วันเดินทาง
24 ธ.ค. 61 – 7 ม.ค. 62 24 ธันวาคม 2561 - 3 มกราคม 2562
สายการบิน


แกรนด์เอธิโอเปีย 11 วัน 8 คืน

Ethiopia – Land of The Original Tribes

  ดินแดนแห่งถิ่นกำเนิดของชนเผ่าต่างๆ

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ
  • 22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและดูแลในการตรวจเอกสารการเดินทาง ที่เคาน์เตอร์ของสายการบิน เอธิโอเปียน แอร์ไลน์
2

Day 2

กรุงเทพฯ-แอดดิส อะบาบา
  • 01.45 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ เมืองแอดดิส อะบาบา โดยเที่ยวบินที่ ET-609 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน/ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชม.)
  • 06.15 น. เดินทางมาถึงสนามบินแอดดิส อะบาบา โบลี/กรุงแอดดิส อะบาบา ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร (การเข้าประเทศ ยื่นขอวีซ่าได้ที่สนามบิน)
  • 07.30 น. นำท่านไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Capital
    แอดดิส อะบาบา เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเอธิโอเปีย มีประชากร อาศัยอยู่ประมาณ 6 ล้านคน เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การเอกภาพแอฟริกา เป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของเอธิโอเปีย
    จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่น่าสนใจมากมาย ที่สำคัญที่สุด คือ โครงกระดูกของ ลูซี่ (Australopithecus afarensis) บรรพบุรุษของมวลมนุษย์ที่มีกำเนิดเมื่อกว่า 3.2 ล้านปีมาแล้ว ถูกพบเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ปีค.ศ. 1974 จนทำให้เอธิโอเปียได้รับฉายาว่า “อู่หรือต้นกำเนิดแห่งมนุษยชาติ”
  • 12.10 น. ออกเดินทางจาก เมืองแอดดิส อะบาบา ไป เมืองอารบา มิ้นห์ โดยเที่ยวบินที่ ET- 135
  • 13.15 น. เดินทางถึง เมืองอารบา มิ้นห์ (Arbaminch) รับประทานอาหารพื้นเมืองที่ภัตตาคาร  ซึ่งตั้งอยู่เขตกาโม่ โกฟาทางด้านใต้ของประเทศ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,285 เมตร ซึ่งเป็นเขตของชนเผ่าดั้งเดิมของเอธิโอเปีย ที่น่าสนใจที่สุดในโลก (อยู่ในลำดับ 25 ชนเผ่าที่กำลังจะหายสาบสูญไป)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
    พักที่ Paradise Lodge หรือเทียบเท่า
3

Day 3

อารบา มิ้นห์-คอนโซ-จินกา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านจินกา (Jinka Village) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของอารบา มิ้นห์ ห่างประมาณ 350 กม.
    หมู่บ้านจินกา ตั้งอยู่ที่บริเวณเนินเขาของที่ราบสูงทาม่า เป็นเมืองศูนย์กลางของจินกาในเขตเดบับโอโมอยู่ทางด้านใต้ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,490 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดของนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และชนเผ่าที่ 16 ของประเทศนี้
    ระหว่างทาง นำท่านไปเที่ยวชมในหมู่บ้านของชนเผ่าคอนโซ ชนเผ่านี้มีพื้นที่ประมาณ 55 ตร.กม.ที่มีพื้นที่แห้งแล้งและล้อมรอบไปด้วยกำแพง มีการสร้างบ้านพักอาศัยในเขตพื้นที่เป็นที่ราบสูง ซึ่งมีการประมาณการณ์ในความเป็นอยู่ของชนเผ่านี้มาแล้วประมาณ 400 ปีหรือใน 21 ช่วงอายุคน มีการสร้างระบบการปกครองโดยมีหัวหน้าเผ่าในแต่ละชุมชนเพื่อดูแลปกครองและความเป็นอยู่ มีการสร้างหลุมฝังศพ จนได้รับการยกย่องขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค. ศ. 1992
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ Kanta Lodge
    นำท่านเดินทางต่อสู่หมู่บ้านจินกา ระหว่างทางแวะชม พิพิธภัณฑ์วิจัยชนเผ่าจินกา (Jinka Research Museum) ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
    พักที่ Eco Omo Lodge หรือเทียบเท่า
4

Day 4

จินกา-เผ่ามูร์ซี-ฮามาร์-เทอร์มี่
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
  • 08.30 น. นำท่านไปเที่ยวชม ชนเผ่ามูร์ซี (Mursi Tribe) ชนเผ่ามูร์ซี หรือเรียกตัวเองว่า มุน (Mun) เป็นชนเผ่าที่อยู่ทางด้านใต้ติดกับพรมแดมของซูดาน เป็นชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์ในการใส่แผ่นโลหะไว้ที่ปากเป็นเครื่องประดับ ชนเผ่านี้มีประมาณ 7,500 คนและประมาณ 500 คน อาศัยอยู่ในเมือง ชนเผ่านี้เป็นชนเผ่าที่ได้ถูกแยกออกไปจากแคว้น ซึ่งที่จริงแล้วเพื่อนบ้านของชนเผ่านี้ยังมีอีก คือ พวกอารี แบนน่า โบดี คาโร เกกู กานกาทอม และ ซูรี ซึ่งต่างก็เป็นเผ่าที่มาจากตระกูลเดียวกัน
    จากนั้นนำท่านไปชมชน เผ่าฮามาร์ (Hamar) เป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในเขตฮามาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบบริเวณหุบเขาของแม่น้ำโอโม เป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่มีประชากรประมาณ 47,000 คน มีอาชีพเลี้ยงสัตว์วันและควายเป็นส่วนใหญ่
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารกล่อง)
    นำท่านไปเดินเที่ยวชมตลาด ซึ่งมีการค้าขายพืชผักและสิ่งของต่างๆที่ผลิตขึ้นมา ได้เวลานำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้านเทอร์มี่ (Turmi) ที่มีชนเผ่าฮามาร์อาศัยอยู่รอบๆ พื้นที่ของบริเวณแห่งนี้
    ให้ท่านได้ชมวัฒนธรรมที่สำคัญของชนเผ่านี้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และประเพณีที่รู้จักกันดี คือ การกระโดดข้ามวัว (Bull Jumping) โดยเริ่มจากการที่เป็นเด็กผู้ชายและกำลังจะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ โดยในการเริ่มแรกจะมีการเต้นรำของพวกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กันโดยการแต่งกายให้สวยงามตามประเพณี และก็จะมีการเชื้อเชิญเด็กผู้ชายให้มาร่วมงานในการกระโดดข้ามหลังวัว (กิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับชนเผ่านั้นๆ ว่าจะมีในวันนั้นหรือไม่)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
    พักที่ Buska Lodge หรือ Turmi Lodge หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เทอร์มี่-เผ่าดาเซนเนคส์-เผ่าบานา-คอนโซ
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านเดินทางไปเยือนหมู่บ้านของชนเผ่าดาเซนเนคส์ (Dasennech Tribe) เป็นชนเผ่าที่มีความเก่าแก่ที่สุดเผ่าหนึ่งของแอฟริกา และชนเผ่านี้ยังเป็นต้นแบบของชนเผ่าในเคนย่าและซูดานอีกด้วย ที่อาศัยอยู่ตามริมหุบเขาของแม่น้ำโอโม ที่มีการปลูกบ้าน และวาดสีตามร่างกาย มีการสำรวจนับคนที่อยู่อาศัยได้ประมาณ 48,000 คน หุบเขาของแม่น้ำโอโมนี้ ได้ถูกเรียกว่า แนวหน้าสุดท้ายของชาวอัฟริกัน (African’s Last Frontier) แม่น้ำโอโมนี้มีความยาวประมาณ 400 ไมล์ และไหลจากทางเหนือลงมาทางด้านใต้มายังทะเลสาบเทอร์กาน่า และมีชนเผ่าใหญ่ๆอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ถึง 9 ชนเผ่า ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 225,000 คน และได้อาศัยความเป็นอยู่ของแม่น้ำนี้ในการดำรงชีวิตและรวมทั้งรักษาโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
    นำท่านอกเดินทางไปชมหมู่บ้านของชนเผ่าบาน่า (Bana Tribe) เป็นชนเผ่าที่อยู่ใน จังหวัดเกมู โกฟา อยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำโอโม และทางด้านเหนือของทะเลสาบเทอร์กาน่า ที่มีเอกลักษณ์และนิยมเอาดินปูนสีขาวมาทาตัวเพื่อตกแต่งร่างกาย มีชนเผ่าประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 23,700 คน มีอาชีพในการเลี้ยงสัตว์ได้เวลานำท่านออกเดินทางไปยังหมู่บ้านคอนโซ่ (Konso Tribe) ซึ่งเป็นชนเผ่าที่เก่าแก่ในบริเวณนี้ที่สามารถสังเกตได้จากการที่กระดูกแก้มและคางที่ใหญ่ สีผิวจะออกเป็นสีน้ำตาลอมแดงค่อนข้างจะเป็นสีดำ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
    พักที่ Kanta Lodge หรือเทียบเท่า
6

Day 6

คอนโซ่-อารบา มิ้นห์-แอดดิส อะบาบา
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านเดินทางกลับไปเมืองอารบา มิ้นห์
  • 11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
    จากนั้น นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองแอดดิส อะบาบา
  • 13.45 น. ออกเดินทางจากอารบา มิ้นห์ สู่ เมืองแอดดิส อะบาบา โดยเที่ยวบินที่ ET-134
  • 14.50 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองแอดดิส อะบาบา
    แอดดิส อะบาบา เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเอธิโอเปีย มีประชากร อาศัยอยู่ประมาณ 6 ล้านคน เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การเอกภาพแอฟริกา เป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของเอธิโอเปีย
    นำท่านไปชม พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชาติพันธ์ (Ethnological Museum) ในมหาวิทยาลัยแอดดิส อะบาบา ซึ่งท่านจะได้ชมความเป็นมาของชาติพันธุ์ต่างๆ พร้อมกับเครื่องใช้ต่างๆ การแกะสลักต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ Intercontinental Hotel หรือ Capital Hotel หรือเทียบเท่า
7

Day 7

แอดดิส อะบาบา-บาเฮอร์ ดาร์
  • เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไป เมืองบาเฮอร์ ดาร์ (Bahir Dar) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ
  • 07.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบาเฮีย ดาร์ โดยเที่ยวบินที่ ET 126 (1 ช.ม.)
  • 08.10 น. เดินทางถึง เมืองบาเฮีย ดาร์ เจ้าของฉายา “ริเวียร่าแห่งเอธิโอเปีย”
    เมืองบาเฮอร์ ดาร์ มีความหมายว่า ริมฝั่งทะเล เป็นเมืองหลวงของแคว้นอัมฮารา เป็นศูนย์กลางการบริหารงานของเขตพิเศษ เป็นเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญในด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ที่เต็มไปด้วยสิ่งดึงดูดใจในรูปแบบต่างๆ ที่พักรีสอร์ท โรงแรม ร้านอาหาร ที่ถูกสร้างอยู่ใกล้กับทะเลสาบทาน่าและริมฝั่งแม่น้ำบลูไนล์ เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดี ที่ตามริมฝั่งถนนได้ถูกตกแต่งด้วยต้นปาล์มและดอกไม้หลากหลายชนิด ในปี ค.ศ. 2002 ได้รับรางวัลจากองค์กรยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองที่มีความสวยงามและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
    นำท่านเดินทางด้วยรถสู่ น้ำตกไนล์สีฟ้า (The Blue Nile Falls) (ระยะทาง 31 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม.) ที่ไหลตกจากหน้าผาสูง 42 ม.บนแม่น้ำทิส อเบย์ (Tis Abay) มีความหมายว่า “แม่น้ำไนล์ที่มีละอองน้ำเหมือนควันไฟ” ซึ่งที่วันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาได้ลดลงมา เพราะว่ามีการสร้างสถานีควบคุมพลังน้ำ และเป็นเขื่อนในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่น้ำตกบลูไนล์ก็ยังเป็นสถานที่สนใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในฤดูฝนจะมีน้ำเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและน้ำตกนี้ก็จะเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ของนักท่องเที่ยว
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับบาเฮีย ดาร์
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่าน ล่องเรือเฉพาะคณะ ใน ทะเลสาบทานา (Tana Lake) ทะเลสาบใหญ่สุดของเอธิโอเปีย ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3,500 ตร.กม. ต้นกำเนิดของแม่น้ำไนล์สีฟ้า ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,788 เมตร มีความยาวประมาณ 84 กม. กว้างประมาณ 66 กม. และมีความลึกประมาณ 15 เมตร เมื่อมีฝนตกลงมาก็จะได้พื้นที่น้ำประมาณ 3,000-3,500 ตร.กม. และปริมาณน้ำจะลดลงเมื่อมีการก่อสร้างการควบคุมการไหลของน้ำที่จะลงไปยังแม่น้ำบลูไนล์ และการควบคุมการไหลของน้ำนี้ทำให้เกิดน้ำตกบลูไนล์ และมีการสร้างสถานีพลังน้ำด้วย
    จากนั้น แวะชมโบสถ์เก่าแก่ทางคริสต์ศาสนาออร์โธด๊อกซ์ของเอธิโอเปีย 1 – 2 แห่ง อาทิ Churches of Azew Mariam และ Ura Kidanmhiret
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่ Avanti Blue Nile Resort หรือเทียบเท่า
8

Day 8

บาร์เฮีย – กอนด้าร์ (ชมเมืองมรดกโลกแสนสวย)
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางด้วยรถสู่ เมืองกอนด้าร์ (ระยะทางประมาณ 30.5 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 2.5 ช.ม.)
    เมืองกอนด้าร์ (Gondar) ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบทาน่า สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,133 เมตร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรพวกเอธิโอเปียน และจังหวัดเบเก็มเดอร์ ในพื้นที่แห่งนี้มีการทำอาชีพหลัก คือ การเลี้ยงสัตว์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ทำการสอนในเรื่องแพทย์และยา
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
    นำท่านชม เมืองกอนด้าร์ เจ้าของฉายา “นครคาเมล็อตแห่งทวีปแอฟริกา” นครในตำนานปรัมปราของอังกฤษในศตวรรษที่ 12 ที่ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ กอนดาร์ เป็นเมืองจริงที่ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1979
  • นำท่านเข้าชม ปราสาท พระราชวังและอาคารสำคัญต่าง ๆ ในเขตพระราชฐานที่มีพื้นที่ถึง 70,000 ตร.กม. ชม พระราชวังฟาซิลาดาส ที่ได้สังเคราะห์ศิลปะการก่อสร้างของอินเดีย โปรตุเกส แขกมัวร์ และอาณาจักรอักซุมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ชมห้องรับรอง และห้องจัดเลี้ยง จากนั้นชม พระราชวังของกษัตริย์ไอยาซุที่ 1 (ครองราชย์ค.ศ. 1682 – 1706) ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุครุ่งเรืองของกอนดาร์ พระราชวังแห่งนี่เคยถูกบันทึกไว้ว่า มีความสง่างามกว่าที่พำนักของกษัตริย์โซโลมอนผู้ยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่ถูกแผ่นดินไหวในปีค.ศ. 1704 ทำลายและถูกกองบินอังกฤษทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กระนั้นร่องรอยแห่งความงามก็ยังหลงเหลือให้จินตนาการได้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
    พักที่ Goha Hotel หรือเทียบเท่า
9

Day 9

กอนด้าร์ – ลาลิเบลลา
  • 06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางไปสนามบินกอนด้าร์ เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 09.50 น. ออกเดินทางจาก เมืองกอนด้าร์ สู่ เมืองลาลิเบล่า โดยเที่ยวบินที่ ET-122
  • 10.20 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองลาลิเบล่า
    เมืองลาลิเบล่า เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นอัมฮาร่า ทางด้านเหนือของประเทศ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2,500 เมตร มีชื่อเสียงในด้านโบสถ์ที่มีเสาเป็นหิน และยังเป็นเมืองหนึ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นจุดศูนย์กลางของผู้ที่จะมาทำการจาริกแสวงบุญ ซึ่งเป็นรองจากเมืองอัคซูมและไม่เหมือนเมืองอัคซูมเมืองนี้ถูกตั้งตามชื่อของนักบุญลาลิเบล่า ผู้ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเจรูซาเล็ม และต้องการสร้างเมืองนี้ให้เป็นเจรูซาเล็ม ซึ่งประชากรส่วนมากของเมืองลาลิเบล่านับถือศาสนาคริสต์ นิกายออร์โธด๊อก ซึ่งเอธิโอเปียเป็นประเทศหนึ่งที่มีประชากรเป็นชาว คริสเตียนที่ได้เริ่มแต่แรกในราวศตวรรษที่ 4 รูปแบบการก่อสร้างและชื่อของตึกใหญ่ในเมืองนี้ได้ถูกออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของกรุงเจรูซาเล็ม จนกระทั่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยถูกปกครองโดยพวกอาหรับมุสลิมในปี ค.ศ.1187 โดยมีผู้นำในขณะนั้น คือ ซาลาดิน
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
    นำท่านไปชมเมืองแห่งโบสถ์ ซึ่งมีกลุ่มโบสถ์ของนิกายออร์โธด๊อกซ์ ที่ถูกสร้างเรียงรายอยู่ใกล้ ๆ กัน โดยมี โบสถ์หินแห่งลาลิเบล่าที่ใช้การตัดหินภูเขาไฟทั้งก้อนมาแกะสลักและสร้างเป็นโบสถ์ จนได้รับการประกาศเป็น เขตมรดกโลก
    นำท่านชม โบสถ์นักบุญจอร์จ ผลงานชิ้นเอกของลาลิเบลลาที่สกัดเป็นรูปไม้กางเขนสไตล์ออร์โธด๊อกซ์สูง 15 ม.ภายในมีกล่องไม้มะกอกอายุ 800 ปี 2 กล่อง โบสถ์พระผู้ช่วยให้รอดของโลก โบสถ์หินสกัดใหญ่สุดในโลกมีความสูง 11.5 ม.สร้างตามรูปแบบดังเดิมของโบสถ์พระแม่มารีแห่งไซอันในอัคซูม ภายในมีหลุมศพว่างเปล่า 3 หลุม เป็นสัญลักษณ์ของศาสดาอับบราฮัม ไอแซค และยาคอบ และไม้กางเขนทองคำหนัก 7 กก. โบสถ์อมานูเอล โบสถ์ส่วนพระองค์ของราชวงศ์กษัตริย์เอธิโอเปีย เป็นโบสถ์ที่สกัดได้วิจิตรที่สุดโดยไม่มีส่วนใดติดกับหน้าผาเลย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคาร
    พักที่ Mountain View Hotel หรือ Panoramic View Hotel หรือเทียบเท่า
10

Day 10

ลาลิเบลลา – แอดดิส อะบาบา
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 10.40 น. ออกเดินทางจาก เมืองลาลิเบล่า สู่ แอดดิส อะบาบา โดยเที่ยวบินที่ ET-126
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ Top View Restaurant
    จากนั้น นำท่านชมความสวยงามของเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1887 โดยจักรพรรดิเมเนลิค และคำว่า แอดดิส อะบาบา มีความหมายว่า ดอกไม้พันธุ์ใหม่ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่เกี่ยวกับวงการทูตของอัฟริกา ยังเป็นศูนย์รวมของความเป็นเอกภาพของอัฟริกา และที่สำคัญยังเป็นเมืองศูนย์กลางสำหรับการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอีกด้วย
    นำท่านไปที่ ยอดเขาเอนโตโต (Entoto) พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแอดดิส อะบาบา
  • นำท่านไปชม โบสถ์เซนต์จอร์จ (St.George’s Cathedral) เป็นโบสถ์ของนิกายออร์โธด๊อก ที่ถูกออกแบบโดยสถาปนิคเซบาสเตียโน กาสตาน่า และสร้างโดยพวกนักโทษสงครามในปี ค.ศ.1896 และต่อมาได้ถูกใช้ในพิธีการต่างๆของเอธิโอเปียนในการราชาภิเษกในปี ค.ศ.1917 และในปี ค.ศ.1930 ด้วย และได้กลายสถานที่สำหรับจาริกแสวงบุญ และต่อมาได้มีการสร้างด้านหน้าขึ้นใหม่ เพราะเกิดไฟไหม้ในระหว่างมีสงครามในปี ค.ศ.1937 และต่อมาได้มีการทำนุบำรุงให้ดีขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อเป็นการประกาศอิสรภาพในปี ค.ศ. 1941 นอกจากนั้นยังมีภาพเขียนเกี่ยวกับประวัติของเอธิโอเปีย และแวะถ่ายรูป ระฆังยักษ์ ของขวัญจากพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่มอบให้กับกษัตริย์แห่งอบิสซีเนีย
  • นำท่านไปชม ตลาดเมอร์คาโต เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของแอฟริกาตะวันออก แวะชมและซื้อของที่ระลึก พวกกาแฟ งานหัตถกรรม
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร Habesha 200 Cultural Restaurant พร้อมชมระบำพื้นเมือง
  • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ
11

Day 11

แอดดิส อะบาบา – กรุงเทพฯ
  • 00.05 น. ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ ET 608
  • 13.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
24 ธ.ค. 61 – 7 ม.ค. 62 24 ธันวาคม 2561 - 3 มกราคม 2562
สายการบิน

Ethiopia แกรนด์เอธิโอเปีย 15 วัน 2018 (ET)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-แอดดิส อะบาบา-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอธิโอเปียน แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวดลิตร/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
-รถโค้ชปรับอากาศในเดลี และรถจิ๊ป (ไม่ปรับอากาศ) ในเลห์ คันละ 4 ท่าน เท่านั้น
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศกรีซ สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 13 วัน คิดเป็น 65 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 15 วัน คิดเป็น 45 USD หรือตามความพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 40,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
24 ธ.ค. 61 – 7 ม.ค. 62 24 ธันวาคม 2561 - 3 มกราคม 2562
สายการบิน
เอธิโอเปีย