วันเดินทาง
13 – 23 เมษายน 2562 (104,900.-) 28 เมษายน – 08 พฤษภาคม 2562 17 – 27 พฤษภาคม 2562 01 – 11 มิถุนายน 2562
สายการบิน


บอสเนียแอนด์เฮอร์เซอร์โกวีน่า-มอนเตเนโกร-แอลเบเนีย

ดินแดนอันสวยงามแห่งยุโรปตะวันออกตอนใต้

ซาราเจโว-ทราฟนิค-บีฮาช-สตรัคคิ บุค-จาจเซ่-โมสตาร์-กอเตอร์

บุดวา-พอดกอรีซกา-ชาโคดร้า – วโลเรอ -เบรัท-ทีราน่า

 

 

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ-กรุงเวียนนา
  • 20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 4 แถว G
  • 23.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเวียนนา” โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 026 (เวลาบินประมาณ 11.26 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
2

Day 2

ซิตี้ทัวร์ กรุงเวียนนา
  • 05.35 น. เดินทางถึง สนามบินเวทชาร์ท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร กรุงเวียนนา (VIENNA) เป็นเมืองหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่สุดแสนโรแมนติกเมืองหนึ่งของโลก เป็นเมืองแห่งดนตรีคลาสสิกอมตะ ซึ่งนักแต่งเพลงคลาสสิกไม่ว่าจะเป็น บีโธเฟ่น โมสาร์ท ชูเบอร์ก บราห์ม หรือโยฮันสเตราส์และสถานที่อื่นๆอีกมากมาย แถมยังมากมายไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ประณีตและงดงาม

VIENNA

 

  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของตัวเมืองเวียนนา ซึ่งจะเริ่มจากถนน ริงสตร๊าส (Ringstrasse) อันเป็นถนนสายหลักที่มีความยาวประมาณ 5.3 กม. ถูกสร้างขึ้นทับซากกำแพงเมืองโบราณในอดีตจากโรงโอเปร่าจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิฟรานซ โจเซฟ ในปี ค.ศ.1857

state opera vienna

ผ่านชมสเตทโอเปร่า (State Opera) พิพิธภัณฑ์ศิลปะและประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ (The Museum Of Fine Art And Natural History)

vienna

ชมความสวยงามและอลังการของอาคารรัฐสภา (Parliament Building) โรงละครแห่งชาติ (National Theatre) ศาลาว่าการเมือง (City Hall) และ มหาวิทยาลัยภาษาเยอรมันอันดับ 2 ของยุโรป เลียบแม่น้ำดานูบ ผ่านชม Hundertwasser’s Kunsthaus สวนสนุกพลาเตอร์ (Prater Park) ซึ่งมีชิงช้ายักษ์เฟอร์ริส (Giant Wheel) สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ เจ้าของบทเพลงอมตะ “ By The Beautiful Blue Danube ”

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

St.Stephen’s Cathedral

นำท่านชม วิหารเซนต์สตีเฟ่น (St.Stephen’s Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่าและเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12 ในรูปแบบของโกธิค วิหารแห่งนี้มีความยาวประมาณ 107.2 เมตรและกว้างประมาณ 34.2 เมตร ซึ่งมีหอคอยอยู่ 4 หอและหอคอยที่สูงสุดอยู่ทางด้านใต้ที่สูงประมาณ 136.44 เมตร และจะมีระฆัง 13 แห่งที่แขวนอยู่แต่ระฆังที่มีชื่อเสียงของวิหารนี้คือ พุมเมอริน (Pummerin) ที่ถูกแขวนอยู่ที่หอคอยด้านเหนือที่มีความสูง 63.3 เมตรและเป็นระฆังที่มีความใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป นำท่านเดินชมที่ ย่านคาร์ทเนอร์ สตราสเซ่(Karntner Strasse) ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ อาทิเช่น เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน และของที่ระลึกต่างๆ และร้านนั่งจิบกาแฟเป็นต้นตำรับแท้ของยุโรป

  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง)
  • MERCURE WESTBAHNHOF หรือเทียบเท่า
3

Day 3

เวียนนา-ซาราเจโว-ย่านเมืองเก่า
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงเวียนนา เพื่อเตรียมตัวเดินทาง
  • 13.00 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงซาราเจโว” ” โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 757 (เวลาบินประมาณ 00.45 ชม.)

 

Sarajevo

14.20 น. เดินทางถึง กรุงซาราเจโว  เป็นเมืองหลวงของประเทศบอสเนียแอนเฮเซอโกวีน่า เป็นเมืองที่มีเรื่องราวความเป็นมาและประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบยุโรปใต้ มีเรื่องราวต่างๆ อย่างมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสงครามยูโกสลาเวีย แต่ในปัจจุบันนี้เมืองแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเลยทีเดียว เมืองซาราเจโว สำหรับคนทั่วไปอาจจะคุ้นเคยกับภาพของสงครามที่ผ่านมาแต่ในความเป็นจริงกลับ  ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ในปี 2011 – 2012 เมืองซาราเจโวแห่งนี้กลับถูกเลือกโดยนิตยสาร LONELY PLANET ให้ติดอยู่ในสิบอันดับแรกของเมืองที่ท่านต้องเดินทางมาท่องเที่ยว และนอกจากนี้ในปี 2014 กรุงซาราเจโว เป็นเมืองเดียวที่อยู่นอกสหภาพยุโรปที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในการที่จะได้เป็น EUROPEAN CAPITAL OF CULTURE IN 2014 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  ย่านเมืองเก่า BASCARSIJA อดีตเคยเป็นย่านบาซาร์เก่าแก่ของยุคออตโตมัน ปัจจุบันเป็นถนนสายหลักของเมืองซาราเจโว ตั้งอยู่ในส่วนเมืองเก่าของซาราเจโว ออกแบบในสไตล์ออตโตมัน-เตอร์กิช เต็มไปด้วยร้านค้าของที่ระลึก ร้านกาแฟ บาซาร์ที่ขายสินค้าหลากหลายชนิด

  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พัก โรงแรมระดับมาตราฐาน หรือเทียบเท่า
4

Day 4

ซาราเจโว-ทราฟนิค-บีฮาช
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

SARAJEVO TUNNEL

  • 08.00 น. จากนั้นนำท่านชม อุโมงค์หนีภัย (SARAJEVO TUNNEL) อุโมงค์ที่สร้างขึ้นในช่วงเกิดสงครามบอสเนียระหว่างปี 1992–1995 สร้างโดยประชาชนชาวซาราเยโวเพื่อปกป้องและตัดขาดจากกองกำลังเซอร์เบีย และสามารถนำอาหาร ข้าวของ และความช่วยเหลือจากนานาชาติโดยผ่านทางอุโมงค์นี้

 

Vrelo Bosne

  • นำท่านแวะชม สวนลีโรบอสเน่ สวนสาธารณะที่มีน้ำพุใต้ดินจากแม่น้ำบอสนา (River Bosna) ซึ่งเป็นสวนที่ร่มรื่นและเป็นที่นิยมพักผ่อนหย่อนคลายของชาวเมือง สามารถเดินเล่นหรือปั่นจักรยาน
  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองทราฟนิค ระยะทางประมาณ 63.5 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 01.20 ชม.
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (อาหารท้องถิ่น)

Travnik

  • นำท่านชมเมืองทราฟนิค ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศและอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก ทราฟนิคถือกำเนิดขึ้นในสมัยโรมันแต่เจริญเฟื่องฟูในสมัยการปกครองของราชอาณาจักรบอสเนียและสมัยออตโตมันเข้ายึดครอง ท่านสามารถเห็นมัสยิดเก่าแก่ที่ใช้สถาปัตยกรรมอิสลามอันวิจิตรงดงามได้ที่รอดพ้นจากสงครามกลางเมืองมาได้ และทราฟนิคยังเป็นบ้านเกิดของ อีโว อานดริช กวีผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ทำชวาปี้ (อาหารพื้นเมือง) ได้อร่อยที่สุดในประเทศด้วย

stari grad travnik

  • ชมปราสาทเมืองทราฟนิค  (stari grad travnik) ตั้งอยู่บนไหล่เขาพลาวาโวด้า ซึ่งตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินที่ขาวสะอาด ให้ท่านได้ชมวิวมุมสูง ท่านจะได้ชมบรรยากาศเมืองที่น่ารักแห่งนี้

Bihać

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบีฮาช  ระยะทางประมาณ 217.5 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 03.30 ชม. บีฮาชเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยูน่า และยังมีคาเฟ่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเป็นย่อมๆ ล้อมรอบริมฝั่งแม่น้ำ ยิ่งทำให้เมืองเล็กแห่งนี้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปอีก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหาร (อาหารท้องถิ่น)
  • พัก โรงแรมระดับมาตราฐาน หรือเทียบเท่า
5

Day 5

บีฮาช-สตรัคคิ บุค-จาจเซ่-โมสตาร์
  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

Orasac Village

08.00 น. จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านโอราซาส (Orasac Village) เป็นหนึ่งในเมืองเก่าของอุทยานแห่งชาติยูน่า มีป้อมปราการและหมู่บ้านเป็นแบบยุคกลาง ตั้งอยู่บนเนินเขาโอราซาส หมู่บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 13 และ 15 ทุกวันนี้ยังคงมีกำแพงเมืองที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีประตู และหอคอย ใกล้ๆ ยังมีมัสยิดและหออาซานในยุคออตโตมันอีกด้วย

Strbacki Buk Waterfall

  • จากนั้นนำท่านสู่สตรัคคิ บุค (Strbacki Buk) โดยรถมินิบัส น้ำตกสตรัคคิ บุค (Strbacki Buk Waterfall) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือระหว่างประเทศบอสเนีย เฮเซอร์โกวีน่า กับ โครเอเชีย น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำน้ำตกที่มีความสูงถึง 24.5 เมตร และเป็นน้ำตกที่มีความงดงามที่สุดในอุทยานแห่งชาติยูน่า อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปวิว

 

Jajce

 

  • จากนั้นนำเดินทางกลับโอราซาส เพื่อเดินทางต่อสู่เมืองจาจเซ่ (Jajce) ระยะทาง ประมาณ 142 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 02.30 ชม.
  • 13.00 น.  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหาร (อาหารท้องถิ่น)

เมืองจาจเซ่ (Jajce)เป็นเมืองที่ตั้งอยู่เหนือน้ำตกมีความสวยงามมาก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขนานนามถึงวิวธรรมชาติที่สวยงาม

Jajce

  • นำท่านชมน้ำตกพลิวา (Pliva Waterfalls) น้ำตกพลิวาตั้งอยู่กลางเมืองจาจเซ่ เป็นน้ำตกที่น่าประทับใจในตะวันออกเฉียงใต้ และยังติดอันดับน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก น้ำตกแห่งนี้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 22 เมตร เป็นน้ำตกที่อยู่ระหว่างจุดบรรจบของแม่น้ำพลิวาและแม่น้ำวรีบาส และใกล้กันนั้นมีทะเลสาบขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่สวยงามซึ่งเกิดจากแม่น้ำพลิวาอีกด้วย

Mostar

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโมสตาร์ (Mostar)  ระยะทางประมาณ 162 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 03.00 ชม.
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารท้องถิ่น)
  • โรงแรมระดับมาตราฐาน หรือเทียบเท่า
6

Day 6

โมสตาร์-น้ำตกคราวิเซ่-กอเตอร์-บุดวา
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

Stari Most

เมืองโมสตาร์ (Mostar)  เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเฮอร์เซโกวีนา (Herzegovina)  โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเนเรตวา(Neretva River) สิ่งที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองนี้ก็คงจะเป็นสะพาน โบราณ (Old Bridge) หรือสตารี มอสต์ (Stari Most) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง และยังคงได้รับการบำรุงรักษาและใช้งานมาได้จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แล้ว เมืองประวัติศาสตร์โมสตาร์ ยังเป็นเมืองที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของเหล่าสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมในหลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2005 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกให้สะพานโบราณรวมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ใกล้เคียงที่สุดของสะพานให้อยู่ในรายชื่อมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

นำท่านชมความงดงามและความเก่าแก่ของ “สะพาน โบราณ หรือ สตารี มอสต์ ” สะพานที่ถูกสร้างขึ้นจากหิน โดยมีความสูงจากระดับน้ำซึ่งวัดได้ในช่วงฤดู​​ร้อน ประมาณ 21 เมตร สะพานโบราณ สตารี มอสต์ ถูกสร้างขึ้นโดยชาวเติร์ก ในปี ค.ศ. 1566 และได้ถูกทำลายไปในปี ค.ศ. 1993 ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 สะพานเก่าและอาคารหลายหลังในเมืองเก่า ในบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมการวิชาการระหว่างประเทศของยูเนสโก

  • จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกที่ตลาดนัดพื้นเมือง (Old Bazaar) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่น้ำตกคราวิเซ่ (Kravice Waterfall)
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

River Trebižat

น้ำตกคราวิเซ่ (Kravice Waterfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่บนแม่น้ำทรีบาแซท(River Trebižat)  มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 25 เมตร และ จากปลายน้ำตก ถึง รัศมีโดยรอบทะเลสาบ กว้างประมาณ 125 เมตร และในช่วงฤดูร้อน จะร้อนมากซึ่งเป็นอิทธิพลในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และอาจจะด้วยเหตุนี้ทำให้บริเวณ  ชายหาดของทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่นิยมในการอาบแดด ปิกนิค และกิจกรรมอื่นๆ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบริเวณน้ำตก และชายหาดริมทะเลสาบ

Kotor

จนกระถึงควรแก่เวลานำท่านเดินสู่เมืองกอเตอร์ (Kotor) ระยะทางประมาณ 168 กม. ใช้เวลาประมาณ 03.00 ชม. เมืองชายฝั่งทะเลแสนสวยอีกเมืองของมอน เตเนโกร (Montenegro) ประเทศซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” โดยประเทศสาธารณรัฐมอนเตเนโกรนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลเอเดรียติค ถึงแม้สถานที่โดยรวมของประเทศจะมีขนาดเล็กมาก แต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ชายหาดอ่อนละมุนคลื่นสงบไม่รุนแรงจนเกินไป ทะเลสาบน้ำเงินเข้มใส แม่น้ำใสไหลเชี่ยวและภูเขาสวยสง่า บางแห่งจะเห็นเป็นฟยอร์ดสูงตระหง่านตระการตานำท่านชมความงดงาม ของ เมืองกอเตอร์ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้เป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม เป็นเมืองที่สร้างภายในกำแพงสูง (City Wall) ซึ่งแบ่งตัวเมืองเป็น 2 ส่วนคือ เมืองเก่า (Old town) และเมืองใหม่ โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส อีกทั้งสถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสเช่นกัน

Cathedral of Saint Tryphon

นำท่านชมความงามของ โบสถ์เซ็นต์ไทร ฟอน (Cathedral of Saint Tryphon) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1166 ภายในตัวเมืองเก่า อิสระให้ท่านเดินเล่นและชมความงามภายในตัวเมืองเก่า หรือเลือกซื้อของฝากที่ระลึกตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบุดวา (Budva) (ระยะทาง 35 กม. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที) เมืองโบราณอีกแห่งของประเทศมอนเตเนโก

 

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พัก โรงแรมระดับมาตราฐาน หรือเทียบเท่า
7

Day 7

บุดวา-พอดกอรีซกา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

Budva

เมืองบุดวา ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ทางตอนใต้ของประเทศ เมืองบุดวาเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของมอนเตเนโกร และยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมและรีสอร์ทมากมาย เมืองบุดวา สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 5 เคยเป็นเมืองขึ้นของชาวเวนิส กว่า 400 ปี จึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของชาวเวนิส อย่างไรก็ตามในสมัยศตวรรษที่ 18 มอนเตเนโกร เคยตกเป็นเมืองขึ้นของ อาณาจักรออตโตมัน ครั้งเรืองอำนาจในแถบคาบสมุทรบอลข่าน นอกจากนี้เมืองบุดวาเป็นอีกเมืองที่เป็นที่จับจ้องของประเทศล่าอาณานิคมต่างๆทั้ง ฝรั่งเศส, ออสเตรีย และ รัสเซีย และในปี 1918 ตกเป็นของประเทศยูโกสลาเวีย นำท่านชมความงามภายในตัวเมืองเก่า หรือ Stari Grad (Old Town)

และนำท่านชม โบสถ์เซ็นต์จอหน์ (Church of Saint John)ซึ่งภายในโบสถ์มีภาพไอคอน พระแม่มารี “Madonna in Punta”ประดิษฐานในโบสถ์แห่งนี้ อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปและเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

Podgorica

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพอดกอรีซกา (Podgorica) (ระยะทางประมาณ 54 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) นำท่านชมความงามของเมืองพอดกอรีตซา เมืองหลวงของประเทศตั้งซึ่งอยู่บนที่ราบ ระหว่างเทือกเขา ไดนาริก แอลป์ (Dinaric Alps) และทะเลสาบสูทารี่ (Lake Scutari)

Monument of King Nikola

นำท่านผ่านชม อนุสาวรีย์กษัตริย์นิโคลา (Monument of King Nikola) ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามรัฐสภามอนเตเนโกร (Montenegro`s parliament) จากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัส Trg Republike ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง ศูนย์รวมร้านค้าต่างๆมากมาย

The Cathedral of the Resurrection of Christ

ได้เวลานำท่านสู่โบสถ์ The Cathedral of the Resurrection of Christ ซึ่งเป็นโบสถ์ออโทด็อกซ์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี 1993 โดยความร่วมมือระหว่างมอนเตเนโกร และ เซอร์เบีย

  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร HOTEL ASTORIA หรือเทียบเท่า
8

Day 8

พอดกอรีซกา – ชาโคดร้า – วโลเรอ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า

Shkodra

08.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองชาโครด้า (แอลเบเนีย) (ระยะทางประมาณ 59.3 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 01.15 ชม.) ซึ่งตั้งอยู่ทางทางภาคเหนือของแอลเบเนีย ซึ่งเป็นพรหมแดนระหว่าง มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย ชโคดร้าเป็นอีกหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดของแอลเบเนีย โดยตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบชโคดร้า (Lake Shkodra) ที่แม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม นำท่านผ่านด่านเมืองพอดกอรีซา และข้ามพรมแดนสู่เมืองชาโครด้า

Rozafa Castle

จากนั้นนำท่านชม ปราสาทโรซาฟา (Rozafa Castle) ตั้งอยู่บนภูเขาหินเหนือเมืองและเคยเป็นป้อมปราการของชาวอิลลิเรียน (Illyrian Stronghold) มาก่อน จากซากปราสาทโรซาฟาจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ของทะเลสาบชาโคดร้าและเมืองชาโคดร้าจากมุมสูงที่สวยงาม

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

Vlorë

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองวโลเรอ (ระยะทางประมาณ 225 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.00 ชม.) วโลเรอ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแอลเบเนีย  เป็นเมืองริมทะเล มีหาดทราย หาดหิน และภูเขาเป็นฉากหลังของเมือง ซึ่งวโลเรอยังเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของประเทศแอลเบเนีย  เดินทางถึงเมืองวโลเรอ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมวิวบริเวณชายหาด

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
  • โรงแรมระดับมาตราฐาน หรือเทียบเท่า
9

Day 9

วโลเรอ – เบรัท
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า

Apolonia Archeology Park

จากนั้นนำท่านสู่อุทยานโบราณคดีอะโพโลนี (Apolonia Archeology Park) เป็นหนึ่งในอาณานิคมของกรีก เป็นสถานที่ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยบรรยากาศการผสานกันของอนุสรณ์สถานที่หลากหลาย โบราณคดี และภูมิทัศน์ซึ่งยากจะหาที่ใดได้ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุด จึงทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวทั้งทางด้านวัฒนธรรม ทางภูมิศาสตร์ และยังมีความสวยงามอีกด้วย

Ardenica Monastery

จากนั้นนำท่านชมอารามอาร์เดนิคา (Ardenica Monastery) อารามแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นโดยจักพรรดิอันโดรนิคอสที่2 พาลาโอโลกอส ในคริสตศักราชที่ 1282 เป็นอารามแบบไบแซนไทน์-ออร์ทอดอกซ์ผสมผสานสไตล์โรมัน มีพื้นที่ประมาณ 2.5 ตารางเมตร ภายในบริเวณประกอบด้วย โบสถ์เซนต์แมรี่, โบสถ์เซนตืทรีนิตี้ รวมทั้งโรงสีและยุ้งข้าว

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

Berat

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบรัท (ระยะทางประมาณ 81.1 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 01.50 นาที) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางห่างประมาณ 100 กม. เยี่ยมชม เมืองเบรัท ที่ตั้งอยู่ในบริเวณทางด้านใต้ของแอลเบเนีย เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดเบรัท ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งของแม่น้ำโอซูม ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามของแอลเบเนียกับความมั่งคั่งของสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย และมีเมืองเก่าที่ชื่อว่า เขตมันกาเล็ม (Mangalem District) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2008

Berat Castle

นำท่านไปชม ปราสาทเบรัท (Berat Castle) เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาที่เป็นหินและอยู่ติดกับด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำโอซูม ซึ่งในตอนแรกได้มีการสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล และต่อมาได้ถูกเผาทำลายโดยพวกโรมันในราว 200 ปีก่อนคริสตกาล และในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ก็ได้มีสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งขึ้นโดยจักรพรรดิธีโอโดซีอุส ที่ 2 แห่งไบแซนไทน์ และก็ได้ก่อสร้างต่อเติมขึ้นในศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียน ที่1 แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 13 ได้มีการสร้างต่อเติมจนมีความสวยงามที่บริเวณรอบๆ ตัวปราสาทจะมีทิวทัศน์ของธรรมชาติอันสวยงดงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2005

Museum Onufri

ชมพิพิธภัณฑ์โอนูฟรี่ (Museum Onufri) National Iconographic Museum ตั้งอยู่ในโบสถ์เซนต์แมรี่ ด้านในมีการจัดแสดงรูปเคารพที่มีชื่อเสียง ซึ่งถูกรวบรวมมาจากโบสถ์ต่างๆในแอลเบเนีย

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)
  • โรงแรมระดับมาตราฐาน หรือเทียบเท่า
10

Day 10

เบรัท – ทีราน่า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทีราน่า (ระยะทางประมาณ 122 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 02.00 ชม.) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแอลเบเนียที่อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้ถูกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1614 โดย สุไลมาน ปาชา (Sulejman Pasha) และทีราน่าได้ถูกตั้งเป็นเมืองหลวงของประเทศเมื่อปี ค.ศ.1920 เขตเมืองของทีราน่าตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิเชม (Ishëm) มียาวประมาณ 32 กิโลเมตร มีความสูงเฉลี่ยเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 110 เมตร และจุดสูงสุดวัดได้ที่ 1,828 เมตร ที่บริเวณมาลีเมโกรปา

Skanderbeg Square

นำท่านชมความสวยงามของตัวเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่มีการตกแต่งให้สวยงาม ชมจัตุรัสสแกนเดอร์เบค (Skanderbeg Square) ชม หอคอยนาฬิกา (Clock Tower) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอายุมากและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1820 ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นที่ตั้งจุดศูนย์กลางของเมืองและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองทีราน่าอีกด้วย และสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้กันก็ คือ สุเหร่าเอทเฮม เบย์ (Et’hem Bey Mosque) ซึ่งได้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 28 ปีจนสำเร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1821 ภายในถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุเหร่าที่มีความสวยงามที่สุดในแอลเบเนีย

  • จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ท๊อปทานี่ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ (Toptani Shopping Centre) ท่านสามารถเลือกซื้อสิ้นค้าที่ระลึก รวมทั้งสิ้นค้าแบรนด์เนมระดับโลก หรือแบรนด์ท้องถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย  (ไม่รวมอาหารกลางวันเพื่อให้ท่านสะดวกในการเดินเล่นช้อปปิ้ง)
  • 11.40 น.ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
  • 15.05 น. เหิรฟ้าสู่กรุงเวียนนา ” โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 848 (เวลาบินประมาณ 01.20 ชม.)
  • 16.40 น. เดินทางถึงสนามบินชเวทชาร์ท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
  • 23.20 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” ” โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 025 (เวลาบินประมาณ 09.39 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
11

Day 11

กรุงเทพฯ
  • 14.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
วันเดินทาง
13 – 23 เมษายน 2562 (104,900.-) 28 เมษายน – 08 พฤษภาคม 2562 17 – 27 พฤษภาคม 2562 01 – 11 มิถุนายน 2562
สายการบิน

EXOTIC BALKAN 11 Days 2019 (OS)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เวียนนา-ซาราเจโว-ทีราน่า-เวียนนา-กรุงเทพฯ โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (ประเทศออสเตรีย) สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 13 วัน คิดเป็น 65 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 15 วัน คิดเป็น 45 ยูโร หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 40,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
13 – 23 เมษายน 2562 (104,900.-) 28 เมษายน – 08 พฤษภาคม 2562 17 – 27 พฤษภาคม 2562 01 – 11 มิถุนายน 2562
สายการบิน
PlivaFalls
Museum Onufri
Berat Castle
Berat
Ardenica Monastery
Apolonia Archeology Park
Vlorë
Rozafa Castle
Shkodra
The Cathedral of the Resurrection of Christ
Monument of King Nikola
Podgorica
Budva
Cathedral of Saint Tryphon
Kotor
River Trebižat
Stari Most
Mostar
Jajce
Jajce
Strbacki Buk Waterfall
Orasac Village
Bihać
stari grad travnik
Travnik
Vrelo Bosne
SARAJEVO TUNNEL
Sarajevo