วันเดินทาง
25 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2561 23 – 30 พฤษภาคม 2561 20 - 27 มิถุนายน 2561
สายการบิน


เยือนทาจิกิสถาน 8 วัน 7 คืน

ทาซเค้นท์-คูห์จานด์-อีสทาราฟชาน-เพนจิเค้นท์-ไอนี่-ดูชานเบ้-คาไล คาล์ม

 

ดินแดนแห่งท้องฟ้าและเทือกเขาปามีร์ที่สวยงาม

ทาจิกิสถานเป็นประเทศในเอเชียกลาง หมายถึง ดินแดนแห่งชาวทาจิก คำว่า ทาจิก ถูกใช้โดยยุคกลางเพื่ออ้างถึงคนที่พูดภาษาเปอร์เซีย ที่ในอดีตพวกแบคเทรียนเป็นชนชาติอินโด-ยุโรเปียนที่ได้อพยพลงมาตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่แถวบริเวณทางด้านเหนือของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกกันดาเรียนและกัมโบจา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ทางด้านทิศเหนือของอิหร่าน อยู่ติดกับอัฟกานิสถานในอดีตนับถือลัทธิศาสนาโซโรแอสเตรียนที่บูชาไฟ และศาสนาพุทธของอาณาจักรกูษาณะอันยิ่งใหญ่

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – ทาซเค้นท์
  • 18.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Qเคาน์เตอร์สายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ (HY) ประตูทางเข้าที่ 7 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 21.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาซเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน โดยเที่ยวบิน HY 534 (ใช้เวลาบินประมาณ 06.30 ชั่วโมง) (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
2

Day 2

ทาซเค้นท์ – คูห์จานด์
  • 02.30 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองทาซเคนท์  ผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากรเมืองทาซเค้นท์ (Tashkent) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในเอเชียกลาง มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล นำท่านเดินทางเข้าที่พักโรงแรม RAMADA มาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม
  • 09.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองออยเบ๊ค(Oybek) ซึ่งเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับเมืองบอสตานของทาจิกีสถาน ระยะทางประมาณ 100 กม. (ผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร) เพื่อข้ามพรมแดนและเดินทางต่อไปยัง เมืองคูห์จานด์                    (Khudzhand) ระยะทางประมาณ 80 กม.                             เมืองคูจานด์ เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดซูกด์ มีความใหญ่โตเป็นอันดับที่สอง รองจากดูชานเบ้ ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเซียร์ดาร์ยา ในอดีตเคยมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน คอดเจนด์ หรือ คอดเซ้นท์ จนถึงปี ค.ศ.1936 และ เลนินาบัด จนถึงปี ค.ศ.1991 นำท่าน ชมความสวยงามของตัวเมืองคูจานด์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ที่นับย้อนไปได้ประมาณ 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ที่ถูกสร้างขึ้นโดยพวกซิทเทียนที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่บริเวณนี้ ซึ่งเมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชได้เดินทัพเข้ามาเมื่อปี ค.ศ.329 ก่อนคริสตกาลก็ได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า อเล็กซานเดรีย เอสชาเต้ (Alexandria Eschate) เพื่อให้เป็นฐานที่มั่นสำหรับกองทัพในการต่อต้านพวกซิทเทียนที่ได้อาศัยอยู่ก่อนทางด้านเหนือของแม่น้ำเซียร์ ดาร์ยา
    ในราวศตวรรษที่ 7 เมืองนี้ได้ต่อต้านพวกอาหรับมุสลิมบุกรุกเข้าและต่อมาก็ได้ถูกยึดครองและหันไปนับถือศาสนาอิสลาม และต่อมาในศตวรรษที่ 13 ก็ได้มีการต่อสู้กับกองทัพของเจงกิส ข่านจนสุดความสามารถและก็ได้ถูกทำลายลง และต่อมาก็ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในหลายๆด้านทั้ง วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่ได้มีการขยายตัวมากขึ้น
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคาร นำท่านไปชม อนุสาวรีย์อิสมาอิล โซมานี (Ismail Somani Monument) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งเมืองและการสร้างประเทศแห่งนี้ขึ้นมา ชม อนุสาวรีย์ของนักกวีรูดากี้ (Rudadi Monument) ซึ่งเป็นนักกวีเอกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเซียกลาง นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพันธ์(Historical Ethnographic Museum) เป็นสถานที่ที่เก็บสะสมรายละเอียดของชาติพันธ์และศาสนาที่ได้เข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ในบริเวณแห่งนี้ ซึ่งได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำหรับการนิทรรศการสิ่งต่างๆ ในเรื่องวัตถุโบราณ วัฒนธรรม และรวมถึงประวัติศาสตร์ของธรรมเนียมประเพณี      นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Khujand Historian Museum) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกจัดอยู่ในป้อมปราการที่เรียกว่า ป้อมคูจานด์ (Khujand Fortress) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของทีมูร์มาลิค ที่เคยเข้ามาเป็นผู้บัญชาการกองทัพ เพื่อต่อต้านกองทัพของพวกมองโกล ที่ได้ขยายอาณาจักรเข้ามาในบริเวณนี้เมื่อปี ค.ศ. 1219 -1220 จากนั้น นำท่านไปเดินชม ตลาดปานชานเบ้ (Panjshanbe Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดแบบพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ และการค้าขายที่คึกคักที่สุด โดยด้านหน้ามีบริเวณที่กว้างใหญ่ และภายในเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีการค้าขายคึกคัก ตัวอาคารถูกสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ตกแต่งภายในแบบยุคของโซเวียต ซึ่งภายในได้ถูกออกแบบใช้เป็นที่ขายสิ่งของได้มากมายหลายรูปแบบ มีทั้งพืชผัก ผลไม้สด อาหารสด ผลไม้แห้ง เนื้อต่างๆ ขนมปัง และอาหารที่ชาวทาจิกชอบรับประทาน และพร้อมทั้งเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆมากมาย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
3

Day 3

คูจานด์-อีสทาราฟชาน-เพนจิเค้นท์
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองอีสทาราฟชาน (Istaravshan) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางห่างประมาณ 90 กม. เมืองอีสทาราฟชาน ได้ชื่อว่าเป็น เมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าขายในยุคโบราณที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคเอเชียกลาง และเมื่อปี ค.ศ.2002 ได้มีการเฉลิมฉลองไปทั่วทั้งเมืองเมื่อมีอายุครบ 2,500 ปี ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ที่เห็นได้จาก ซากปราสาทอีสทาราฟชาน (Istaravshan Castle) ซึ่งเหลือเพียงซากกำแพงและป้อมปราการเพียงบางส่วน ที่ในอดีตได้ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช ในสมัยราชวงศ์อะคาเมนิสแห่งเปอร์เซีย ซึ่งในสมัยนั้นได้มีการสร้างกำแพงป้อมปราการเพียง 3 ด้านและมีวิหารอยู่ด้านในที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงที่มีความยาวประมาณ 6 กม.   ในเวลาต่อมาเมืองอีสทาราฟชาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า บันจีกัท ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุสทรัสชูน่า และประชาชนที่อยู่อาศัยในเมืองนี้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถก็ได้สร้างปราสาทต่างๆขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม นำท่านชมความสวยงามของ เมืองอีสทาราฟชาน ที่มีความเก่าแก่กว่า 2,500 ปีและเป็นที่พักของกองคาราวานบนเส้นทางสายไหม จึงทำให้เป็นศูนย์รวมของพวกช่างฝีมือ ศิลปิน เมืองนี้จึงมีการสร้างที่อยู่อาศัยสลับซับซ้อนและมีการแกะสลักอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกชนชั้นสูง เมื่อในยุคของพวกอาหรับได้เข้ามาในปี ค.ศ.822 เมืองนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในโลกของอาหรับมุสลิมที่เข้ามาทำการค้าขายและได้ กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการค้าพานิชย์ และพวกคาหลิปเฟต                 และได้นำเอาสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ได้ถูกสร้างเป็นรูปโดมต่างๆที่มีความสวยงาม  หลังจากนั้นในราวศตวรรษที่ 9-10 ก็ได้ถูกปกครองโดยพวกทาจิกของราชวงศ์ซาร์มานิดส์ และตามมาด้วยพวกกองทัพของพวกมองโกล โดยเจงกีส ข่าน ในศตวรรษที่ 13 และในศตวรรษที่ 14 ทัพของอาเมียร์ ตีมูร์ก็ได้บุกรุกเข้ายึดครองบริเวณแห่งนี้ และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อูรา ทูเบ้ (Ura Tube) และต่อมาเมืองนี้ก็ได้มีพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรือง และกลายเป็นจุดถ่ายเทสินค้าต่างๆจากอินเดียที่ได้กลายเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว และต่อมาก็ได้ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของรัสเซีย
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเพนจิเค้นท์ (Penjikent) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 250 กม. เมืองเพนจิเค้นท์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซูกด์ทางด้านตะวันตก ซึ่งติดกับชายแดนอุซเบกิสถาน แต่ในภายหลังมีปัญหาทางด้านพรมแดนเลยทำให้ถูกปิดไป ดินแดนแห่งนี้เป็นทีอยู่อาศัยของพวกซ๊อกเดียน ชื่อของจังหวัดนี้ก็อาจจะผันเปลี่ยนจาก ซีอกด์/ซ๊อกเดียน มาเป็น ซูกด์/ซูกห์เดียน
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารพักที่ UMARIVON HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เพนจิเค้นท์-ไอนี่-ดูชานเบ้
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านไปชมความสวยงามของ เมืองเพนจิเค้นท์ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเซราฟชาน มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 35,000 คน ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของพวกซ๊อกเดียน (Sogdiana) ที่มีความสัมพันธ์และเป็นดินแดนแห่งหนึ่งใน 23 เมืองใหญ่ของพวกเปอร์เซีย ในสมัยของราชวงศ์อะเคเมนิดส์ ที่ได้กล่าวถึงดินแดนแห่งนี้ว่าเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ รองลงมาจากเปอร์เซีย  นำท่านไปชมซากปรักหักพังที่ได้มีการขุดค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1975 ของเมืองซารามซ์ (Saramz Ancient Ruins City) ที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว ที่ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเซราฟชาน ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 100 เฮกเตอร์ โดยยังมีหลักฐานให้เห็นของวิหารแห่งไฟ นอกจากนั้น ยังเป็นบริเวณที่มีการขุดเจาะพื้นที่ที่เป็นสินแร่ต่างๆ เช่น ทองแดง ตะกั่ว เงิน ทอง และยังมีอัญมณีที่มีค่ามากมาย นำท่านไปชม อนุสรณ์สถานของรูดากี้ (Rudaki Mausoleum) ซึ่งเป็นนักกวีเอกที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเซียกลาง ซึ่งตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ แต่ก็มีความสามารถในการที่จะเรียนรู้ภาษาเปอร์เซียและเขียนบทกวีได้ไพเราะ นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองไอนี่ (Ayni) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก ระยะทางห่างประมาณ 100 กม.
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองดูชานเบ้ (Dushanbe) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางประมาณ 120 กม.    เมืองดูชานเบ้ (Dushanbe) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศทาจิกิสถาน คำว่า ดูชานเบ้ ในภาษาทาจิก มีความหมายว่า วันจันทร์ ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากข้อเท็จจริงที่เมืองเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องตลาดวันจันทร์ นำท่านไปชมความสวยงามของ เมืองดูชานเบ้ ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำที่ไหลมาบรรจบกัน 2 สาย คือ แม่น้ำวาร์ซอบ และ แม่น้ำโคฟานิฮอน เมืองหลวงแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 125 ตร.กม. และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 780,000 คน    นำท่านไปชม สวนรูดากี้ (Rudaki Park) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเกียรติแด่ อบู อับดุบลาห์ จาฟาร์ โมฮัมหมัด รูดากี้ ซึ่งเป็นนักประพันธ์บทกวีที่มีชื่อเสียงชาวเปอร์เซียซึ่งอยู่ในปี ค.ศ. 858-941 เขาเกิดที่หมู่บ้านพานิรูดที่ตั้งอยู่ในเมืองเพนจิเค้นท์ ในชีวิตต่อมาได้ตาบอดสนิท แต่ความสามารถของท่านได้มีการเรียนรู้ถึงเรื่องราวต่างๆ และมีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยม ได้กลายเป็นนักประพันธ์บทกวี วรรณคดีที่ยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงของเปอร์เซียที่ทันสมัยกับเหตุการณ์  โดยการใช้อักษรของเปอร์เซียในการแต่งบทกลอนต่างๆ นำท่านไปเดินชม ตลาดชาห์มานซูร์ (Shar Mansur Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งจำหน่ายสินค้าหลายๆ ชนิด ให้ท่านได้พักผ่อนเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารพักที่ ATLAS HOTEL มาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
5

Day 5

ดูชานเบ้-ฮิสซ่าร์-คาไล คลัมม์
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 08.30 น. ให้ท่านได้ผ่านชม พระราชวังแห่งการรวมชาติ (Palace of Unity) หรือมีชื่อว่า พระราชวังวาห์ดัท (Vardat Palace) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของตัวเมือง ผ่านชมพระราชวังแห่งชนชาติ (Palace of Nations) สวนแห่งชัยชนะ (Victory Park) และป้อมปราการฮิสซาร์ (Fort Hissar) นำท่านไปชม เสาธงของดูชานเบ้ (Dushanbe Flagpole) เป็นเสาธงที่มีความสูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลกซึ่งมีความสูงถึง 165 เมตร อันดับที่ 1 ซึ่งถูกสร้างขึ้นที่หลังอยู่ที่เมืองเจดด้าห์สูงถึง 170 เมตร และอันดับที่ 3 อยู่ที่เมืองบาคู ในอะเซอร์ไบจานที่มีความสูง 162 เมตร นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ของโบราณ (Museum of Antiquities) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เก็บสะสมสิ่งของโบราณที่เป็นประวัติศาสตร์ของชาติ และเผ่าพันธ์ของชาวทาจิกในอดีต ที่ไม่ว่าจะเคยสามารถพูดภาษารัสเซียหรือภาษาทาจิกได้ ภายในได้สะสมสิ่งของที่มีเสน่ห์ และเป็นสิ่งของที่มีค่าน่าสนใจทางวัฒนธรรม และที่สำคัญมากคือ พระพุทธรูปนอนยาวถึง 14 เมตร (Reclining Buddha attaining final Nirvana) ที่นำมาจากหมู่บ้านอจีน่า เทเป้ (Ajina Tepe Village) ในอดีตพวกแบคเทรียน (Bactrians) ซึ่งเป็นชนชาติอินโด-ยุโรเปียนที่ได้อพยพลงมาตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่แถวบริเวณทางด้านเหนือของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกกันดาเรียนและกัมโบจา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ทางด้านทิศเหนือของอิหร่านอยู่ติดกับอัฟกานิสถาน อุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน โดยมีเมืองเคอร์กาน ทูเบ้ (Kurgan Tube) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของทาจิกิสถาน ในอดีตเป็นเมืองของพวกแบค  เทรียน พวกแบคเทรียนมีภาษาพูดเป็นของตนเอง และบางทีก็พูดภาษาอินโด-อิหร่าน ซึ่งในอดีตนับถือศาสนาลัทธิโซโรแอสเตรียนที่บูชาไฟ
    ในสมัยก่อนนั้นแคว้นแบคเทรีย เป็นเส้นทางผ่านที่สำคัญของการค้าขายจากอินเดียและจีน รวมทั้งเป็นเส้นทางสายไหมที่จะต้องผ่านแคว้นนี้ นอกจากนั้นยังเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ และทำให้เกิดชนเผ่าเร่ร่อนขึ้นเป็นจำนวนมาก และยังเป็นแหล่ง กำเนิดทางด้านอารยธรรมมากว่า 2,000 ปี รวมถึงเป็นเส้นทางที่สำคัญในด้านการค้าขาย ทำให้เป็นจุดสนใจของพวกต่างชาติ และในเวลาต่อมาแคว้นแบคเทรีย ก็ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์แห่งอาณาจักรเปอร์เซียในราชวงศ์อะคาเมนิดส์                     จนถึงต่อมาในระยะต้นปี 327 ก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์มหาราชได้เข้ามาครอบครองพื้นที่แห่งนี้ และได้รับตัวธิดาของเจ้านครชื่อว่า เจ้าหญิงโรซาน่า (Roxana) มาเป็นชายา จากหัวหน้าชาวแบคเทรียนแห่งบอล์ค ชื่อว่า อ๊อกยาร์เทส (Oxyartes) เพื่อป้องกันหัวเมืองต่างๆ เหล่านั้นแข็งข้อ ไม่นานหลังจากการอภิเษก พระองค์ก็สามารถยุติสงครามในเอเชียกลางที่มีมานานถึง 2 ปีลงได้สำเร็จ
    พวกแบคเทรียนนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในนามว่า ยาวานาส (Yavanas)ได้เข้าไปร่วมทำงานในตำแหน่งที่สูงศักดิ์ ในราวประมาณปี 200 ก่อนคริสตกาลพวกเกรโก-แบคเทรียน ได้สร้างผลงานซึ่งเป็นที่ประทับใจให้กับอาณาจักรนี้โดยการกั้นพรมแดนจากทางด้านใต้ไปยังด้านตะวันตกของอินเดีย
    อย่างไรก็ตามในราวปี 135 ก่อนคริสตกาล อาณาจักรแห่งนี้ได้ถูกทำการย่ำยีจากการบุกรุกของพวกชนเผ่ายูชี (Yuezhi) ซึ่งมาจากจีนและในการบุกรุกครั้งนี้ ซึ่งต่อมาได้ทำให้เกิดมี อาณาจักรกุษาณะ (Kushan Empire/100 BC.-400 AD) เกิดขึ้น ซึ่ง                    มีอำนาจมากในด้านการประสานงานทางศาสนาพุทธ จากสาเหตุนี้ทำให้พวกแบค เทรียน มิได้ปรากฏชื่อจากในด้านประวัติศาสตร์อีกเลย จนกระทั่งพวกอาหรับมุสลิมได้บุกเข้ามา พร้อมกับศาสนาอิสลาม
    อาณาจักรกุษาณะ ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาจีนว่า กุ้ยชาง (Guishang) เป็นพวกชนเผ่าหนึ่งของ พวกยูชี (Yuezhi) ซึ่งเป็นชนเผ่าพันธุ์หนึ่งของอินโด-ยุโรเปียน ที่ได้มีการอพยพมาจากจีนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ลงมาทางด้านใต้ในราวปี 176-160 ก่อนคริสตกาล และเดินทางมาถึงถิ่นที่อยู่ของพวกแบคเทรียในราวปี 135 ก่อนคริสตกาล นำท่านออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านฮิสซ่าร์ (Hissar Village) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของดูชานเบ้ ระยะทางห่างประมาณ 30 กม.ในอดีตบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ที่เริ่มต้นในยุคหิน มีการสร้างที่พักพิงยาวไปตามหุบเขา แต่ต่อมาก็ได้ถูกทำลายโดยพวกที่บุกรุกเข้ามา ซึ่งเริ่มขึ้นในสมัยของกษัตริย์ไซรัสมหาราชแห่งเปอร์เซีย อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซีโดเนีย เจงกีสข่าน อาเมียร์ ตีมูร์ และสุดท้ายก็เป็นพวกกองทัพแดงที่เข้าทำลายล้างจนพินาศราบลงกับพื้นดิน ซึ่งแต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลานานในการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ และผลสุดท้ายแทบจะไม่เหลือซากให้ชมมากมายนัก    นำท่านชม ป้อมปราการฮิสซ่าร์ (Hissar Fortress) ซึ่งเคยเป็นปราสาทของเจ้าผู้ครองนครบูคาร่า ที่เข้ามายึดครองในปี ค.ศ. 1924 โดย อิบราฮิม เบค ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ซึ่งมีการสร้างกำแพงที่สูงราว 1 เมตร และมีการเจาะเป็นช่องสำหรับการยิงปืนและปืนใหญ่  ภายในยังมีตกแต่งสระน้ำและสวนอีกด้วย และต่อมาก็ได้ถูกทำลายโดยกองทัพแดง
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
    นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคาไล คลัมม์ (Kalai Khumb) ที่อยู่ทางด้านตะวัน ออกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 300 กม.          เมืองคาไล คัมบ์ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกอร์โน-บาดัคห์ชานซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนอัฟกานิสถาน เมืองนี้มีความสำคัญสำหรับเป็นที่หยุดพักกลางระหว่างที่จะเดินทางไปยังเมืองโครักห์
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารพักที่ KARON HOTEL มาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
6

Day 6

คาไล คลัมม์-เขื่อนดูเร็ค-ดูชานเบ้
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านชมความสวยงามของ เทือกเขาปามีร์ (Pamir Mountains) เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ในเอเชียกลาง ซึ่งมี ยอดเขาคอนกูร์ แทกห์ สูงสุดมีความสูงประมาณ 7,649 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองกอร์โน-บาดัคห์ชาน ด้านตะวันออกของทาจิกิสถาน ซึ่งทางด้านเหนือติดกับเทือกเขาเทียนชานของคีร์กีซสถาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาที่แยกตัวไปจากจุดรวมของเทือกเขา ที่เรียกว่า ปามีร์น๊อต (Pamir Knot/Pamir Dunya) ซึ่งหมายถึง หลังคาโลก เป็นเทือกเขาที่แยกไปทางทิศตะวันออก คือ เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาอาระกันโยมา และเทือกเขาที่มี                    แนวต่อลงมาทางใต้ที่มีบางส่วนที่จมหายไปในทะเล และบางส่วนโผล่พ้นขึ้นมาเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิค ถัดจากเทือกเขาหิมาลัยไปทางเหนือ มีเทือกเขาที่แยกไปทางตะวันออก คือ เทือกเขาคุนลุน เทือกเขานานชาน  และแนวที่แยกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ คือ เทือกเขาเทียนชาน เทือกเขาคินแกน เทือกเขายาโบลนอย เทือกเขาสตาโนวอย และเทือกเขาโกลีมา เทือกเขาที่แยกไปทางทิศตะวันตก แยกเป็นแนวเหนือและแนวใต้ คือ เทือกเขาฮินดูกูช เทือกเขาเอลบูรซ ส่วนแนวทิศใต้ คือ เทือกเขาสุไลมาน เทือกเขาซากรอส ที่อยู่ในประเทศอิหร่านด้านตะวันตก เมื่อเทือกเขา 2 แนวนี้มาบรรจบกันที่อาร์เมเนียนนอตแล้ว ยังแยกออกเป็นอีก 2 แนว ในเขตประเทศตุรกี คือ แนวเป็นเทือกเขาปอนติก และแนวใต้เป็นเทือกเขาเตารุส
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร      นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองดูชานเบ้ (Dushanbe) ระหว่างทางให้ได้ท่านชมความสวยงามของทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติของเส้นทางแห่งเขาปามีร์
    ระหว่างทางให้ท่านชม อ่างเก็บน้ำนูเร็ค (Nurek Reservoir) ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำหรับเก็บกักน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 11 ตร.กม. โดยมีความยาวของพื้นที่ประมาณ 70 กม. และพื้นที่สำหรับเก็บน้ำทั้งหมดประมาณ 100 ตร.กม. ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการชลประทานสำหรับปลูกพืชในเนื้อที่ประมาณ 700 ตร.กม. นำท่านไปชม เขื่อนนูเร็ค (Nurek Dam) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกั้นการไหลและเก็บกักน้ำของแม่น้ำวาคสห์ ที่ไหลมาจากเทือกเขาปามีร์ เขื่อนนี้ใช้สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งได้ติดตั้งเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังความสามารถ ทำให้เกิดการผลิตได้ประมาณ 3,015 เมกกะวัตต์
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคารพักที่ ATLAS HOTEL มาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
7

Day 7

ดูชานเบ้-ทาซเค้นท์
  • 06.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 07.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 09.50 น. ออกเดินทางจาก ดูชานเบ้ สู่ กรุงทาซเค้นท์ โดยเที่ยวบินที่ HY-718 (เวลาบินประมาณ 1.50 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 10.50 น. เดินทางมาถึงสนามบินทาซเค้นท์ ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของประเทศ  นำท่านชม จัตุรัสอิสรภาพ (Independence Square) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองของทาซเค้นท์ เริ่มมีการขึ้นในปี ค.ศ.1991 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของอุซเบกิสถาน มีพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินทองอันกว้างใหญ่มีคุณค่าในการเพาะปลูก ถึงแม้ว่าจะมีภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกนี้ และยังเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนแห่งใหม่ที่เป็นส่วนร่วมของชุมชนบนโลกใบนี้
    ชม อนุสาวรีย์ของแม่ที่มีความสุข (Happy Mother) ที่เป็นรูปปั้นแกะสลักที่มีความสูง 6 เมตร และตัวเด็กมีความยาว 3.5 เมตร ที่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของแม่ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนได้กอดลูกที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป ใบหน้าของแม่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกรุณาและดวงตาที่มีความสุขของชีวิต ที่ได้ให้กับเด็กน้อยที่เปรียบเสมือนกับชาวอุซเบหนุ่มสาวทุกคนที่ได้อยู่ในประเทศที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งมีแม่ที่คอยให้ความปกป้องและคุ้มกันเหมือนกับสมบัติอันล้ำค่าที่จะต้องเติบโตต่อไปในอนาคต     นอกจากนั้น บริเวณรอบๆยังมีสถานที่ราชการทีสำคัญและที่ทำงานของประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างๆหลายกระทรวง (สถานที่สำคัญแห่งนี้ไม่สามารถถ่ายรูปได้)
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านชม โรงเรียนสอนศาสนาคูเคลดาสห์ (Kukeldash Madrassah) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคของศตวรรษที่ 16 โดยข้าหลวงคูเคลดาสห์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจและยังเป็นพี่น้องร่วมแม่นมกับบารัค ข่าน ผู้ปกครองแห่งเมืองทาซเค้นท์ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสของการค้าขายของพวกที่เป็นกองคาราวาน  และได้เป็นศูนย์กลางของชีวิตผู้คนในเมืองนี้  เป็นศูนย์กลางของพวกที่ใช้ฝีมือในการทำงาน เป็นศูนย์กลางการประกาศแจ้งข่าวของเจ้าเมือง เป็นศูนย์รวมแหล่งข่าวและข่าวลือ ที่สำคัญที่สุดเป็นสถานที่ที่ประหารชีวิตคนด้วย นำท่านชม สุเหร่าจูมา (Juma Mosque) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า สุเหร่าของซาร์ (Tsar’s Mosque) สุเหร่าแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1451 โดยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเชคห์ อูเบย์ดุลลา โคจา อาคห์เรอร์ (Sheikh Ubaydulla Khoja Akhror) ผู้เป็นมหาบุรุษแห่งลัทธิซูฟี ที่สืบสกุลมาจากผู้เผยแพร่ศาสนามุคฮามัด ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงและได้ทำลายสิ่งก่อสร้างเสียหายไปมากมาย แต่ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยคำสั่งของจักรพรรดิของรัสเซีย อะเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ที่ได้แบ่งเงินจากคลังสมบัติของพระองค์เอง นำมาเป็นค่าก่อสร้างให้มีรูปลักษณ์สุเหร่าที่เป็นแบบดั้งเดิมทุกอย่าง จนกระทั่งในเวลานั้นสุเหร่านี้ได้ถูกเรียกว่า สุเหร่าของซาร์ แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1997 ก็ได้พังลงมาอีก และก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ให้เป็นสุเหร่าอันดับที่สามของประเทศฯ รองมาจากบีบีคานุมที่ซามาร์คาน และหอคาลยานที่บูคาร่า    นำท่านไปชม สถานีรถไฟใต้ดิน (The Tashkent Metro) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยตามรูปแบบที่สมบูรณ์ ที่เด่นชัด คือ สวยงาม ยั่งยืนทนทาน และใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด รถไฟใต้ดินนี้ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นมาภายหลังจากที่ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ.1966 ทำให้เมืองทาซเค้นท์ได้รับความเสียหาย และสิ่งต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับการก่อสร้างและต้องพร้อมที่รับมือกับการเกิดแผ่นดินไหว การก่อสร้างสถานีรถไฟใต้ดินจึงถูกสร้างไม่ให้มีความลึกมากนัก และผู้โดยสารก็สามารถเดินลงบันไดไปได้ด้วยความสะดวกสบาย นำท่านไปชม ตลาดคอร์ซู (Chorsu Bazaar) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียกลางและบนเส้นทางสายไหม ที่อยู่ภายใต้โดม 7 โดม ซึ่งได้ถูกแบ่งเป็นแหล่งสินค้าต่างๆจากพ่อค้า เกษตรกรที่ขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ สัมผัสกับบรรยากาศแบบย้อนยุคอย่างที่เป็นในสมัยโบราณ แต่ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่    ให้ท่านได้พักผ่อน และสนุกกับการซื้อสินค้าในตลาดบาซาร์ที่มีผ้าแพรพรรณ พรม เครื่องทองเหลือง ผ้าขนสัตว์ เครื่องหนัง และสินค้าพื้นเมืองมากมาย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารพักที่ RAMADA HOTEL  มาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
8

Day 8

ทาซเค้นท์-กรุงเทพฯ
  • 06.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 07.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 10.00 น. ออกเดินทางจาก ทาซเค้นท์ สู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ HY-533 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 18.15 น. เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
25 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2561 23 – 30 พฤษภาคม 2561 20 - 27 มิถุนายน 2561
สายการบิน

ทาจิกิสถาน 8 วัน 2018 (HY)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบิน UZBEKISTAN AIRLINES (HY) ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด (30 KG. ไฟล์ภายใน น้ำหนัก 20 KG.)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอุซเบกิสถาน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ พนักงานบริการฯ ประมาณวันละ 5 ดอลลาร์ คิดเป็น 7 วัน รวม 35 USD /ท่าน ตลอดการเดินทาง
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ จำนวน 8 วัน รวมเป็น 24 USD / ท่าน ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
4. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
**วีซ่าอินเดีย จำเป็นที่จะต้องโชว์ตัว เพื่อทำการสแกนนิ้ว ณ สถานทูต**

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตามตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้นโรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้ โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาดการชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทางการเดินทางเป็นครอบครัว  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมดหลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
25 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2561 23 – 30 พฤษภาคม 2561 20 - 27 มิถุนายน 2561
สายการบิน