แคชเมียร์ ทัชมาฮาล ชัยปุระ 10 วัน 2565 – 2566

แคชเมียร์-ทัชมาฮาล-ชัยปุระ 10 วัน 2565 - พักโรงแรม 4 +5 ดาว และ บ้านเรืออย่างดี 1 คืนในแคชเมียร์ - อาหารดี อาหารอินเดีย, จีน, ไทย - พิเศษ!! แถมรูปถ่ายของท่าน 1 รูป ในชุดพื้นเมืองที่สวนโมกุลในแคชเมียร์ หรือ ที่อนุสรณ์แห่งความรัก “ทัชมาฮาล” วันที่ 1 กรุงเทพฯ – เดลี 05.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 5 แถว K  เคาน์เตอร์สายการบิน Air India เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ 08.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI 333 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม.)  รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน 12.15 น. ถึงท่าอากาศยานอินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่นประเทศอินเดีย ช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง และเข้าที่พัก  
8 - 17 ตุลาคม 2565/ 15 - 24 ตุลาคม 2565/ 12 – 21 พฤศจิกายน 2565/ 3 - 12 ธันวาคม 2565/ 24 ธันวาคม - 2 มกราคม 2565
per person

สิกขิม-ดาร์จีลิ่ง 10 วัน 8 คืน 2020 (AI)

สิกขิม แผ่นดินในอ้อมกอดหิมาลัย เส้นทางสายธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของอินเดีย จนได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย กับวิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมะและทุ่งดอกไม้ เยือนเมืองดาร์จีลิ่ง... ราชินีแห่งขุนเขาสถานที่ตากอากาศที่โด่งดัง พักโรมแรมระดับมาตรฐาน 4 ดาว เมืองดาร์จีลิ่ง ราชินีแห่งของขุนเขา เมืองพักตากอากาศที่อากาศสดชื่นตลอดทั้งปี แหล่งผลิตชาที่ดีที่สุดในโลก ไทเกอร์ฮิล (Tiger Hill) ชมความงามของพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นเหนือเทือกเขาหิมาลัยที่สูงเสียดฟ้า ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก วัดกูม (Ghoom Monastery) วัดในพุทธศาสนานิกายมหายาน ตันตระ – วัชระแบบทิเบต ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของดาร์จีลิ่ง นั่งรถไฟ TOY TRAIN รถไฟหัวรถจักรไอน้ำขนาดเล็ก ที่วิ่งบนภูเขาสูงจนได้ได้รับให้เป็นมรดกโลก ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ฉางโก หุบเขายุมถัง (Yumthang Valley)“หุบเขาแห่งดอกไม้” สวิสเซอร์แลนด์แห่งสิกขิม เทือกเขาหิมาลัย ชมแสงอาทิตย์ที่ทอแสงผ่านสายหมอกที่พาดพันขุนเขาสูง ที่ภูเขาหิมะ ณ ซีโร่พอยท์ (Zero Point) ช้อปปิ้งถนนมหาตมคานธี มาร์ก หรือ ถนนเอ็มจีมาร์ก แช่น้ำพุร้อน ที่หุบเขายุมถัง ขี่จามรี สัตว์ประจำถิ่นที่อาศัยอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 – 6,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
16 – 25 ตุลาคม 2563/ 6 – 15 พฤศจิกายน 2563/ 2 – 11 ธันวาคม 2563/

สิกขิม-ดาร์จีลิ่ง 10 วัน 8 คืน 2020 (AI)

สิกขิม แผ่นดินในอ้อมกอดหิมาลัย เส้นทางสายธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของอินเดีย จนได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย กับวิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมะและทุ่งดอกไม้ เยือนเมืองดาร์จีลิ่ง... ราชินีแห่งขุนเขาสถานที่ตากอากาศที่โด่งดัง พักโรมแรมระดับมาตรฐาน 4 ดาว เมืองดาร์จีลิ่ง ราชินีแห่งของขุนเขา เมืองพักตากอากาศที่อากาศสดชื่นตลอดทั้งปี แหล่งผลิตชาที่ดีที่สุดในโลก ไทเกอร์ฮิล (Tiger Hill) ชมความงามของพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นเหนือเทือกเขาหิมาลัยที่สูงเสียดฟ้า ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก วัดกูม (Ghoom Monastery) วัดในพุทธศาสนานิกายมหายาน ตันตระ – วัชระแบบทิเบต ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของดาร์จีลิ่ง นั่งรถไฟ TOY TRAIN รถไฟหัวรถจักรไอน้ำขนาดเล็ก ที่วิ่งบนภูเขาสูงจนได้ได้รับให้เป็นมรดกโลก ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ฉางโก หุบเขายุมถัง (Yumthang Valley)“หุบเขาแห่งดอกไม้” สวิสเซอร์แลนด์แห่งสิกขิม เทือกเขาหิมาลัย ชมแสงอาทิตย์ที่ทอแสงผ่านสายหมอกที่พาดพันขุนเขาสูง ที่ภูเขาหิมะ ณ ซีโร่พอยท์ (Zero Point) ช้อปปิ้งถนนมหาตมคานธี มาร์ก หรือ ถนนเอ็มจีมาร์ก แช่น้ำพุร้อน ที่หุบเขายุมถัง ขี่จามรี สัตว์ประจำถิ่นที่อาศัยอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 – 6,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
30 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2563/

ราชาสถาน 12 วัน 10 คืน (AI)

จัยซัลแมร์ Golden City (นครสีทอง) จ๊อดปูร์ Blue City (นครสีฟ้า) ชัยปุระ Pink City (นครสีชมพู) เมืองอุไดร์ปูร์ (นครสีขาว) *****พักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว***** สุดยอดโปรแกรม...เที่ยวครบสูตร!!! ราชาสถาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย ทางฝั่งตะวันตกของรัฐติดกับประเทศปากีสถาน ทางเหนือติดกับรัฐปัญจาบและรัฐหรยาณา ทางตะวันออกติดกับรัฐอุตตรประเทศและรัฐมัธยมประเทศ ทางใต้ติดกับรัฐคุชราต ทางใต้ของรัฐราชสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลอาหรับ 400 กิโลเมตร มีเทือกเขา Aravalli ซึ่งแบ่งราชสถานออกเป็นสองฝั่ง ได้แก่ ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทะเลทรายปกคลุม 2 ใน 3 ของรัฐ และฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์
per person

อินเดียใต้ 11 วัน 9 คืน (TG)

มนตราอินเดียใต้ เชนไน-กาญจีปุรัม-มหาพลีปุรัม-บุดุชเชรี่-ตัญชาวูร์-ติรุชชิราปปัลลิ- มธุไร-เตกาฏิ-คอททายัม-อลัปปูซา-ทะเลสาบเปริยาร์-โคชิน   ดินแดนแห่งทมิฬนาฑูและเคราล่า อินเดียใต้ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนไทยมากกว่าที่เราคิด คนไทยส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับ เมืองนิวเดลี มุมไบ อัครา พาราณสี ลุ่มแม่น้ำคงคา-ยุมนา และ สังเวชนียสถาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอินเดียตอนเหนือ หากแต่ความจริงแล้ว อินเดียใต้ต่างหากที่ได้ถ่ายทอดอารยะธรรม ให้แก่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อุษาคเนย์” เทียบเคียงได้กับที่ชาวกรีกทิ้งไว้ให้กับอารยธรรมตะวันตกเลยที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ตัวอักษร ที่ ชวา บาหลี มอญ พม่า เขมร ไทย และลาว ต่างก็รับมาจากอักษรปัลลวะในอินเดียใต้ หรือการสร้างมหาเจดีย์บุโรพุทโธ หรือ ปราสาทหินนครวัดนครธม หรือปราสาทหินของอาราจักรจามปา (ในเวียดนาม) ที่ล่มสลายไปแล้ว ต่างก็รับอิทธิพลมาจากอินเดียใต้ทั้งสิ้น สำหรับประเทศไทย อารยะธรรมอินเดียเข้ามาอย่างชัดเจนเมื่อกษัตริย์แห่งรามราช (สันนิษฐานไว้ว่าคือเมืองราเมศวรัม) ในอินเดียใต้ส่งพราหมณ์มาถวายอยุธยา และพราหมณ์พวกนี้เองที่เป็นผู้นำลัทธิพิธีต่างๆ เข้ามาสู่ดินแดนอุษาคเนย์ แล้วผสมเข้ากับขนบวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม เช่น พิธีโล้ชิงช้า ที่นำมาจากวัฒนธรรมโล้ชิงช้าใหญ่ของชาวอุษาคเนย์ดั้งเดิมเอามาผนวกกับพิธีตรียัมปวายของพราหมณ์ (ซึ่งในอินเดียไม่มีพราหมณ์ขึ้นไปโล้ชิงช้า) พิธีโล้ชิงช้าในไทยจึงเป็นหลักฐานการผสมผสานทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี **เทวสถานในอินเดียใต้จะเปิดแต่เช้ามืด ถึงเที่ยง ปิดพักกลางวันถึงราวสี่โมงเย็น และเปิดอีกครั้งตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงสองหรือสามทุ่ม ดังนั้นการวางแผนเที่ยวในอินเดียใต้จึงจะเข้าชมเทวาลัยต่างๆ ในช่วงเช้าหรือเย็น และใช้เวลาเดินทางระหว่างเมือง หรือเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือโบราณสถานอื่นๆ ในช่วงบ่าย**
-/
per person