วันเดินทาง
20 – 27 กันยายน 2561
สายการบิน


ดินแดนเทือกเขาหิมาลัยสู่ทิเบตน้อย

ขอนำท่านสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอินเดีย..ดินแดนภารตะที่มีความหลากหลายด้านศาสนา และความเชื่อ อารยะธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุเก่าแก่ถึง 5,000 ปี มากมายด้วยศิลปะอันงดงาม ต้นกำเนิดของศาสดาของโลก

เส้นทางสู่ดินแดนบนที่ราบสูงตอนปลายของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีหิมะปกคลุมไปเกือบตลอดทั้งปี สัมผัสเทือกเขาสูงหลากสีสันแห่งดินแดนลาดัคห์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีบนแผ่นดินแคชเมียร์ ธารน้ำตกที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง Glacier รวมถึงความงดงามของธรรมชาติ ปราสาท, พระราชวัง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน อารยะธรรมเก่าแก่ของชนชาวทิเบต


1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – เดลี
  • 06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบิน แอร์ อินเดีย ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W
  • 08.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 333 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
    12.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติ อินทิราคานธีร์ ในกรุงเดลี ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าไทยประมาณ 1.30 ชม.) นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านชม เมืองเดลีใหม่ (NEW DELHI) ที่มีความใหม่ตามวัฒนธรรมอังกฤษ เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ชมศิลปะการก่อสร้างเมืองที่อังกฤษ ได้สร้างและมีการวางผังเมืองที่ทันสมัย และสวยงามตามวัฒนธรรมของอังกฤษ และติดอับดับหนึ่งในนครหลวงของโลก
    ผ่านชม ตึกที่ทำการของคณะรัฐบาล ราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan) หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ ที่ต้นถนน Rajpath ชม ประตูชัยอินเดีย หรือ “India Gate” อันสูงใหญ่สง่างาม คล้ายประตูชัยในปารีส “India Gate” หรือประตูเมืองอินเดีย เป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L’ Arc de Triomphe ของฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีวิตในสงครามครั้งสำคัญๆของอินเดีย
    นำท่านชม วัดอัครชาดาม (Akshadham Temple) ซึ่งเป็นวัดฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS โดย ประมุข สวามี มหาราช (Pramukh Swami Maharaj) เพื่ออุทิศแด่ ท่านสวามีนารายัน (Lord Swaminarayan) ผู้นำนิกาย สวามีนารายัน (Swaminarayan) ของศาสนาฮินดู ในวาระครบรอบ 200 ปี (ค.ศ. 1781-1981) เป็นศูนย์รวมเกี่ยวกับอารยธรรมอินเดีย และมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศิลปะต่างๆ อาทิเช่น รูปปั้นการกวนเกษียรสมุทรของยักษ์ และเทวดา, รูปปั้นการนั่งบรรลุธรรมใต้ต้นโพธิ์ ซึ่งมีเหล่าสรรพสัตว์ต่างๆ อาทิ ช้าง, กวาง, หมาป่า, ลิง, เสือ คอยรับใช้ เป็นต้น ซึ่งใช้สถาปนิกจำนวนกว่า 7,000 คน ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 5 ปี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร /โรงแรม
    พักที่ Radission Blu Hotel มาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
2

Day 2

เดลี – เลห์
  • 06.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเลห์ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 445 (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชม.)
  • 08.20 น. เดินทางถึงสนามบินเลห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูง 3,505 เมตร จากระดับน้ำทะเล และยังคงมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวทิเบตหลงเหลือให้เห็น นำท่านเดินทางสู่ที่พักเพื่อพักผ่อนและปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับความเบาบางของอากาศ ในระดับความสูงของเมืองเลห์ พักผ่อนดื่มชา กาแฟ
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  • บ่าย นำท่านชม Shanti Stupa (Gompa) ซึ่งเป็นเจดีย์สันติภาพ สร้างโดยพระลามะชาวญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ และพระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจน

    จากนั้น นำท่านชม พระราชวังเลห์ (Leh Palace) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 17 เป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้น ถูกสร้างในปี ค.ศ.1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน

    จากนั้น นำท่านเดินชมความงดงามเมืองเลห์ ชมร้านค้าต่างๆ และผู้คนท้องถิ่นที่ ตลาดพื้นเมืองเลห์

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    พักที่ Royal Palace Hotel (ระดับมาตรฐาน 4 ดาวพื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
3

Day 3

เมืองเลห์-เมืองอูเล-เมืองลามายูรู-เมืองเลห์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอูเล (ULE) ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างแวะชม วัดลิคีร์ (Liker Monastery) วัดนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ ออกมาทางทิศตะวันตกประมาณ 53 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1065 โดยพระลามะ Duwang Chosje และถูกบูรณะในศตวรรษที่ 18 มีการตกแต่งด้วยศิลปกรรมของชาวทิเบต อายุมากกว่า 300 ปี
    จากนั้น ชม วัดอัลชิ (Alchi Monastery) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 ในบริเวณประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ เช่นหอประชุม วิหารต่างๆ รูปปั้นและไม้แกะสลักต่างๆ มีตำนานว่านำมาจากแคชเมียร์เมื่อศตวรรษที่ 11
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลามายูรู (LAMAYURU) ชม วัดลามายูรู (Lamayuru Monastery) ซึ่งอยู่ห่างจากเลห์ 125 ก.ม. ถูกสร้างโดยหินทราย วัดนี้เป็นของนิกาย Drigungpa อดีตเคยอยู่ในความดูแลของ Kadampa โรงเรียนของพุทธศาสนาแบบทิเบต ก่อนที่จะถูกนิกาย Drigungpa เข้ายึดครอง

    หลังจากนั้น แวะชมความงามของ Basgo Palace อยู่ทางทิศตะวันตกของเลห์ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16

    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเลห์ โดยเส้นทางเดิม

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    พักที่ Royal Palace Hotel (ระดับมาตรฐาน 4 ดาวพื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เมืองเลห์-ทะเลสาบแปงกอง
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบแปงกอง ระดับความสูง 4,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทาง 320 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง โดยผ่านเส้นทาง Changla Pass ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน แบบปิคนิค
    ชมความงามของ ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) ซึ่งมีความยาวถึง 40 ไมล์ และกว้าง 2-4 เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงสุดในโลกคือ มีความสูงถึง 14,256 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง ทางการเพิ่งเปิดให้ นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อไม่นานมานี้ น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนในช่วงเช้าจะมีสีที่อ่อนกว่า และพื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของประเทศอินเดีย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    พักที่ Camps Pangong
5

Day 5

ทะเลแปงกอง – นูบรา วัลเลย์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    อิสระให้ท่านถ่ายรูปกับความงามของทะเลสาบแปงกอง
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่ หุบเขานูบรา ใช้เวลาเดินทาง 5- 6 ชั่วโมง ระหว่างทางสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาคาราโครัมและเทือกเขาหิมาลัยที่โอบล้อมเมืองลาดัก ชมเส้นทางรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลก Khardungla Pass สูง 5,602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถานได้
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    เดินทางต่อไปยัง หุบเขานูบรา (Nubra Valley) หรือ หุบเขาแห่งดอกไม้ ทางเหนือของเมืองเลย์ ชมดอกไม้นานาพันธุ์ เช่น ดอกแอปเปิ้ล สวนแอปริคอต และนกนานาชนิด เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดเลาะหุบเขา

     

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    พักที่ Karma Inn Hotel (ระดับมาตรฐาน 4 ดาวพื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
6

Day 6

นูบรา วัลเลย์ – เลห์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านชม วัดดิสกิต ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม วัดดิสกิต เป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในหุบเขานูบรา ภายในประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตยขนาดใหญ่มาก

    จากนั้น นำท่านสนุกสนานกับการขี่อูฐ ที่ทะเลทรายบนเทือกเขาหิมาลัย (ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ ราคาประมาณ USD 7 ต่อท่าน) นูบรา วัลเล่ย์ อยู่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณสองพันกว่าเมตร

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านเดินทางกลับเลห์ ตามเส้นทางเดิม
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    พักที่ Royal Palace Hotel (ระดับมาตรฐาน 4 ดาวพื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
7

Day 7

เลห์ – เชย์ – วัดเฮมิส-วัดธิคเซย์-สตอคพาเลช-พระราชวังเชย์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเชย์ (SHEY) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของลาดัคห์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ไปทางทิศใต้ประมาณ 15 ก.ม. อยู่ห่างออกไปทางใต้ของเลห์
    ชม วัดเฮมิส (Hemis Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของลาดัคห์ เป็นวัดของนิกาย Dukpa ของพุทธศาสนาแบบทิเบต

    จากนั้น นำท่านเยี่ยมชม วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ของเลห์ ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดของลาดัคห์ ซึ่งเป็นวัดของนิกายเกลุคปา (Gelukspa) ภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายาน เชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านชม พระราชวังเชย์ (Shey Palace) ซึ่งถูกสร้างขึ้นราวๆ ต้นศตวรรษที่ 17 สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singay Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน ของกษัตริย์แห่งลาดัคห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

    จากนั้น ชม พิพิธภัณฑ์สตอคพาเลส (Stok Palace) ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของราชวงศ์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1825 ปัจจุบันยังเป็นที่เก็บสะสมของใช้ เครื่องแต่งกายของราชวงศ์ มงกุฎของกษัตริย์ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับที่พัก

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    พักที่ Royal Palace Hotel (ระดับมาตรฐาน 4 ดาวพื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
8

Day 8

เลห์ – เดลี – กรุงเทพฯ
  • เช้าตรู่ นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องกลับเดลี (รับประทานอาหารกล่อง)
  • 08.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเดลี โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 446
  • 09.50 น. เดินทางถึง กรุงเดลี
    นำท่านเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติ อินทิรา คานธี
  • 11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรม Holiday Express ในสนามบิน
    จากนั้น นำท่านไปตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 13.50 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 332
  • 19.35 น. เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
20 – 27 กันยายน 2561
สายการบิน

India เลห์-ลาดัคห์ 8 วัน 2018 (AI)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ-เดลี-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย

ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ภายในประเทศ เดลี-เลห์-เดลี โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย

ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 6 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 2 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
-รถโค้ชปรับอากาศในเดลี และรถจิ๊ป (ไม่ปรับอากาศ) ในเลห์ คันละ 4 ท่าน เท่านั้น
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศกรีซ สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ พนักงานบริการฯ 5 USD / วัน / ท่าน รวม 35 USD ตลอดการเดินทาง
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ USD 3 / วัน / ท่าน รวม 24 USD ตลอดการเดินทาง หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
20 – 27 กันยายน 2561
สายการบิน