วันเดินทาง
22 - 29 มีนาคม 2563 12 - 19 เมษายน 2563 1 - 8 พฤษภาคม 2563
สายการบิน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร ไม่พลาดทุกกิจกรรม เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กด Add Friend ทางเราได้เลย

เพิ่มเพื่อน

เลบานอน 8 วัน 6 คืน

พบประสบการณ์ครั้งใหม่ที่จะอยู่ในความทรงจำกับประเทศเลบานอน พาท่านเที่ยวชมถ้ำไจต้า ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในถ้ำที่สวยที่สุดในโลก ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์พระแม่มารีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาริสสา มีชื่อว่า สุภาพสตรีแห่งเลบานอน ชมเมืองบริบลอส ชมเมืองเก่าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก 

  • บินสายการบิน EK ระดับ 5 ดาว ออกเช้า ถึง เย็น ได้นอนพักผ่อนก่อนเที่ยว 1 คืน ไม่เหนื่อย !!
  • พักโรงแรม 4-5 ดาว ย่านถนนสายช้อปปิ้ง+ อาหารดี !!
  • พิเศษ !! รับประทานอาหารจีน + อาหารอิตาเลี่ยน + อาหารพื้นเมือง
  • พิเศษ!! เฉพาะช่วง 12-19 เมษายน 2563 ร่วมทริปกับคุณกาญจนา หงษ์ทอง กูรูด้านการท่องเที่ยว !!

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – ดูไบ – เบรุต
  • 07.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Tเคาน์เตอร์สายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 09.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบิน EK 375 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 13.00 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองดูไบ รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน อิสระให้ท่านพักผ่อนและ ช๊อปปิ้งสินค้าใน Duty Free ตามอัธยาศัย
  • 15.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเบรุต ประเทศเลบานอน โดยเที่ยวบินที่ EK 953 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 18.15 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน นำท่านผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ LE COMMODORE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 5 ดาว หรือเทียบเท่า
2

Day 2

เบรุต – ไจต้า – ฮาริสสา – บิบลอส  
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

Beirut: National Museum

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งกรุงเบรุต (Beirut National Museum) เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเริ่มในปี ค.ศ. 1919 โดยการรวบรวมศิลปะวัตถุโบราณของ Raymond Weill, เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสประจำการในเลบานอน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่สุดของประเทศเลบานอน

jeita grotto lebanon

นำท่านเดินทางไปยัง เมืองไจต้า (Jeita) ซึ่งอยู่นอกเขตเมืองเบรุต ไปทางทิศเหนือ 18 กม. เพื่อเที่ยวชม ถ้ำไจต้า (Jeita Grotto) โดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ภายในถ้ำมีการปูทางเดินซีเมนต์เดินชมได้ บางส่วนยื่นเข้าไปในเหวลึก ตัวถ้ำขนาดใหญ่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1836 โดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ตัวถ้ำแบ่งเป็น 2 ส่วนที่มีส่วนเชื่อมถึงกัน แบ่งเป็นถ้ำด้านบนและด้านล่าง ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าชม ตัวถ้ำมีความยาวประมาณ 9 กม. ภายในมีน้ำสะอาด ซึ่งกลายเป็นแหล่งน้ำดื่มของชาวเลบานอน ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในถ้ำที่สวยที่สุดในโลก

Lady of Lebanon

จากนั้น นำท่านไปถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์พระแม่มารี ขนาดใหญ่ ทำจากสำริดทาสีขาว ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาริสสา (Harissa) มีชื่อว่า “สุภาพสตรีแห่งเลบานอน” (Lady of Lebanon) สร้างเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยประเทศฝรั่งเศส สูง 8.5 เมตร หนักกว่า 13 ตัน พร้อมทั้งชมวิวอ่าวโจนิส

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร อิตาเลี่ยน

เมืองบิบลอส (Byblos)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบิบลอส (Byblos) ชมเมืองเก่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดของโลกที่มีผู้อยู่อาศัยติดต่อกันมาประมาณ 7,000 ปี และเป็นท่าเรือแห่งแรกของโลก เชื่อว่าตัวกำแพงเมืองถูกสร้างในยุค Bronze Age (2,800 ปีก่อนคริสตกาล) โดยชาวฟินิเชียน ซึ่งเป็นพ่อค้าระดับชาติกลุ่มแรกๆของโลก ด้วยความสำคัญดังกล่าว จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984
นำท่านชม เมืองโบราณริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาทิ ป้อมโบราณ สร้างโดยนักรบครูเสด ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1108 โดยใช้หินจากโบราณสถานของโรมันและอาหรับ ตัวเมืองถูกบูรณะเมื่อ 50 ปีที่แล้ว จากตัวป้อมเราสามารถชมซากเมืองเก่าอายุหลายพันปี
ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับกรุงเบรุต

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    ALEPH BOUTIQUE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
3

Day 3

บิบลอส – ป่าซีดาร์ – บซาร์ริ – หุบเขาคาดิซา – ตริโปลี – บิบลอส
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

หุบเขาคาดิซา

นำท่านเดินทางตามทางหลวงที่เลียบชายฝั่งทะเล ผ่าน เมืองเชคก้า (Chekka) ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามของภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยที่สุดในเลบานอน ชม หุบเขาคาดิซา (Kadisha Valley) ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ วาดีคาดิซา” เป็นหนึ่งในชุมชนทางศาสนา ยุคคริสต์ศาสนาตอนต้นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อารามในคริสต์ศาสนาหลายแห่งมีอายุเก่าแก่มาก ตั้งอยู่บนภูมิทัศน์อันขรุขระของขุนเขาอย่างน่าทึ่ง

Qadisha Valley, Lebanon

ผ่านชม ป่าต้นซีดาร์ ต้นซีดาร์มีคุณค่าสูงยิ่งในยุคโบราณ โดยเป็นวัสดุก่อสร้าง ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่หลายแห่ง ในบริเวณป่าแห่งนี้ ต้นซีดาร์บางต้นมีอายุกว่า 1,000 ปี อีกทั้งยังถือเป็นต้นไม้ประจำชาติของเลบานอน และต้นซีดาร์ยังปรากฎเป็นสัญลักษณ์ตรงกลางธงชาติเลบานอนอีกด้วย และได้รับการคุ้มครองยกย่องเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1998

Gibran Khalil Gibran Museum

จากนั้น นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ คาริล ยิบราน ( Khalil Gibran Museum) นักกวีชื่อดังของโลก มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองบซาร์ริ ก่อนย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในอเมริกา คาริล ยิบราน สามารถแต่งบทกวีได้ทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ แม้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างถิ่น แต่ก็ไม่เคยลืมความรักในชาติพันธุ์ของเขา เขาสิ้นชีวิตลง ณ นครนิวยอร์ก และได้นำร่างของเขากลับมายังบ้านเกิด ที่เมืองบซาร์ริ ซึ่งภายหลังได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงชีวประวัติ คาริล ยิบราน ถือเป็นบุคคลสำคัญของชาวเลบานอนเป็นอย่างมาก

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางไป เมืองตริโปลี (Tripoli) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเบรุต 85 กม. และเป็นท่าเรือทางทิศตะวันออกสุดของประเทศเลบานอน

นำท่านชม ป้อมปราการ เรมอนด์ เดอ เซนต์ กิลล์ (Citadel of Raymond de Saint Gilles) ซึ่งเป็นป้อมปราการบนยอดเขาของเมืองตริโปลี สร้างโดย ท่านเคานท์ เรมอนด์ เดอ เซนต์ กิลล์ ผู้ว่าการของเมืองตริโปลี ในปี ค.ศ. 1103

จากนั้น นำท่านไปชม ตลาดเก่า (Souk) ในเมืองตริโปลี ซึ่งมีบรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14 ทั้งอาคารบ้านเรือน เสาอาคารสไตล์คอรินเธียน พื้นที่ปูด้วยอิฐ ซึ่งมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ใด

ชม มัสยิดเก่าที่สำคัญแห่งเมืองตริโปลี อาทิ มัสยิดไทนอล (Taynal Mosque) ซึ่งสร้างจากหินทรายในสมัยออตโตมัน ด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัมลุค (Mamluk) ในปี 1336

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
  • พักที่ ALEPH BOUTIQUE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เบรุต – น้ำตกบาตาร่า จอร์จ – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

Baatara Gorge Waterfall

นำท่านเดินทางสู่ น้ำตกบาตาร่า จอร์จ (Baatara Gorge Waterfall) อยู่ไกลจากเมืองหลวงเบรุตประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆในเอเชีย ธรรมชาติได้สร้างสรรค์น้ำตกแห่งนี้มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ ผ่านเวลายาวนาน จนกลายเป็นน้ำตกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยู่สูงเหนือระดับระดับน้ำทะเลประมาณ 1,150 เมตร น้ำตกบาตาร่า จอร์จ อยู่ใกล้กับหมู่บ้านบาล่า ตั้งอยู่ในเส้นทางหุบเขาเลบานอน น้ำตกแห่งนี้ถูกค้นพบอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1952 โดยชาวฝรั่งเศสที่มาสำรวจเส่นทางถ้ำในบริเวณนั้น และน้ำตกบาตาร่า จอร์จ ยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่ง คือ “สะพานสามเหว” ที่มาของชื่อมาจากสะพานที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติแขวนอยู่เหนือถ้ำในแต่ละชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นหินปูนตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ น้ำตกบาตาร่า จอร์จ มีจุดเด่นตรงที่ปรากฎการณ์น้ำตกที่ไหลลงรูไปสู่หลุมด้านล่าง ซึ่งมองจากด้านนอกจะเห็นชัดเจนว่า น้ำตกมีลักษณะเป็นช่องสามชั้น เพราะมีสะพานธรรมชาติทั้งสามขั้นอยู่นั่นเอง โดยน้ำตกไหลลงสู่พื้นในความสูงประมาณ 255 เมตร (หมายเหตุ…น้ำตกไม่มีน้ำในช่วงหน้าหนาว)

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ กรุงเบรุต
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ LE COMMODORE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 5 ดาว หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เบรุต – บาลเบ็ค – คซารา – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

 

Baalbek

นำท่านเดินทางข้ามเขาเลบานอน เพื่อเดินทางสู่ เมืองบาลเบ็ค (Baalbek) ซึ่งมี ศาสนสถานของโรมัน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเลบานอน วิหารประกอบด้วย วิหารแรกที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้า Jupiter บิดาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง เป็นวิหารขนาดใหญ่มหึมา มีความยาว 274 เมตร มีเสาขนาดความสูง 22 เมตร (สูงที่สุดในโลก) ล้อมรอบ 54 ต้น (ปัจจุบันเหลือเพียง 6 ต้น ปัญหาจากแผ่นดินไหว และถูกนำไปใช้งานที่อื่น อาทิ โบสถ์เซนต์โซเฟียที่อิสตันบูล 8 ต้น) และวิหารอีกแห่งที่มีขนาดเล็กกว่า (แต่ยังใหญ่กว่าวิหาร Panthenon ที่เอเธนส์) สร้างถวายแก่เทพเจ้า Bacchus (เทพเจ้าแห่งเหล้าไวน์) และ Venus วิหารแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานในแบบคอรินเธียนที่งดงามที่สุดในโลก คาดว่าสร้างในระหว่างปี ค.ศ. 193 – 217 โดยจูเลียส ซีซ่าร์ เซพติมิอุส และ คาราคาลา ความยิ่งใหญ่จะเห็นได้จาก ซากหินแกรนิตที่นำมาจากอียิปต์ เป็นหินตัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาว 27.5 เมตร กว้าง 4.2 เมตร ลึก 4.2 เมตร น้ำหนักกว่า 1,000 ตัน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

นำท่านชม ถ้ำธรรมชาติ แหล่งผลิตไวน์ที่คซารา ซึ่งอยู่ใน หุบเขาเบคกา ในยุคที่ชาวฟินิเซียนล่องเรือทำการค้ากับเลบานอน ก็ได้นำไวน์ของเลบานอนออกขายให้กับชาวอิตาลี และสเปน บริเวณหุบเขาเบคกา เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ จึงทำให้มีการปลูกองุ่นหลากสายพันธุ์ ที่เหมาะแก่การทำไวน์ชั้นเลิศ

Aanjar

ผ่านชม เมืองแอนจาร์ (Aanjar) เมืองขนาดเล็กที่รุ่งเรืองในยุคมุสลิม ราชวงศ์อูมเมยาร์ด เข้าปกครองในสมัยของกาหลิบวาลิดที่ 1 ช่วง ค.ศ. 705 ชมพระราชวังโบราณ โรงอาบน้ำ ร้านค้าต่างๆ ที่มีมากกว่า 600 ร้านค้า ที่แสดงให้เห็นว่า เมืองแอนจาร์แห่งนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าในสมัยโบราณเช่นกัน
ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ กรุงเบรุต

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ LE COMMODORE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 5 ดาว หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เบรุต – ไทร์ – ไซดอน – ไบเทดดีน – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

Tyre lebanon

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไทร์ (Tyre) เมืองท่าสำคัญของชาวฟีนีเซียน เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,750 ปีก่อนคริสตกาล เมืองไทร์ นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า เฮโรโดตัส (Herodotus) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งประวัติศาสตร์” เป็นผู้บันทึกเอาไว้ว่า เมืองไทร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,750 ปีก่อนคริสตกาล ในอดีตเมืองนี้เคยถูกอเล็กซานเดอร์มหาราช (กรีก) บุกเข้ายึดครอง ต่อมาได้รับเอกราชและกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของโรมัน ปัจจุบัน เมืองไทร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรมันฮิปโปโดรม” ที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1979
จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองไซดอน (Sidon) เมืองท่าอีกแห่งของฟีนีเซียน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 3 รองจากบิบลอส และ ไทร์

Sidon Sea Castle

นำท่านชม ด้านนอก ปราสาททะเล (Sidon Sea Castle) สร้างโดยนักรบครูเสด ในปี ค.ศ. 1228 บนเกาะเล็กๆริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ด้วยการทำสะพานหิน จุดประสงค์เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันเมือง บนป้อมแห่งนี้เคยมีหอคอยอยู่ 2 หอ และถูกพวกมัมลุค ทำลายเมื่อยึดเมืองไทร์ได้ เพื่อมิให้พวกครูเสดกลับมาใช้งานได้อีก

Khan al-Franj

นำท่านชม ข่าน เอล ฟราน (Khan al-Franj) บริเวณที่เคยเป็นที่พักของกองคาราวานมาก่อน เนื่องจาก เมืองไซดอนเป็นเมืองสุดท้ายบนเส้นทางสายไหมก่อนที่จะลงทะเลไปยังกรุงโรม เป็นตัวอย่างที่ดีของที่พักกลางทะเลทราย ความยาวกว่า 5,000 ไมล์ บนเส้นทางสายไหม ปัจจุบันได้รับการบูรณะและได้กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไซดอน

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร

Beit ed-Dine

นำท่านชม พระราชวังไบเทดดีน (Beited-Dine) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าชายอาหรับ นามว่า Bashir Shihab II ในช่วงระหว่างปี ค. ศ. 1788 – 1818 เป็นที่ประทับของเจ้าชายอาหรับจนกระทั่งปี ค.ศ. 1840 หลังจากนั้นอาคารถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่ชาวเติร์ก เป็นที่พักของรัฐบาล ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสใช้ในการปกครองท้องถิ่น มีการบูรณะพระราชวังของเก่า หลังจากที่ได้ประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1943 หลังจากที่ได้รับอิสรภาพ พระราชวังไบเทดดีนได้กลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนของประธานาธิบดี สถาปัตยกรรมของพระราชวังไบเทดดีน จัดได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของงานสถาปัตยกรรมในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ของเลบานอน

หมู่บ้านวัฒนธรรม เดอร์ เอล คามาร์

จากนั้น นำท่านชม หมู่บ้านวัฒนธรรม เดอร์ เอล คามาร์ (Deir El Qamar) อดีตเมืองหลวงของประเทศเลบานอน ในช่วงศตวรรษที่ 15 ที่มีผู้ปกครองเลบานอน นามว่า เอมีร์ ฟาคห์เรดดีน ที่ 2 เข้ามามีอำนาจในช่วงปี ค.ศ. 1590 หมู่บ้านประกอบไปด้วยมัสยิด และ พระราชวังประวัติศาสตร์ และอาคารบริหารราชการ ศตวรรษที่ 17 มีโบสถ์เป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมของหมู่บ้าน จึงกลายเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวรรณกรรมแห่งเลบานอน และยังเป็นหมู่บ้านแรกในเลบานอนที่จะมีการจัดการในระบบเขตเทศบาล เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1864 และเป็นบ้านเกิดของบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นักเขียนและนักการเมือง

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
  • พักที่ LE COMMODORE HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 5 ดาว หรือเทียบเท่า
7

Day 7

เบรุต – ดูไบ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

Beirut

นำท่านสู่ย่านใจกลาง เมืองเบรุต (Beirut) ซึ่งกำลังบูรณะฟื้นฟูให้งดงามเหมือนเดิม เมืองเบรุตมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ปรากฏหลักฐานของชาวฟินิเซียน อารยธรรมเฮเลนิสติก, เปอร์เซีย, โรมัน, อาหรับ และออตโตมัน (ทั้งยังถูกกล่าวถึงเป็นลายลักษณ์อักษรในจดหมายที่ส่งถึงกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ ในสมัยศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาลอีกด้วย) หลังสิ้นสุดสงครามกลางกรุงเบรุต ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา จึงได้รับการจัดอันดับจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ว่าเป็นสุดยอดสถานที่ที่ควรไปเยือนในปี 2009 ปัจจุบันเป็นทั้งเมืองหลวง ศูนย์กลางการบริหารวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ของประเทศเลบานอน

Pigeons’ Rock

นำท่านสู่ ย่านคอร์นิช เดินชมสองข้างทาง ซี่งเต็มไปด้วยภัตตาคารและร้านกาแฟ แวะถ่ายรูปกับ หินรูปนกพิราบ (Pigeons’ Rock) เป็นหินที่ถูกธรรมชาติกัดกร่อนเป็นโพรงริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเบรุต
ชมย่านบริเวณริมชายฝั่งทะเล สถานที่พักผ่อนเดินเล่นของชาวเบรุต

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

Mohammad Al-Amin Mosque

นำท่านเดินชมเมืองใหม่เบรุต ที่มีการสร้างเพื่อการธุรกิจพาณิชย์ เช่น ธนาคาร บริษัทฯ ห้างร้าน แบรนด์เนมต่างๆ นำท่าน ถ่ายรูปด้านนอก สุเหร่า Mohammad Al-Amin Mosque ซึ่งเป็นมัสยิดที่สร้างให้คล้ายสุเหร่าสีน้ำเงิน ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี มีสถาปัตยกรรมแบบอนุสาวรีย์ของออตโตมาน มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางเมตร มีโดมสีน้ำเงิน สูง 48 เมตร และ หอคอยสูง 65 เมตร มัสยิดแห่งนี้กลายเป็นจุดเด่นของเมืองเบรุต

  • อิสระให้ท่านช๊อปปิ้งที่ ตลาด (Beirut Souk) ในกรุงเบรุต
    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สนามบินเบรุต เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • 19.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 954 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
8

Day 8

ดูไบ – กรุงเทพฯ
  • 00.35 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองดูไบ รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน อิสระให้ท่านพักผ่อนและ ช๊อปปิ้งสินค้าใน Duty Free ตามอัธยาศัย
  • 02.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 384 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 12.30 น. เดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
22 - 29 มีนาคม 2563 12 - 19 เมษายน 2563 1 - 8 พฤษภาคม 2563
สายการบิน

Lebanon เลบานอน 8 วัน 2019 (EK)

DEPARTURE/RETURN LOCATION สนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIME โปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เบรุต-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 6 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศกรีซ สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 7 วัน คิดเป็น 35 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 24 USD หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงิน หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
22 - 29 มีนาคม 2563 12 - 19 เมษายน 2563 1 - 8 พฤษภาคม 2563
สายการบิน