วันเดินทาง
24 มีนาคม 2565 – 3 เมษายน 2565
สายการบิน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร ไม่พลาดทุกกิจกรรม เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กด Add Friend ทางเราได้เลย

เพิ่มเพื่อน
  • ที่พักระดับมาตรฐาน 4+5 ดาว อาหารดี
  • พิเศษ! ให้ท่านได้ชิมรสชาติขนมฝอยทอง และ ทาร์ตไข่ ณ ดินแดนต้นกำเนิด
  • ลิสบอน เมืองหลวงประเทศโปรตุเกส ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งภูมิประเทศและสถาปัตยกรรม และยังเป็นเมืองที่มีอากาศอุ่นที่สุดในยุโรป
  • ซินตร้า เมืองมรดกโลกทางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรม
  • แหลมคาโบดา ร๊อค คา ทั้งอยู่สุดลายของทวีปยุโรปทางด้านทิศตะวันตก
  • แฟโร เมืองทางใต้สุดของประเทศโปรตุเกส และยังเป็นเมืองท่าสำคัญของชาวมัวร์
  • ลากอส เมืองชายหาดที่มีความเก่าแก่และสวยงามที่สุดในเขตแอลการ์ฟ
  • ล่องเรือชมถ้ำเบนากิล เมืองลากัว อีกเมืองชายหาดในเขตแอลการ์ฟ
  • นาซาเร่ ที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ บนชายหาดที่สวยงาม ปัจจุบันยังเป็นเมืองตากอากาศที่สำคัญของประเทศโปรตุเกส
  • บาตาลยา เมืองเล็กกลางหุบเขา ในเขตลาเรีย เป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกที่สำคัญของประเทศโปรตุเกส
  • มอนซานโต หมู่บ้านที่ถูกสร้างแทรกไปตามก้อนหินขนาดใหญ่ และได้รับการโหวตให้เป็น “หมู่บ้านที่ดีที่สุด ในประเทศโปรตุเกส”
  • อาเวโร่ เมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญ และยังได้ชื่อว่า “เวนิส แห่งโปรตุเกส”
  • ชมหมู่บ้าน Costa Nova สีลูกกวาดแสนสวย
  • ปอร์โต้ เมืองทางด้านเหนือของโปรตุเกส ที่มีชื่อเสียงทางด้าน “ไวน์ ปอร์โต้”
  • ชมร้านหนังสือ Livraria Lello ต้นกำเนิด“ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก (Flourish and Blotts)”แห่งนิยายเด็ก Harry potter

*เอกสารที่ต้องใช้ในการเช็คอิน เพื่อเดินทางเข้าประเทศโปรตุเกส
– หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
– วีซ่าเชงเก้น ประเทศโปรตุเกส
– เอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม
– ผลรับรองการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่มีผลเป็นลบ และได้รับการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

 

1

Day 1:กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

  • 20.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ (TK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง
  • 23.00 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอิสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK69 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชม/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
2

Day 2 : กรุงเทพฯ-อีสตันบูล-กรุงลิสบอน

  • 04.10 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอฮาวาลิมานี อีสตันบูล ประเทศตุรกี
  • 07.35 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงลิสบอน” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1755 (ใช้เวลาบินประมาณ 04.50 ชม.)

  • 10.30 น. เดินทางถึงสนามบินลิสบอน ปอร์เตลา กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง เมืองลิสบอน (Lisbon)  เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตจู้ (Tejo) เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี และเคยประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 17 จึงทำให้อาคารเก่าแก่โบราณได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผู้นำคนสำคัญของเมืองในสมัยนั้น คือ มาร์คิส เดอร์ ปองปาล (Marquis de Pombal) ได้เริ่มบูรณะและจัดวางผังเมืองลิสบอนใหม่ให้ทันสมัย เกิดการสร้างถนนและอาคารสมัยใหม่กลายเป็นเมืองลิสบอนที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองจนถึงปัจจุบัน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านแวะถ่ายรูปที่ หอคอยเบเลม (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของ วาสโกดากามาและนักเดินเรือชาวโปรตุเกสเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม หอคอยเบเลมและมหาวิหารเจอโรนิโมได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983 และเป็นสองในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสอีกด้ว

  • จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ (Monument of Discovery)สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อรำลึกถึง 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์

  • จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเจอโร นิโมส์ (Jeronimos Monastery) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโก ดากามา ซึ่งได้เดินเรือสู่ประเทศอินเดียได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ.1498 ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้เป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์

  • นำท่านสู่ จัตุรัสโรซิโอ้ (Rossio Square) เป็นจัตุรัสที่มีชีวิตชีวาที่สุดในเมืองที่ซึ่งผู้คนหยุดนั่งพักผ่อนหรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟหลายแห่งตรงกลางเป็นอนุสาวรีย์ที่มีความสูง 27 เมตร
  • จากนั้นนำท่านชม ย่านอัลฟาม่า (Alfama Area) ย่านเมืองเก่าใจกลางกรุงลิสบอน สองข้างทางเป็นถนนแคบๆ รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนที่สร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง เต็มไปมนต์เสน่ห์ที่น่าดึงดูด ผสมผสานกันระหว่างอิทธิพลที่ได้รับจากโรมัน และอาหรับ ซึ่งหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศโปรตุเกสปี ค.ศ. 1755 เป็นที่น่าแปลกใจที่ย่านนี้ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ทำให้ทุก ๆ  อย่างยังคงสภาพเดิมให้เห็นจนถึงทุกวันนี้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ SOL E MAR HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3 : ลิสบอน-ซินตรา-คาโบ ดา ร๊อคคา-แฟโร

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  •  08.00 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองซินตร้า (Sintra) (ระยะทางประมาณ 18.5 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ในปี ค.ศ. 1995 เมืองซินตร้าได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรม
  • นำท่านเข้าชม พระราชวัง Palacio Nacional Sintra เป็นพระราชวังยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโปรตุเกสและเป็นที่โปรดปรานของขุนนางชาวโปรตุเกส การตกแต่งภายนอกแบบโกธิกที่เรียบง่ายของพระราชวัง จากนั้น

  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอกพระราชวังพีน่า  (Pena National Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า โดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส

  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง คาโบ ดา ร๊อคคา (Cabo Da Roca) (ระยะทางประมาณ 40.6 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) แหลมร๊อคคาตั้งอยู่สุดของทวีปยุโรปด้านทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ฝั่งตรงข้ามเป็นทวีปอเมริกา แหลมร๊อคคาตั้งอยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณแหลมร๊อคคามีมีประภาคารซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันแนวชายฝั่งทะเลและการเดินเรือจนใช้มาถึงปัจจุบันนี้
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแฟโร (Faro) เป็นเมืองศูนย์กลางการบริการจัดการของเขตอัลการ์ฟ ซึ่งเป็นเขตทางตอนใต้ของโปรตุเกส เมืองนี้เป็นอีกเมืองท่าของชาวมัวร์ ซึ่งต่อมาได้ถูกกษัตริย์ อฟองโซ ที่ 3 ครอบครองในปี ค.ศ. 1249 จนถึง ค.ศ. 1596 ในช่วงสงครามครูเสด เอิร์ลแห่งซัสเซ็กซ์ ของ  อังกฤษได้เข้ามาครอบครองเมืองนี้
  • จากนั้นนำท่านชม วิหารแฟโร Cathedral of Faro เป็นมหาวิหารโรมันคาธอลิกในเมืองแฟโรประเทศโปรตุเกส โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในนามของพระแม่มารีผู้ศักดิ์สิทธิ์ในปลายศตวรรษที่ 13 โดยอัครสังฆราชแห่งบรากา

  • ชม ซุ้มประตูอาโคดาวิล่า (Arco da Vila) สร้างขึ้นในช่วงยุคกลางของเมือง ซุ้มประตูอนุสาวรีย์นี้ได้รับการว่าจ้างจาก Bishop Francisco Gomes de Avelar ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยสถาปนิกชาวอิตาลีฟรานซิสโกซาเวียร์ฟาบรี การตกแต่งซุ้มประตูเป็นรูปปั้นของนักบุญโทมัสอาควินัสซึ่งถือว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของฟาโร

  • ชม Igreja do Carmo ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากย่าน Old Town และเป็นจุดศูนย์กลางของโบสถ์คาร์โมแห่งศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีลักษณ์ที่โดดเด่นและเต็ม ไปด้วยทิวทัศน์อันตระการตาของความงามแบบบาร็อค ด้านในประกอบไปด้วยแท่นบูชาที่ระยิบระยับด้วยใบไม้สีทองและของประดับตกแต่ง จากประเทศบราซิล ภายในยังมีวิหารกระดูก Capela dos Ossos (Chapel of Bones) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ภายในของโบสถ์เรียงรายไปด้วยซากศพที่ยังมีกะโหลกศีรษะเกือบ 1,250 กะโหลกและกระดูกอื่น ๆ ซึ่งจัดเป็นรูปแบบ แปลกประหลาดที่ประดับประดาผนังและแม้แต่เพดานที่มีบันไดบาร์เรล กระดูกถูกถอดออกจากสุสานของพระคริสต์ในปีพ. ศ. 2359 ซึ่งเป็นยุคที่ปฏิบัติกันทั่วยุโรปคาทอลิกในเวลานั้นเมื่อใช้โครงกระดูกเพื่อประดับประดาอัญมณี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ FARO HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4 : <strong>แฟโร-ลากอส-จุดชมวิว กลุ่มแท่งหินในทะเล-ถ้ำเบนากิล-อัลบูเฟรา</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. เดินทางสู่ ลากอส Lagos เป็นเมืองชายหาดที่มีความสวยงามที่สุดในภูมิภาคแอลการ์ฟ และเป็นเมืองที่มีชายหาดที่แสนจะสวยงามเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีความเก่าแก่มาอย่างนาน จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุดที่มีความสวยงามและเก่าแก่เหมาะแก่การมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

  • นำท่านชมป้อม Forte da Ponta da Bandeira สร้างขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่ 17  ทางเข้าคือสะพานชักเหนือคูเมือง เป็นป้อมปราการป้องกันหลังหนึ่งที่ดีที่สุดในเมืองลากอส
  • เดินทางสู่จุดชมวิว กลุ่มแท่งหินในทะเล (Ponta da Piedade)  ที่สวยงามแปลกตา ให้ท่านได้ชมวิว และถ่ายรูป
  • นำท่านเดินทางสู่ ลากัว (Lagoa) เมืองชายหาดใน แคว้นแอลการ์ฟ (Algarve)

  • นำท่านล่องเรือชม ถ้ำเบนากิล (Benagil Cave) ถ้ำริมทะเลแห่งนี้มีความสวยงามเฉพาะตัวเกิดขึ้นโดยฝีมือธรรมชาติ เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีภูเขาหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แต่เมื่อไปสำรวจภาพในจะพบกับช่องหลาย ๆ ช่อง ทำหน้าที่เปรียบดั่งเป็นประตูไปสู่ถ้ำทะเล และยังมีความพิเศษตรงที่หลังคาของถ้ำไม่มีความทึบแต่มีรูอยู่ด้านบนจนทำให้แสงสว่างกระทบมาถึงด้านล่างถ้ำที่เป็นชายหาดได้ ทำให้บริเวณนี้ไม่มืดและเป็นดั่งโถงธรรมชาติอันสวยงาม
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองอัลบูเฟรา (Albufeira) ติดกับชายฝั่งทะเลในเขตอัลการ์ฟ (Algarve) ทางตอนใต้ของโปรตุเกสเป็นเมืองที่มีทั้งความเจริญทันสมัยและมนต์เสนห์แห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งจตุรัสที่สวยงาม, โบสถ์ในยุคศตวรรษที่ 18 เป็นเมืองตากอากาศที่มีชายหาดสวยงาม น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวสดใสของแอตแลนติก นำท่านเดินเล่นชมเมือง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ SOL E MAR HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5 : <strong>อัลบูเฟรา -บาตาลยา-นาซาเร่</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • 08.00 น. นำท่านสู่ Batalha (บาตาลยา) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเขตเลเรีย บาตาลยากลายเป็นเมืองสำคัญที่มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญและได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหาร

  • นำท่านเข้าชม โบสถ์บาตาลยา Batalha Monastery หรือ  Mosteiro De Santa Maria Da Vitoria โบสถ์แห่งสร้างเพื่อถวายพระแม่มารี ตั้งอยู่ใกล้กับสนามรบ  ที่พระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (João I) แห่งโปรตุเกส นำทหารโปรตุเกส รบกับพระเจ้าจอห์นที่ 1 กษัตริย์แคว้นคาสตีล (John I of Castile) ซึ่งมาอ้างสิทธิการครอบครองราชย์บัลลังก์และแผ่นดินโปรตุเกส ผ่านราชินีของตน จนมีชัยชนะ ในปี ค.ศ.1385  โบสถ์นี้สร้างโดยพระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (João I) เพื่อถวายพระแม่มารี ตามคำอธิษฐานขอพรให้ก่อนออกรบ ตั้งอยู่ใกล้กับสนามรบ ที่พระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (João I) แห่งโปรตุเกส นำทหารโปรตุเกส รบกับพระเจ้าจอห์นที่ 1 กษัตริย์แคว้นคาสตีล (John I of Castile) ซึ่งมาอ้างสิทธิครอบครองราชบัลลังก์และแผ่นดินโปรตุเกส ผ่านราชินีของตน จนมีชัยชนะ และด้วยความสวยของโบสถ์แห่งนี้ส่งผลให้โบสถ์นี้กลายเป็นศิลปะชิ้นเอกอีกแห่งหนึ่งของโปรตุเกส จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก  จากองค์การยูเนสโก

 

  • เดินทางสู่เมืองนาซาเร่ Nazaré  เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ มีหาดทรายที่สวยงาม และบรรยากาศที่สบายเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นเมืองท่าตากอากาศที่สำคัญของโปรตุเกส ให้ท่านเดินชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่หมู่บ้านประมง แนวชายหาดของที่นี่มีความยาวกว่า 1.5 ก.ม. มีที่พักตากอากาศ ร้านอาหารทะเล คาเฟ่เก๋ๆ ตั้งอยู่ตลอดแนว
  • นำท่านสัมผัสกับนาซาเร่  โดยขึ้นรถราง เพื่อชมเมืองเก่าด้านบนภูเขา พร้อมชมวิวทั่วทั้งเมืองนาซาเร่และทะเลจากมุมสูงแบบพาโนรามา นำท่านไปจุดชมคลื่นยักษ์แห่งเมือง นาซาเร่ (Big Wave View Point) อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพตามอัธยาศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ PRAIA HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6 : <strong>นาซาเร่ -หมู่บ้านมอนซานโต</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. นำท่านสู่หมู่บ้านมอนซานโต (Monsanto) ถูกสร้างขึ้นในเทือกเขาเซอร์ราเดอเอสเตรลา ตั้งอยู่ที่ด้านข้างของภูเขา เป็นหมู่บ้านที่โดดเดี่ยวและมีเสน่ห์ หมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทรกไปตามก้อนหินขนาดใหญ่ สลับกับถนนเล็กๆ นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีการพบหลักฐานทางโบราณคดีจากยุคลูซิทาเนีย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยว ที่สามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาเซอร์ราเดอเอสเตรลา และเมืองที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน หมู่บ้านแห่งนี้ถูกโหวตให้เป็นหนึ่งใน “หมู่บ้านโปรตุเกสที่ดีที่สุด ในประเทศโปรตุเกส
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่านเดินเที่ยวชมหมู่บ้านโบราณมอนซานโต ชมความสวยงามแปลกตาของหมู่บ้านที่แทรกตัวอยู่ตามแนวหินก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MELIA CASTELO BRANCO HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : <strong>มอนซานโต-อาเวโร่</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอาเวโร่ (Aveiro) (ระยะทางประมาณ 245 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 02.50 ชม.) เมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญแหล่งหนึ่งของโปรตุเกสซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่เจริญมากๆ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสแห่งโปรตุเกส” เนื่องจากความสวยงามของคลองที่ตัดผ่านในตัวเมือง โดยมีสะพานเชื่อมแต่ละฝั่งเข้าด้วยกัน และมีเรือกอนโดลาและเรือเร็วหลากสีสันล่องไปตามลำคลองเหล่านั้น เดินทางถึง เมืองอาเวโร่
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านแวะชมสถานีรถไฟอเวโร่ Aveiro Station ประกอบไปด้วยอาคารสองหลัง คือหลังเก่าและหลังใหม่ อาคารหลังเก่าตกแต่งด้วยกระเบื้องสีฟ้า ซึ่งแสดงถึงประเพณี วัฒนธรรม ของชาวโปรตุเกส แม่น้ำโวลก้า ชาวประมง โบสถ์คริสต์ และอื่นๆ ส่วนอาคารใหม่เป็นสีขาวทั้งหลังและเป็นอาคารหลักในการให้บริการ ส่วนหลังเก่าไว้สำหรับเยี่ยมชม

  • นำท่านถ่ายภาพด้านนอก วิหารอาเวโร (Aveiro Cathedral) หรือที่รู้จักกันในนามโบสถ์เซนต์โดมินิกเป็นวิหารโรมันคาธอลิกในอาเวโรประเทศ โปรตุเกส มันเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลอาเวโรและสร้างขึ้นในโปรตุเกสบาโรค ก่อตั้งขึ้นในปี 1423 เป็นคอนแวนต์โดมินิกัน และลงทะเบียนอนุสรณ์สถานแห่งชาติโปรตุเกส  จากนั้นชมความงามของเมืองอาเวโร่ซึ่ง ท่านจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่สวยงามของอาคาร บ้านเรือนสีสันสดใสและสถานที่สำคัญๆ ของเมือง
  • เดินทางไปชม คอสตา โนวา (Costa Nova) หมู่บ้านชาวประมงของชาวโปรตุเกสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความสะดุดตาเพราะสีสันแบบลูกกวาด ดูแล้ว น่ารัก สดใส สบายตา หมู่บ้านคอสตา โนวา ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Aveiro ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1808 เป็นเมืองที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเล ทำให้อาชีพหลักของชาวบ้านคือการทำประมง และเหล่าชาวประมงก็ได้สร้างบ้านริมทะเลขึ้น โดยสร้างบ้านที่มีรูปทรงปกติทั่วไป แต่ได้เพิ่มสีสันของตัวบ้านด้วยการทาสีเป็นแนวตารางสลับขาว เช่นสีเหลืองขาว สีน้ำเงินขาว เป็นสีสดใสที่ตัดกัน สร้างความสะดุดตาให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็จะมีการทาสีเหมือนกันหมด กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำ ชุมชนไปโดยปริยาย ทั้งยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของประเทศ
  • จากนั้นนำท่าน ล่องเรือ “ Rua dos Combatientes da grande  ชมความงามของเมืองอาเวโร่ซึ่งตลอดสองฟากฝั่ง ท่านจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่สวยงามของอาคาร บ้านเรือนสีสันสดใสและสถานที่สำคัญๆ ของเมือง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MERCURE PORTO GAIA HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8 : <strong>อาเวโร่ -ปอร์โต้</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์โต้ (Porto) ทางเหนือของประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงถึง “ไวน์ ปอร์โต้” ซึ่งเป็นแหล่งไวน์ชั้นดีของคนที่มีรสนิยมในการดื่มไวน์ และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองและตั้งอยู่ริม แม่น้ำาโดรู และเมืองนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ ในปี ค.ศ.1996 อีกด้วย
  • นำท่านชมสถานีรถไฟ São Bento เป็นสถานีรถไฟโบราณ ภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีและลวดลายสีน้ำเงินบอกเล่าเรื่องราวของชาวโปรตุเกส สร้างขึ้นในขณะที่อารามนิกายเบเนดิกยังคงรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 16 ภายในสถานีรถไฟแห่งนี้มีจิตกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง ทั้งหมดรังสรรค์จากกระเบื้องเซรามิคอะซูเลโฮกว่า 20,000 ชิ้น  เราจะเห็นประวัติ สงคราม และ การคมนาคมของเมือง จิตกรฝาผนัง Jorge Colaço ใช้เวลาถึง 11 ปีในการสร้างสรรค์ผลงานนี้ในสถานีรถไฟ  São Bento แห่งนี้
  • เดินทางสู่ร้านหนังสือ Livraria Lello ร้านหนังสือเก่าแก่อายุ 140 ปี ถูกจัดเป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดในโลก จากสำนักข่าวชั้นนำของโลก อาทิ The Guadian และ Time และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ เจ. เค. โรว์ลิง (J. K. Rowling) ในการเขียนหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) ชุดนวนิยายแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นร้านหนังสือต้นแบบของ “ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก (Flourish and Blotts)” ร้านหนังสือเวทมนตร์ในตรอกไดแอกอนนั่นเอง  ร้านถูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมนีโอโอทิก ลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรม คือ ผนังเปิดกว้าง และลายเส้นซับซ้อน โดยเมื่อเดินเข้าไปภายใน Livraria Lello จะสะดุดตากับบันไดม้วน 2 ชั้นสีแดงสดกลางห้องโถง ตัดกับสีน้ำตาลเข้มของไม้ที่สร้างพื้น ราวบันได เพดาน และชั้นวางหนังสือไม้แกะสลัก อีกจุดที่โดดเด่นคือ เพดานประดับด้วยกระจกสีบานใหญ่
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านชมด้านนอก มหาวิหารแห่งเมืองปอร์โต (Porto Cathedral) ที่สร้างในศตวรรษที่ 12 ซึ่งล้อมรอบด้วยชุมชนที่เก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ “Guerra นำท่านแวะถ่ายรูป
  • นำท่านชมด้านนอก โบสถ์ซาน ฟรานซิสโก  (Igreja de Sao Francisco) เป็นอาคารในสไตล์โกธิคที่มีความเก่าแก่และงดงามเป็นอย่างมากแม้จะมีความมืดทึบอยู่ก็ตามที โดยภายในของโบสถ์แห่งนี้นั้นมีความสวยงามด้วยการตกแต่งด้วยแผ่นทองคำเปลวที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง
  • นำท่านนั่งกระเช้าลอยฟ้า (Cableway Teleferico de Gaia) เพื่อชมเมืองปอร์โตจากมุมสูง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ EUROSTAR PORTO DOURO HOTEL หรือเทียบเท่า
9

Day 9 : <strong>ปอร์โต้-กิมาไรส์-บรากา-ปอร์โต้</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกีมาไรซ์ Guimaraes (ระยะทางประมาณ 55 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) หนึ่งในเมืองที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งบริเวณศูนย์กลางของเมืองได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมืองกิมาไรส์ เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากเมืองนี้เป็นที่ประสูติของพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 1 กษัตริย์พระองค์แรกของโปรตุเกส โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงตระหง่าน
  • นำท่านชม ปราสาทกิมาไรส์ (Guimaraes Castle) ปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 ตามคำสั่งของ Mumadona Dias เคาน์เตสแห่งโปรตุเกส เพื่อปกป้องเมืองจากการโจมตีของชาวมัวร์และชาวนอร์แมน ซึ่งปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ได้กลายเป็นเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโปรตุเกส
  • จากนั้นนำท่านชม  Largo da Oliveira หรือ จัตุรัส Oliveira ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองกิมาไรส์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามที่สุดในเมือง ซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือน รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงร้านอาหารและร้านกาแฟ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • นำท่านสู่เมืองบรากา  (Braga) นับว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับที่สามของโปรตุเกส โดยตั้งอยู่ในหุบเขาที่เเสนจะสวยงามท่ามกลางเนินเขาเล็กๆ และภูเขาที่มีความเขียวชอุ่มมากมาย พร้อมกับบรรยากาศในแบบเมดิเตอร์เรเนีย เมืองเเห่งนี้จะเต็มไปด้วยอาคารสำคัญๆ ทางศาสนามากมาย เเละพิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยงามหลายต่อหลาย เเห่ ง จากนั้นนำท่าชม Bom Jesus do Mont ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความเชื่อกันมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก โดยมันอยู่ทางตอนเหนือของเมือง เเละมีโบสถ์อยู่ด้านบน โดยคุณต้องขึ้นบันไดผ่านเเนวกำเเพงที่ทอดยาว โดยตัวโบสถ์นั้นมีความเก่าเเก่มาตั้งเเต่ศตวรรษที่ 18 ซึ่งสร้างบนฐานเดิมตั้งเเต่ศตวรรษที่ 13 นำท่านกลับสู่ เมืองปอร์โต้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ EUROSTAR PORTO DOURO HOTEL หรือเทียบเท่า
10

Day 10 :<strong>ปอร์โต้ –อิสระช้อปปิ้ง-สนามบิน</strong>

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านเดินทางสู่ ถนน Santa Catarina ย่าน Shopping Street ถนนที่มีชีวิตชีวิตวาผู้คนคึกคัก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของมากมาย ของแบรนด์เนม รวมไปถึงสินค้าพื้นเมือง ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึกอิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • อิสระอาหารกลางวันเพื่อให้ท่านใช้เวลาเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเต็มที่
  • 12.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินฟรานซิสโก เดอ ซา คาร์เนโร เมืองปอร์โต้ประเทศโปรตุเกส
  • 16.10 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอิสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1450 (ใช้เวลาบินประมาณ 04.20 ชม)
  • 22.45 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอตาเติร์ก อีสตันบูล ประเทศตุรกี
  • 01.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินเตอร์กิสแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK68 (ใช้เวลาบินประมาณ 09.22 ชม/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
11

Day 11 :<strong>กรุงเทพฯ</strong> // <strong>สุวรรณภูมิ</strong>

  • 15.25 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
24 มีนาคม 2565 – 3 เมษายน 2565
สายการบิน

*หมายเหตุ      การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ในช่วงแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ท่านจะต้องจองโรงแรม ASQ (การกักตัวแบบทางเลือก) เป็นเวลา 1 วัน โดยท่านต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง (ไม่รวมในค่าทัวร์) ให้จองห้องพักตรงกับโรงแรมฯ เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย       

*** โปรแกรมทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน / สภาวะทางอากาศซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ของ ผู้เดินทางเป็นสำคัญ โปรแกรมนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวเป็นหลัก นอกจากนี้การเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย ต้องเป็นไปตามคำสั่งของทางคณะกรรมการควมคุมโรค ณ เวลานั้น ซึ่งทางผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆเอง เช่นการจองที่พักสำหรับการกักตัวเอง (ASQ) ก่อนการเดินทาง ทางบริษัททัวร์ จะไม่รับผิดชอบกรณีที่ผลการตรวจเชื้อ Covid-19 เป็นบวก ซึ่งทำให้ท่านไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ ตามกฎของทางสายการบิน และจะไม่รับผิดชอบจากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน***

ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการนี้สำหรับผู้เดินทาง  10 ท่าน ขึ้นไป
Ø ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน)    ท่านละ

Ø ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว   ห้องพักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

           119,900.-

           25,000.-                                                                                      

การจองทัวร์ (กรุณาจองทัวร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนจะเดินทาง) :
Ø หากท่านสนใจ และประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 50,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ค่าทัวร์รวม
ü ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด
เงื่อนไข ü ไม่สามารถทำการ REFUND ได้ทุกกรณี

ü ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้โดยสารได้ทุกกรณี

ü ไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้ เนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป จะต้องเดินทางไปและกลับพร้อมคณะ

ü ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ

ü ค่าที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)

ü ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ

ü ค่าเครื่องดื่ม (น้ำเปล่า) บนรถโค้ชวันละ 1 ขวด / ท่าน

ü ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง

ü ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม

ü ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน

ü ค่าประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางส่วนบุคคล จำนวนเงินประกันภัย 1,000,000 บาท

ค่าทัวร์ไม่รวม
ý ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ พนักงานบริการฯ ประมาณวันละ 5 ดอลลาร์ คิดเป็น 9 วัน รวม 45 USD /ท่าน ตลอดการเดินทาง

ý  ค่าตรวจเชื้อ Covid-19 สำหรับการเดินทาง Fit to Fly (ไม่เกิน 72 ช.ม. ก่อนการเดินทาง) สำหรับการเดินทางออกจากประเทศไทย

ý ค่าใช้จ่ายสำหรับการกักตัว 1 วัน (ASQ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการณ์ของ ศ.บ.ค. ในขณะนั้น

ý ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน

ý ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)

ý ค่าจัดทำเอกสาร และค่าทำธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว

ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ý ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

การยกเลิกการจองทัวร์ :
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน § หักค่ามัดจำ 50,000.- บาท
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-29 วัน § หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
เอกสารทำวีซ่า
1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า (สำหรับท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ขอความกรุณา แนบมาด้วย เพื่อนำไปอ้างอิงกับทางสถานทูต)

2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 3.5 cm x  45 cm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)

3.สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนอย่างละ 1 ใบ

4.สำเนาใบสูติบัตรกรณีที่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)

5.สำเนาทะเบียนสมรส

6.สำเนาใบหย่าหรือสำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)

7.สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)

8.หลักฐานการเงิน โดยต้องขอจากทางธนาคารเท่านั้น พร้อมถ่ายสำเนาจากสมุดเงินฝากส่วนตัวย้อนหลัง 3 เดือน พร้อมหน้าบัญชีหน้าแรก (หากมีการต่อเล่ม กรุณาสำเนาหน้าแรกของเล่มที่ต่อพร้อมกับตัวเลขบัญชีเงินฝากเป็นปัจจุบัน)

9.หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

กรณีเป็นพนักงาน

·     จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด พร้อมประทับตราของบริษัท

กรณีเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ

·     จดหมายรับรองจากหน่วยงานและสำเนาบัตรราชการ พร้อมประทับตราองค์กร

เกษียณอายุราชการ สำเนาบัตรข้าราชการเกษียณอายุ 1 ชุด

กรณีเป็นเจ้าของกิจการ

·  สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

·     จดหมายรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา พร้อมประทับตราสถาบัน

เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

·  จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตร ท่านที่บุตรเดินทางไปด้วย ต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่ (พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา) และต้องไปเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าที่รับยื่นวีซ่า

กรณีเป็นแม่บ้าน

สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะ (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) ใช้หลักฐานการเงินของตัวเองหรือของสามีก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปกับสามี จะต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี เป็นภาษาอังกฤษ (พร้อมกับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของสามี และบุตร ที่มีด้วยกัน)

หมายเหตุ :
§  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

§  บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

§  รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

§   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน

§   รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

§   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

§   การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

§ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 10 ท่าน

หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข

ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

วันเดินทาง
24 มีนาคม 2565 – 3 เมษายน 2565
สายการบิน