10 สถานที่ที่ทำให้คุณตกหลุมรัก “โครเอเชีย”

10 สถานที่ที่ทำให้คุณตกหลุมรัก “โครเอเชีย” 10 สถานที่ที่ทำให้คุณตกหลุมรัก “โครเอเชีย” 

1. ซาเกรบ (Zabreb) ถึงโครเอเชีย ก้าวแรกก็ต้องทักทายทำความรู้จักเมืองหลวงกันก่อน เซเกรบ เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ชวนหลงใหล มีกำแพงหินโบราณ สร้างขึ้นสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 รายล้อมเมืองเก่าที่แบ่งออกเป็น 2 เขต คือ Lower & Upper Town ใครมีเวลาหน่อยควรเดินให้ทั่วทุกซอกมุม คนบ้านไกลเวลาน้อย เน้นที่เด็ดๆ ไม่ควรพลาดก็เรียกว่าได้มาถึงเซเกรบแล้ว ที่แรก คือ โรงละครแห่งชาติ ก่อสร้างสไตล์นีโอบาร็อก มองภายนอกก็สวยสง่าเว่อร์วังอลังการแล้ว ภายในยิ่งไม่ต้องพูดถึง บรรยากาศเหมือนอยู่ในปราสาทยังไงยังงั้น  สถานที่ต่อไปจัดว่าเป็นไฮไลต์ของเมืองเซเกรบเลยคือ โบสถ์เซนต์มาร์ก (Church of St.Mark) โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระเบื้องมุงหลังคาสีแดง ขาว น้ำเงิน และลายตาหมากรุก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และสีของธงชาติโครเอเชีย เป็นโบสถ์สไตล์โกธีค สันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มสร้างในสมัยยุคกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 นอกจากเมืองเก่าแล้ว อีกที่ๆ ไม่ควรพลาดเลย คือ ตลาดสด Dolac Market  ที่ละลานตาไปด้วยผัก ผลไม้สดๆ ดอกไม้สวยๆ สีสันสดใส และอาหารให้เลือกซื้อมากมาย เป็นตลาดเปิดมีเสน่ห์มากๆ และน่าเสียทรัพย์อย่างยิ่ง

2. พลิตวิเซ่ (Plitvice) มาเมืองนี้ต้องตรงดิ่งไปยัง อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิตวิเซ่ ก่อนเลย เคยเห็นในรูปก็ว่าสวยจนแอบคิดว่ามันมีอยู่จริงเหรอที่แบบนี้  พอมาเห็นด้วยตา เท่านั้นแหละบอกเลยว่านี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ! น้ำในทะเลสาบสีเขียวมรกตใสแจ๋ว ป่าสนเขียวขจี ยิ่งเดินไปตามทางเท้าลัดเลาะไปตามทะเลสาบเรื่อยๆ ก็ยิ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1979 ก็สวยจนลืมหายใจขนาดนี้ เม็มโมรี่การ์ดกล้องมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ มองไปทางไหนก็สวยทุกองศา น่าถ่ายรูปแชะภาพไปทุกมุม ทั้งน้ำตก ทั้งทะเลสาบที่มีอยู่ถึง 16 แห่ง! เดินกันเป็นวันก็ยังเก็บไม่หมด แถมที่นี่ยังมีบริการล่องเรือชมทะเลสาบอีกด้วย ใครไม่มาบอกเลยว่าพลาดอย่างแรง มาแล้วไม่อยากกลับ…อยากจะขอย้ายภูมิลำเนาอยู่ที่นี่เลยได้ไหม

 

3. ซาดาร์ (Zadar) เมืองท่าสำคัญของโครเอเชียทางฝั่งทะเลอาเดรียติก เมืองนี้มีไฮไลต์เด็ดๆ อยู่ 3 แห่ง คือ ประตูเมืองโบราณ Kopnena Vrata โบสถ์ St. Donatus สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 และ Sea Organ สถาปัตยกรรมก่อสร้างเครื่องดนตรีที่อาศัยเกลียวคลื่นที่ซัดเข้ากระทบกับบันไดหินอ่อนและท่อใต้ขั้นบันได ทำให้เกิดเป็นท่วงทำนองดนตรีอันไพเราะเสนาะหู เป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ผลงานการออกแบบของ Nikola Basic นั่งฟังเพลินๆ พร้อมรับลมเย็นจากทะเลอาเดรียติกไปด้วย นี่มัน Live music ชัดๆ! ‘Sea Organ’ จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้ชมเมื่อปี 2005 นี่เอง

4. อุทยานแห่งชาติครึคา (Krka National Park) สถานที่ท่องเที่ยวที่ จัดว่าเป็นนางเอกและได้รับความนิยมมากที่สุดของที่นี่คือ ‘น้ำตกสกราดินสกี บูค’ (Skradinski Buk Waterfall) หรือ Krka Waterfall ภาพแรกที่เห็นสวยดั่งต้องมนต์สะกด สมเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ถูกจัดว่าสวยที่สุดในยุโรป ด้านหน้าคือสระว่ายน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ สีเขียวสวยใสกิ๊งราวกับกระจก ด้านหลังเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 37.5 เมตร  โอบล้อมไปด้วยภูเขาและต้นไม้ ที่นี่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำได้อย่างเต็มที่ ใครไม่อยากว่ายน้ำจะพายเรือเล่นก็ยังได้

5. เกาะวิซอแว็ค (Visovac Island) ถ้ามองเกาะนี้จากท็อปวิว จะรู้เลยว่าทำไมเกาะนี้ถึงเป็นเกาะต้องห้ามพลาด เกาะนี้เป็นที่ตั้งของอารามอันเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ค.ศ. 1576 โดยคณะฟรันซิส แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปชมและศึกษาเรื่องราวในอดีต ด้านนอกจัดเป็นสวนสวยงาม สามารถเดินชมและเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีต้นไซปรัสขึ้นรายล้อมรอบเกาะเสมือนเป็นปราการธรรมชาติที่คอยปกป้องอารามเก่าแก่แห่งนี้ไว้อีกด้วย

6. โทรเกียร์ (Trogir) เป็นเกาะเล็กๆ บรรยากาศน่ารักที่มีประวัติยาวนาน เป็นอู่อารยธรรมของชาวกรีกโบราณตั้งแต่สมัย 380 ปี ก่อนคริสตกาล มีสิ่งก่อสร้างและโบราณสถานที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้จนได้รับการขึ้นทะเบียนและประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1997 คือ จัตุรัสกำแพงเมืองและป้อมปราการ การได้เดินทอดน่องชมเมืองเก่า เหมือนได้เดินย้อนเวลากลับไปหาอดีต โดยมีโบราณสถานต่างๆ เป็นตัวเชื่อม ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์กรีก-โรมันของประตูเมืองเก่า หอนาฬิกา หรือมหาวิหารเซนต์ ลอว์เรนซ์ (St. Laurence) ที่งดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลักที่มีรูปปั้นสิงโต อดัมกับอีฟ และรูปสลักนักบุญองค์สำคัญ จากสิ่งก่อสร้างที่เหลืออยู่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าสมัยก่อนจะงดงามเพียงใด

7. สปลิต (Split) นอกจากจะเป็นเมืองศูนย์กลางการพาณิชย์ การคมนาคมที่สำคัญของแคว้นดัลเมเชียแล้ว ยังเป็นเมืองชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียอีกด้วย ยังไม่พอ ยังพ่วงด้วยดีกรีความเป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุด ด้วยอายุกว่า 1,700 ปี ประวัติน่าสนใจขนาดนี้จะไม่หยุดแวะชมค้นหาเมืองนี้ได้ยังไง เริ่มจากเดินซึมซับบรรยากศความเป็นเมืองเก่า ชมตึกรามบ้านช่องต่างๆ ที่ยังคงสภาพเดิมๆ ไว้ แวะชมศาลาว่าการเมืองที่สร้างแบบศิลปะเรอเนสซองส์ ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 และไฮไลต์สำคัญคือ พระราชวังดิโอคลิเธียน (Diocletian Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ ดิโอคลีเธียน แห่งเมืองเวนิส เมื่อครั้งที่แผ่ขยายอาณาเขตเวนิสมาสู่เมืองสปลิตในยุคโรมันโบราณ ชมสถาปัตยกรรมโรมันที่ยังหลงเหลือให้ชมทั้งภายในและภายนอก

8. เมืองเก่าคอร์ชูล่า (Korcula Island) เมืองนี้เป็นเกาะในเขตทะเลอาเดรียติก ที่ต้องล่องเรือไป เกาะนี้มีความสำคัญและเป็นที่รู้จักว่าเป็นเมืองบ้านเกิดของนักเดินเรือในตำนานผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ‘มาร์โค โปโล’ และยังเคยได้รับฉายาว่าเป็น ‘ไข่มุกแห่งยุคกลาง’ ด้วย แน่นอนว่ามาเมืองเกิดของนักเดินทางในตำนานทั้งที ก็ต้องแวะชมบ้านเกิดของมาร์โค โปโล ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว ด้านในมีการจัดแสดงนิทรรศการและประวัติฉากสำคัญในชีวิตของมาร์โค โปโล

 

9. ดูบรอฟนิค (Dubrovnik) อยู่ทางตอนใต้ของโครเอเชีย เมืองนี้พิเศษตรงที่มีกระเช้าไฟฟ้าพาขึ้นไปชมวิวที่ความสูง 400 เมตร เมื่อขึ้นไปแล้วจะสามารถชมเมืองได้แบบ 360 องศา มองเห็นบ้านแต่ละหลังใช้หลังคาสีส้มอันเป็นสีเอกลักษณ์ของเมืองนี้ สัมผัสความงดงามสีน้ำเงินเข้มของทะเลอาเดรียติก เมื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอดแล้ว ลงมาเดินเที่ยวเมืองเก่ากันต่อ บ้านเรือนย่านเมืองเก่าเป็นสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์บาร็อกที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ชมอาคาร บ้านเรือนเก่าแก่ภายในป้อมปราการต่างๆ เช่น Fort of St. John ประตู Pile Gate เป็นต้น โดยมีจุดเด่นอยู่ที่กำแพงเมืองโบราณ (City Walls) ที่ยาวถึง 1,940 เมตร และสูง 25 เมตร สลับด้วยหอรบ หอคอยทรงกลม และหอทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ว่ากันว่า กำแพงนี้ มีความมั่นคงและแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำนี้เลยทีเดียว

Dubrovnik, Croatia

10. เมืองคัฟถัต (CAVTAT) เมืองเล็กๆ น่ารัก น่าพัก น่าเที่ยวริมชายฝั่งทะเล ที่มีชายหาดยาวถึง 15 กิโลเมตร ไม่ว่าจะนอนกลิ้งปิ้งแดดที่หาดหรือเดินทอดน่องสูดอากาศ เมืองนี้ก็เหมาะยิ่งนัก นอกจากนี้คัฟถัต ก็ยังมีประวัติยาวนานและมีสถานที่อันเก่าแก่ น่าสนใจไม่แพ้เมืองอื่นๆ ในโครเอเชีย อย่าง โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nikolas Church) สร้างในสมัยศตวรรษที่ 15 ตั้งอยู่หน้าอ่าวลูก้า (Luka Bay) มีม้ายาวสำหรับนั่งฟังสวด ที่สร้างขึ้นตามแบบสปาร์ตัน ตรงข้ามแท่นบูชายังมีภาพวาดสำคัญ Our Lady of Cavtat ซึ่งวาดโดยศิลปินชื่อดังชาวดูบรอฟนิค อ่านมาถึงตรงนี้ แนะนำว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ควรต้องไปเยือนโครเอเชียสักครั้ง เพราะภาพและคำบรรยายไม่อาจอธิบายถึงความสวยงามได้ดีเท่ากับไปเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยใจ แล้วคุณจะตกหลุมรักโครเอเชียเหมือนกับที่นักเดินทางหลายๆ คน ที่บอกเปนเสียงเดียวกันว่า ‘หลงรักโครเอเชีย’ เข้าให้แล้ว

Reated post:

reated-img
รวมผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19
reated-img
อุซเบกิสถาน นครมรดกโลกแห่งวัฒนธรรม EP.2 ยื่นวีซ่าอุซเบง่ายๆ ผ่านฉลุย พร้อมตะลุยไปเที่ยว
reated-img
อิหร่าน…ไปแล้วจะหลงรัก EP.5 ขอวีซ่าอิหร่านยังไงให้ผ่าน แบบไม่ให้นก เที่ยวง่ายกว่าที่คิด

About Author

client-photo-1
gtt-admin

Comments

Mary
August 22, 2015
Eu. Nonummy non mollis purus fermentum ultricies volutpat pretium litora malesuada dui egestas fermentum sit dapibus cubilia senectus mus netus.
John
August 22, 2015
Nibh massa orci. Facilisis, sit enim. Aliquet integer sociis nulla pretium bibendum, etiam arcu nisi. Phasellus Vel. Quis cum Primis venenatis integer potenti arcu.