วันเดินทาง
26 มีนาคม – 06 เมษายน 2561 14 - 25 เมษายน 2561 28 เมษายน – 09 พฤษภาคม 2561 18-29 พฤษภาคม 2561 01-12 มิถุนายน2561
สายการบิน


นำท่านเดินทางสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งภูเขาเขียวขจีและทะเลสาบอันงดงาม

นำท่านนั่งชมวิวสวยของเส้นทางรถไฟสายเบอร์นินา เอ็กซเพรส รถไฟสายประวัติศาสตร์เก่าแก่สุด

และรถไฟสายกลาเซียร์ เอ็กซเพรส รถไฟสายโรแมนติกที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์

นำท่านพิชิตเทือกเขาแอลป์ ณ ยอดเขากรอนเนอร์แกรต ขึ้น ยอดเขาชทานเซอร์ฮอร์น

ขึ้นกระเช้า Cabrioกระเช้าลอยฟ้าเปิดประทุนแห่งแรกของโลก

เยือนสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป ณ ยอดเขาจุงเฟรา

ชมแม่น้ำเวอร์ซาก้า หรือแม่น้ำคริสตัล แม่น้ำแห่งอัญมณี ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาสวิสแอลป์

เยือนเมืองท่องเที่ยวดังๆ ของสวิส อาทิ เจนีวา มองเทรอซ์ เมืองแสนสวยริมทะเลสาบเลอมังค์

เที่ยวเมืองอัพเพนเซล เมืองเกษตรกรรมที่ได้ชื่อว่ามีธรรมชาติสวยงาม แบบชนบทสวิสแท้ๆ

เป็นแหล่งผลิตชีสที่มีชื่อเสียง เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์กับทุ่งหญ้าที่เขียวขจีผสมกับสีสันของดอกหญ้าหลากสี อาคารบ้านเรือนยังคงอนุรักษ์ไว้ในสไตล์ดั้งเดิมซึ่งมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว

เที่ยวชมทะเลสาบบลูซี หรือ ทะเลสาบสีน้ำเทอควอยส์ พิเศษ ให้ท่านได้ทาน เมนูปลาเทราซ์

เที่ยวมิลาน ให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจกลางมหานครแห่งแฟชั่น

 

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ
  • 22.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว D เคาน์เตอร์สายการบินไทย แอร์เวย์ (TG) ประตูทางเข้าที่ 2 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง
2

Day 2

กรุงเทพฯ-ซูริค-เมืองชไตน์ อัม ไรน์-อัพเพนเซล-ซูก
  • 01.05 น. ออกเดินทางสู่ ท่ำอำกำศยานซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินแห่งชาติ เที่ยวบินที่ TG970
  • 07.50 น. เดินทางถึง ท่ำอากาศยานซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้วนาท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองซูริค(Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน สวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่รู้จักกันทั่วโลก (เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์คือ เมืองเบิร์น) จากการสารวจในปี 2006 และ ปี 2007 ซูริค ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มี”คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด”ในโลก ซูริค ถูกสร้างขึ้นโดยชาวโรมัน (เรียกว่า ” Turicum “) ในคริสตศตวรรษที่ 15 เมืองนี้อยู่เหนือน้าทะเลราว 400 เมตร (1,340 ฟุต) และมีทะเลสาบซูริคอยู่ทางเหนือห่างออกไปราว 27 กิโลเมตร (17 ไมล์) เมืองซูริคเป็นเมืองเก่าที่ตั้งขนาบข้างด้วยแม่น้าลิมแมทที่ไหลมาจากทะเลสาบทางทิศเหนือ ด้วยประชากรราว 336,000 ซูริคจึงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และยังประกอบไปด้วยโบสถ์เก่าแก่ น้าพุ ถนนหิน อาคารต่างๆ ที่บางแห่งก็มีอายุมากกว่า 700 ปี บ้านเรือนและร้านค้าเล็กๆ มากมาย หลังจากนั้นนาท่านเดินทางสู่ เมืองชไตน์ อัม ไรน์ (STEIN AM RHEIN) (ระยะทาง 22 กม.) เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้าไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้าปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่ำย จากนั้นนาท่านเดินทางสู่เมือง อัพเพนเซล (APPENZELL) เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองการ์ตูนในนวนิยายของชาวสวิส ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา อีเบนนาลพ์ (Ebenalp) อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ ซึ่งใกล้กับประเทศ ลิคเทนสไตน์ (Liechtenstein ) เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์กับทุ่งหญ้าที่เขียวขจีผสมกับสีสันของดอกหญ้าหลากสี อาคารบ้านเรือนยังคงอนุรักษ์ไว้ในสไตล์ดั้งเดิมซึ่งมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวด้วยจั่วหน้าบ้านลักษณะโค้งมน และหลังคาที่ทาจากกระเบื้องที่มีชื่อเสียงของที่นี่ นาท่านเดินเล่นชมตัวเมืองอัพเพนเซล ให้ท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง และย่านตึกเก่าของเมือง และให้ท่านอิสระถ่ายวิวทิวทัศน์รอบเมืองอัพเพนเซลตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองซูก (Zug)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ห้องอาหารในโรงแรม
  • ที่พัก นำท่ำนเข้ำสู่ที่พักโรงแรม
3

Day 3

อันเดอร์แมท – รถไฟ GLACIER EXPRESS – เซอร์แมท
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. จากนั้นได้เวลานาท่านเดินทางสู่เมือง อันเดอร์แมท (Andermatt) เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและเป็นชุมทางสายรถไฟ กลาเซีย เอ็กซเพรส (GLACIER EXPRESS) รถไฟสายโรแมนติคที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหาร อำหำรท้องถิ่น
  • 13.54 น. นาท่านออกเดินทางขึ้นสู่เซอร์แมทโดย รถไฟสำย กลำเซียร์เอ็กซเพรส(Glacier Express) สัมผัสความงามตลอด 2 ข้างทาง ด้วยระยะเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่ท่านจะได้ดื่มด่ากับธรรมชาติของภูเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ ทุ่งหญ้า บ้านทรงชาเล่ต์ สายน้าธรรมชาติที่งดงามจนถึงเมืองเซอร์แมท (ZERMATT) หมู่บ้านในสกีรีสอร์ทยอดนิยมของชาวสวิส เมืองซึ่งปลอดมลภาวะทั้งปวง เพราะ ไม่มีรถยนต์ที่ใช้น้ามันเป็นเชื้อเพลิง ทั้งเมืองใช้รถแบตเตอร์รี่, จักรยาน และเดินเท่านั้น อิสระทุกท่านเดินเล่นชมเมืองสูดบรรยากาศอันแสนบริสุทธิ์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
4

Day 4

เซอร์แมท-ยอดเขากอร์เนอร์แกรต-ทาซ-มองเทรอซ์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. จากนั้นนาท่านสัมผัสประสบการณ์การเยือนยอดเขาแรกของทริปนี้ นาท่านนั่งรถรำงขึ้นสู่ยอด GORNERGRAT เพื่อชมความงามอันสุดจะบรรยายของยอดเขามัทเตอร์ฮอร์น จนกลายมาเป็นฉากของภาพยนตร์หลายเรื่อง ผ่านชมแบบบ้านและความเป็นอยู่ของชาวสวิสที่สืบทอดกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีระหว่างสองข้างทาง
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นาท่านเดินทางสู่เมืองทำซ (Tasch) โดยรถไฟ จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือนริมทะเลสาบ นาท่านแวะถ่ายรูป ปรำสำทชิลยอง (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอานาจโดยราชวงศ์ซาวอย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นอนุสาวรีย์แห่งความเกลียดชังของชาวสวิส ในปี ค.ศ.1530 เกิดการต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบของราชวงศ์ซาวอย โดยมีคนหนุ่มเลือดร้อนแห่งเจนีวา 3 คน ได้เป็นผู้นาต่อต้าน แต่ท้ายที่สุดคนหนึ่งถูกจับประหารชีวิต คนหนึ่งหนีหายไป ส่วนอีกคนหนึ่ง ถูกจับขังคุกล่ามโซ่ไว้ที่ปราสาทชิลยองนานถึง 4 ปี ก่อนที่ราชวงศ์ซาวอย จะถูกทาลายอย่างสิ้นเชิงจากกองทัพแห่งเบิร์นในปีค.ศ.1536 จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
  • ที่พัก นำท่านเข้ำสู่ที่พักโรงแรม
5

Day 5

มองเทรอซ์-เวเว่ย์-โลซำนน์-อีวัวร์-เจนีวา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ เมืองเวเว่ย์ (Vevey) เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส (Pearls of the Swiss Riviera)” ดินแดนที่เหมาะแก่การทากิจกรรมแทบทุกฤดูกาล นาท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้น ชาร์ลี แชปลิน (Chaplin Statue) ผู้เป็นศิลปินตลกแห่งฮอลลีวู้ด ซึ่งในอดีตได้เคยใช้บั้นปลายชีวิตที่เมืองนี้
    ได้เวลานาท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne) นาท่านชม เมืองโลซานน์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 เมืองโลซานน์ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา จึงมีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสาคัญสาหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า นาท่านเดินชม สวนสำธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และ ถ่ายรูปกับ ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอีวัวร์ (YVOIRE) ประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่กว่าเจ็ดร้อยปี เป็นเมืองในยุคกลางของยุโรป ที่ยังมีการอนุรักษ์เก็บรักษาปราสาท ประตูเมือง และกาแพงเก่าแก่เอาไว้ ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส นาท่าน ชมหมู่บ้านเก่าแก่ที่สร้างในยุคกลางที่สวยงามของฝรั่งเศส ที่มีอายุกว่า 700 ปี และยังได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2006 ในการดูแลรักษาได้ดีที่สุด ตัวบ้านเรือนถูกประดับด้วยดอกไม้ไม่ว่าจะฤดูไหน ก็ตาม จนได้รับรางวัล “Four Flowers” ระดับยุโรป และได้รับรางวัล International Trophy for Landscape และพืชสวน อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของฝรั่งเศสในปี 2002 อีกด้วย
    จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ เจนีวา (Geneva) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสาคัญมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (Global City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสาคัญๆ หลายองค์กร เช่น สานักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประจาทวีปยุโรป, องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้แล้วกรุงเจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์การสันนิบาตชาติ ใน ค.ศ. 1919 และกาชาดสากล ใน ค.ศ. 1864
    นาท่านชม น้ำพุเจดโด กลางทะเลสาบเลคเลมังค์ น้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในสถานที่สาคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเจนีวา โดยสามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในเมือง น้ำพุเจดโดเป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “สัญลักษณ์ของกรุงเจนีวา” โดยน้าพุสามารถพุ่งได้สูงสุดประมาณ 140 เมตร (459 ฟุต) น้าพุถูกติดตั้งในปี 1886 นาท่านแวะถ่ายภาพกับ นำฬิกำดอกไม้สวนอังกฤษ (Jardin Anglais) ริมทะเลสาบเจนีวา จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก นำท่านเข้ำสู่ที่พักโรงแรม
6

Day 6

เจนีวา-ทะเลสำบบลูซี-เมืองอินเทอร์ลาเกน -กรินเดอวาล
  • เช้าจากนั้นนาท่านเดินทางสู่ BLAUSEE LAKE (BLUE LAKE) ทะเลสาบสีน้า เทอร์ควอยส์เป็น ทะเลสาบของเอกชน ที่อยู่ในเขต Bernese Oberland อยู่ระหว่างเมือง Frutigen และ Kandersteg เป็นที่ๆใช้ไว้ สาหรับเพาะพันธุ์ปลาเทราซ์ ด้วยความสวยงามของทะเลสาบโดยมีจุดเด่นของสีน้าทะเลสาบมีสีเขียวมรกตและมีความใสจนมองเห็นพื้นดินด้านล่างและสามารถมองเห็นปลาเทราซ์แวกว่ายในทะเลสาบอีกด้วย จนขึ้นชื่อว่า Blausee Blue Trout โดยยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถตกปลาเทราซ์ได้อีกด้วย อิสระให้ ท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับทะเลสาบที่มีความสวยงามแห่งนี้
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร พิเศษ เมนูปลาเทราซ์
  • บ่าย นาท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลำเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญ และ มีความสาคัญประหนึ่งเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอลันด์ มีภาพของยอดเขาจูงเฟราเป็นฉากหลังได้เวลานาท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาล (Grindelwald) อันได้ชื่อว่าเป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่สวยที่สุดในโลกตั้งอยู่ในหุบเขารายล้อมด้วยภูเขาที่สวยงามเป็นสถานที่โรแมนติกที่สุด เมืองเล็กๆท่ามกลางโอบกอดของเทือกเขาแอลป์ที่แสนโรแมนติก และเมืองแห่งนี้จะหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากกรินเดลวาลนั้นเป็นเมืองแห่งรีสอร์ทกีฬาฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HOTEL SUNSTAR หรือเทียบเท่ำ
7

Day 7

กรินเดอวาล-ขึ้นเขำจุงเฟรา-เลาเทอบรุนเน่น-ลูเซิร์น
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านสู่สถานีรถไฟฟ้าเพื่อขึ้นรถไฟสายจุงเฟราบาห์เนน สู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกของสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างทางก่อนถึงจุงเฟรานั้น ท่านสามารถพบเห็นบ้านสไตล์สวิสน่ารักที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งบ้านสีน้าตาลเข้มตัดกับหน้าต่างสีแดงสด, สีครีมอ่อนตัดกับประตูหน้าต่างสีเขียวสด สวยงามแปลกตาและมีเสน่ห์ วิวธรรมชาติที่สลับกันระหว่างสีเขียวของภูเขา ทุ่งหญ้า กับ พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านได้ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์ จนถึงยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งมีความสูงถึง 13,642 ฟุต เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป (TOP OF EUROPE) นาท่านชม กลาเซียร์หรือธารน้าแข็งขนาดใหญ่ จากนั้นสนุกสนานกับการเล่นหิมะในลานกว้าง SPHINX จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร ชมถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้าแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้าแข็ง Alestsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตร และไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทาการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา
  • บ่าย นาท่านเดินทางเมือง เลาเทอบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN) ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เชิญเที่ยวชมวิวทิวทัศน์สวยงาม เช่น น้าตกทรุมเมลบาค อยู่ในภูเขาวนวนเป็นเกลียว เกิดจากธารน้าแข็งมี10ชั้น และน้าตก Staubbach น้าไหลแรงและเย็นมากๆ เห็นมีฝูงแกะที่เลี้ยงอยู่รอบๆ ส่วนถนนในหมู่บ้านของเมืองมีเส้นดียวขนานไปกับช่องเขา สาหรับร้านค้าต่างๆในเมืองนี้ อยู่ใกล้ๆกัน รวมถึงร้านสหกรณ์ ที่นี่ ยังเป็นจุดรวมของรถไฟหลายสาย ที่สถานี Lauterbrunnen ชมความงามของภูเขาที่อยู่รายรอบแนวเทือกเขา Alps,หุบเขา Lauterbrunnen Valley รวมถึงยอด Jungfrau นาท่านเดินเล่นแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้าน เล็กๆในหุบเขาที่แยกเป็นสองแพร่ง เงียบสงบที่ไม่วุ่นวาย โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านคือน้าตกที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach) น้าตกที่มีความสูง 300 เมตร และเป็นหนึ่งในน้าตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบที่สูงที่สุดในยุโรป จากนั้นได้เวลานาท่านเดินสู่เมือง ลูเซิร์น (LUZERN) เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ อิสระทุกท่านชมเมืองหรือเลือกสินค้าของที่ระลึกต่างๆ หรืออิสระเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
8

Day 8

ลูเซิร์น-เขาชทานเซอร์ฮอร์น-ลูเซิร์น
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านล่องเรือจากลูเซิร์น สู่ ยอดเขาชทานเซอร์ฮอร์น (Mt.Stanserhorn) ตั้งอยู่ในตำบล Nidwalden ใกล้ กับชายแดนรัฐ Obwalden มีความสูงที่ 1,898 เมตร(6,227 ฟุต) นำท่านนั่งรถรางไอน้ำ ระหว่างทางคุณจะได้ชมวิวแบบพาโนราม่าและให้ท่านได้สัมผัสการเดินทางโดยขึ้นกระเช้า “Cabrio” กระเช้าลอยฟ้าเปิดประทุนที่มี2ชั้นแห่งแรกของโลกที่คงมีความหมายมาจากคำว่า “Cabriolet”หรือ“Convertible” ซึ่งหมายถึง คล้ายรถเปิดประทุน ขึ้นสู่ยอดเขา Mount Stanserhorn กระเช้าเปิดประทุน “Cabrio” ใช้งบประมานในการสร้างถึง ราคา 28,100,000 CHF สวิสฟรังซ์ (เป็นเงินไทยประมาณ 983,500,000 บาท) เส้นทางขนส่งสาธารณะแห่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 1981 เสร็จในปี 1893 โดยนกธุรกิจ 3 ท่าน คือ Franz Josef Bucher-Durrer and Josef Durrer-Gasser
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านชมและแวะถ่ายรูปกับ สะพานไม้ชาเพล หรือสะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด จากนั้นนำท่านชมรูป แกะสลักสิงโตร้องไห้ หรือ อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสะพานไม้มากนัก อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าชั้นนำของสวิสตามอัธยาศัย อาทิ นาฬิกาชั้นนำ ช็อคโกแลต มีดพับวิคทอเรีย นาฬิกากุ๊กกู ฯลฯ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น และนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม IBIS STYLES LUZERN CITY HOTEL หรือเทียบเท่า
9

Day 9

ลูเซิร์น-เซนต์ มอริทช์-รถไฟ BERNINA EXPRESS– ทิราโน่ (อิตาลี)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนาท่านเดินทางสู่เมือง เซนต์ มอริทช์ (ST.MORITZ) เมืองตากอากาศที่แพงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และศูนย์กลางกีฬาสกีที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในรัฐเกราบึนเดิน (Graubünden) เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด และอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศ ตั้งอยู่บนยอดที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้แล้วเมืองตากอากาศแห่งนี้ยังเคยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวถึง 2 ครั้งอีกด้วย นาท่านชมความงดงามของทะเลสาบ เซนต์ มอริทซ์ (Lake St. Moritz) ซึ่งหากท่านมาในช่วงฤดูร้อนจะพบกับความงดงามของน้าใสสีเขียวมรกต แต่ถ้าเป็นหน้าหนาว น้าในทะเลสาบจะกลายเป็นน้าแข็งทั้งหมด อิสระทุกท่านตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นาจากนั้นนาเดินทางโดยรถไฟสายท่องเที่ยว BERNINA EXPRESS (เส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก) จากเมืองเซนต์มอริทซ์ สู่เมือง ทิราโน่ (Tirano) ของประเทศอิตาลี รถไฟสาย BERNINA EXPRESS รถไฟสายเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดบริการตั้งแค่ปีค.ศ.1910 เป็นรถไฟด่วนพิเศษ แบบตู้โดยสารชมวิวแบบพาโนราม่า ผ่านเขตใจกลางเทือกเขาแอลป์ ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ผ่านหุบเหว ลาธาร โตรกผา อุโมงค์ 55 แห่ง และสะพาน196 แห่ง โดยเฉพาะสะพานโค้งวงกลมที่ Brusio มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เปิดวิ่งตลอดทั้ง ถือว่าเป็นเส้นสายรถไฟที่วิวทิวทัศน์สวยที่สุดในโลก และว่ากันว่าหากใครได้มานั่งรถไฟสายนี้ก็ไม่ต้องไปนั่งรถไฟท่องเที่ยวสายอื่นๆ ในโลกเลย จากนั้นเดินทางถึงเมืองทิราโน (ใช้เวลาประมาณ 2 .30 ชั่วโมง) จากนั้นนาท่านเดินเล่นชมเมืองทิราโน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
10

Day 10

ทิราโน-เบลลินโซน่า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านออกเดินทางสู่เมือง เบลลินโซน่า ( BELLINZONA) เมืองหลวงที่มีชื่อเสียงของมณฑล ทีชีโน เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งปราสาท” โดยตัวเมืองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของ แม่น้าทีชีโน (Ticino River) โดยถัดขึ้นไปเหนือแม่น้าจะเป็นเทือกเขาแอลป์ นำท่านเดินชมเมือง เบลลินโซน่ำ ซึ่งท่านจะพบกับเมืองในยุคกลางที่มีการอนุรักษ์บ้านเรือนและหมู่ปราสาทหลายหลังไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยมี สถานที่ที่น่าท่องเที่ยวสำคัญก็คือปราสาท เพราะเมืองนี้มีปราสาทขนาดใหญ่ 3 แห่งด้วยกัน คือ Castelgrande, Castello di Montebello และ Castello di Sasso Corbaro ทั้ง 3 ปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO เป็นมรดกโลกด้วย อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นาท่านเดินทางสู่ Verzasca Valley เพื่อนาท่านชม แม่น้ำเวอร์ซาสก้ำ (Verzasca River) หรือ “แม่น้าคริสตัล” (Crystal River) แม่น้าแห่งอัญมณีที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาสวิสแอลป์ มีความโดดเด่นในเรื่องของความใสสะอาดราวกับคริสตัล โดยจุดที่ลึกสุดของแม่น้าสายนี้อยู่ที มีลึกถึง 50 ฟุต และมีระยะทางยาว 30 กิโลเมตร โดยแม่น้าสายนี้มีต้นกาเนิดจากเทือกเขา Pizzo Barone และไหลลงสู่ทะเลสาป Lake Maggiore จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือแม่น้าเวอร์ซาสก้าคือมีสีเขียวอมฟ้า หรือที่เราเรียกกันว่า เทอร์ควอยส์ (Turquoise) นั่นเองจากนั้นนาท่านเดินทางสู่มิลาน (Milan)มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสาคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ แกลลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล มิลาน เป็นอาคารศูนย์การค้า ห้างเก่าแก่อาคารกระจกเก่าแก่และสง่างามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมอันทันสมัย มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา แบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระให้สำรวจสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลีตามอัธยาศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม
11

Day 11

มิลาน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นาท่าน เดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถ่ายรูปกับ ดูโอโม (DUOMO) มหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรป สร้างในปี 1386 ด้านนอก มีหลังคายอดเรียวแหลมจานวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หลังจากนั้นนาท่านชม โรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรเอกที่โด่งดัง
  • 11.30 น. นาท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมัลเพนซ่า ประเทศอิตาลี
  • 14.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 941
12

Day 12

กรุงเทพฯ
  • 05.55 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
26 มีนาคม – 06 เมษายน 2561 14 - 25 เมษายน 2561 28 เมษายน – 09 พฤษภาคม 2561 18-29 พฤษภาคม 2561 01-12 มิถุนายน2561
สายการบิน

Grand & Unseen Switzerland 12 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ซูริค-กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 9 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (ประเทศสวิสเซอร์แลนด์) สาหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 3 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 9 วัน คิดเป็น 27 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 2 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 20 ยูโร (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินท่ำนสำมำรถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
26 มีนาคม – 06 เมษายน 2561 14 - 25 เมษายน 2561 28 เมษายน – 09 พฤษภาคม 2561 18-29 พฤษภาคม 2561 01-12 มิถุนายน2561
สายการบิน