วันเดินทาง
07 – 16 เมษายน 2563
สายการบิน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร ไม่พลาดทุกกิจกรรม เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กด Add Friend ทางเราได้เลย

เพิ่มเพื่อน

จอร์เจีย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี และภาษาจอร์เจียก็เป็นหนึ่งในภาษาเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีการใช้อยู่ เมืองหลวงทบิลิซี ซึ่งมีอายุกว่า 1,500 ปี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่งดงามซึ่งถูกแบ่งโดยแม่น้ำมทควารี ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของจอร์เจียถูกยึดครองโดยเปอร์เซีย อาหรับ เติร์กและมองโกล ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึงศตวรรษที่ 18

•ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นป้อมนาริคาล่า •ชมโบสถ์เมเตห์คี •แวะถ่ายรูปสะพานสันติภาพ •ช้อปปิ้งชาเดนีและรุสทาเวลี •ชมอนานุรี •ซินวาลี •ชมโบสถ์เกอร์ตี้ •ชมวิหารจาวารี •ชมวิหารสเวติสโคเวลี •ชมพิพิธภัณฑ์สตาลิน •บ้านถ้ำอุพลีสต์ซีคห์ •ชมวิหารจีลาตี •ชมวิหารบากราดี •ชมเขื่อนเอนกูรี่ •ชมหมู่บ้านอุชกูลลี่ •ชมโบสถ์ลามาเรีย •ชมเมืองบาตูมี •ล่องเรือทะเลดำ

♥แวะเที่ยวกรุงอีสตันบูลเมืองหลวงประเทศตุรกี♥

§ พักโรมแรมระดับมาตรฐาน 4 + 5 ดาว

 

1

Day 1 : กรุงเทพมหานคร – อีสตันบูล

  • 20.00 น.  พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสารและสัมภาระ
  • 23.00 น. เหินฟ้าสู่ กรุงอีสตันบูล เที่ยวบินที่ TK 069 (ใช้เวลาบินประมาณ 09.55 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
2

Day 2 : อีสตันบูล-ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-เซ้นต์โซเฟีย-กรุงทบิลิซี

  • 05.45 น.  เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮาวาลิมานี่ อีสตันบูล ประเทศตุรกี
  • นำท่านเดินทางไปรับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
  • 09.00 น.จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชม ฮิปโปโดรม (Hippodome) ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของชาวไบแซนติอุม คือ สถานที่ที่แข่งกีฬารถม้าศึกของชาวโรมัน และของจักรวรรดิออตโตมานกว่า 400 ปี ในปัจจุบันเหลือแค่เสา 3 ต้น คือ เสาต้นแรก โอเบลิสก์แห่งฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ซึ่งถูกสร้างมาตั้งแต่ 1500 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาเป็นเสาเซอร์เพนไทน์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา 497 ปีก่อนคริสตกาล และเสาคอนสแตนตินที่ 7 เป็นเสาต้นสุดท้าย สถานที่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.203 ในยุคของไบแซนไทน์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2015
  • นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวังที่ประทับของจักรพรรดิไบแซนไทน์ ภายในถูกตบแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน มีเสามินาเรท์เป็นยอดแหลมถึง 6 ต้น ถูกสร้างโดยสุลต่านอาห์เมต ที่ 1 ในปี ค.ศ.1609-1616 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2015
  • นำท่านชม เซ้นต์ โซเฟีย (St.Sophia) ถือว่าเป็นเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางและเป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวคริสต์ เพื่อแสดงถึงความอัจฉริยะและพลานุภาพอันเกรียงไกรของอาณาจักรโรมันถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 360 โดยจักรพรรดิคอนสแตนติน ถูกไฟไหม้และสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.415 ถูกเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.537 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนและจวบจนวาระสุดท้าย ของกรุงคอนสแตนติโนเปิล ต่อมาได้ถูกสถาปนาเป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอิสลาม ชื่อ อายา ซอฟยา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2015
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่ประเทศจอร์เจีย
  • 17.25 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองทบิลิซี” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK383(ใช้เวลาบินประมาณ 01.50 ช.ม.)
  • 19.25 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองบาตูมี (BATUMI) เมืองหลวงของจังหวัดอะจาร่าที่ปกครองตนเอง และตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งด้านตะวันออกของทะเลดำ เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200,000 คน เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญในด้านการค้าและเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของเมืองในเขตร้อนที่เต็มไปด้วยผลิตผลของพืชผัก ผลไม้ต่างๆ หลายอย่าง และที่สำคัญยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญของเมือง รวมถึงโรงงานต่อเรือ ผลิตอาหารและยังมีการทำอุตสาหกรรมเบาอีกหลายอย่าง ซึ่งต่อมาด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2010 เมืองนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับการปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งสถานที่บันเทิงสำหรับการพักผ่อน มีการสร้างโรงแรม ภัตตาคาร ไนต์คลับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายหลายอย่าง
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • พักที่  BEST WESTERN PREMIER HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3 : บาตูมี-ย่านเมืองเก่าบาตูมี-จัตุรัสเปียซซ่า-รูปปั้นอาลีและนีโน่-ล่องเรือทะเลดำ-เมสเทีย

  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • 08.30 น. นำท่านไปชมความสวยงามของเมืองที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของธรรมชาติอันงดงาม และยังเป็นเมืองสำคัญที่มีท่าเรือขนาดใหญ่บริเวณริมฝั่งทะเลดำด้านตะวันออก จากนั้นให้ท่านได้ ชมบรรยากาศของบ้านเรือนในย่านเมืองเก่า (Old Town) และชมอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงสร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานกันเป็นพิเศษที่มีความสวยงามน่ารัก ซึ่งอาคารส่วนมากถูกตกแต่งขึ้นมาด้วยความเพ้อฝันอันเลื่อนลอย เป็นรูปสิงโต และบางแห่งถูกสร้างขึ้นโดยไม่ทราบชื่อและที่มาจากนิทานโบราณ และที่นำความภูมิใจมาให้ชาวบาตูเมียน ก็คือ รูปของเด็กกับขลุ่ยต้นอ้อ (A boy with the reed-pipe)
  • นำท่านเดินชม จัตุรัสเปียซซ่า (Piazza Square) หนึ่งในจัตุรัสสำคัญของเมืองบาตูมี ซึ่งรายล้อมด้วยร้านอาหารและโรงแรมมากมายบนเนื้อที่กว่า 5,700 ตารางเมตรใกล้ริมอ่าวทะเลดำ สถาปัตยกรรมโดยรอบนับว่าได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลีโดยแท้ สังเกตได้จากภาพโมเสคและงานกระจกสีที่หาดูได้ตามอาคารรอบจัตุรัส
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นอาลีและนีโน่ (Ali and Nino Moving Sculptures) รูปปั้นพิเศษสูง 8 เมตร ริมทะเลดำที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกๆ 10 นาที จุดประสงค์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึง ความรักของหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติและศาสนา และยังแสดงถึงสันติภาพระหว่างประเทศจอร์เจีย และอาร์เซอร์ไบจานด้วย
  • จากนั้นนำท่านล่องเรือริมฝั่งทะเลดำของบาตูมี ชมความสวยงามของทะเล บ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบรูปทรงโบราณที่ปลูกกันอย่างสวยงามตามริมทะเล พร้อมกับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ เป็นไร่ส้ม พืชพันธุ์ธัญญาหารและต้นชา อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมบริเวณทะเลดำจนกระทั่งสมควรแก่เวลารับประทานอาหาร
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • จากนั้นนำท่านเดินทาสู่เมืองเมสเทีย (Mestia) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศจอร์เจียตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่เหนือระดับความสูงที่ 1,500 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ตอนบนของประเทศจอร์เจียเข้าสู่เขตภูมิภาค”สเวเนตีตอนบน” (Upper Svaneti)  เมืองเมสเทียเป็นเมืองเก่าแก่โบราณที่มีมาตั้งแต่ 800 ปีมาแล้ว บ้านเรือนยังคงเป็นแบบโบราณที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตคนในยุคสมัยก่อนในบริเวณนี้ ด้วยลักษณะของบ้านหอคอยก่อด้วยหินทีใช้ดูแลปกป้องอยู่ติดบ้านเรือน เมสเทียยังเป็นเมืองต้นทางของนักปีนเขาและชมป่าสนอัลไพน์อีกด้วย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • พักที่  CHALET MESTIA หรือเทียบเท่า
4

Day 4 : เมสเทีย – หมู่บ้านอุชกูลลี่ – โบสถ์ลามาเรีย - เมสเทีย

  • เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • 09.00 น. นำท่านเปลี่ยนรถเป็น 4 WD เพื่อเดินทางขึ้นเทือกเขาคอเคซัสไปยัง  หมู่บ้านอุชกูลลี่ (Ushguli) ซึ่งห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 03.30 ชั่วโมง อุชกูลลี่ เป็นกลุ่มหมู่บ้านเล็กๆ 4  แห่ง ตังอยู่กลางหุบเขาสูง 2,410 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และตีนของ ยอดเขาชาขร่า Shkhara summit หนึ่งในยอดเขาทีสูงทีสุดในคอเคซัส โดยมีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว  70ครัวเรือนท่ามกลางหิมะที่ปกคลุมราว 6 เดือน ทำให้อุชกูลลี่กลายเป็นเมืองปิดไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้กว่า 6 เดือนเลยทีเดียว ด้วยความงดงามของขุนเขานานาทีรายล้อมและเป็นชุมชนโบราณ มีโบสถ์เก่าแก่ราวศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้ “ดินแดนสวาเนติบน Upper Svaneti” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
  • เดินทางถึงหมู่บ้านอุชกูลลี่ นำท่านสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านทีโดดเด่นด้วยหอคอยโบราณตังเรียงรายอยู่ทั่วหมู่บ้านนับสิบหอ มียอดเขาดำทะมึนที่สูงชันปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลนปกคลุมเกือบทั้งยอดซ่อนตัวอยู่ หลังยอดเขาสูงชันสีเขียวมีหมู่บ้านตั้งอยู่ตีนเขาและธารหิมะทีละลายกลายเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ไหลเป็นล่องเลาะริมหมู่บ้าน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • จากนั้นนำท่านนั่งรถขึ้นเนินเขาแวะชม โบสถ์ลามาเรีย Lamaria Church อายุเก่าแก่ย้อนไปถึงศตวรรษที  ภายในโบสถ์มีภาพเขียนสีเฟรสโก้ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูและอัครสาวก จนกระทั่งสมควรแก่เวลาเดินทางกลับสู่ที่พัก
  • นำท่านไป
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • พักที่  CHALET MESTIA หรือเทียบเท่า
5

Day 5 : เมสเทีย – คูไทซี - วิหารบากราดี

  • 07.30 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองคูไทซี (Kutaisi) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือห่างประมาณ 219 กม. เมืองนี้มีความเจริญเป็นอันดับสองรองจากทบิลีซี
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • บ่าย จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของเมืองคูไทซีซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมและได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกโลก  ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัยศตวรรษที่ 12-13 ได้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรโคลคลิส (Empire of Colclis) และอาณาจักรอีเมรีเทีย (Kingdom of Emeretia) ที่อยู่ทางด้านของตะวันตกของประเทศ ชมวิหารบากราดี (Bagradi Cathedral) ได้ถูกก่อสร้างขึ้นในราวปลายศตวรรษที่ 10 โดยกษัตริย์บากราด ที่ 3 ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ได้รวบรวมแคว้นต่างๆของจอร์เจีย สถานที่แห่งนี้แม้จะถูกทำลายไปบางส่วนโดยพวกเติร์กในปี ค.ศ.1691 แต่ก็ยังมีเหลื่อซากปรักหักพังปรากฏอยู่
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • พักที่ BESTERN KUTAISI  หรือเทียบเท่า
6

Day 6 : คูไทซี – บอร์โจมี - อุทยานบอร์โจมี-คาราเกาลี – เมืองกอรี – พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน-เมืองอุพลีสต์ซีคห์ - กรุงทบิลิซี

  • เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองบอร์โจมี (Borjomi) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ห่างประมาณ 134 กม. เมืองนี้มีความสวยงามที่เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศอยู่ในหุบเขาทางด้านใต้ของบริเวณพื้นที่ตอนกลางของประเทศซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 15,000 คน บอร์โจมี เป็นเมืองทีมีชื่อเสียงในด้านน้ำแร่ เพราะมีลำธารน้ำที่ใส บริสุทธิ์ที่ไหลมาจากยอดเขาบาคูเรียนี (Bakuriani Mountain) ที่มีความสูงประมาณ 2,300 เมตร ที่ถูกค้นพบโดยนายทหาร รัสเซียในปี ค.ศ.1820 ต่อมาก็ได้มีการสร้างที่พักตากอากาศ และ ในปี ค.ศ.1890 ได้เริ่มมีการตั้งโรงงานผลิตและส่งออกน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงเป็น 1 ใน 3 ของโลกไปยังประเทศต่างๆ กว่า 40 ประเทศ
  • นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของอุทยานบอร์โจมี-คาราเกาลี (Borjomi-Kharagauli National Park) ที่ตั้งอยู่บริเวณหุบเขาของเทือกเขาคอเคซัสน้อย มีพื้นที่ประมาณ 5,300 ตร.กม. หรือ ประมาณร้อยละ 7.6 ของพื้นที่ของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุทยานที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1995 และได้รับการดูแลส่งเสริมและพร้อมกับการสนับสนุนจาก รัฐบาลของเยอรมนีและต่อมาก็เป็นของทางการจอร์เจียในปี ค.ศ.2001 นำท่านขึ้นกระเช้าเพื่อชมความสวยงามของอุทยาน ชมวิวและทิวทัศน์ของธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของบอร์โจมี
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • บ่าย จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 82 กม. กอรี เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองกอรี ที่ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคอมมิวนิสต์โซเวียต และอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต
  • นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต
  • นำท่านเดินทางไปยัง เมืองอุพลีสต์ซีคห์ (UPLISTSIKHE) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำ และต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้า ได้ถูกสร้างขึ้นในราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวางให้ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลาง และส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ ซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทองเครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคส์และการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองพร้อมชมการแสดง
  • พักที่ HOTEL IBIS STYLE หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : กรุงทบิลิซี-มิทสเคต้า-วิหารสเวติสโคเวลี-ป้อมอนานูรี-กูดาอูรี-คาซเบกี้-กรุงทบิลิซี

  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมิทสเคต้า (MTSKHETA) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมคสเคต้า และเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994
  • นำท่านไปชม วิหารสเวติสโคเวลี (Sveti Tskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมตสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย
  • นำท่านออกเดินทางไปตามทางหลวงที่สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับใช้ในด้านการทหารที่เรียกว่า Georgian Military Highway ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตในสมัยที่จอร์เจียตกอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับใช้เป็นเส้นทางมายังภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นถนนเส้นทางเดียวที่จะนำท่านเดินทางสู่เทือกเขา คอเคซัสใหญ่ (Greater Caucasus) ที่มีความยาวประมาณ1,100 กม.ที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ระหว่างทางให้ท่านได้ชม ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้าง ขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและ อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมบผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองกูดาอูรี (GUDAURI) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองคาซเบกี้ (KAZBEGI) ซึ่งเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพานท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อกชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริม ฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ -5 องศาฯ ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุดจากนั้นให้ท่านได้เปลี่ยนรถนั่งเป็นรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ  นำท่านไปชมความสวยงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้ (การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะเป็นอุปสรรคได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด) ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
  • พักที่ HOTEL IBIS STYLE หรือเทียบเท่าหรือเทียบเท่า
8

Day 8 : กรุงทบิลิซี-คาเคซี-ซินากี้-วิหารบอดี-พิพิธภัณฑ์ซินานดัลลี่-กรุงทบิลิซี

  • 08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเทลาวี (Telavi City) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทบิลิซี เป็นเมืองที่สำคัญและศูนย์กลางการบริหารของจังหวัดคาเคตี้ ที่อยู่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของทซิบกอมบอรี ที่มีระดับความสูงจาก ระดับน้ำทะเลประมาณ 500-800 เมตร เมืองนี้มีความสวยและชื่อเสียงในด้านที่มีความเก่าแก่โบราณในยุคของบรอนซ์ จนกระทั่งตกมาถึงในศตวรรษที่ 2 และต่อมาจนถึงใน ศตวรรษที่ 10 ชาวอาหรับ อัล มูกาดาซีได้ทำการบันทึกเรื่องราวของเมืองนี้ที่มีความสำคัญต่อบริเวณคอเคซัส จากศตวรรษที่ 10จนถึงศตวรรษที่ 12 เมืองเทลาวีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรคาเคตี้ (Kingdom of Kakheti) และต่อมาก็เป็นอาณาจักรคาเคตี้-เฮเรตี้ ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นยุคทองของรัฐจอร์เจีย ให้ท่านได้ชมวิหารบอดี (Bodbe Monastery) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของเมืองซินากี้ (Sighnaghi) เป็นวิหารของชาวจอร์เจียนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในครั้งแรกราวศตวรรษที่ 9 และต่อมาในศตวรรษที่ 17 ก็ได้มีการสร้างต่อเติมขึ้นมาอีก จนกระทั่งวิหารแห่งนี้มีความสำคัญและเป็นหนึ่งในวิหารที่จะมีนำท่องเที่ยวเดินทางมาทำพิธีแสวงบุญ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • บ่าย จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ซินานดัลลี่ (Tsinandali Museum) อดีตเป็นบ้านของขุนนางกวีในสมัยศตวรรษที่ 19 ชื่อว่า เอล็กซานเดอร์ เชาชาวาดเซ่ (Alenxander Chavchavadze) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1835 เป็นสไตล์อิตาเลี่ยนทั้งตัวอาคารและสวนภายในบ้านหลังนี้ และในปี ค.ศ. 1947 บ้านแล้วสวนแห่งนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์  เชาชาวาดเซ่เป็นขุนนางทหารที่มีบทบาททางด้านนักการทูตรวมทั้งการประดิษฐ์ด้วย เค้าเป็นกวีผู้มากความสามารถจนได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งความโรแมนติกแห่งจอร์เจีย” พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการบูรณะในปี ค.ศ. 2008 และในส่วนของห้องได้มีการบูรณะและตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ในแบบศตวรรษที่ 19  เชาชาวาดเซ่เป็นเป็นขุนนางจอร์เจียคนแรกที่ผลิตไวน์จอร์เจียใส่ขวด และใช้วิธีการการผลิตแบบยุโรป ภายในไร่องุ่นของเค้ายังมีการทำไวน์องุ่นขาวซินานดัลลี่อีกด้วย โรงกลั่นไวน์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1835 มีไวน์ทั้งหมด 16,500 ขวด รวมถึงไวน์ Saperavi จากปี 1839 ซึ่งมีการเก็บเกี่ยวครั้งแรกที่ซินานดัลลี่ นำท่านชมห้องเก็บไวน์  จนกระทั่งสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ HOTEL IBIS STYLE หรือเทียบเท่าหรือเทียบเท่า
9

Day 9 : กรุงทบิลิซี-ป้อมนาริคาล่า-โบสถ์เมเตห์คี-ซีโอนี- The Bridge of Peace- อีสตันบูล

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (บุฟเฟ่ต์)
  • 09.00 น. นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านได้ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปีค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายว่า ป้อมอันเล็ก (Little Fortress) และต่อมาบางส่วนได้พังทลายลง เพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป นำท่านไปชม โบสถ์เมเตห์คี (Metekhi Church) โบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมทวารี เป็นโบสถ์หนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ ต่อมาในปี ค.ศ.1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ็นต์ เดมิทรีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออร์โธด๊อก ต่อมาได้ถูกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปีค.ศ.1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและก็ได้สร้างขึ้นใหม่อีก นำท่านไปชม วิหารซีโอนี (Sioni Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ของนิกายออร์โธด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองนี้ ชื่อของโบสถ์ได้นำมาจากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ ภูเขาไซออนในเจรูซาเล็มสถานที่แห่งนี้ก็ได้มี่ชื่อเป็น ซิโอนีแห่งทบิลิซี (Tbilisi Sioni) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6-7 และต่อมาก็ได้ถูกทำลายลงโดยผู้ที่บุกรุกแต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งด้วยก้น จนกระทั่งเป็นโบสถ์ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ และได้มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ในศตวรรษที่ 17 ถึง 19 จากนั้นนำท่านแวะชม The Bridge of Peace สะพานคนเดินสไตล์โมเดริ์นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 โดยใช้เหล็กและกระจกใสสร้างข้ามแม่น้ำมตควารี เพื่อเชื่อมฝั่งเมื่อเก่าและเมืองใหม่ของทบิลิซี มีความยาวประมาณ 150 เมตร ซึ่งสะพานแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของทบิลิซียุคใหม่
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 17.25 น. เหิรฟ้าสู่อิสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK383 (ใช้เวลาบินประมาณ 02.30 ชม.)
  • 19.00 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮาวาลิมานี่ อีสตันบูล ประเทศตุรกี (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 20.15 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK064 (ใช้เวลาบินประมาณ 09.24/รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
10

Day 10

  กรุงเทพมหานคร
  • 09.50 น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
07 – 16 เมษายน 2563
สายการบิน

GRAND GEORGIA 10 Days 7 Nights (TK)

DEPARTURE/RETURN LOCATION สนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIME โปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล-บาตูมี//ทบิลิซี-อิสตันบูล-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์  (TK)
ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม
ค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 40 ดอลลาร์
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 30 ดอลลาร์ (ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงิน หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
07 – 16 เมษายน 2563
สายการบิน