ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ : GREECE

ประเทศกรีซ ( Greece)

        หรือ มีชื่อประเทศเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hellenic Republic) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป ตอนใต้สุดของคาบสมุทรบอลข่าน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศบัลแกเรีย มาซิโดเนีย และแอลเบเนีย มีพรมแดนทางตะวันออกติดกับประเทศตุรกี อยู่ติดทะเลอีเจียนทางด้านตะวันออก ติดทะเลไอโอเนียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางด้านตะวันตกและใต้ กรีซนับว่าเป็นแหล่งอารยธรรมตะวันตกอันยิ่งใหญ่ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งกรีซได้แผ่อิทธิพลไปยัง 3 ทวีป

         ชาวกรีกเรียกประเทศตัวเองว่า Hellas ซึ่งภาษากรีกในปัจจุบันออกเสียง ว่า Ellas โดยในการพูดทั่วไปจะใช้คำว่า Ellada และมักจะเรียกตัวเองว่า Hellenes แม้กระทั่งในภาษาอังกฤษ ซึ่งคำภาษาอังกฤษ "Greece" มาจากชื่อละตินว่า Graecia หมายถึงพื้นที่ทางเหนือของกรีซในปัจจุบัน ซึ่งมีกลุ่มคนที่เรียกว่า Graikos อาศัยอยู่

ที่ตั้งและอาณาเขต
         กรีซตั้งอยู่ทางยุโรปตอนใต้ โดยอยู่ทางตอนใต้ของแหลมบอลข่าน และทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศเหนือจรดแอลเบเนีย ยูโกสลาเวีย และบัลแกเรีย ทิศตะวันออกจรดตุรกี และทะเลอีเจียน ทิศใต้จรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกจรดทะเลไอโอเนียน

พื้นที่
        132,000 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 50,961 ตารางไมล์) เป็นหมู่เกาะ 3,000 เกาะ

เมืองหลวง
        กรุงเอเธนส์ (Athens)

เมืองสำคัญ
        1. เทสซาโลนิกิ (Thessaloniki) เป็นเมืองท่าและเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับสอง อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ
        2. พาทราส (Patras) เป็นเมืองใหญ่อันดับสามและเมืองท่าทางตะวันตกของประเทศ
        3. พิเรอุส (Piraus) เป็นเมืองท่าสำคัญ
            นอกจากนั้นยังมีเมือง ลาริสสา (Larissa) อิราคลิออน (Iraklion)

สกุลเงิน
        ยูโร (Euro – EUR)

ภูมิอากาศ
        สภาพอากาศโดยทั่วไปปกติมีอุณหภูมิสบายๆ ในฤดูหนาว อากาศหนาวเล็กน้อย ในฤดูร้อน อากาศร้อนและแห้ง

ประชากร
        11.2 ล้านคน (2550)

ภาษา
        ภาษากรีก (ภาษาราชการ) และอื่นๆ (อังกฤษ และฝรั่งเศส)

ศาสนา
        คริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ (ร้อยละ 98) อิสลาม (ร้อยละ 1.3) และอื่นๆ (ร้อยละ 0.7)

วัฒนธรรม
        กรีซมีชื่อเสียงทางเรื่องศิลปะเป็นต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเด่นและสง่างามของเสาหินแบบวิหารพาร์เธนอน ที่ตกแต่งตรงส่วนบนของหัวเสาด้วยศิลปะแบบกรีกมี 3 แบบ คือ ดอริก, ไอโอนิก และคอรินเธียน จะเห็นเสาหินแบบกรีกเป็นส่วนตกแต่งด้านหน้าของอาคารสำคัญๆและสิ่งก่อสร้างที่เป็นงานสถาปัตยกรรมเลื่องชื่อของโลกตามเมืองหลวงของประเทศต่างๆในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย สถานที่ทำงานสำคัญๆ ของประเทศที่มีชื่อเสียงต่างๆ ล้วนนำสถาปัตยกรรมศิลป์ของกรีซไปประยุคผสมผสาน ในการก่อสร้างเป็นการยอมรับในอารยธรรมที่รุ่งเรืองของกรีซโบราณและเป็นการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่เคยเฟื่องฟูในอดีตของกรีซไปทุกมุมโลกนอกจาก งานสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของกรีซที่เผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว งานจิตรกรรมและประติมากรรมของกรีซยังเป็นมรดกล้ำค่าที่บรรดาพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ต่างๆ พยายามเสาะหามาเป็นสมบัติเก็บสะสมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้งานศิลปะชั้นเยี่ยมของกรีซจะกลายเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของประเทศอื่นแต่กรีซก็ยังมีงานศิลปะโบราณอยู่ในประเทศอีกมาก

วันชาติ
        25 มีนาคม

การท่องเที่ยว
        นักท่องเที่ยวชาวกรีกเดินทางมาเยือนไทยประมาณปีละ 14,000 คน ในขณะที่คนไทยเดินทางไปกรีซประมาณปีละ 1,400 คน คนไทยในกรีซ 200 คน (100 คนเป็นแม่บ้าน อีก 100 คนเป็นผู้ใช้แรงงาน)

อะโครโพลิส ( Acropolis) 
         คือ ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาสูง มีรากศัพท์คือ Acro มาจาก Akros แปลว่าสูง และ Polis แปลว่าเมือง ซึ่งมีอยู่หลายจุดในประเทศกรีซ โดยทั่วไปจะมีวิหารสำหรับเทพผู้พิทักษ์เมือง อะโครโพลิสที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ ซึ่งมีวิหารสามแห่ง คือ วิหารพาร์เทนอน(Parthenon) วิหารอิเรกเทียม (Erechtheum) และมีโรงละครอีกสองแห่งคือ โรงละครเฮโร เดส อัตติกัส (Theatre of Atticus) และโรงละครไดโอนีซัส (Theatre of Dionysus)

วิหารโอลิมเปี้ยนซุส ( Temple of the Olypian Zeus) 
        ตัวอาคารสร้างขึ้นเมื่อ 700 ปี ที่แล้ว ซากที่เหลือนี้ถูกทิ้งอยู่ระเกะระกะจนยากที่จะจินตนาการไปถึงว่าครั้งหนึ่ง ที่นี่คือสถานสักการะบูชาที่มีความสำคัญมากกว่าวิหารกรีกอื่นใดทั้งหมดใน สมัยนั้น จนเป็นสาเหตุให้อริสโตเติล ถือว่ายิ่งใหญ่เท่าเทียมกับพีระมิดแห่งอิยิปต์ ปัจจุบัน มีเสาแบบโครินเธียนเหลืออยู่เพียง 15 ต้น จากของดั้งเดิมทั้งหมดที่มีอยู่ 104 ต้น
พิพิธภัณฑ์เดลฟี ( Museum of Delphi)
        พิพิธภัณฑ์เดลฟี มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างอาทิ Charioteer รูปปั้นนักขับรถม้าศึก ที่ขึ้นชื่อลือชา และรูปปั้นของโรมันจำนวนมาก รวมถึงรูปปั้นครึ่งตัวบนของอันดินูส ชู้รักของจักรพรรดิเฮเดรียน รวมถึงรูปปั้นของสฟิงค์ม นักกรีฑาของกรีกโบราณ จนได้รับการขนานนามว่า “สะดือของโลก” (navel of the earth)

คาเนีย ( Chania)
        หรือบางทีชาวกรีซเรียกว่า Hania เป็นเมืองท่าอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะครีต แต่เดิมเคยเป็นเมืองท่าที่ชาวเวนิสจากอิตาลีและพวกเติร์กจากตุรกีมายึดเป็น อาณานิคม ทำให้สิ่งก่อสร้างทั้งอาคารบ้านเรือน รวมไปถึงพระราชวังได้รับอิทธิพลจากเวนิสและตุรกี เมืองคาเนียมีชื่อ เสียงในการเป็นศูนย์กลางการค้างานศิลปะ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมักนิยมเดินเล่นตามถนนในเมือง ซึ่งมีลักษณะแคบ แต่เต็มไปด้วยร้านขายงานด้านศิลปะ ร้านอาหาร และสิ่งของที่ระลึก รวมไปถึงการเดินชมโบสถ์และสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่ง บริเวณเมืองท่าของคาเนียมีลักษณะเหมือนเวนิสในอิตาลี

ครีต ( Crete)
        ครีต (อังกฤษ: Crete; กรีก: Κρ?τη: Kr?t?, Kriti) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะกรีกและเป็น เกาะที่ใหญ่เป็นลำดับห้าในบรรดาเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีเนื้อที่ 8,336 ตารางกิโลเมตร ครีตเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมมิโนอัน (Minoan civilization) ที่เป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาอารยธรรมกรีกที่รุ่งเรืองระหว่างรา 2600 ถึง 1400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในปัจจุบันครีตเป็นหนึ่งในสิบสามเขตการปกครองของกรีซ (Peripheries of Greece) และมีความสำคัญทางเศรฐกิจและวัฒนธรรมต่อกรีซ เดิมเกาะครีตรู้จักกันในชื่อภาษาอิตาลีว่า “คันเดีย” (Candia) จากชื่อเมืองหลวงในยุคกลางเฮราคลิออน (Heraklion) “Chandax” (ภาษากรีก: Χ?νδαξ หรือ Χ?νδακας, "คู", ตุรกี: Kandiye) ในภาษาละตินเรียกว่า “เครตา” (Creta) และในภาษาตุรกีเรียกว่า “กิริต” (Girit) ที่ตั้งของครีตมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ครีตเป็นที่ตั้งของ สถาที่สำคัญของอารยธรรมมิโนอันที่รวมทั้งคนอสซอส และ ไฟทอส (Phaistos), กอร์ทิส (Gortys), เมืองท่าคาเนีย (Chania) ของเวนิส, ปราสาทเวนิสที่เรธิมโน (Rethymno) และ ซอกเขาซามาเรีย (Samaria Gorge) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเกาะครีตเป็นฐานทัพ เรือของอิตาลี