วันเดินทาง
22 – 31 มีนาคม 2563 7 – 16 เมษายน 2563 30 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2563 4 – 13 มิถุนายน 2563 2 – 11 กรกฎาคม 2563
สายการบิน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร ไม่พลาดทุกกิจกรรม เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กด Add Friend ทางเราได้เลย

เพิ่มเพื่อน
  • ที่พักระดับมาตรฐาน อาหารดี
  • ลิสบอน เมืองหลวงประเทศโปรตุเกส ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งภูมิประเทศและสถาปัตยกรรม และยังเป็นเมืองที่มีอากาศอุ่นที่สุดในยุโรป
  • ซินตร้า เมืองมรดกโลกทางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรม
  • แหลมคาโบดา ร๊อค คา ทั้งอยู่สุดลายของทวีปยุโรปทางด้านทิศตะวันตก
  • แฟโร เมืองทางใต้สุดของประเทศโปรตุเกส และยังเป็นเมืองท่าสำคัญของชาวมัวร์
  • ลากอส เมืองชายหาดที่มีความเก่าแก่และสวยงามที่สุดในเขตแอลการ์ฟ
  • ล่องเรือชมถ้ำเบนากิล เมืองลากัว อีกเมืองชายหาดในเขตแอลการ์ฟ
  • นาซาเร่ ที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ บนชายหาดที่สวยงาม ปัจจุบันยังเป็นเมืองตากอากาศที่สำคัญของประเทศโปรตุเกส
  • บาตาลยา เมืองเล็กกลางหุบเขา ในเขตลาเรีย เป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกที่สำคัญของประเทศโปรตุเกส
  • มอนซานโต หมู่บ้านที่ถูกสร้างแทรกไปตามก้อนหินขนาดใหญ่ และได้รับการโหวตให้เป็น “หมู่บ้านที่ดีที่สุด ในประเทศโปรตุเกส”
  • อาเวโร่ เมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญ และยังได้ชื่อว่า “เวนิส แห่งโปรตุเกส”
  • ปอร์โต เมืองทางด้านเหนือของโปรตุเกส ที่มีชื่อเสียงทางด้าน “ไวน์ ปอร์โต”

 

1

Day 1:กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

  • 20.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ (TK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง
  • 23.00 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอิสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชม/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • หมายเหตุ : สำหรับกรุ๊ปเดือนกรกฏาคม 2563 ไฟล์ทขาไป กรุงเทพฯ–อีสตันบูล จะเปลี่ยนเวลาเดินทางเป็น 21.45 – 04.10 น.
2

Day 2 : กรุงเทพฯ-อีสตันบูล-กรุงลิสบอน

  • 05.20 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอฮาวาลิมานี อีสตันบูล ประเทศตุรกี
  • 07.35 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงลิสบอน” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1755 (ใช้เวลาบินประมาณ 04.50 ชม.)

  • 10.30 น. เดินทางถึงสนามบินลิสบอน ปอร์เตลา กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง เมืองลิสบอน (Lisbon)  เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตจู้ (Tejo) เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี และเคยประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 17 จึงทำให้อาคารเก่าแก่โบราณได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผู้นำคนสำคัญของเมืองในสมัยนั้น คือ มาร์คิส เดอร์ ปองปาล (Marquis de Pombal) ได้เริ่มบูรณะและจัดวางผังเมืองลิสบอนใหม่ให้ทันสมัย เกิดการสร้างถนนและอาคารสมัยใหม่กลายเป็นเมืองลิสบอนที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองจนถึงปัจจุบัน

  • จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเจอโร นิโมส์ (Jeronimos Monastery) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโก ดากามา ซึ่งได้เดินเรือสู่ประเทศอินเดียได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ.1498 ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้เป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์

  • นำท่านแวะถ่ายรูปที่ หอคอยเบเลม (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโกดากามาและนักเดินเรือชาวโปรตุเกสเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม หอคอยเบเลมและมหาวิหารเจอโรนิโมได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983 และเป็นสองในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสอีกด้ว

  • จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ (Monument of Discovery)สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อรำลึกถึง 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์
  • 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • บ่าย นำท่านสู่ จัตุรัสโรซิโอ้ (Rossio Square) เป็นจัตุรัสที่มีชีวิตชีวาที่สุดในเมืองที่ซึ่งผู้คนหยุดนั่งพักผ่อนหรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟหลายแห่งตรงกลางเป็นอนุสาวรีย์ที่มีความสูง 27 เมตร
  • จากนั้นนำท่านชม ย่านอัลฟาม่า (Alfama Area) ย่านเมืองเก่าใจกลางกรุงลิสบอน สองข้างทางเป็นถนนแคบๆ รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนที่สร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง เต็มไปมนต์เสน่ห์ที่น่าดึงดูด ผสมผสานกันระหว่างอิทธิพลที่ได้รับจากโรมัน และอาหรับ ซึ่งหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศโปรตุเกสปี ค.ศ. 1755 เป็นที่น่าแปลกใจที่ย่านนี้ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ทำให้ทุก ๆ  อย่างยังคงสภาพเดิมให้เห็นจนถึงทุกวันนี้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MERCURE LISBON ALMADA HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3 : ลิสบอน-ซินตรา-คาโบ ดา ร๊อคคา-แฟโร

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  •  08.00 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองซินตร้า (Sintra) (ระยะทางประมาณ 18.5 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ในปี ค.ศ. 1995 เมืองซินตร้าได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมนำท่านเข้าชม พระราชวัง Palacio Nacional Sintra เป็นพระราชวังยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโปรตุเกสและเป็นที่โปรดปรานของขุนนางชาวโปรตุเกส การตกแต่งภายนอกแบบโกธิกที่เรียบง่ายของพระราชวัง จากนั้น

  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอกพระราชวังพีน่า  (Pena National Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า โดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส

  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง คาโบ ดา ร๊อคคา (Cabo Da Roca) (ระยะทางประมาณ 40.6 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) แหลมร๊อคคาตั้งอยู่สุดของทวีปยุโรปด้านทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ฝั่งตรงข้ามเป็นทวีปอเมริกา แหลมร๊อคคาตั้งอยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณแหลมร๊อคคามีมีประภาคารซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันแนวชายฝั่งทะเลและการเดินเรือจนใช้มาถึงปัจจุบันนี้
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแฟโร (Faro) เป็นเมืองศูนย์กลางการบริการจัดการของเขตอัลการ์ฟ ซึ่งเป็นเขตทางตอนใต้ของโปรตุเกส เมืองนี้เป็นอีกเมืองท่าของชาวมัวร์ ซึ่งต่อมาได้ถูกกษัตริย์ อฟองโซ ที่ 3 ครอบครองในปี ค.ศ. 1249 จนถึง ค.ศ. 1596 ในช่วงสงครามครูเสด เอิร์ลแห่งซัสเซ็กซ์ ของ  อังกฤษได้เข้ามาครอบครองเมืองนี้
  • จากนั้นนำท่านชม วิหารแฟโร Cathedral of Faro เป็นมหาวิหารโรมันคาธอลิกในเมืองแฟโรประเทศโปรตุเกส โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในนามของพระแม่มารีผู้ศักดิ์สิทธิ์ในปลายศตวรรษที่ 13 โดยอัครสังฆราชแห่งบรากา

  • ชม ซุ้มประตูอาโคดาวิล่า (Arco da Vila) สร้างขึ้นในช่วงยุคกลางของเมือง ซุ้มประตูอนุสาวรีย์นี้ได้รับการว่าจ้างจาก Bishop Francisco Gomes de Avelar ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยสถาปนิกชาวอิตาลีฟรานซิสโกซาเวียร์ฟาบรี การตกแต่งซุ้มประตูเป็นรูปปั้นของนักบุญโทมัสอาควินัสซึ่งถือว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของฟาโร

  • ชม Igreja do Carmo ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากย่าน Old Town และเป็นจุดศูนย์กลางของโบสถ์คาร์โมแห่งศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีลักษณ์ที่โดดเด่นและเต็ม ไปด้วยทิวทัศน์อันตระการตาของความงามแบบบาร็อค ด้านในประกอบไปด้วยแท่นบูชาที่ระยิบระยับด้วยใบไม้สีทองและของประดับตกแต่ง จากประเทศบราซิล ภายในยังมีวิหารกระดูก Capela dos Ossos (Chapel of Bones) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ภายในของโบสถ์เรียงรายไปด้วยซากศพที่ยังมีกะโหลกศีรษะเกือบ 1,250 กะโหลกและกระดูกอื่น ๆ ซึ่งจัดเป็นรูปแบบ แปลกประหลาดที่ประดับประดาผนังและแม้แต่เพดานที่มีบันไดบาร์เรล กระดูกถูกถอดออกจากสุสานของพระคริสต์ในปีพ. ศ. 2359 ซึ่งเป็นยุคที่ปฏิบัติกันทั่วยุโรปคาทอลิกในเวลานั้นเมื่อใช้โครงกระดูกเพื่อประดับประดาอัญมณี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ IBIS FARO หรือเทียบเท่า
4

Day 4 : แฟโร-ลากอส-เบนากิล-นาซาเร่

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. เดินทางสู่ ลากอส Lagos เป็นเมืองชายหาดที่มีความสวยงามที่สุดในภูมิภาคแอลการ์ฟ และเป็นเมืองที่มีชายหาดที่แสนจะสวยงามเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีความเก่าแก่มาอย่างนาน จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุดที่มีความสวยงามและเก่าแก่เหมาะแก่การมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

  • นำท่านชม โบสถ์ Igreja de Santo Antnio ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระเบื้องแบบดั้งเดิม และทองคำแบบ บราซิลเลียน รวมทั้งจิตรกรรมรูปทูตสวรรค์ที่งดงามอย่างมาก

  • นำท่านชมป้อม Forte da Ponta da Bandeira สร้างขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่ 17  ทางเข้าคือสะพานชักเหนือคูเมือง เป็นป้อมปราการป้องกันหลังหนึ่งที่ดีที่สุดในเมืองลากอส
  • นำท่านเดินทางสู่ ลากัว (Lagoa) (ระยะทาง 44 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองชายหาดใน แคว้นแอลการ์ฟ (Algarve)

  • นำท่านล่องเรือชม ถ้ำเบนากิล (Benagil Cave) ถ้ำริมทะเลแห่งนี้มีความสวยงามเฉพาะตัวเกิดขึ้นโดยฝีมือธรรมชาติ เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีภูเขาหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แต่เมื่อไปสำรวจภาพในจะพบกับช่องหลาย ๆ ช่อง ทำหน้าที่เปรียบดั่งเป็นประตูไปสู่ถ้ำทะเล และยังมีความพิเศษตรงที่หลังคาของถ้ำไม่มีความทึบแต่มีรูอยู่ด้านบนจนทำให้แสงสว่างกระทบมาถึงด้านล่างถ้ำที่เป็นชายหาดได้ ทำให้บริเวณนี้ไม่มืดและเป็นดั่งโถงธรรมชาติอันสวยงาม
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง าซาเร่ Nazaré (ระยะทาง 365 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 03.30 ช.ม.) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ มีหาดทรายที่สวยงาม และบรรยากาศที่สบายเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นเมืองท่าตากอากาศที่สำคัญของโปรตุเกส ให้ท่านเดินชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่หมู่บ้านประมง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MIRAMAR HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5 : นาซาเร่-บาตาลยา-มอนซานโต

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. นำท่านสัมผัสกับนาซาเร่  แบบพาโนรามา ตลอดแนวชายหาดกว่า 1.5 ก.ม. มีที่พักตากอากาศ ร้านอาหารทะเล นำท่านชมคลื่นยักษ์แห่งเมือง นาซาเร่ (Big Wave View Point) อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • บ่าย นำท่านสู่ Batalha (บาตาลยา) (ระยะทางประมาณ 33 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเขตเลเรีย บาตาลยากลายเป็นเมืองสำคัญที่มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญและได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

  • นำท่านเข้าชม โบสถ์บาตาลยา Batalha Monastery หรือ  Mosteiro De Santa Maria Da Vitoria โบสถ์แห่งสร้างเพื่อถวายพระแม่มารี ตั้งอยู่ใกล้กับสนามรบ  ที่พระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (João I) แห่งโปรตุเกส นำทหารโปรตุเกส รบกับพระเจ้าจอห์นที่ 1 กษัตริย์แคว้นคาสตีล (John I of Castile) ซึ่งมาอ้างสิทธิการครอบครองราชย์บัลลังก์และแผ่นดินโปรตุเกส ผ่านราชินีของตน จนมีชัยชนะ ในปี ค.ศ.1385  โบสถ์นี้สร้างโดยพระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (João I) เพื่อถวายพระแม่มารี ตามคำอธิษฐานขอพรให้ก่อนออกรบ ตั้งอยู่ใกล้กับสนามรบ ที่พระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (João I) แห่งโปรตุเกส นำทหารโปรตุเกส รบกับพระเจ้าจอห์นที่ 1 กษัตริย์แคว้นคาสตีล (John I of Castile) ซึ่งมาอ้างสิทธิครอบครองราชบัลลังก์และแผ่นดินโปรตุเกส ผ่านราชินีของตน จนมีชัยชนะ และด้วยความสวยของโบสถ์แห่งนี้ส่งผลให้โบสถ์นี้กลายเป็นศิลปะชิ้นเอกอีกแห่งหนึ่งของโปรตุเกส จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก  จากองค์การยูเนสโก

  • นำท่านสู่หมู่บ้านมอนซานโต (Monsanto) (ระยะทาง 212 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 02.30 ช.ม.)  ถูกสร้างขึ้นในเทือกเขาเซอร์ราเดอเอสเตรลา ตั้งอยู่ที่ด้านข้างของภูเขา เป็นหมู่บ้านที่โดดเดี่ยวและมีเสน่ห์ หมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทรกไปตามก้อนหินขนาดใหญ่ สลับกับถนนเล็กๆ นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีการพบหลักฐานทางโบราณคดีจากยุคลูซิทาเนีย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยว ที่สามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาเซอร์ราเดอเอสเตรลา และเมืองที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน หมู่บ้านแห่งนี้ถูกโหวตให้เป็นหนึ่งใน “หมู่บ้านโปรตุเกสที่ดีที่สุด ในประเทศโปรตุเกส”
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ CANTINHO DA COXIXA HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6 : มอนซานโต-อาเวโร่

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • 09.00 น. จากนั้นนำท่านชมด้านนอก ปราสาทเปงา กาเซีย ( Castle of Penha Garcia) เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยอัศวินนักรบ สร้างอยู่บนป้อมปราการโรมัน ซึ่งด้านหน้าเป็นป้อมปราการในช่วงยุคก่อนประวัติศาสต์ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเมือง เปงา กาเซีย ใน อิดึนญา นอวา ภายในเขต Castelo Branco ประเทศโปรตุเกส ชมด้านนอก โบสถ์อิดึนญา เวเลีย  (Cathedral Of Idanha-a-Velh) เป็นวิหารคาทอลิคเก่าแก่ที่ปลดประจำการในอดีตของบาทหลวงแห่งเอซึตานญ่า  (Egitânia) จากนั้นชมด้านนอก โบสถ์อิเกรจา มาตริส  (Igreja Matriz de Idanha-a-Velha)  เป็นศาสนสถานประจำเมือง ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอาเวโร่ (Aveiro) (ระยะทางประมาณ 245 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 02.50 ชม.) เมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญแหล่งหนึ่งของโปรตุเกสซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่เจริญมากๆ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสแห่งโปรตุเกส” เนื่องจากความสวยงามของคลองที่ตัดผ่านในตัวเมือง โดยมีสะพานเชื่อมแต่ละฝั่งเข้าด้วยกัน และมีเรือกอนโดลาและเรือเร็วหลากสีสันล่องไปตามลำคลองเหล่านั้น เดินทางถึง เมืองอาเวโร่

  • นำท่านแวะชมสถานีรถไฟอเวโร่ Aveiro Station ประกอบไปด้วยอาคารสองหลัง คือหลังเก่าและหลังใหม่ อาคารหลังเก่าตกแต่งด้วยกระเบื้องสีฟ้า ซึ่งแสดงถึงประเพณี วัฒนธรรม ของชาวโปรตุเกส แม่น้ำโวลก้า ชาวประมง โบสถ์คริสต์ และอื่นๆ ส่วนอาคารใหม่เป็นสีขาวทั้งหลังและเป็นอาคารหลักในการให้บริการ ส่วนหลังเก่าไว้สำหรับเยี่ยมชม
  • จากนั้นนำท่าน ล่องเรือ “ Rua dos Combatientes da grande  ชมความงามของเมืองอาเวโร่ซึ่งตลอดสองฟากฝั่ง ท่านจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่สวยงามของอาคาร บ้านเรือนสีสันสดใสและสถานที่สำคัญๆ ของเมือง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ AVEIRO PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : อาเวโร่-ปอร์โต้

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านถ่ายภาพด้านนอก วิหารอาเวโร (Aveiro Cathedral) หรือที่รู้จักกันในนามโบสถ์เซนต์โดมินิกเป็นวิหารโรมันคาธอลิกในอาเวโรประเทศ โปรตุเกส มันเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลอาเวโรและสร้างขึ้นในโปรตุเกสบาโรค ก่อตั้งขึ้นในปี 1423 เป็นคอนแวนต์โดมินิกัน และลงทะเบียนอนุสรณ์สถานแห่งชาติโปรตุเกส  จากนั้นชมความงามของเมืองอาเวโร่ซึ่ง ท่านจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่สวยงามของอาคาร บ้านเรือนสีสันสดใสและสถานที่สำคัญๆ ของเมือง
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์โต้ (Porto) ทางเหนือของประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงถึง “ไวน์ ปอร์โต้” ซึ่งเป็นแหล่งไวน์ชั้นดีของคนที่มีรสนิยมในการดื่มไวน์ และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองและตั้งอยู่ริม แม่น้ำาโดรู และเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ ในปี ค.ศ.1996 อีกด้วย

  • นำท่านชมด้านนอก มหาวิหารแห่งเมืองปอร์โต (Porto Cathedral) สร้างในศตวรรษที่ 12 ซึ่งล้อมรอบด้วยชุมชนที่เก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ “Guerra นำท่านแวะถ่ายรูป นำท่านชมด้านนอก โบสถ์ซาน ฟรานซิสโก  (Igreja de Sao Francisco) เป็นอาคารในสไตล์โกธิคที่มีความเก่าแก่และงดงามเป็นอย่างมากแม้จะมีความมืดทึบอยู่ก็ตามที โดยภายในของโบสถ์แห่งนี้นั้นมีความสวยงามด้วยการตกแต่งด้วยแผ่นทองคำเปลวที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MERCURE PORTO GAIA HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8 : พอร์โต้-กิมาไรส์-บรากา-ปอร์โต้

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านล่องเรือ แม่น้ำดูโร (Douro River Cruise) ชมสะพานข้ามแม่น้ำ 6 สะพาน  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกีมาไรซ์ Guimaraes (ระยะทางประมาณ 55 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) หนึ่งในเมืองที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งบริเวณศูนย์กลางของเมืองได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมืองกิมาไรส์ เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากเมืองนี้เป็นที่ประสูติของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 กษัตริย์พระองค์แรกของโปรตุเกส โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงตระหง่าน
  • นำท่านชม ปราสาทกิมาไรส์ (Guimaraes Castle) ปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 ตามคำสั่งของ Mumadona Dias เคาน์เตสแห่งโปรตุเกส เพื่อปกป้องเมืองจากการโจมตีของชาวมัวร์และชาวนอร์แมน ซึ่งปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ได้กลายเป็นเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโปรตุเกส
  • จากนั้นนำท่านชม  Largo da Oliveira หรือ จัตุรัส Oliveira ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองกิมาไรส์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามที่สุดในเมือง ซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือน รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงร้านอาหารและร้านกาแฟ
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านสู่เมืองบรากา  (Braga) นับว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับที่สามของโปรตุเกส โดยตั้งอยู่ในหุบเขาที่เเสนจะสวยงามท่ามกลางเนินเขาเล็กๆ และภูเขาที่มีความเขียวชอุ่มมากมาย พร้อมกับบรรยากาศในแบบเมดิเตอร์เรเนีย เมืองเเห่งนี้จะเต็มไปด้วยอาคารสำคัญๆ ทางศาสนามากมาย เเละพิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยงามหลายต่อหลาย เเห่ ง จากนั้นนำท่าชม Bom Jesus do Mont ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความเชื่อกันมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก โดยมันอยู่ทางตอนเหนือของเมือง เเละมีโบสถ์อยู่ด้านบน โดยคุณต้องขึ้นบันไดผ่านเเนวกำเเพงที่ทอดยาว โดยตัวโบสถ์นั้นมีความเก่าเเก่มาตั้งเเต่ศตวรรษที่ 18 ซึ่งสร้างบนฐานเดิมตั้งเเต่ศตวรรษที่ 13 นำท่านกลับสู่ เมืองปอร์โต้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MERCURE PORTO GAIA HOTEL หรือเทียบเท่า
9

Day 9 : ปอร์โต

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านเดินทางสู่สนามบินฟรานซิสโก เดอ ซา คาร์เนโร เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส
  • 12.05 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอิสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1452 (ใช้เวลาบินประมาณ 04.20 ชม)
  • 18.35 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอตาเติร์ก อีสตันบูล ประเทศตุรกี
  • 20.15 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK64 (ใช้เวลาบินประมาณ 09.22 ชม/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
9

Day 9 :กรุงเทพฯ

  • 09.50 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
22 – 31 มีนาคม 2563 7 – 16 เมษายน 2563 30 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2563 4 – 13 มิถุนายน 2563 2 – 11 กรกฎาคม 2563
สายการบิน

แกรนด์โปรตุเกส 10 วัน 7 คืน (TK)

DEPARTURE/RETURN LOCATION สนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIME โปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล-ลิสบอน//-ปอร์โต-อิสตันบูล-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศโปรตุเกส สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์คนไทยคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ ตลอดการเดินทางท่านละ 40 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทยตลอดการเดินทางท่านละ 30 ยูโร (หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงิน หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 40,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
22 – 31 มีนาคม 2563 7 – 16 เมษายน 2563 30 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2563 4 – 13 มิถุนายน 2563 2 – 11 กรกฎาคม 2563
สายการบิน