอารยธรรมธิเบตและความงามของแม่น้ำพรหมบุตร และ หุบเขายาลุงชังโปที่ยาวกว่าแกรนด์แคนยอน ชมพระราชวังยัมบุลาคัง พระราชวังแห่งแรกของทิเบตตั้งอยู่บนเนินเขา เยือนเมืองลาซา ชมพระราชวังโปตาลา วัดโจคัง พระราชวังฤดูร้อน นอร์บูลิงก้า จักโปรี วัดเดรปรุง วัดเซรา วิหารพระแม่ตารา ตลาดบาร์คอร์

เดินทาง :
tag :
หิมาลายา, himalaya


รายละเอียดการเดินทาง
 

วันที่ 1 กรุงเทพ – กาฏมาณฑุ
07.30 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเช็คอิน ที่เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู4 แถว H อาคารผู้โดยสารขาออก เจ้าหน้าที่บริษัทให้การต้อนรับ
 
10.15 น. เดินทางสู่กรุงกาฏมาณฑุ ด้วยเที่ยวบิน TG 319
 
12.25 น. ถึงสนามบินตรีภูวัน กรุงกาฏมาณ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1.15 ชม.) กาฐมาณฑุ ตั้งอยู่ในหุบเขากาฐมาณฑุ เป็นหุบเขาที่มีขนาดไม่ใหญ่นักและค่อนข้างเรียบ ตั้งอยู่ที่ความสูงระหว่าง 1,200 - 1,500 เมตร ในพื้นที่เนินเขาระดับกลางของเทือกเขามหาบารัต หรือมหาภารตะ มีแม่น้ำบาคมาตีเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน กาฐมาณฑุเป็นราชธานีและจัดเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนปาล หุบเขากาฐมาณฑุนั้นเป็นที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของเนปาลเอาไว้ เนื่องจากหุบเขาแห่งนี้เป็นแหล่งวัฒนธรรมเนวารีโบราณ ชนเผ่าเนวาร์อาศัยอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้ได้สร้างอารยธรรมที่สำคัญขึ้น 3 เมือง ซึ่งได้แก่ กรุงกาฏมาณฑุ ปาทาน (ลลิตาปูร์) และภักตาปูร์ ความสำเร็จทางด้านศิลปะของชาวเนวาร์ ได้แก่ วัดและปราสาทที่สร้างขึ้นด้วยฝีมืออันประณีต ฝีมือแกะรูปสลักหินและโลหะที่ละเอียดอ่อน เสาไม้แกะสลัก และโบสถ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นำท่านเที่ยวชม จตุรัสกาฐมัณฑุ ดูร์บาร์ Kathmandu Durbar Square ชม พระราชวังหนุมานโดก้า Kathmandu Durbar Square ซึ่งเป็นพระราชวังเก่าแก่ของกษัตริย์แห่งประเทศเนปาล, หนุมานโดก้า, กาฐมณฑป, วัดเทพธิดา กุมารี (ตามความเชื่อของชาวเนปาลนั้น กุมารีคือตัวแทนแห่งพระอุมาเทวี เป็นเทพบริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดโลกมนุษย์ ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากเด็กหญิงอายุ 3-5 ปีจากตระกูลศากยะหรือตระกูลของพระพุทธเจ้าเท่านั้น สืบเนื่องกันมากว่า 2,000 ปีโดยไม่ขาดสาย ต้องผ่านการทดสอบและตรวจดวงชะตาจนครบถ้วน ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการอันเชิญไปพำนักที่วังกุมารีเป็นการถาวร จนกว่าจะมีรอบเดือนหรือมีเลือดออกจากเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม นับเป็นการสิ้นสุดภารกิจการดำรงตำแหน่งกุมารี) หลังจากนั้นนำท่านชม วัดปศุปฏินาถ Pashupathinath Temple สร้างในสมัยกษัตริย์แห่งราชวงศ์มลละ เพื่อถวายแด่พระศิวะในภาคขององค์ปศุปฏินาถ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำภัคมาตี Bagmati River ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เปรียบเทียบเสมือนแม่น้ำคงคาแห่งเมืองพาราณสี เพราะแม่น้ำสายนี้จะไหลไปรวมกับแม่น้ำคงคานั้นเอง วัดนี้มีหลังคาทำด้วยทองซ้อนกัน 2 ชั้น และประตูเงิน ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดวัดหนึ่งในศาสนาฮินดูของเนปาล ได้รับขึ้นทะเบียนมรดกโลก จากนั้นนำท่านไปสักการะ มหาเจดีย์โพธินาถ Bouddhanath เจดีย์พุทธ และเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล บนเจดีย์มีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า (Wisdom Eyes) ทั้งสี่ทิศ บริเวณรอบวัดเป็นแหล่งชุมชนของชาวพุทธมหายานจากทิเบตที่อพยพเข้ามาเมื่อปีพ.ศ. 2502 จึงจะเห็นพระทิเบตและคนทั่วไปยืนแกว่งล้อมนต์พร้อมกับสวดมนต์อยู่ทั่วไป องค์การยูเนสโกขึ้นได้ทะเบียนสถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปีพ.ศ. 2522 ด้วยเช่นกัน เลือกซื้อของที่ระลึกจำหน่ายโดยรอบพระเจดีย์ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์จากธิเบต
 
เย็น นำท่านเช็คอินที่โรงแรม แล้วอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งย่านถนนทาเมล (Thamel) ย่านของชาวต่างชาติมีร้านขายของมากมาย ณ ถนนแห่งนี้ใน สมัยช่วงปี ค.ศ.1970 ชาวอเมริกันและยุโรปที่เรียกตัวเองว่า “บุปผาชน หรือ ฮิปปี้” ได้มารวมตัวกันถนน แห่งนี้เพื่อวางแผนต่อต้านและประท้วงสงครามเวียดนามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบันยังคงเป็น ถนนที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกสำหรับนักเดินทางทั่วโลก, นำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงใน ประเทศเนปาล อาทิเช่น “มีดกูรข่า” ของนักรบกูรข่า, ปลอกหมอนที่มีลวดลายแปลกตา ฯลฯ ซึ่งมีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ
 
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง) พร้อม ชมโชว์วัฒนธรรมสาวเนปาลี พักที่ Himalaya Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 2 เที่ยวบินชมเอเวอร์เรสท์ – ลลิตาปูร์ – ภัคตาปูร์ – ธุลิเกล
เช้าตรู่ สำหรับท่านที่ต้องการบินเที่ยวบินพิเศษกับ Buddha Air ให้ประสบการณ์สุดพิเศษ สัมผัสเทือกเขาหิมาลัย และยอดเขาเอเวอร์เรสท์ที่สูงที่สุดในโลก (สูง 8,848 เมตร) อย่างใกล้ชิด ขึ้นเครื่องเที่ยวบิน 6.30 น. เครื่องใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง (ค่าใช้จ่ายไม่รวมอยู่ในรายการ) หลังจากนั้นกลับมาร่วมกับคณะเพื่อร่วมโปรแกรมชมเมืองปาทาน หรือ ลลิตาณปูรืต่อไป ลลิตาปูร์ Lalitapur หรือ ปาทาน Patan เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำภัคมาตี อยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 5 กิโลเมตร สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ช่วงศตวรรษที่ 3 ได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงกาฐมาณฑุได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งความงาม (City of Beauty) มีชื่อเสียงทางศูนย์กลางงานหัตถศิลป์ของชาวทิเบตอพยพ และเรื่องพระพุทธรูป นับเป็นนครโบราณที่ยังมีชีวิต ภายในเมืองเต็มไปด้วยวัดทางศาสนาฮินดูและสิ่งปลูกสร้างในพุทธศาสนา เมืองลลิตาปูร์นี้นับเป็นผลงานสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองชิ้นเอกแบบเนวารี มีถนนโบราณตัดตามแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก แบ่งเมืองออกเป็น 4 ส่วน โดยมีจัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์และพระราชวังปะฏันเป็นศูนย์กลาง บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านชม เมืองลลิตาปูร์ (Lalitapur) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองปาทาน” Patan เมืองแห่งศิลปะอันวิจิตรงดงามที่สำคัญ1ใน 4 เมืองแห่งหุบเขากาฐมาณฑุที่เป็นหุบเขามรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ชม จัตุรัสปาทาน ดูร์บาร์ (Patan Durbar Square) ที่ประกอบไปด้วย พระราชวังโบราณปาทาน Patan Palace ต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมแบบศิขะระ (Shikhara style) ของเนปาล วัดมหาพุทธะ (Mahabuddha) วัดพุทธแห่งนี้สร้างจากดินเหนียวสีแดง มีพระพุทธรูปสลักขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับพันๆ องค์ตั้งประดิษฐานอยู่ โบสถ์ที่เก่าแก่มีชื่อเสียงในด้านแกะสลักที่ประณีตงดงามนอกจากนี้ อาคารโดยรอบจัตุรัสเป็นบ้านเรือนประชาชนที่แกะสลักบานประตูและหน้าต่างอย่างสวยงามอีกด้วย หลังจากนั้นเดินทางไปเมืองภัคตาปูร์
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารในเมืองภัคตาปูร์ เมืองภักตาปูร์ Bhaktapur หรือ “ภาควัน Bhadgaon” ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,401 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตารางไมล์ ภักตะปุร์หรือเมืองแห่งผู้มีจิตศรัทธา (City of Devotees) ซึ่งยังคงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในยุคกลาง มีร่องรอยความรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรมและศิลปะ เสน่ห์ของเมืองคือวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ดำรงอยู่รวมกับ อาณาจักรโบราณอย่างกลมกลืนสามารถพบเห็นสิ่งสะท้อนชัยชนะในอดีตของผู้ครองนครมัลละได้ที่จัตุรัสภักตะปุร์ ดูร์บาร์ ที่ซึ่งทำเครื่องปั้นดินเผาและงานทักทอเป็นอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมที่สำคัญ ภักตะปุร์มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักไม้และทำภาควันโตปี หรือหมวกแก๊ป (Bhadgaonle Topi Cap) เมืองนี้อยู่ห่างจากรุงกาฐมาณฑุ ไปทางตะวันออกประมาณ 14 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้โดยรถโดยสารประจำทางและรถรางไฟฟ้า การเข้าสู่เมืองต้องซื้อตั๋วผ่านประตูด้วย ชมเมืองมรดกโลก ภักตาปูร์ (Bhaktapur) ซึ่งมีความสำคัญและสวยงาม ชมอาคารบ้านเรือนที่แกะสลักด้วยไม้อายุกว่า 400 ปี เมืองหลวงที่เก่าแก่แห่งที่ 2 ชม จัตุรัสภักตะปุร์ ดูร์บาร์ (Bhaktapur Durbar Squrae) ที่ตั้งของหมู่พระราชวัง วิหารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในศิลปะสกุลช่างเนทาวารีแท้เริ่มต้นที่ประตูทองคำ (Sun Dhaka หรือ Golden Gate) เป็นทางเข้านำไปสู่ลานของพระราชวังนามว่า พระราชวัง 55 พระแกล ประตูทองคำสร้างโดยกษัตริย์รานจิต มัลละ (King Ranjit Malla) เป็นประตูที่มีการแกะสลักงดงามและสมบูรณ์ที่สุดในโลก มีการประดับตกแต่งลวดลายของเหล่าเทพและอสูรต่างๆ ไว้อย่างประณีต ช้อปปิ้งผ้าพาสมิน่าผ้าคลุมไหล่ที่ทอจากขนของแพะภูเขา จากนั้นนำท่านเดินทางไปเมืองธุลิเกล (Dhulikhel) เมืองโบราณนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันออกราว 30 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 1,440 เมตรโดยอยู่รอบข้างๆ อาร์นิโก ราชมรรคา (Arniko Rajmarga) ซึ่งเป็นทางหลวงระหว่างกรุงกาฐมาณฑุกับโคทารี (Kathmandu-Kodrari Highway) เมืองธุลีเกลของชาวเนวารีแห่งนี้ยังมีบรรกาศแบบดั้งเดิม รวมถึงทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ เนื่องจากการที่เคยเป็นเส้นทางการค้าในสมัยโบราณไปสู่ทิเบต อดีตอันยิ่งใหญ่ของเมืองนี้สะท้อนให้เห็นในอาคารที่สวยงาม และงานไม้แกะสลักที่ประณีตตามข้างถนนและในวัดนอกจากนี้ยังมีอากาศดี (แม้ในช่วงหน้าร้อน) ปัจจุบันเป็นเมืองตากอากาศบนเขา ให้ท่านเพลิดเพลินกับขุนเขารอบด้านพร้อมธรรมชาติสวยงามยามเย็น
 
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
 

วันที่ 3 กาฏมาณฑุ - โคดารี – จางมู่ – นียาแลม – ติงยื่อ
เช้า ตื่นแต่เช้าตรู่ ทานอาหารเช้าที่โรงแรม แล้วออกเดินทางไปตามทางหลวงอารนิโก้ สู่เมืองโคดารีชายแดนเนปาล-ทิเบต (98 ก.ม. 4 ชั่วโมง) ชมภูมิทัศน์ระหว่างสองของทางชนบทเนปาล ถึงเมืองโคดารี Kodari ชายแดนเนปาล-ธิเบตก่อนบ่ายโมง ไปสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจางมู Zhangmu บอกลาไกด์เนปาลที่นี่ มีลูกหาบช่วยแบกของให้เพื่อผ่านพิธีการเข้าเมือง เดินข้ามสะพานมิตรภาพผ่านพรมแดนที่มีแม่น้ำขวางกั้น ทางการจีนไม่อณุญาติให้ถ่ายรูปหรือบันทึกภาพใดๆ ระหว่างผ่านแดน มิฉนั้นอาจถูกยึดอุปกรณ์บันทึกภาพ จางมู Zhangmu เป็นเมืองชายแดนธิเบต-เนปาลของจีน ศูนย์กลางการค้าของย่านนั้น มีสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือนอัดแน่นกันบยยอดเขามีป่ารกทึบกั้นอาณาเขตระหว่างธิเบต และเนปาล โดยมีแม่น้ำโบท โกสี เป็นพรมแดน
 
บ่าย พบกับไกด์ชาวธิเบต แล้วเดินทางด้วยรถยนต์สู่ที่ราบสูงที่สูงที่สุดในโลก จะได้พบกับวิวทิวทัศน์ในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของทิเบตที่จะไม่เคยพบมาก่อน ตามถนนที่เลียบไปตามหุบเขาลึกของแม่น้ำโบท โกสี มีน้ำตกและต้นโรโดเดนดรอนให้ชมตลอดทาง จนถึงเมืองนียาแลม ที่ช่องเขานียาแลม Nyalam pass เป็นเมืองหยุดพักสำหรับรถจี๊ปและรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่วิ่งระยะทางไกลมาตลอดเส้นทางมิตรภาพ จีน-เนปาลที่ระดับความสูง 3,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ระหว่างการเดินทางไปติงยื่อ หยุดแวะนมัสการวัดมิลาเรปะ และถ้ำที่ท่านมหาสิทธาธิเบต มิลาเรปะเคยนั่งบำเพ็ญเพียร ที่วัดนี้มีรูปปั้นของคุรุปัทมะสัมภาวะ และท่านมิลาเรปะให้สักการะ จากนั้นเดินทางขึ้นสู่ช่องเขา ลาลุง ลา Lalung La ที่ระดับความสูง 5,124 เมตร และช่องเขาวซุง ลา Shung La 5,200 เมตร จากจุดนี้สามารถมองเห็นวิวแบบพาโรนามาของเทือกเขาหิมาลายา ที่มียอดเขาชิชาปังมา Shishapangma (หรือ โกเซนทาน Gosainthan ในภาษาเนปาล) ทางทิศตะวันออก และยอดเขาสูงในเยปาล ได้แก่ยอดเขา ลาถัง ลิรุง Langtang Lirung และจูกอล หิมาล Jugal Himal เการิชังเกอร์ Gaurishanker รวมถึงภูเขาเอเวอร์เรสต์อีกด้วย จนถึงเมืองติงยื่อ Tingri (218 ก.ม. 5 ชั่วโมง)
 
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรมเมืองติงยื่อ เข้าพักที่โรงแรม พักที่ Snow Leopard Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 ติงยื่อ – รงบุค – เซการ์
เช้า หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางต่อไปยังวัดรงบุค Rongbuk Monastery ซึ่งเป็นทางแยกเข้าไปสู่เอเวอร์เรสต์ เบสแคมป์ ฝั่งธิเบต ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Qomolangma National Nature Preserve มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า North Face จากติงยื่อไปวัดรงบุคเหลือระยะทางราว 130 กิโลเมตร โดยจะวิ่งผ่านช่องเขาปางลาพาส Pang-la Pass 5,200m จะได้พบเห็นทิวทัศน์ระหว่างจุดตัดของทะเลทรายและเทือกเขาหิมาลัย จากวัดรองบัค สามารถมองเห็นยอดเขาสูงกว่าระดับ 8,000m เรียงตัวกันเป็นแนวยาว นับจากยอดเขามากาลู Makalu 8,463m, ยอดเขาลอตเซ Lhotse 8,516m, ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ Everest 8,848m, และยอดเขาโช-โอยุ Cho-Oyu 8,201m เดินทางต่อไปยังเบสแคมป์ ระยะทางราว 8 กิโลเมตร หากเดินทางโดยรถจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่หากนั่งรถม้าเข้าไปจะใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง ที่เบสแคมป์จะมองเห็นธารน้ำแข็งที่เชิงเขาเอเวอร์เรสต์ มีลักษณะคล้ายเจดีย์น้ำแข็งสูงท่วมหัว โดยรอบเบสแคมป์จะเป็นที่ราบสลับเนินเขา
 
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่รงบุค หลังจากนั้นเดินทางไปเมืองเซการ์ ตามเส้นทางสายมิตรภาพผ่านเทือกเขาหิมาลายาช่วงที่มีทิวทัศน์มหัศจรรย์ ชมยอดเขามากาลู Makalu ถึงชิชาปังมาShishapangma ผ่านช่องเขาปางลา Pang La 5150 เมตร จนถึงเมือง เซการ์
 
ค่ำ รับประทานอาหารเที่ยงที่โรงแรมในเมืองเซการ์ พักที่ Qomolangma Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 เซการ์ – ชิกัทเซ่
เช้า รับประทานอาหารเช้า แล้วเดินทางต่อสู่เมืองซีกัตเซ่ เดินทางผ่านวัด Lonely Monastery ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา และค่ายของชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน ข้ามผ่านจุดสูงสุดของเส้นทางทริปนี้ที่ เกียมโซ่ ลา Gyamtso La 5220 เมตร ผ่านภูมิทัศน์งดงามของธิเบต ผ่านทางแยกที่จะไปภูเขาไกรลาศที่เมืองลัทเซ
 
เที่ยง ทานอาหารกลางวันที่บ่อน้ำพุร้อนเมืองลัทเซ่ Lhatse
 
บ่าย เดินทางต่อไปเมืองชิกัทเซ่ หากมีเวลาเหลือ (ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและเวลา) แวะเข้าชมวัดศากยะ Sakya Monastery 26 กม. แยกจากทางหลวงสายหลัก) วัดศากยะเป็นหนึ่งในวัดธิเบตโบราณ ที่มีเอกลักษณ์ใช้กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่ค้ำยันหลังคาของโถงอาคาร จากนั้นเดินทางผ่าน ช่องเขากัตโชลาพาส Gyatsola pass ที่ระดับความสูง 5,220 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางทั้งหมด จนถึงเมืองชิกัทเซ่ Shigatse ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในธิเบตและเป็นที่ประทับขององค์ ปันเชน ลามะ Panchen Lama เที่ยวชมเมืองซิกัตเซ่ ในศตวรรษที่ 15 เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเล็กๆแห่งหนึ่ง ชิกัทเซตั้งอยุ่ในจุดที่แม่น้ำสำคัญสองสายของธิเบตคือ แม่น้ำยาลุง ซังโป Yarlung Tsanpo หรือแม่น้ำพรหมบุตร และแม่น้ำยันชู Nyanchu มาบรรจบกัน และดูเหมือนว่าอิทธิพลจากจีนแผ่นเข้ามาน้อยมาก ความรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตเคยมีอารามถึง 15 อาราม ปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แต่ที่สำคัญคือ วัดเพลกอร์ Pelkor Chode Monastery อันมีสถูปคุมบุม Kumbum ที่ใหญ่ที่สุดในธิเบต เป็นศาสนสถานสำคัญ ชม วัดตาชิลุนโป Tashilhunpo Monastery อารามแห่งนี้ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 1990 โดยมีพระซองขปะ Genden Drup ซึ่งถือเป็นดะไลลามะพระองค์แรกเป็นผู้ก่อตั้ง ปันเชนลามะถือเป็นตำแหน่งสำคัญอันดับสองรองจากดะไลลามะอีกที เปรียบเสมือนผู้สำเร็จราชการในช่วงรอการกลับชาติมาเกิดของดะไลลามะองค์ต่อไป
 
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่ที่พัก พักที่ Shigatse Manasarova Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 ชิกัทเซ - เซทัง
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ที่พัก แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองเกียนเซ่ Gyantse ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และศูนย์กลางการค้าที่สำคัญระหว่างที่กองคาราวานการค้าของธิเบต กับจักรวรรดิอังกฤษ และอินเดีย ในศตวรรษที่ 15 เกียนเซ่เคยเป็นราชอาณาจักรอิสระ
 
เที่ยง ทานอาหารกลางวันที่เมืองเกียนเซ่
 
บ่าย เดินทางต่อไปยังเมืองเซทัง Tsetang (300 ก.ม. 6 ชั่วโมง) ระหว่างทางจะเห็นธารน้ำแข็งขนาดมหึมาจากเทือกเขาโนจิน คังซัง Nojin Kangtsang 7,191 เมตร ห่างออกไปจากถนนเพียงไม่กี่ร้อยเมคร
 
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่ที่โรงแรมในเมืองเซทัง พักที่ Yarlung River Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 เซทัง – ลาซา
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ที่พัก เมืองเซทัง จุดเริ่มต้นของอารยธรรมธิเบต เรียนรูเรื่องราวของราชวงศยาลุง และประวัติศาสตร์ ชมพระราชวังยัมบุลาคัง Yongbulakang Palace พระราชวังแห่งแรกของธิเบตตั้งอยู่บนเนินเขา เดินทางไปสักการะตาราทังกาทำดวยไข่มุกและรูปบูชางดงามของพระแม่ตาราและพระคุรุปทมสัมภวะ ณ วัดทรันทรุก Tandruk Monastery วัดเก่าแก่สร้างในสมัยกษัตริยซงซัน กัมโป (ศ. 7) ในป 2545 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ เสด็จเยี่ยมชมวัดนี้และได้พระราชทานของขวัญแกวัดซึ่งทางวัดยังคงบูชาอยูจนทุกวันนี้ จากนั้นเยือนวัดซัมเย (Samye) วัดแรกที่พระคุรุปทมสัมภวะเป็นผู้สร้างในศตวรรษที่แปดในรัชสมัยของกษัตริย์ตรีซง เตเซน ซัมเยเป็นศูนย์รวมจิตใจของผูปฏิบัติธรรมทุกนิกาย มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นดวยการผสมผสานศิลปะทิเบต จีน และอินเดีย การก่อสรางของวัดนี้ใช้แนวคิดเกี่ยวกับมันดาลา (พุทธเกษตร) โดยมีพระอุโบสถเปนอาคารหลัก เปรียบเป็นเขาพระสุเมรุ และรายลอมดวยพระสถูปทั้งสี่ดานแทนทวีปทั้งสี่
 
เที่ยง ทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารในเมืองเซทัง
 
บ่าย หลังอาหารเที่ยง เราจะเดินทางสู่กรุงลาซา เมืองหลวงของทิเบต ผ่านวิวทิวทัศน์ที่สวยงามประทับตาตรึงใจ ผ่านช่องเขาต่างๆ เช่น คาโรลา คัมบาลา แวะแวะถ่ายรูปทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ยัมดร๊อก-โซ Yamdrok lake 4,488 เมตร ทะเลสาบสีเทอร์คอยซ์ เรียบไปกับถนนทางขึ้นเขารวมระยะทางหลายร้อยเมตร คดเคี้ยวคล้ายรูปแมงป่อง ทะเลสาบแห่งนี้เป็น 1 ใน 4 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ (อีก 3 แห่งคือ ลาโม ลาโซ Lhamo La-tso, ,มันสาโรวา Manasarovar และ นัมโซ Nam-Tso) ข้ามแม่น้ำยาร์ลุง ซังโป Yarlung Tsangpo หรือแม่น้ำพรหมบุตร BramaPutra อันมีต้นกำเนิดมาจากเขาไกลลาศ และสักการะพระพุทธรูปแกะสลักที่หนาผา และเข้าสู่เมืองหลวงของเขตปกครองพิเศษธิเบต
 
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาสัย พักที่ Thangka Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 8 ลาซา – โปตาลา – วัดโจคัง – วัดเสรา – ตลาดบาฆอร์
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่สุดของ ลาซา พระราชวังโปตาลา Potala Palace หรือปู้ตาลากง พระราชวังฤดูหนาวของดาไลลามะ ประมุขสูงสุดของศาสนาพุทธในทิเบตที่ใหญ่โต อลังการและสามารถมองเห็นได้จากทุกหนทุกแห่งในลาซา คำว่า “โปตาลา” มาจากภาษาอินเดียโบราณหมายถึง ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์ โปตาลา สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 13 โดยพระเจ้าซองเซ็น กัมโป โปรดให้สร้างบนเนินเขาแดง พร้อมกับการสร้างพระอารามโจคัง พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของกษัตริย์เรื่อยมา จนถึงรัชสมัยของพระเจ้าซองขปะ (Tsongkhapa) พุทธศตวรรษที่ 20 ผู้ทรงสถาปนานิกายเกลุกปะ (Gelugpa) หรือ นิกายหมวกเหลือง และทรงเริ่มมีตำแหน่งดะไลลามะขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งตำแหน่งนี้เปรียดดังสังฆราชา พระราชวังจึงกลายเป็นพระอารามหลวงไปโดยปริยาย ตัวพระอารามได้รับการบูรณะหลายครั้ง การบูรณะต่อเติมครั้งใหญ่ในสมัยของดะไลลามะองค์ที่ 5 ผู้ซึ่งได้รับยกย่องว่าสร้างความแข็งแกร่งก้าวหน้าให้แก่ประเทศ แต่เกิดสวรรคตในระหว่างนั้น (พ.ศ.2225) เพื่อมิให้เกิดความแตกแยกในประเทศ ข่าวการสวรรคตถูกปิดอยู่นานถึง 15 ปี จนการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระราชวังแห่งนี้แบ่งนับได้ 13 ชั้น บนความสูง 700 เมตร หรือจากระดับน้ำทะเล 1,220 เมตร ยาวประมาณ 300 เมตร อาคารถูกแบ่งสีตามลักษณะการใช้งานคือ สีแดง ขาว และเหลือง นับได้ถึง 1,000 ห้อง ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพแม้แต่ห้องเดียว จากนั้นเดินทางสู่ จักโปรี Chakpori เนินเขาศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผามีภาพวาดพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า Medical Buddha รายล้อมด้วยภาพพระพุทธรูป คำสวด แกะสลักอยู่บนก้อนหินนับร้อยสีสันสดใส ชมวิถีชีวิตกลุ่มช่างสลักหินมณีที่แกะได้ทั้งรูปพระแม่ตารา ดวงตาธรรมแบบเนปาลหรือบทสวดมนต์โอม มณี เป เม หุม
 
เที่ยง รับประทานอาหารจีน ที่ภัตตาคารในบริเวณจตุรัสบากอร์
 
บ่าย เยือนวัดโจคัง Jokhang Temple วัดเก่าแก่อันเป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาของชาวธิเบต มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี และได้รับเกียรติขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นวัดที่รวบรวมศิลปสถาปัตยกรรมของจีน ธิเบต เนปาลและแคชเมียร์ สร้างขึ้นในช่วงที่มีการอภิเษกสมรสของกษัตริย์ซองเซนกับมเหสีชาวต่างชาติชาวจีน และได้มีการนำพระพุทธรูปเข้ามายังธิเบต วัดโจคังตั้งอยู่ใจกลางตลาดบาร์ฆอร์ ซึ่งมีวิถีชีวิตของชาวธิเบตอันเต็มไปด้วยความตื่นตา สักการะพระพุทธรูปโจโวริมโปเช ซึ่งเป็นรูปแทนพระพุทธเจ้าศากยมุนี ซึ่งชาวธิเบตเคารพบูชาสูงสุด ให้ท่านช้อปปิ้งซื้อสินค้าพื้นเมืองและเดินชม ถนนบาร์ฆอร์ ที่ล้อมรอบวัดเจ่อปัง ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวธิเบต จากนั้นชม วัดเสรา Sera Monatery ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาตาติปู บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของกระท่อมที่พระซองฆะปะศึกษาธรรมและปฎิบัติกรรมฐานทางเหนือของเมืองลาซาขึ้นไป สร้างโดยศิษย์รูปหนึ่งของท่านซองฆะปะเมื่อปี ค.ศ. 1419 (ซองฆะปะเป็นผู้ปฏิรูปและก่อตั้งพุทธศาสนาลัทธิเกลุคปะ หรือ นิกายคุณธรรม ตามประวัติเล่ากันว่าซองฆะปะคือพระอาจารย์ขององค์ดาไลลามะที่ 1) เป็นอารามที่รู้จักกันดีทั่วทิเบต อาคารหลักๆ ของอารามยังคงอยู่ในสภาพดี เนื่องจากไม่ถูกทำลายลงในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม ทุกๆ วันช่วงบ่ายแก่จะมีการฝึกฝนทางธรรมโดยการใช้การตั้งและตอบคำถาม โดยลามะแต่ละรูปจะมารวมตัวที่ลานวัดเพื่อทดสอบพระธรรมในรูปแบบการตั้ง “ ปุจฉา และ วิสัชนา”
 
เย็น แวะตลาดแปดเหลี่ยมหรือตลาดปาเจียวเจีย ที่นี่จะมีลานปูนกว้างขวางมีร้านแผงลอยตั้งติดกันยาวเป็นแถบ ขายสินค้าพื้นเมืองธิเบต พร้อมรับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารในบริเวณตลาดปาเจียวเจีย พักที่ Thangka Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 9 วัดกันดัน - วัดเดรปุง – พระราชวังฤดูร้อน นอร์บูลิงก้า
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ วัดกันดัน Gandan Monastery (53 กม.) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของนิกายเกลุกปะ ก่อตั้งโดยท่านซองกะปะ ขึ้นในปี 1409 ในสมัยราชวงศ์หมิง ห่างจากกรุงลาซาประม่ณ 40 กิโลเมตร เคยเจริญรุ่งเรืองและมีลามะจำพรรษาอยู่เกือบ 4,000 รูป ปัจจุบันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมของทิเบต
 
เที่ยง อาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารธิเบต
 
บ่าย นมัสการ วัดเตรปุง Drepung Monastery หรือ วัดเจ่อปัง อยู่ทางตะวันตกของเมืองลาซา สร้างโดยดาไลลามะองค์ที่ 3 เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุคที่พุทธศาสนาของธิเบตรุ่งเรืองสุดขีด เคยมีพระลามะอยู่รวมกันเป็นหมื่นองค์ ภายในประกอบด้วยสำนัก 7 สำนัก มีโรงเรียนที่ดินสำหรับเพาะปลูกและข้าทาสบริวาร เป็นที่ตั้งศูนย์พยากรณ์แห่งธิเบต เป็นสถานที่พระสงฆ์ และสามัญชนสามารถเข้ารับการอุปสมบทเป็นนักบวชพยากรณ์ได้ เป็นการพยากรณ์แบบเข้าทรง นักบวชพยากรณ์รุ่นสุดท้ายได้ลี้ภัยไปยังอินเดีย พร้อมกับองค์ดาไลลามะและมรณภาพที่นั่น เป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเวลานาน อารามเตรปุงเคยเป็นที่พำนักขององค์ดาไล ลามะก่อนที่พระตำหนักโปตาลาจะสร้างเสร็จสมบูรณ์(ในช่วงสมัยดาไลลามะองค์ที่ 5) มีสถูปพระศพขององค์ดาไลลามะองค์ที่ 2 ที่ 4 ตั้งอยู่ในอาราม จากนั้นเดินทางไปชม พระราชวังฤดูร้อนนอร์บูลิงก้า Norbu Lingka Palace หรือตำหนักสวนอัญมณี มีเนื้อที่กว้างใหญ่มากๆ สร้างโดยองค์ดาไลลามะที่ 7 เพื่อเป็นที่พักในยามชรา ต่อมาลามะองค์ต่อๆ มาได้สร้างต่อเติมภายในพระราชวังแห่งนี้จนมี 370 ห้อง รวมทั้งตำหนักของดาไลลามะองค์ที่ 14 ที่ใช้เงินส่วนตัวสร้างขึ้น และได้ประทับอยู่ 2 ปี ก่อนลี้ภัยไปอินเดีย ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้เปิดเป็นสวนสาธารณะ เป็นที่พักผ่อนของประชาชน
 
เย็น รับประทานอาหารเย็นแบบธิเบต พักที่ Thangka Hotel หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 10 ลาซา – เฉิงตู – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม และเดินทางไปสนามบินลาซา
 
10.45 น. เดินทางสู่เมืองเฉิงตู โดยสายการบินเสฉวนออร์ไลน์ เที่ยวบิน 3U8658
 
12.40 น. ถึงเมืองเฉิงตู รอเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพ
 
15.05 น. เหินฟ้าสู่กรุงเทพ โดยการบินไทย เที่ยวบิน TG 619
 
17.20 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
 


Gallery : ทัวร์เนปาล สู่ ธิเบต ผ่านเอเวอร์เรสท์เบสแคมป์ 10 วัน

ค่าบริการรวม

• ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ
• ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
• ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
• ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
• ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์

ค่าบริการไม่รวม

• ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ
• ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
• ค่าทิปมัคคุเทศน์ท้องถิ่น คนขับรถ และ พนักงานยกกระเป๋า $3 ต่อวันเดินทาง

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

การจอง และชำระเงิน กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ
ท่านละ 20,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 14 วัน

ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ ดังรายละเอียดดังนี้
ชื่อบัญชี นายอภิวัฒน์ จิตต์ปรารพ (หรือสั่งจ่ายเช็ค)
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 118-5-07988-4 สาขา สีลม ประเภทบัญชี ออมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 065-2-44652-1 สาขา สีลม ประเภทบัญชี ออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 602-2-02988-4 สาขา สีลม ซ.22ประเภทบัญชี ออมทรัพย์

หมายเหตุ
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
• หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
• รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่ง
กับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
• สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
• กระเป๋าใบใหญ่ น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม หากเกิดกรณีเสียหายหรือสูญหาย อันเกิดจากของทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะ รับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายนั้น ไม่เกิน 10,000 บาท และทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบความเสียหายและสูญหายสำหรับกระเป๋าใบเล็กที่ถือติดตัวไปกับลูกค้า

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

การยกเลิก
• ยกเลิกก่อนการเดินทางมากกว่า 20 วันทำการ เก็บ 50% ของเงินมัดจำ
• ยกเลิกก่อน 15-20 วันทำการ เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน 8-14 วันทำการ เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน 1-7 วันทำการ เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

*** ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใด อันเกิดมาจากความล่าช้าของสายการบิน, เหตุการณ์ทางการเมือง, สภาพดินฟ้าอากาศ, การปฏิเสธการเข้าเมือง ทั้งนี้บริษัทจะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter