ทัวร์อาระเบีย : แกรนด์ตุรกี 8 วัน (พัก 5 ดาว)

Turkish Airlines

แกรนด์ตุรกี 8 วัน (พัก 5 ดาว)


ราคา 62,900 บาท

***เดินทางในช่วงสงการนต์วันที่11 – 18 /13 – 20เมษายน 2556.. ราคา 66,900 บาท ** อิชเมียร์ – เอฟฟิซุส – บ้านพระแม่มารี – คูซาดาซึ – ปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย) – คอนย่า - พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า คาราวานสไรน์ – คัปปาโดเกีย – นครใต้ดินไคมัคลี – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ – อิสตันบูล – สุเหร่าสีน้ำเงิน ฮิปโปโดม – โบสถ์เซ็นต์โซเฟีย - อ่างเก็บน้ำใต้ดิน - พระราชวังทอปกาปึ - พระราชวังโดมาบาชเช่ ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Private Boat)

เดินทาง :
tag :
ตรุกี


รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพมหานครฯ – อิสตันบูล
20.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอิน U (แถว U 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
 
23.30 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ บริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
 

วันที่ 2 อิชเมียร์ – คูซาดาซึ – บ้านของพระแม่มารี – เมืองโบราณเอฟฟิซุส
05.40 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่อาคารผู้โดยสารในประเทศ เพื่อบินสู่เมืองอิชเมียร์ (Izmir) โดยเที่ยวบิน TK2312 (กระเป๋าเดินทางทำการส่งต่อไปยังสนามบินภายในประเทศโดยอัตโนมัติ Check through)
 
08.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล (IST) สู่สนามบินเมืองอิชเมียร์ (ADB) โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส มีบริการอาหารค่ำบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชม.)
 
09.05 น. เดินทางถึงสนามบินอิชเมียร์ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) ซึ่งเป็นเมืองอาณาจักรโรมัน (ต่อมาหลังจากยุคกรีก) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้น ในอดีตเอฟฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมันในคาบสมุทรอนาโตเลีย เป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน เมืองเอฟฟิซุสมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ซากเมืองที่เห็นในปัจจุบันมีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อาจจะเป็นรองแค่ปอมเปอีเท่านั้น นำท่านเข้าชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านชม วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน (Temple of Hadrian) ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งของโรมัน ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ด้านหน้าสร้างเป็นเสาโครินเธียน 4 ต้น คู่กลางรองรับโค้งครึ่งวงกลมที่เรียงอย่างสวยงาม โค้งด้านหลังมีภาพแกะสลักเป็นรูปนางเมดูซ่า หัวเป็นงู นำชมอาคารที่โดดเด่นที่สุดจนเป็นสัญลักษณ์ของเอฟฟิซุสคือ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) เป็นอาคารสองชั้น ด้านหน้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้า ห้องสมุดนี้สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 114 โดย ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา (Julius Aquila) เพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่พ่อของท่านซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ ด้านหน้ามีรูปปั้นของเทพี 4 องค์ ได้แก่ Sophia (wisdom - ปัญญา), Arete (virtue - ความดี), Ennoia (thought - ความคิด), Episteme (knowledge - ความรู้) จากนั้นนำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอฟฟิซุสคือ โรงละคร (Great Theatre) ซึ่งสร้างโดยการสกัดไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถบรรจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น เดิมสร้างตั้งแต่สมัยกรีกโบราณโรมันมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น
 
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหารย์ โดยแม่ชีตาบอด ชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช (Anna Catherine Emmerich, ค.ศ. 1774-1824) ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่ง พระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือน ด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อกที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน ได้เวลานำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พักแบบบุฟเฟ่ต์ นำท่านเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว FANTASIA DELUXE HOTEL ***** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 3 คูซาดาซึ – ปามุคคาเล่ – ปราสามปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮียราโพลิส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านออกเดินทางสู่เมือง ปามุคคาเล่ (Pamukkale) (ระยะทาง 185 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชม.) คำว่า “ปามุกคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง Cotton และ Kale หมายถึง Castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัว แข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพลิสได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
 
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านเข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35.5 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมือง เฮียราโพลิสล้อมรอบ นำท่านชม นครโบราณเฮียราโพลิส ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก อย่างไรก็ตามนครแห่งนี้ซึ่งยังคงมีสถานที่สำคัญหลงเหลืออยู่คือ โรงละครแอมฟิเทียเตอร์ขนาดใหญ่ สร้างในสมัยจักรพรรดิเฮเดรียนในคริสต์ศตวรรษที่ 2 โดยโรงละครแห่งนี้ถูกดัดแปลงในคริสต์ศตวรรษที่ 3 สมัยพระเจ้าเซปติมิอุส เซเวรุส ให้มีลักษณะเหมือนในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าสามารถจุคนได้กว่า 10,000 คนในอดีตกาล จากนั้นนำท่านชมนีโครโพลิสหรือ สุสานโรมันแบบโบราณ ทางเข้ามีการสร้างประตูโดมินีเชียนคาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 3
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พักแบบบุฟเฟ่ต์ โรงแรมมีบริการสระว่ายน้ำซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ ให้เตรียมชุดว่ายน้ำ และหมวกว่ายน้ำ ไปด้วย นำท่านเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว PAM THERMAL HOTEL***** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 4 ปามุคคาเล่ – คอนย่า – คัปปาโดเกีย
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมือง คอนย่า (Konya) (ระยะทาง 387 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาค ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งตอนกลางของประเทศตุรกี
 
เที่ยง รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมือง คอนย่า (Konya) (ระยะทาง 387 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาค ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งตอนกลางของประเทศตุรกี
 
บ่าย นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana museum) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม เป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ (Whirling Dervishes) โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟานา เจลาเลดดิน ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก ระหว่างทางนำท่านชม “คาราวานสไลน์” ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทางของชาวเติร์ก เดินทางต่อสู่เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (ระยะทาง 180 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชม.) ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา รวมถึงท้องฟ้าสีสดใสสองข้างทาง
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก นำท่านเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว SUHAN HOTEL***** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 5 คัปปาโดเกีย – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม – นครใต้ดินไคมัครึ – อิสตันบูล
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่าน ชมเมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย(Cappadocia) เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า“ดินแดนม้าพันธุ์ดี” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี ได้เวลานำท่านเข้าชม นครใต้ดิน (Underground city of Kaymakli) ซึ่งเป็นเมืองใต้ดินที่มีครบทุกอย่าง ทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งสาเหตุแท้จริงของการสร้างเมืองใต้ดินปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าเป็นการสร้างเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู (โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน) แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นกลับถ่ายเทเย็นสบาย เนื่องจากเป็นหินภูเขาไฟ มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น
 
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (GOREME) เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 “เซนต์ปอล” เดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนว่าชาวโรมันผู้ปกครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำ ขุดพื้นดินลงไปเป็นอุโมงค์ เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ทำเป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมากกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ว่าปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ได้เวลานำท่านแวะชมโรงงานทอพรม โรงงานเซรามิค พร้อมเพลิดเพลินกับการจับจ่ายซื้อของฝากตามอัธยาศัย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองเนฟเชียร์
 
19.45 น. ออกเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK 2009
 
21.05 น. ถึงสนามบินเมืองอิสตันบูล *****นำท่านเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว TITANIC BUSINESS BAYRAMPASA***** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 6 พระราชวังทอปกาปึ – สุหร่าสีน้ำเงิน – โบสถ์เซนต์โซเฟีย –อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่านชมสนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ “ฮิปโปโดม”(Hippodome) หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิสสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้นคือ เสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่พาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สองคือ เสางู และเสาต้นที่สามคือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 จากนั้นนำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและใหญ่กว่า โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia) ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่าแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซนต์โซเฟีย อย่างไรก็ตาม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย (ST. Sophia) ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินของจักรวรรดิไบแซนไทน์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์ แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิส แต่ได้เปลี่ยน เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเตริ์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิสของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน (Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือ เสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่
 
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารจีน
 
บ่าย นำท่าน เข้าชมพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเบิลหรืออิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มารา ภายในพระราชวังประกอบด้วยตำหนักน้อยใหญ่ พลับพลา พระคลังมหาสมบัติ มัสยิส หอพัก โรงเรียน ฮาเร็ม ฯลฯ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ มาร์เกต (Spice Market) หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่างแอปปลิคอทหรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงระบำหน้าท้องอันเลื่องชื่อ Belly Dance *****นำท่านเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว TITANIC BUSINESS BAYRAMPASA***** หรือเทียบเท่า
 

วันที่ 7 อิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาชเช่ – ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม นำท่าน เข้าชมพระราชวังโดลมาบาชเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆและฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่
 
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
บ่าย นำท่านล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตรจนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้ และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ในปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็น พระราชวังโดลมาบาชเช่ หรือ บ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น จากนั้นนำท่านสู่ย่านการค้าชื่อดัง “แกรนด์บาร์ซาร์” ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลาง ค.ศ. 15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน (พิเศษ สำหรับลูกค้า ให้ท่านได้ชิมไอศครีมตุรกีอันเลื่องชื่อ ซึ่งมีขายเฉพาะในประเทศตุรกีเท่านั้น) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น แฟชั่นเครื่องหนังคุณภาพเยี่ยม ราคาย่อมเยา
 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารจีน
 
21.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองอิสตันบูล
 

วันที่ 8 กรุงเทพฯ
00.40 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TK 68 (บินตรง) (ใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง) **สายการบินมีบริการอาหารค่ำ และ อาหารเช้า
 
14.15 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)
 


Gallery : แกรนด์ตุรกี 8 วัน (พัก 5 ดาว)

ค่าบริการรวม

 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
 ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ
 ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปี)
 ค่าภาษีประเทศตุรกี, ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่), ค่าอาหารทุกมื้อ, น้ำดื่มบริการบนรถ 1 ขวดต่อวัน
 ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, พนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมและสนามบิน, ค่าเข้าชมสถานที่
 เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการไม่รวม

 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ค่าแฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุ
 ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น (2.5 USD/ท่าน/วัน), คนขับรถ (1.5 USD/ท่าน/วัน) (คิดเป็น 6 วัน รวมเท่ากับ 24 USD)
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ท่านละ 2.5 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 6 วัน เท่ากับ 15 USD)
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการจองทัวร์ และการชำระเงิน

การชำระเงิน งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 20,000 บาท / ท่าน ภายใน 3 วันหลังจากทำการจอง
งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ ดังรายละเอียดดังนี้
ชื่อบัญชี นายอภิวัฒน์ จิตต์ปรารพ (หรือสั่งจ่ายเช็ค)
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 118-5-07988-4 สาขา สีลม ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 065-2-44652-1 สาขา สีลม ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 602-2-02988-4 สาขา สีลม ซ.22 ประเภทบัญชี ออมทรัพย์
ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 022-0-12592-9 สาขา สีลม ประเภทบัญชี ออมทรัพย์
หมายเหตุ : อนึ่งกรุณาแฟกซ์หลักฐานการโอนเงินหรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ทราบถึงการโอนเงินของ
ท่านทางโทรศัพท์หากท่านไม่สามารถแฟกซ์ได้จักเป็นพระคุณยิ่ง

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 31วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้า) (สงกรานต์-ปีใหม่ 45 วัน)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 16-30 วัน หักค่ามัดจำ 10,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี) (สงกรานต์-ปีใหม่ 26-44 วัน)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-15 วัน หักค่ามัดจำ 10,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี) (สงกรานต์-ปีใหม่ 20-25 วัน)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 4-9 วัน หักค่าใช้จ่าย 50-75% ของค่าทัวร์ (สงกรานต์-ปีใหม่ 4-19วัน)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-3 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100%

เงื่อนไขอื่นๆ

• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทาง
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
• เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธ หรือ สละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธวีซ่า และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง
• ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
• *** ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเข้าประเทศตุรกีได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า และ สามารถพำนักอยู่ในประเทศตุรกี ได้สูงสุด 30 วัน***

   Thai Baht Exchange Rate
    Thai Baht Converter