วันเดินทาง
21 กรกฎาคม – 03 สิงหาคม 2561
สายการบิน


โปรแกรมทัวร์นอร์เวย์ ฟินแลนด์ พระอาทิตย์เที่ยงคืน

โดย…สายการบินฟินน์ แอร์ (AY)

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ
  • 20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4แถว G สายการบินฟินน์ แอร์เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง
  • 23.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ โดย สายการบินฟินน์ แอร์ เที่ยวบินที่ AY144
2

Day 2

กรุงเทพฯ – โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ค) – ออสโล – ไกโล่
  • 06.05 น. เดินทางถึงสนมบิน กรุงเฮลซิงกิ (HELSINKI) เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 07.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองออสโล โดย สายการบินฟินน์ แอร์ เที่ยวบินที่ AY911
  • 08.05 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองออสโล(OSLO) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ในปี 2006 ออสโลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว โดยออสโลตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อ “ออสโลฟยอร์ด” ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะๆใหญ่ที่สุดชื่อ MALMOYA นอกจากนี้ ยังมีทะเลสาบกว่า 343 แห่งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญ
    นำท่าน ชมเมืองออสโล ผ่านชมทำเนียบรัฐบาล พระบรมมหาราชวัง อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีต่างๆ อาทิ เนชั่นแนลเธียเตอร์ อาคารรัฐสภา และศาลาเทศบาลเมืองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประดับไปด้วยน้ำพุ สวนและประติมากรรมเติมแต่งให้ดูกลมกลืน ใกล้กันเป็น The Nobel Peace Centre สถานที่ที่มีการจัดแสดงเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและไกลออกไปคือ โรงโอเปร่า ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
    นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง (VIKING SHIP MUSEUM) อาคารชั้นเดียว ที่จัดแสดงเรือไวกิ้งไว้ 3 ลำ แต่ละลำมีอายุประมาณ 1,000 ปี โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมตำนานความเจริญในอดีตที่ยิ่งใหญ่ของชาวไวกิ้งบรรพบุรุษของชาวนอร์เวย์ที่เดินทางไกลกว่าค่อนโลกด้วยพาหนะนี้ ชาวไวกิ้งใช้เรือในการรบ ทำการค้าและออกสำรวจหาดินแดนใหม่ๆ เรือในพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งที่เด่นสง่าคือ เรืออุสแบนนิ ยาว 22 เมตร ทำจากไม้โอ๊ค ใช้ฝีพายราว 30 คนคาดว่าสร้างขึ้นเพื่อกษัตริย์ไวกิ้งใช้ในการเดินทางระยะสั้นๆ ในทะเล
    จากนั้นนำท่านเข้าชม อุทยานฟรอกเนอร์ (Frognor Sculoture Park) ชมผลงานของปฏิมากรเอกชาวนอร์เวย์ชื่อกุสตาฟ วิกเกแลนด์ ที่ใช้เวลา 40 ปีในการแกะกลุ่มรูปสลักหินแกรนิต และทองแดงให้คนรุ่นหลังได้เห็นวัฎจักรในหนึ่งชีวิตของมนุษย์ ตรงใจกลางของอุทยานเป็นที่ตั้งของรูปแกะสลักชิ้นโบว์แดงของท่านชื่อ “โมโนลิท” (สูง 17 เมตร) แกะจากหินสลักแกรนิตเพียงแท่งเดียว
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย ออกเดินทางต่อสู่ เมืองไกโล่ (GEILO) หนึ่งในเมืองสกีรีสอร์ทกลางหุบ
    เขา และดินแดนแห่งกลาเซียร์ที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์
    นำท่านสู่ที่พักโรงแรม VESTLIA RESORT หรือเทียบเท่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
3

Day 3

ไกโล่- กู้ดวานเก้น – ล่องเรือชมซองฟยอร์ด – ฟลอม – นั่งรถไฟสายโรแมนติด – วอส – เบอร์เก้น
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 07.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกู้ดวานเก้น (GUDVANGEN) เพื่อล่องเรือ…….
  • 10.00 น. นำท่าน ล่องเรือชมซอง ฟยอร์ด (SOGNE FJORD) ที่สวยงามที่สุดในนอร์เวย์ มีความถึง 204 กิโลเมตร จากทะเลเข้ามาในแผ่นดิน โดยเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะแผ่นดินของธารน้ำแข็งเมื่อหลายล้านปีก่อน ท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างไม่รู้เบื่อ ชายฝั่งนอร์เวย์มีความเว้าแหว่งมากกว่าที่อื่นในโลกและเป็นประเทศที่บัญญัติศัพท์คำว่า ฟยอร์ด ขึ้นมาอีกด้วย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย จากนั้นนำท่านออกจาก เมืองฟลอม (FLAM) ซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของฟยอร์ด เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งของ ซอง ฟยอร์ด (SOGNE FJORD) เดินทางสู่ สถานีรถไฟไมร์ดาล (MYRDAL) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุด โดยสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร เป็นสถานีรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดในนอร์เวย์
    นำท่าน นั่งรถไฟสายโรแมนติก ฟลอม – ไมร์ดาล โดยสถานีไมร์ดาลเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายโรแมนติกฟลอมส์บานา โดยสถานีไมร์ดาลแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 867 เมตร
    นำท่านเปลี่ยนขบวนรถไฟเป็นสาย ฟลอมส์บานา (FLAMSBANA)
    เส้นทางรถไฟสายโรแมนติกที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ นั่งรถไฟสายโแมน
    ติก เลียบไปตามเส้นทางชมวิวแสนสวย ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมกับ
    ธรรมชาติอันสวยงาม ลัดเลาะไปตามไหล่เขา รถไฟจะจอดให้ท่านชม
    น้ำตก KJOSFOSS ซึ่งน้ำที่ไหลได้มาจากการละลายของหิมะบนเทือกเขาสูง
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองวอส (VOSS) เมืองน่ารักริมทะเลสาบที่ซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปในปี 1907
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเบอร์เก้น (BERGEN) (102 กิโลเมตร) เมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรม เมืองใหญ่อันดับ 2 ของนอร์เวย์ ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้และเมืองหลวงเก่าแก่แห่งฟยอร์ดของประเทศนอร์เวย์ อีกทั้งยังเป็นเมืองมรดกโลก โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกด้วย และเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศในปี ค.ศ. 1217 ก่อนจะย้ายไปยังกรุงออสโลในปี ค.ศ. 1299
    นำท่านชมเมืองเบอร์เก้น ย่านเมืองเก่าชาวประมง ท่าเทียบเรือเดินสมุทร และเป็นศูนย์กลางการขุดเจาะน้ำมันของประเทศด้วย ชมบริเวณท่าเรือเก่าบริกเกน (BRYGGEN) หรือย่านเมืองเก่าของเบอร์เก้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ด้วยห้องแถวสูงประมาณ 2-3 ชั้นที่สร้างด้วยไม้ทาสีขาว แดง เหลือง เขียว จั่วหน้าสามเหลี่ยม มีเสน่ห์น่ารัก หน้าบ้านมักจะตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปหัวกวาง ตัวแคปริคอน หรือม้ามังกร และรูปตุ๊กตาต่างๆ อาคารบริกเกนถึง 61 หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก
    นําท่านนั่งรถรางขึ้นสู่ ยอดเขา ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 320 ม. ให้ท่าชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนรามา
    อิสระให้ท่านเดินเล่น ซื้อของฝากของที่ระลึกบริเวณตลาดริมท่าเรือ ซึ่งมี
    ทั้งย่านตลาดปลา ตลาดนัดขายสินค้าพื้นเมือง ผลไม้ งานศิลปะ ฯลฯ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เบอร์เก้น – โบโด
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางสู่เมืองโบโด
  • 10.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโบโด(BODO) โดย สายการบินวิเดโร เที่ยวบินที่
    WF614
  • 12.00 น. เดินทางถึงสนามบินโบโด นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองโบโด(BODO) เป็นเมืองอยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ (NORDLAND) และเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
    นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์การบินนอร์เวย์ (NORWEGIAN AVIATION
    MUSEUM) ชมพิพิธภัณฑ์การบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตสแกนดิเนเวีย
    เป็นสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบิน รวม
    ไปถึงบทบาทที่สำคัญของการบินในช่วงยุคสงครามเย็นอีกด้วย
    พิพิธภัณฑ์การบินนอร์เวย์ ถูกเปิดใช้ 1994 และถูกเปิดใช้เป็น
    พิพิธภัณฑ์ในปี 1998 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับ หอควบคุม
    การบิน เครื่องบินรุ่นต่างๆ รวมไปถึงเครื่องบินโบราณอีกจำนวนมาก
    จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC BODO HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5

โบโด-มอสคิเนส-โซวาเก้น
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเที่ยวชมเมืองโบโด (Bodo) เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นเมืองอยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ (Nordland) และเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ นำท่านเยี่ยมชม มหาวิหารประจำเมืองโบโด (Bodo Cathedral หรือ Bodo Domkirke) สร้างขึ้นในช่วง ปี 1956 เป็นมหาวิหารที่ค่อนข้างมีความทันสมัย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองโบโด โดยสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดก็คงจะเป็นหอระฆังที่มีความสูงถึง 36 เมตร และการประดับประดาหน้าต่างที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและเดินเที่ยวภายในเมืองโบโด
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเมืองโบโดเพื่อนั่งเรือข้ามสู่เมืองมอสคิเนส (Moskenes)
  • 19.00 น. เดินทางถึงเมืองมอสคิเนส (MOSKENES) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโซวาเก้น (SORVAGEN) เพื่อนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม LOFOTEN RORBU HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6

โซวาเก้น-รีนน์-สโววาร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    หมู่บ้าน Å เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว
    จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองรีนน์ (REINE) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะลอฟโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองท่า HENNINGSVAER (50 กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากัน มาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY), ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ (หมายเหตุ : ร้านค้าและโรงงานต่างๆอาจปิดทำการเนื่องจากวันหยุดเทศกาล โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า) ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC SVOLVAER HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7

สโววาร์-นาร์วิค-ทรอมโซ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ผ่านถนนเส้นทาง E10 เส้นทางสายธรรมชาติให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตลอดสองข้างทางสู่ เมืองนาร์วิค (NARVIK) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสง เหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองนาร์วิค
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่าน ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา NARVIKFJELLET
    (หมายเหตุ : ทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายการ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา โดยไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ล่วงหน้า )
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอมโซ (TROMSO) (250 กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์อยู่ในเขตมณฑลทรอมทางตอนเหนือของนอร์เวย์และทางตอนเหนือของคาบสมุทรสแกนดิเนเวียน อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ในเขตอาร์คติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) อีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึงเมืองทรอมโซ
    จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU HOTEL TROMSO หรือเทียบเท่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารท้องถิ่น)
8

Day 8

ทรอมโซ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ขั้วโลก (POLAR MUSEUM) อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่ อยู่ในอาคารไม้สีแดง ตั้งอยู่บนท่าเทียบเรือ เป็นอีกหนึ่งอาคารแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1830 ภายในมีการจัด แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค การสำรวจขั้วโลก รวมไปถึงพื้นที่ในแถบอาร์กติก นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในเขตอาร์กติก ซึ่งได้แก่ ปลาวาฬ หมีขั้วโลก แมวน้ำ และสิงโตทะเล
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่าน ชมย่านใจกลางเมือง ให้ท่านได้ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะเหล่าอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสฉูดฉาด นำท่านถ่ายรูป พิพิธภัณฑ์ศิลปะนอร์เวย์ตอนเหนือ ให้ท่านได้ชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทางตอนเหนือของนอร์เวย์
    จสกนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารอาร์คติก (ARCTIC CATHEDRAL) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 อีกทั้งยังมีโครงสร้างโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการ สร้างมากจากสภาพภูมิทัศน์ในแบบภาคเหนือของนอร์เวย์ มหาวิหารอาร์คติกยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง หนึ่งของเมืองทรอมโซ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพระอาทิตย์เที่ยงคืน ได้อย่างชัดเจน อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกที่ Storgata Shopping Street ซึ่งร้านค้าในถนนย่านนี้ส่วนใหญ่เปิดบริการ 24 ชม.
    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU HOTEL TROMSO หรือเทียบเท่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
9

Day 9

ทรอมโซ-สกีโบทน์-อัลตา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สกีโบทน์ (SKIBOTN) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ที่เมืองทรอม (TROM) ซึ่งเป็นหมู่บ้านทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญระหว่าง ชาวนอร์เวเจี่ยน Norwegians, ชาวซามิ Sami และชาวเควน Kven สกีโบทน์ตั้งอยู่ริมชายฝั่งด้านในสุดของลีนเจนฟยอร์ด (Lyngen Fjord) และยังมีความยาวไปตามแนวภูเขาหลายลูกอีกประมาณ 100 กม. อีกด้วย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอัลตา (ALTA) เมืองใหญ่ที่สุดในฟินน์มาร์ก เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวประมงว่ามีแหล่งน้ำที่มีปลาแซลมอนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นเมืองหน้าด่านของการมาสู่นอร์ธเคปป์ เพื่อไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืน สามารถชมสถานที่ต่างๆ ในเมืองนี้
    นำท่านชมโบสถ์แห่งแสงเหนือ (NORTHERN LIGHTS CATHEDRAL) โบสถ์สไตล์โมเดิร์นที่มีแสงเหนือเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ
    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC ALTA HOTEL หรือเทียบเท่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
10

Day 10

อัลตา-ฮอนนิ่งแสวก-นอร์ทเคป-ฮอนนิ่งแสวก
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
    นำท่านเดินทางสู่ คาฟยอร์ด (KAFJORD) ลอดอุโมงค์ใต้ทะเลที่มีความ
    ยาวถึง 6,780 เมตร เพื่อเดินทางต่อสู่ เมืองฮอนนิ่งสแวก
    (HONNINGSVAG) ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่เหนือสุดของโลก ดินแดนทาง
    ภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ เป็นแคว้นกว้างใหญ่ซึ่งเป็นบริเวณแห่ง
    ทะเลน้ำแข็ง (ARCTIC CIRCLE) และเป็นดินแดนแห่ง พระอาทิตย์เที่ยง
    คืน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
  • บ่าย นำท่านสัมผัสประสบการณ์ ความหนาวเย็นแห่งดินแดนขั้วโลกกับ “Artico Ice Bar” บาร์น้ำแข็งที่สร้างจากน้ำแข็งและหิมะให้ท่านได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ กับบรรยากาศเย็นๆ (ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ –ฤดูร้อน แม้สภาพอากาศอากาศจะไม่ได้ปกคลุมด้วยหิมะ แต่ท่านจะได้ชมจากสภาพที่จำลองที่เหมือนจริง)
    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC HONNINGSVAG HOTEL หรือเทียบเท่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 22.30 น. ออกเดินทางสู่ที่ตั้งของ “ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป” ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมนอร์ธเคป ชมภาพถ่ายเกี่ยวกับการประพาสของรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2450 ซึ่งพระองค์ได้จารึกพระปรมาภิไธยบนก้อนหินขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันได้จัดแสดงไว้ให้ชาวไทยได้มีความภาคภูมิใจในพระปรีชาสามารถภายในพิพิธภัณฑ์สยาม ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย รับฟังและชมเรื่องราวของปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในห้อง Auditorium ก่อนที่จะไปชมปรากฏการณ์จริงด้านนอก ต่อจากนั้นเฉลิมฉลองการพิชิตแหลมนอร์ธเคปด้วย แชมเปญแกล้มด้วยไข่ปลาคาร์เวียเลิศรส แล้วรับมอบประกาศนียบัตร สําหรับผู้มาเยือน สมควรแก่เวลานําท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก
11

Day 11

ฮอนนิ่งแสวก-ลักเซลว์-อินาริ-อิวาโล
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่เมืองลักเซลว์ (Lakselv) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ เรียกได้ว่าใกล้เขตกรีนแลนด์มาก เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตแลปแลนด์ เรียกได้ว่าเป็นผืนแผ่นดินของนอร์เวย์ที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากอีกแห่งหนึ่ง สัมผัสกับทัศนียภาพของเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของอาณาเขตแลปแลนด์
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองอิวาโล (Ivalo) เมืองที่ตั้งในเขตการปกครองอินารี (Inari) ในเขตแลปแลนด์ ของประเทศฟินแลนด์ เมืองที่ตั้งใกล้ทะเลสาบอินารี เป็นเมืองสกีรีสอร์ท นำท่านผ่านชม “ทะเลสาบอินารี” แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่กับเกาะแก่งมากมาย บริเวณแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวแลป (Sami) นำท่านเข้าสู่ “พิพิธภัณฑ์ชาวแลป” ชมสภาพจำลองความเป็นอยู่ของชาวแลป ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกับเรื่องราวชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือมาเป็นเวลานาน ถิ่นกำเนิดกวางเรนเดียร์ ชาวแลปในเขตฟินแลนด์มีชื่อเรียกว่า แลปแลนด์ (Lapland) ขณะที่บริเวณรอยต่อประเทศนอร์เวย์ เรียกถิ่นฐานชาวซามิว่า ฟินน์มาร์ก (Finnmark) ดินแดนของชาวซามิทั้งสองประเทศนี้ถูกขนานนามว่า “Beauty of Silence”
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม HOTEL IVALO หรือเทียบเท่า
12

Day 12

อิวาโล-โรวาเนียมี่-เฮลซิงกิ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโรวาเนียมี่ (ROVANIEMI) นครหลวงของเขตแลปแลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์บริเวณเส้นอาร์คติก (เส้นแบ่งเขตอบอุ่นกับเขตหนาวเหนือ)
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร
  • 14.30 น. นำคณะเยือนดินแดนซานตาคลอส Santa Claus Village ที่เส้น Arctic Circle ดินแดน Lapland ได้ชื่อว่าเป็น The Christmas City ให้ท่านได้พบและบันทึกภาพกับลุงซานตาคลอส ได้ตลอดปี เชิญท่านเลือกซื้อของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสที่จะมาถึงหรือของที่ระลึกที่เกี่ยวกับลุงซานต้าและคริสต์มาสจำนวนมาก พร้อมบริการไปรษณีย์ที่ประทับตราสํานักงาน Santa Claus ที่บริการส่งไปยังทั่วโลก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ เพื่อเดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิโดย
    รถไฟตู้นอนทันสมัย สะดวกสบายตามมาตรฐานสแกนดิเนเวีย โดย
    ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน รวมทั้งมี
    ห้องน้ำสะอาดภายในห้องพัก(พักห้องละ 2 ท่านเท่านั้น สำหรับท่านที่มา 3 ท่าน
    ต้องพักจ่ายค่าพักห้องเดี่ยวเพิ่มสำหรับท่านที่ 3 )
    (ไม่มีพนักงานยกกระเป๋า ณ สถานีรถไฟ)
13

Day 13

เฮลซิงกิ       
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของรถไฟ
  • 08.55 น. รถไฟเดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ (HELSINKI) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่
    ที่สุดของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ ทางใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งอ่าว
    ฟินแลนด์ เฮลซิงกิอยู่ติดกับเมืองวันตาและเมืองเอสโป ซึ่งรวมตั้งเป็นเขต
    เมืองหลวงหรือมหานครเฮลซิงกิ เฮลซิงกิมีชื่อเดิมว่า เฮลซิงฟอร์ส และ
    ยังคงเป็นชื่อเมืองในภาษาสวีเดนในปัจจุบัน
    ** บริการยกกระเป๋าจากรถไฟไปยังรถโค้ช **
    จากนั้นนำท่านชมประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง กรุงเฮลซิงกิ
    เจ้าของนาม ธิดาสาวแห่งทะเลบอลติก นครลูกครึ่ง มีประชากรกว่าสี่
    แสนคน มีคาร์ล ลุดวิก เองเกล ชาวเยอรมันทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญ่
    ในโครงการสร้างเมืองใหม่นี้ นำท่านชม TEMPPELIAUKIO CHURCH
    หรือ ROCK CHURCH เป็นโบสถ์ ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกกว่าที่อื่น โดย
    แต่เดิมพื้นที่ของโบสถ์นี้เป็นเนินเขาและผู้ออกแบบได้ใช้วิธีสร้างโบสถ์ที่
    น่าสนใจ คือระเบิดเนินหินตรงกลาง เพื่อสร้างโบสถ์ในนั้น โบสถ์ที่ได้ขึ้น
    ชื่อว่าเป็น โบสถ์แห่งความรักและมีความเชื่อว่าเมื่อใครก็ตามจุดเทียนอธิ
    ฐานเรื่องเกี่ยวกับความรักในโบสถ์นี้แล้วจะสมหวังในสิ่งที่อธิษฐาน คน
    ฟินแลนด์มีความเชื่อเรื่องนี้เนื่องจากโบสถ์นี้สร้างขึ้น เมื่อวันที่ 14
    กุมภาพันธ์ 2511 และเสร็จเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป และนั่น
    คือสาเหตุที่หนุ่มสาวชาวเฮลซิงกินิยมเลือกมาจัดงานแต่งงานกันที่
    โบสถ์แห่งนี้ โดยโบสถ์แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งใน “Helsinki’s most popular
    tourist attractions” อีกด้วย ผ่านชมอุทยานที่ตั้งของ อนุสาวรีย์ชาน
    เซเบลลุส (SIBELIUS MONUMENT) บุคคลสำคัญของประเทศ
    ผู้ประพันธ์เพลงปลุกใจรักชาติ ชมศูนย์กลางของเมืองที่ จัตุรัสรัฐสภา
    (SENATE SQUARE) ซึ่งมีขนาดใหญ่รองรับคนได้หลายหมื่นคน
    สิ่งก่อสร้างสำคัญบริเวณจัตุรัสนี้คือ มหาวิหาร (CATHEDRAL) ซึ่งตั้งอยู่
    ทางทิศเหนือของจัตุรัส ทางทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นทำเนียบ
    รัฐบาลและอาคารหลักของมหาวิทยาลัยตามลำดับ และบริเวณจัตุรัส
    แห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชนะรางวัลออสการ์เรื่อง
    เรดส์ โดยใช้ฉากมโหฬารของเฮลซิงกิแทน กรุงเลนินกราดในสหภาพ
    โซเวียต ชมมหาวิหารอุสเปนสกี้ (USPENSKY CATHEDRAL) โบสถ์
    แบบรัสเซียออร์โธดอกซ์ และเป็นโบสถ์นิกายออร์โธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดใน
    ยุโรปตะวันตก ตัววิหารอุสเปนสกี้ตั้งอยู่บนเนินไม่ไกลจากบริเวณท่าเรือ
    มีลานกว้างหน้าวิหาร เป็นจุดชมวิวและถ่ายรูปด้านล่างของอ่าวฟินแลนด์
    และตลาดริมท่าเรือที่สวยงามจุดหนึ่ง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
  • 14.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
  • 17.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินฟินน์ แอร์ เที่ยวบินที่
    AY141
14

Day 14

กรุงเทพฯ
  • 07.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
21 กรกฎาคม – 03 สิงหาคม 2561
สายการบิน

นอร์เวย์ ฟินแลนด์ พระอาทิตย์เที่ยงคืน!!! 14 วัน 2018 (AY)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-เฮลซิงกิ-ออสโล-เฮลซิงกิ-กรุงเทพฯ โดยสายการบินฟินน์ แอร์
ค่าตั๋วเครื่องบิน เบอร์เก้น-โบโด โดยสายการบิน Wideroe Airline
ค่าโรงแรมที่พัก 11 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 2 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะที่ระบุในรายการ พร้อมคนขับรถ (กฎหมายในยุโรป ไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม. / วัน)
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถฯ วันละ 5 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 12 วัน คิดเป็น 60 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 14 วัน คิดเป็น 42 ยูโร หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
4. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
**วีซ่าอินเดีย จำเป็นที่จะต้องโชว์ตัว เพื่อทำการสแกนนิ้ว ณ สถานทูต**

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตามตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้นโรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้ โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาดการชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทางการเดินทางเป็นครอบครัว  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมดหลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
21 กรกฎาคม – 03 สิงหาคม 2561
สายการบิน