วันเดินทาง
22 – 31 กรกฎาคม 2565 5 -14 สิงหาคม 2565 16 - 25 กันยายน 2565 14 -23 ตุลาคม 2565 18 - 27 พฤศจิกายน 2565
สายการบิน


ไม่พลาดทุกข่าวสาร ไม่พลาดทุกกิจกรรม เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กด Add Friend ทางเราได้เลย

เพิ่มเพื่อน

จอร์เจีย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี และภาษาจอร์เจียก็เป็นหนึ่งในภาษาเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีการใช้อยู่ เมืองหลวงทบิลิซี ซึ่งมีอายุกว่า 1,500 ปี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่งดงามซึ่งถูกแบ่งโดยแม่น้ำมทควารี ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของจอร์เจียถูกยึดครองโดยเปอร์เซีย อาหรับ เติร์กและมองโกล ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึงศตวรรษที่ 18

•ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นป้อมนาริคาล่า •ชมโบสถ์เมเตห์คี •แวะถ่ายรูปสะพานสันติภาพ •ช้อปปิ้งชาเดนีและรุสทาเวลี •ชมอนานุรี •ซินวาลี •ชมโบสถ์เกอร์ตี้ •ชมวิหารจาวารี •ชมวิหารสเวติสโคเวลี •ชมพิพิธภัณฑ์สตาลิน •บ้านถ้ำอุพลีสต์ซีคห์ •ชมวิหารจีลาตี •ชมวิหารบากราดี •ชมเขื่อนเอนกูรี่ •ชมหมู่บ้านอุชกูลลี่ •ชมโบสถ์ลามาเรีย •ชมเมืองบาตูมี •ล่องเรือทะเลดำ               

พักโรมแรมระดับมาตรฐาน 4 ดาว

 

1

Day 1 : กรุงเทพมหานคร – อีสตันบูล

  • 20.00 น.  พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสารและสัมภาระ
  • 23.00 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงอีสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 069 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชม.)
2

Day 2 : อิสตันบูล - กรุงทบิลิซี - ป้อมนาริคาล่า - โบสถ์เมเตห์คี - The Bride of Peace - ถนนรุสทาเวลี

  • 05.15 น.  เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮาวาลิมานี่ อีสตันบูล ประเทศตุรกี (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 06.55 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองบาตูมี” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK390
    (ใช้เวลาบินประมาณ 02.20 ชม.)  
  • 09.45 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองบาตูมี (BATUMI) เมืองหลวงของจังหวัดอะจาร่าที่ปกครองตนเอง และตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งด้านตะวันออกของทะเลดำ เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200,000 คน เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญในด้านการค้าและเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของเมืองในเขตร้อนที่เต็มไปด้วยผลิตผลของพืชผัก ผลไม้ต่างๆ หลายอย่าง และที่สำคัญยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญของเมือง รวมถึงโรงงานต่อเรือ ผลิตอาหารและยังมีการทำอุตสาหกรรมเบาอีกหลายอย่าง ซึ่งต่อมาด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2010 เมืองนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับการปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งสถานที่บันเทิงสำหรับการพักผ่อน มีการสร้างโรงแรม ภัตตาคาร ไนต์คลับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายหลายอย่าง
  • เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • นำท่าน ล่องเรือริมฝั่งทะเลดำของบาตูมี ชมความสวยงามของทะเล บ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบรูปทรงโบราณที่ปลูกกันอย่างสวยงามตามริมทะเล พร้อมกับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ เป็นไร่ส้ม พืชพันธุ์ธัญญาหารและต้นชา อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมบริเวณทะเลดำ
  • จากนั้นนำท่านไปชมความสวยงามของเมืองที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของธรรมชาติอันงดงาม และยังเป็นเมืองสำคัญที่มีท่าเรือขนาดใหญ่บริเวณริมฝั่งทะเลดำด้านตะวันออก จากนั้นให้ท่านได้ ชมบรรยากาศของบ้านเรือนใน ย่านเมืองเก่า (Old Town) และชมอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงสร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานกันเป็นพิเศษที่มีความสวยงามน่ารัก ซึ่งอาคารส่วนมากถูกตกแต่งขึ้นมาด้วยความเพ้อฝันอันเลื่อนลอย เป็นรูปสิงโต และบางแห่งถูกสร้างขึ้นโดยไม่ทราบชื่อและที่มาจากนิทานโบราณ และที่นำความภูมิใจมาให้ชาวบาตูเมียน ก็คือ รูปของเด็กกับขลุ่ยต้นอ้อ (A boy with the reed-pipe)
  • นำท่านเดินชม จัตุรัสเปียซซ่า (Piazza Square) หนึ่งในจัตุรัสสำคัญของเมืองบาตูมี ซึ่งรายล้อมด้วยร้านอาหารและโรงแรมมากมายบนเนื้อที่กว่า 5,700 ตารางเมตรใกล้ริมอ่าวทะเลดำ สถาปัตยกรรมโดยรอบนับว่าได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลีโดยแท้ สังเกตได้จากภาพโมเสคและงานกระจกสีที่หาดูได้ตามอาคารรอบจัตุรัส นำท่านแวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นอาลีและนีโน่ (Ali and Nino Moving Sculptures) รูปปั้นพิเศษสูง 8 เมตร ริมทะเลดำที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกๆ 10 นาที จุดประสงค์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึง ความรักของหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติและศาสนา และยังแสดงถึงสันติภาพระหว่างประเทศจอร์เจีย และอาร์เซอไบจาน
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • พักที่ BEST WESTERN PREMIER  หรือเทียบเท่า
3

Day 3 : เมืองบาตูมี - วังดาเดียนี - เมืองเมสเทีย - เอนกูรี่

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Dadiani Palaces เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของจอร์เจียตั้งอยู่ใน Zugdidi ภูมิภาค Samegrelo-Zemo Svaneti ประเทศจอร์เจีย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม Dadiani Palaces ยังถือเป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในคอเคซัส เป็นอาคารนีโอโกธิค
  • เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมสเทีย (Mestia) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศจอร์เจียตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่เหนือระดับความสูงที่ 1,500 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ตอนบนของประเทศจอร์เจียเข้าสู่เขตภูมิภาค”สเวเนตีตอนบน” (Upper Svaneti)  เมืองเมสเทียเป็นเมืองเก่าแก่โบราณที่มีมาตั้งแต่ 800 ปีมาแล้ว บ้านเรือนยังคงเป็นแบบโบราณที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตคนในยุคสมัยก่อนในบริเวณนี้ ด้วยลักษณะของบ้านหอคอยก่อด้วยหินทีใช้ดูแลปกป้องอยู่ติดบ้านเรือน เมสเทียยังเป็นเมืองต้นทางของนักปีนเขาและชมป่าสนอัลไพน์อีกด้วย
  • นำท่านแวะชม เขื่อนเอนกูรี่ (Enguri Dam) เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีความสูงอยู่ที่ 271.5 เมตร ตั้งอยู่บนแม่น้ำเอนกูรี่ เขื่อนแห่งนี้ได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1961 และได้มีการทดลองเปิดใช้ในปี ค.ศ.1978 สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1987 และเขื่อนแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งภายในเขื่อนมีจุดบริการนักท่องเที่ยว
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • พักที่ MESTIA INN  หรือเทียบเท่า
4

Day 4 : กรุงทบิลิซี - เมืองเมสเทีย - หมู่บ้านอุชกูลลี่ - โบสถ์ลามาเรีย - เมืองเมสเทีย

  • 08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านเปลี่ยนรถเป็น 4 WD เพื่อเดินทางขึ้นเทือกเขาคอเคซัสไปยัง หมู่บ้านอุชกูลลี่ (Ushguli) ซึ่งห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 03.30 ชั่วโมง อุชกูลลี่ เป็นกลุ่มหมู่บ้านเล็กๆ 4  แห่ง ตังอยู่กลางหุบเขาสูง 2,410 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และตีนของ ยอดเขาชาขร่า Shkhara summit หนึ่งในยอดเขาทีสูงทีสุดในคอเคซัส โดยมีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว  70ครัวเรือนท่ามกลางหิมะที่ปกคลุมราว 6 เดือน ทำให้อุชกูลลี่กลายเป็นเมืองปิดไม่สามารถติดต่อโลกภายนอกได้กว่า 6 เดือนเลยทีเดียว ด้วยความงดงามของขุนเขานานาทีรายล้อมและเป็นชุมชนโบราณ มีโบสถ์เก่าแก่ราวศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้ “ดินแดนสวาเนติบน Upper Svaneti” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เดินทางถึงหมู่บ้านอุชกูลลี่ นำท่านสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านทีโดดเด่นด้วยหอคอยโบราณตังเรียงรายอยู่ทั่วหมู่บ้านนับสิบหอ มียอดเขาดำทะมึนที่สูงชันปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลนปกคลุมเกือบทั้งยอดซ่อนตัวอยู่ หลังยอดเขาสูงชันสีเขียวมีหมู่บ้านตั้งอยู่ตีนเขาและธารหิมะทีละลายกลายเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ไหลเป็นล่องเลาะริมหมู่บ้าน
  • เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • จากนั้นนำท่านนั่งรถขึ้นเนินเขาแวะชม โบสถ์ลามาเรีย Lamaria Church อายุเก่าแก่ย้อนไปถึงศตวรรษที  ภายในโบสถ์มีภาพเขียนสีเฟรสโก้ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูและอัครสาวก จนกระทั่งสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ที่พักที่เมืองเมสเทีย
  • 19.30 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่  MESTIA INN หรือเทียบเท่า
5

Day 5 : เมืองเมสเทีย-เมืองคูไทซี –วิหารจีลาตี - วิหารบากราดี

  • 8.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคูไทซี (Kutaisi) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือห่างประมาณ 150 กม. เมืองนี้มีความเจริญเป็นอันดับสองรองจากทบิลีซี ชมความสวยงามของเมืองคูไทซีซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมและได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกโลก  ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัยศตวรรษที่ 12-13 ได้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรโคลคลิส (Empire of Colclis) และอาณาจักรอีเมรีเทีย (Kingdom of Emeretia) ที่อยู่ทางด้านของตะวันตกของประเทศ
  •  เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • นำท่านไปชม วิหารจีลาตี  (Gelati Monastery) ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์ผู้มีชื่อเสียง คือ กษัตรย์เดวิดที่ 5 (King David V) ในอดีตได้ใช้เป็น สถานที่ศึกษาและศาสนสถานสำหรับศูนย์กลางการศึกษาและศูนย์กลางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง  เป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมภาพจิตรกรรมฝาผนังจำนวนมากมายที่ได้บอกเล่าเกี่ยวกับนักบุญและกษัตริย์ในยุคต่างๆอยู่ภายในใจกลางของวิหารเวอร์จิน (Virgin Cathedral) ชมวิหารบากราตี (Bagrati Cathedral) ได้ถูกก่อสร้างขึ้นในราวปลายศตวรรษที่ 10 โดยกษัตริย์บากราด ที่ 3 ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ได้รวบรวมแคว้นต่างๆของจอร์เจีย สถานที่แห่งนี้แม้จะถูกทำลายไปบางส่วนโดยพวกเติร์กในปี ค.ศ.1691 แต่ก็ยังมีเหลื่อซากปรักหักพังปรากฏอยู่
  • จากนั้นนำท่านชมน้ำพุ (Colchis Fountiains) ที่อยู่ใจกลางเมืองซึ่งมีการตกแต่งด้วยรูปปั้นอย่างสวยงาม โดยจะเห็นว่ารูปปั้นจะเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ โดยจะมีม้าสองตัวอยู่ที่ด้านบนสุด ตัวรูปปั้นมีที่มาจากการจำลองเครื่องประดับโบราณ 30 ชิ้นที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ของเมือง Kutaisi ซึ่งทำให้เห็นว่าเมือง Kutaisi แห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และคนในยุคโบราณมีความสามารถในการทำเครื่องประดับที่สวยงามและประณีตมาก
  • ได้เวลานำท่านช้อป (Kutaisi Bazar) เป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคูไทซีเพื่อซื้อสินค้าเกษตร คุณจะพบกับผักสด ผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากนมจากธรรมชาติ เนื้อสัตว์ เครื่องเทศหลากหลายชนิด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ในตลาดนี้ สามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เกษตรกรปลูก และยังสามารถซื้อ chiri,churchkhelas (ขนมจอร์เจียดั้งเดิม) และขนมจากธรรมชาติอื่นๆ ได้หลายพันชนิดในตลาดแห่งนี้ และยังมีผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมายที่นี่
  • 19.30 น.   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ BEST WESTERN PLUS หรือเทียบเท่า
6

Day 6 : เมืองคูไทซี-เมืองอุพลีสต์ซีคห์-เมืองกอรี-เมืองคูไทซี

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก 
  • นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 82 กม. กอรี เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคอมมิวนิสต์โซเวียต และอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต
  • นำท่านเดินทางไปยัง เมืองอุพลีสต์ซีคห์ (UPLISTSIKHE) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำ และต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้า ได้ถูกสร้างขึ้นในราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวางให้ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลาง และส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ ซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทองเครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคส์และการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี
  • จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต
  • เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงทบิลิซี เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่า แม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น ทบิลิซิ มีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม. และมีประชากร 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 4 เมืองทบิลิซิเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวียุโรปกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย นำท่านชม อนุสาวรีย์ (Chronicle of Georgia) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลทบิลิซี gxเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจีย ตั้งโดดเด่นอยู่บนภูเขาสูงนอกเมืองทบิลิซี มีขนาดใหญ่โตอลังการสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล และทำให้ใครก็ตามที่ไปยืนใกล้ๆ ดูตัวเล็กจิ๋วลงทันตา สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1985 ในสมัยที่ประเทศจอร์เจียยังอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศรัสเซีย
  • 19.30 น.   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ RAMADA OLD TOWN  หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : กรุงทบิลิซี-เมืองมิทสเคต้า-วิหารจวารี-วิหารสเวติสโคเวลี-กูดาอูรี

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก 
  • นำท่านไปชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธ ด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ามิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5
  • นำท่านไปชม วิหารสเวติสโคเวลี (Sveti Tskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมิทสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย
  • เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองกูดาอูรี (GUDAURI) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลาป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้าง ขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและ อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย แวะชมจุดชมวิวกูดาอูรี (Viewpoint in Gudauri)
  • 19.30 น.   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่  BEST WESTERN PREMIER หรือเทียบเท่า
8

Day 8 : เมืองกูดาอูรี-โบสถ์เกอร์เกตี้-กรุงทบิลิซี

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองคาซเบกี้ (KAZBEGI) ซึ่งเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพานท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อกชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริม ฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ -5 องศาฯ ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุดจากนั้นให้ท่านได้เปลี่ยนรถนั่งเป็นรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • นำท่านไปชมความสวยงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้ (การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะเป็นอุปสรรคได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด)
  • นำท่านชมน้ำตก (Gveleti Waterfall) ซึ่งจะเป็นทริปเดินป่าเล็กๆ ต้องเดินเข้าป่าไป ประมาน 10 นาที จะถึงน้ำตกเพื่อชมความสวยงาม
  • เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง 
  • นำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทบิลิซี และพาท่านแวะช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้า (Tbilisi mall) เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของเทือกเขาคอเคซัส เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ ทำให้ เป็นที่น่าสนใจที่สุดในเมือง เพลิดเพลินกับร้านค้า ร้านอาหาร และไฮเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ดังกว่า 250 แห่งทั่วโลก จากนั้นนำท่านชม วิหารทรินิตี้
  • นำท่านชม มหาวิหารประจำเมืองทบิลิซี  (Holy Trinity Cathedral Of Tbilisi)  ซึ่งเป็นมหาวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธด๊อกที่ใหญ่ที่สุดในจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 ตั้งอยู่ในตัวเมืองทบิลิซีซึ่งเป็นเมืองหลวงของจอร์เจีย เป็นมหาวิหารประจำเมืองทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ RAMADA OLD TOWN หรือเทียบเท่า
9

Day 9 : อีสตันบูล-ทบิลิซี-ป้อมนาริคาล่า-โบสถ์เมเตห์คี- The Bridge of Peace-ถนนคนเดินชาเดนีกอรี-ถนนรุสทาเวลี

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก 
  • จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านได้ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปีค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายว่า ป้อมอันเล็ก (Little Fortress) และต่อมาบางส่วนได้พังทลายลง เพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป
  • นำท่านไปชม โบสถ์เมเตห์คี (Metekhi Church) เป็นโบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมตควารี เป็นโบสถ์หนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ต่อมาในปี ค.ศ. 1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ้นต์ เดมิท รีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออร์โธด๊อก ต่อมาได้ถูกทำลาย และได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปีค.ศ.1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและก็ได้สร้างขึ้นใหม่อีก       จากนั้นนำท่านแวะชม The Bridge of Peace สะพานคนเดินสไตล์โมเดริ์นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 โดยใช้เหล็กและกระจกใสสร้างข้ามแม่น้ำมตควารี เพื่อเชื่อมฝั่งเมื่อเก่าและเมืองใหม่ของทบิลิซี มีความยาวประมาณ 150 เมตร ซึ่งสะพานแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของทบิลิซียุคใหม่
  • จากนั้นนำท่านแวะชม The Bridge of Peace สะพานคนเดินสไตล์โมเดริ์นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 โดยใช้เหล็กและกระจกใสสร้างข้ามแม่น้ำมตควารี เพื่อเชื่อมฝั่งเมื่อเก่าและเมืองใหม่ของทบิลิซี มีความยาวประมาณ 150 เมตร ซึ่งสะพานแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของทบิลิซียุคใหม่
  • นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินชาเดนี” (Shardeni Street) เป็นถนนคนเดินย่านเมืองเก่าที่จะเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารพื้นเมืองร้านกาแฟ ที่เต็มไปด้วยผู้คน บริเวณนั้นจะมีบ้านเมืองเก่าในแบบทบิลิซีที่โดดเด่น นอกจากด้านอาหารแล้วยังมีพ่อค้าแม่ค้านำสิ่งของต่างๆมาวางขายมากมาย
  • จากนั้นนำท่านไปเดินเที่ยวชม ถนนรุสทาเวลี (Rustaveli) ซึ่งเป็นถนนใหญ่ของเมืองที่มีชื่อเสียงและกลิ่นไอแบบยุโรป และอาคารที่ถูกสร้างขึ้นที่มีรูปร่างลักษณะใหญ่โตแข็งแรง และยังเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย และตามบริเวณทางเท้ายังเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายของที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลายให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ
  • เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
  • ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
  • 17.30 น.   Q“เหิรฟ้าสู่เมืองอีสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK383 (ใช้เวลาบินประมาณ 02.10 ช.ม.) 
  • 19.00 น.   เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮาวาลิมานี่ อีสตันบูล ประเทศตุรกี (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
10

Day 10

  • 01.25 น.   “เหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบูล” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 068(ใช้เวลาบินประมาณ 09.35 ช.ม.)15.00 น.   เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
22 – 31 กรกฎาคม 2565 5 -14 สิงหาคม 2565 16 - 25 กันยายน 2565 14 -23 ตุลาคม 2565 18 - 27 พฤศจิกายน 2565
สายการบิน

GRAND GEORGIA 10 Days 7 Nights (TK)

DEPARTURE/RETURN LOCATION สนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIME โปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล-ทบิลิซี-//บาตูมี-อิสตันบูล-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์  (TK)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งและค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม ค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 40 ดอลลาร์
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 30 ดอลลาร์
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงิน

หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้

การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
22 – 31 กรกฎาคม 2565 5 -14 สิงหาคม 2565 16 - 25 กันยายน 2565 14 -23 ตุลาคม 2565 18 - 27 พฤศจิกายน 2565
สายการบิน
GRAND GEORGIA