วันเดินทาง
22 – 29 กันยายน 2561
สายการบิน


ทริปสำรวจเลบานอน 8 วัน 6 คืน

พิเศษ!! ร่วมทริปกับนักเขียนชื่อดังคุณกาญจนา  หงษ์ทอง

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – ดูไบ – เบรุต
  • 07.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Tเคาน์เตอร์สายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 09.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบิน EK 375 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 13.00 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองดูไบ รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน อิสระให้ท่านพักผ่อนและ ช๊อปปิ้งสินค้าใน Duty Free ตามอัธยาศัย
  • 15.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเบรุต ประเทศเลบานอน โดยเที่ยวบินที่ EK 953 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 18.15 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองเบรุต ประเทศเลบานอน นำท่านผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ GEMS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
2

Day 2

เบรุต – ไทร์ – ไซดอน – ไบเทดดีน – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไทร์ (Tyre) เมืองท่าสำคัญของชาวฟีนีเซียน เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,750 ปีก่อนคริสตกาล เมืองไทร์ นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า เฮโรโดตัส (Herodotus) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งประวัติศาสตร์” เป็นผู้บันทึกเอาไว้ว่า เมืองไทร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,750 ปีก่อนคริสตกาล ในอดีตเมืองนี้เคยถูกอเล็กซานเดอร์มหาราช (กรีก) บุกเข้ายึดครอง ต่อมาได้รับเอกราชและกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของโรมัน ปัจจุบัน เมืองไทร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรมันฮิปโปโดรม” ที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1979
    จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองไซดอน (Sidon) เมืองท่าอีกแห่งของฟีนีเซียน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 3 รองจากบิบลอส และ ไทร์
    นำท่านชม ด้านนอก ปราสาททะเล (Sidon Sea Castle) สร้างโดยนักรบครูเสด ในปี ค.ศ. 1228 บนเกาะเล็กๆริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ด้วยการทำสะพานหิน จุดประสงค์เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันเมือง บนป้อมแห่งนี้เคยมีหอคอยอยู่ 2 หอ และถูกพวกมัมลุค ทำลายเมื่อยึดเมืองไทร์ได้ เพื่อมิให้พวกครูเสดกลับมาใช้งานได้อีก
    นำท่านชม ข่าน เอล ฟราน (Khan al-Franj) บริเวณที่เคยเป็นที่พักของกองคาราวานมาก่อน เนื่องจาก เมืองไซดอนเป็นเมืองสุดท้ายบนเส้นทางสายไหมก่อนที่จะลงทะเลไปยังกรุงโรม เป็นตัวอย่างที่ดีของที่พักกลางทะเลทราย ความยาวกว่า 5,000 ไมล์ บนเส้นทางสายไหม ปัจจุบันได้รับการบูรณะและได้กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไซดอน
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
    นำท่านชม พระราชวังไบเทดดีน (Beited-Dine) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าชายอาหรับ นามว่า Bashir Shihab II ในช่วงระหว่างปี ค. ศ. 1788 – 1818 เป็นที่ประทับของเจ้าชายอาหรับจนกระทั่งปี ค.ศ. 1840 หลังจากนั้นอาคารถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่ชาวเติร์ก เป็นที่พักของรัฐบาล ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสใช้ในการปกครองท้องถิ่น มีการบูรณะพระราชวังของเก่า หลังจากที่ได้ประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1943 หลังจากที่ได้รับอิสรภาพ พระราชวังไบเทดดีนได้กลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนของประธานาธิบดี สถาปัตยกรรมของพระราชวังไบเทดดีน จัดได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของงานสถาปัตยกรรมในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ของเลบานอน
    จากนั้น นำท่านชม หมู่บ้านวัฒนธรรม เดอร์ เอล คามาร์ (Deir El Qamar) อดีตเมืองหลวงของประเทศเลบานอน ในช่วงศตวรรษที่ 15 ที่มีผู้ปกครองเลบานอน นามว่า เอมีร์ ฟาคห์เรดดีน ที่ 2 เข้ามามีอำนาจในช่วงปี ค.ศ. 1590 หมู่บ้านประกอบไปด้วยมัสยิด และ พระราชวังประวัติศาสตร์ และอาคารบริหารราชการ ศตวรรษที่ 17 มีโบสถ์เป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมของหมู่บ้าน จึงกลายเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวรรณกรรมแห่งเลบานอน และยังเป็นหมู่บ้านแรกในเลบานอนที่จะมีการจัดการในระบบเขตเทศบาล เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1864 และเป็นบ้านเกิดของบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นักเขียนและนักการเมือง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ GEMS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
3

Day 3

เบรุต – ไจต้า – ฮาริสสา – บิบลอส – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางไปยัง เมืองไจต้า (Jeita) ซึ่งอยู่นอกเขตเมืองเบรุต ไปทางทิศเหนือ 18 กม. เพื่อเที่ยวชม ถ้ำไจต้า (Jeita Grotto) โดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ภายในถ้ำมีการปูทางเดินซีเมนต์เดินชมได้ บางส่วนยื่นเข้าไปในเหวลึก ตัวถ้ำขนาดใหญ่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1836 โดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ตัวถ้ำแบ่งเป็น 2 ส่วนที่มีส่วนเชื่อมถึงกัน แบ่งเป็นถ้ำด้านบนและด้านล่าง ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าชม ตัวถ้ำมีความยาวประมาณ 9 กม. ภายในมีน้ำสะอาด ซึ่งกลายเป็นแหล่งน้ำดื่มของชาวเลบานอน ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในถ้ำที่สวยที่สุดในโลก
    จากนั้น นำท่านไปถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์พระแม่มารี ขนาดใหญ่ ทำจากสำริดทาสีขาว ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาริสสา (Harissa) มีชื่อว่า “สุภาพสตรีแห่งเลบานอน” (Lady of Lebanon) สร้างเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยประเทศฝรั่งเศส สูง 8.5 เมตร หนักกว่า 13 ตัน พร้อมทั้งชมวิวอ่าวโจนิส
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองบิบลอส (Byblos) ชมเมืองเก่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดของโลกที่มีผู้อยู่อาศัยติดต่อกันมาประมาณ 7,000 ปี และเป็นท่าเรือแห่งแรกของโลก เชื่อว่าตัวกำแพงเมืองถูกสร้างในยุค Bronze Age (2,800 ปีก่อนคริสตกาล) โดยชาวฟินิเชียน ซึ่งเป็นพ่อค้าระดับชาติกลุ่มแรกๆของโลก ด้วยความสำคัญดังกล่าว จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984
    นำท่านชม เมืองโบราณริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาทิ ป้อมโบราณ สร้างโดยนักรบครูเสด ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1108 โดยใช้หินจากโบราณสถานของโรมันและอาหรับ ตัวเมืองถูกบูรณะเมื่อ 50 ปีที่แล้ว จากตัวป้อมเราสามารถชมซากเมืองเก่าอายุหลายพันปี
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับกรุงเบรุต
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ GEMS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เบรุต – บาลเบ็ค – คซารา – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางข้ามเขาเลบานอน เพื่อเดินทางสู่ เมืองบาลเบ็ค (Baalbek) ซึ่งมี ศาสนสถานของโรมัน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเลบานอน วิหารประกอบด้วย วิหารแรกที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้า Jupiter บิดาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง เป็นวิหารขนาดใหญ่มหึมา มีความยาว 274 เมตร มีเสาขนาดความสูง 22 เมตร (สูงที่สุดในโลก) ล้อมรอบ 54 ต้น (ปัจจุบันเหลือเพียง 6 ต้น ปัญหาจากแผ่นดินไหว และถูกนำไปใช้งานที่อื่น อาทิ โบสถ์เซนต์โซเฟียที่อิสตันบูล 8 ต้น) และวิหารอีกแห่งที่มีขนาดเล็กกว่า (แต่ยังใหญ่กว่าวิหาร Panthenon ที่เอเธนส์) สร้างถวายแก่เทพเจ้า Bacchus (เทพเจ้าแห่งเหล้าไวน์) และ Venus วิหารแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานในแบบคอรินเธียนที่งดงามที่สุดในโลก คาดว่าสร้างในระหว่างปี ค.ศ. 193 – 217 โดยจูเลียส ซีซ่าร์ เซพติมิอุส และ คาราคาลา ความยิ่งใหญ่จะเห็นได้จาก ซากหินแกรนิตที่นำมาจากอียิปต์ เป็นหินตัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาว 27.5 เมตร กว้าง 4.2 เมตร ลึก 4.2 เมตร น้ำหนักกว่า 1,000 ตัน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
    นำท่านชม ถ้ำธรรมชาติ แหล่งผลิตไวน์ที่คซารา ซึ่งอยู่ใน หุบเขาเบคกา ในยุคที่ชาวฟินิเซียนล่องเรือทำการค้ากับเลบานอน ก็ได้นำไวน์ของเลบานอนออกขายให้กับชาวอิตาลี และสเปน บริเวณหุบเขาเบคกา เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ จึงทำให้มีการปลูกองุ่นหลากสายพันธุ์ ที่เหมาะแก่การทำไวน์ชั้นเลิศ
    ผ่านชม เมืองแอนจาร์ (Aanjar) เมืองขนาดเล็กที่รุ่งเรืองในยุคมุสลิม ราชวงศ์อูมเมยาร์ด เข้าปกครองในสมัยของกาหลิบวาลิดที่ 1 ช่วง ค.ศ. 705 ชมพระราชวังโบราณ โรงอาบน้ำ ร้านค้าต่างๆ ที่มีมากกว่า 600 ร้านค้า ที่แสดงให้เห็นว่า เมืองแอนจาร์แห่งนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าในสมัยโบราณเช่นกัน
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ กรุงเบรุต
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ GEMS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เบรุต – ป่าซีดาร์ – บซาร์ริ – หุบเขาคาดิซา – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางตามทางหลวงที่เลียบชายฝั่งทะเล ผ่าน เมืองเชคก้า (Chekka) ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามของภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยที่สุดในเลบานอน ชม หุบเขาคาดิซา (Kadisha Valley) ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ วาดีคาดิซา” เป็นหนึ่งในชุมชนทางศาสนา ยุคคริสต์ศาสนาตอนต้นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อารามในคริสต์ศาสนาหลายแห่งมีอายุเก่าแก่มาก ตั้งอยู่บนภูมิทัศน์อันขรุขระของขุนเขาอย่างน่าทึ่ง
    ผ่านชม ป่าต้นซีดาร์ ต้นซีดาร์มีคุณค่าสูงยิ่งในยุคโบราณ โดยเป็นวัสดุก่อสร้าง ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่หลายแห่ง ในบริเวณป่าแห่งนี้ ต้นซีดาร์บางต้นมีอายุกว่า 1,000 ปี อีกทั้งยังถือเป็นต้นไม้ประจำชาติของเลบานอน และต้นซีดาร์ยังปรากฎเป็นสัญลักษณ์ตรงกลางธงชาติเลบานอนอีกด้วย และได้รับการคุ้มครองยกย่องเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1998
    จากนั้น นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ คาริล ยิบราน (Gibran Khalil Gibran Museum) นักกวีชื่อดังของโลก มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองบซาร์ริ ก่อนย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในอเมริกา คาริล ยิบราน สามารถแต่งบทกวีได้ทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ แม้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างถิ่น แต่ก็ไม่เคยลืมความรักในชาติพันธุ์ของเขา เขาสิ้นชีวิตลง ณ นครนิวยอร์ก และได้นำร่างของเขากลับมายังบ้านเกิด ที่เมืองบซาร์ริ ซึ่งภายหลังได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงชีวประวัติ คาริล ยิบราน ถือเป็นบุคคลสำคัญของชาวเลบานอนเป็นอย่างมาก
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ กรุงเบรุต
    นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งกรุงเบรุต (Beirut National Museum) เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเริ่มในปี ค.ศ. 1919 โดยการรวบรวมศิลปะวัตถุโบราณของ Raymond Weill, เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสประจำการในเลบานอน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่สุดของประเทศเลบานอน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ GEMS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เบรุต – น้ำตกบาตาร่า จอร์จ – เบรุต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ น้ำตกบาตาร่า จอร์จ (Baatara Gorge Waterfall) อยู่ไกลจากเมืองหลวงเบรุตประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆในเอเชีย ธรรมชาติได้สร้างสรรค์น้ำตกแห่งนี้มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ ผ่านเวลายาวนาน จนกลายเป็นน้ำตกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยู่สูงเหนือระดับระดับน้ำทะเลประมาณ 1,150 เมตร น้ำตกบาตาร่า จอร์จ อยู่ใกล้กับหมู่บ้านบาล่า ตั้งอยู่ในเส้นทางหุบเขาเลบานอน น้ำตกแห่งนี้ถูกค้นพบอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1952 โดยชาวฝรั่งเศสที่มาสำรวจเส่นทางถ้ำในบริเวณนั้น และน้ำตกบาตาร่า จอร์จ ยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่ง คือ “สะพานสามเหว” ที่มาของชื่อมาจากสะพานที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติแขวนอยู่เหนือถ้ำในแต่ละชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นหินปูนตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ น้ำตกบาตาร่า จอร์จ มีจุดเด่นตรงที่ปรากฎการณ์น้ำตกที่ไหลลงรูไปสู่หลุมด้านล่าง ซึ่งมองจากด้านนอกจะเห็นชัดเจนว่า น้ำตกมีลักษณะเป็นช่องสามชั้น เพราะมีสะพานธรรมชาติทั้งสามขั้นอยู่นั่นเอง โดยน้ำตกไหลลงสู่พื้นในความสูงประมาณ 255 เมตร (หมายเหตุ…น้ำตกไม่มีน้ำในช่วงหน้าหนาว)
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ กรุงเบรุต
    อิสระให้ท่านช๊อปปิ้งในกรุงเบรุต
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ GEMS HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
7

Day 7

เบรุต – ดูไบ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านสู่ย่านใจกลาง เมืองเบรุต (Beirut) ซึ่งกำลังบูรณะฟื้นฟูให้งดงามเหมือนเดิม เมืองเบรุตมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ปรากฏหลักฐานของชาวฟินิเซียน อารยธรรมเฮเลนิสติก, เปอร์เซีย, โรมัน, อาหรับ และออตโตมัน (ทั้งยังถูกกล่าวถึงเป็นลายลักษณ์อักษรในจดหมายที่ส่งถึงกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ ในสมัยศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาลอีกด้วย) หลังสิ้นสุดสงครามกลางกรุงเบรุต ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา จึงได้รับการจัดอันดับจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ว่าเป็นสุดยอดสถานที่ที่ควรไปเยือนในปี 2009 ปัจจุบันเป็นทั้งเมืองหลวง ศูนย์กลางการบริหารวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ของประเทศเลบานอน
    นำท่านสู่ ย่านคอร์นิช เดินชมสองข้างทาง ซี่งเต็มไปด้วยภัตตาคารและร้านกาแฟ แวะถ่ายรูปกับ หินรูปนกพิราบ (Pigeons’ Rock) เป็นหินที่ถูกธรรมชาติกัดกร่อนเป็นโพรงริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเบรุต
    ชมย่านบริเวณริมชายฝั่งทะเล สถานที่พักผ่อนเดินเล่นของชาวเบรุต
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านเดินชมเมืองใหม่เบรุต ที่มีการสร้างเพื่อการธุรกิจพาณิชย์ เช่น ธนาคาร บริษัทฯ ห้างร้าน แบรนด์เนมต่างๆ นำท่าน ถ่ายรูปด้านนอก สุเหร่า Mohammad Al-Amin Mosque ซึ่งเป็นมัสยิดที่สร้างให้คล้ายสุเหร่าสีน้ำเงิน ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี มีสถาปัตยกรรมแบบอนุสาวรีย์ของออตโตมาน มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางเมตร มีโดมสีน้ำเงิน สูง 48 เมตร และ หอคอยสูง 65 เมตร มัสยิดแห่งนี้กลายเป็นจุดเด่นของเมืองเบรุต
    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สนามบินเบรุต เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • 19.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 954 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
8

Day 8

ดูไบ – กรุงเทพฯ
  • 00.35 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองดูไบ รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน อิสระให้ท่านพักผ่อนและ ช๊อปปิ้งสินค้าใน Duty Free ตามอัธยาศัย
  • 03.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 376 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 13.15 น. เดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
22 – 29 กันยายน 2561
สายการบิน

Lebanon เลบานอน 8 วัน 2018 (EK)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เบรุต-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 6 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศกรีซ สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 7 วัน คิดเป็น 35 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 24 USD หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
22 – 29 กันยายน 2561
สายการบิน