วันเดินทาง
10 – 15 ตุลาคม 2561
สายการบิน


เที่ยวเกาหลี แถมบรูไน 2 ประเทศ 2 อารยธรรม
เที่ยวมัสยิดทองคำ – พระราชวังทองคำ – สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ – หอคอยโซลทาวเวอร์
พระราชวังเคียงบ็อก – ช้อปปิ้งตลาดเมียงดง

 

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – บรูไน
  • 17.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 9 แถว U
  • 20.45 น. “เหิรฟ้าสู่บรูไน” โดยสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ BI 520
    (ใช้เวลาบินประมาณ 02.45 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 00.30 น. เดินทางถึงสนามบิน Brunei International Airport ประเทศบรูไน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
    AL AFIAH BOUTIQUE HOTEL
2

Day 2

บรูไน – มัสยิดโอมาร์ – มัสยิดทองคำ – อินชอน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนําท่านผ่านชมและถ่ายรูปภายนอก พระราชวัง Istana Nurul Iman พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่ประทับของ สุลต่านแห่งบรูไนและพระราชวงศ์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1984 มีมูลคํา 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บนพื้นที่ 2,152,782 ตารางฟุต ประกอบไปด้วย โดมทําด้วยทองคํา, ห้อง 1,788 ห้อง, ห้องน้ำ 257 ห้อง สิ่งอํานวยความ สะดวกในพระราชวังแห่งนี้คือสระว่ายน้ำจํานวน 5 สระ คอกม้าติดเครื่องปรับอากาศสําหรับม้าเพื่อแข่งโปโลของ องค์สุลต่านจํานวน 500 ตัว โรงจอดรถขนาดจุ 110 คัน ห้องจัดงานเลี้ยงที่สามารถจุคนได้ถึง 4,000 คน และ สุเหร่าที่จุคนได้ 1,500 คน พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บเหล่าบรรดารถหรูที่พระองค์สะสมอีกด้วย
    จากนั้นนําท่านเข้าชม มัสยิด Omar Ali Saiffuddien มัสยิดใจกลางเมือง บันดาร์เสรีเบกาวัน สร้าง ขึ้นโดย สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ซึ่งเป็นมัสยิดประจําพระองค์ของสมเด็จพระมหาราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ซึ่งเป็น พระราชบิดาของสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 องค์ปัจจุบัน ภายในมัสยิดประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนและกระเบื้องสีอย่างเรียบง่าย เหมาะสมสําหรับสถานที่ในการสวดมนต์ขอพร และยังใช้เป็นเวทีประกวดอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน มัสยิดแห่งนี้เป็นการ ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิสลามกับสถาปัตยกรรมอิตาลี ได้รับการขนานนามว่า มินิ ทัชมาฮาล ออกแบบโดย Cavalierre Rudolfo Nolli ชาวอิตาลี บริเวณด้านหน้าของมัสยิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการจําลองเรือพระราชพิธีมา ประดับ นับเป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่ง มัสยิดแห่งนี้ภายนอกแวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงดินแดน แห่งสรวงสวรรค์ ถือได้ว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    จากนั้นนําท่านชม พิพิธภัณฑ์ Royal Regalia มีการจัดแสดงเครื่องประกอบพิธีราชาภิเษกของสมเด็จ พระราชาธิบดีองค์ที่ 29 แห่งบรูไน และข้าวของเครื่องใช้ขององค์สุลต่านเอาไว้มากมาย อาทิเช่น เครื่องเงิน , เครื่องทอง มงกุฎ เครื่องราชย์และเครื่องบรรณาการจากประเทศต่างๆ รวมทั้งของขวัญจากผู้นําประเทศ ต่าง ๆ ที่ ถวายแด่องค์สุลต่านแห่งบรูไน
    จากนั้นนําท่านเข้าชม มัสยิด Jame Asr Hassanil Bolkiah สร้างขึ้นในโอกาสฉลอง 25 ปี แห่งการครองราชย์ของสุลต่านองค์ ปัจจุบัน มัสยิดทองคําแห่งนี้เป็นมัสยิดแห่งชาติของบรูไน และมีสถาปัตยกรรมสวยงามที่สุดในบรูไน โดยมีการนําเข้าวัสดุใน การก่อสร้างและตกแต่งมาจากทั่วโลก อาทิเช่น หินอ่อนจากประเทศอิตาลี, แชนเดอเลียร์ทองคําแท่งขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจาก ประเทศออสเตรีย เป็นต้น เริ่มก่อสร้างในปี 1987 แล้วเสร็จในปี 1994 ภายในประกอบด้วย ห้องสวดมนต์ 2 ห้องแยกชาย หญิง โดมทองคําจํานวน 29 อัน บันไดทางขึ้น 29 ขั้น โคมไฟ 29 ดวงเพื่อเป็นเกียรติแก่ องค์สุลต่านแห่งบรูไนหรือสมเด็จ พระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 29 องค์ปัจจุบันของบรูไน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 13.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 15.15 น. “เหิรฟ้าสู่อินชอน” โดยสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ BI 651
    (ใช้เวลาบินประมาณ 05.20 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 21.35 น. เดินทางถึงสนามบิน อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
    CENTRAL PLAZA HOTEL
3

Day 3

สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ – บลูเฮาส์ – พระราชวังเคียงบ็อก – หมู่บ้านบุคชอนฮันอก – ตลาดทงแดมุน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่านเดินทางไป สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ซึ่งถูกขนานนามว่า ดิสนีย์ แลนด์เกาหลี โดยมีบริษัทซัมซุงเป็นเจ้าของ ท่านจะได้นั่งกระเช้าลิฟต์ และท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ชมไลเกอร์แฝดคู่แรกของโลก และ สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิด อาทิ สเปสร์ รถไฟเหาะ หนอน สะบัด ชมสวนดอกไม้ซึ่งกำลังบานสะพรั่งอวดสีสันเต็มสวน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เดือนมีนาคม – เมษายน เป็น สวนดอกทิวลิป, เดือนพฤษภาคม – เดือนมิถุนายน เป็นดอกกุหลาบ, เดือนสิงหาคม – เดือนกันยายน เป็นสวนดอกลิลลี่, เดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน เป็นสวนดอกเบญจมาศ) ชมกิจกรรม และการแสดงต่างๆ ด้วยบัตรเข้าชมแบบ ไม่จำกัดจำนวนรอบ
  • เที่ยง อิสระอาหารกลางวัน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับสวนสนุกตามอัธยาศัย
    จากนั้นนำท่านผ่านชม บลูเฮ้าส์ ทำเนียบประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ อนุสาวรีย์รูปนกฟีนิกซ์ สัญลักษณ์ความเป็นอมตะ ชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขารูปหัวมังกรและวงเวียนน้ำพุนับเป็นจุดที่มี ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของกรุงโซล (ระหว่างรถแล่นผ่านไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือวีดีโอใดๆ ทั้งสิ้น)
    นำท่านชม พระราชวังเคียงบ็อก ซึ่งเป็นพระราชวังไม้โบราณที่เก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1394 หรือในอดีตกว่า 600 ปีก่อน ภายในพระราชวัง แห่งนี้มีหมู่พระที่นั่งมากกว่า 200 หลัง แต่ได้ถูกทำลายไปมากในสมัยที่ญี่ปุ่นเข้ามาบุกยึดครอง ทั้งยัง เคยเป็นศูนย์บัญชาการทางการทหารและเป็นที่ประทับของกษัตริย์ ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างหมู่พระที่นั่งที่เคยถูกทำลายขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งเดิม ถ่ายภาพคู่กับพลับพลากลางน้ำเคียงเฮวรู ที่ซึ่งเคยเป็น ท้องพระโรงออกงานสโมสรสันนิบาตต่างๆ สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
    จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านบุคชอนฮันอก ซึ่งในอดีตเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาขุนนางระดับสูง ปัจจุบันสองข้างทางคุณจะได้สัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศบ้านเกาหลีโบราณที่ยังคงอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและบ้านเรือนไว้เกือบจะสมบูรณ์
    นำท่านเดินทางสู่ ตลาดทงแดมุน เป็นตลาดที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย และห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยกว่า 10 แห่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบดั้งเดิมของบริเวณฮึนอินจิมุน หรือประตูตะวันออก เป็นแหล่งค้าของสินค้าประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง เครื่องนอน เครื่องใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์กีฬา เครื่องกีฬา รองเท้า และอื่นๆ
    จากนั้นนำท่านชม ตึก DDP หรือ DONGDAEMUN DESIGN PLAZA เป็นสถานที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ การประชุม รวมไปถึงนิทรรศการต่างๆ นอกจากนี้ท่านยังสามารถชมบรรยากาศดอกไม้ไฟ LED ROSE GARDEN ในยามค่ำคืนได้อีกด้วย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    GALAXY HOTEL
4

Day 4

มัสยิดกลางกรุงโซล – โรงเรียนสอนทำกิมจิ – หอคอยโซลทาวเวอร์ – คลองชองเกชอน – ตลาดเมียงดง
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นพาท่านรู้จักและเข้าใจ สมุนไพรโสมเกาหลี หรือราชาแห่งมวลสมุนไพร โสมถูกนำมาใช้เพื่อสุขภาพเป็นเวลานานากว่า 2,000 ปี ในตำรายาแผนโบราณจีน ระบุว่า โสมเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหารและปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบและเพิ่มพละกำลังโดยส่วนรวมสรรพคุณทางการแพทย์ ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริม ประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง และเร็วๆ นี้ โสมเกาหลีอาจจะได้จดทะเบียนมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์โสมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่คำนึงถึงสุขภาพในปัจจุบัน
    จากนั้นพาท่านชม ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ ฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะและระดับสูงเหนือน้ำทะเล 50-800 เมตร ชาวเกาหลีรุ่นใหม่นิยมนำมารับประทานเพื่อช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหารและยา
    จากนั้นนำท่านชม มัสยิดกลางกรุงโซล (Seoul Central Masjid) เป็นมัสยิดแห่งแรกในประเทศเกาหลี ครอบคลุมพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ซึ่งได้รับการบริจาคจากรัฐบาลเกาหลี ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างแม่น้ำฮันกังกับภูเขานัมซาน ในชั้นแรกเป็นห้องประชุม และห้องทำงานของสภามุสลิมเกาหลี ชั้นที่ 2 คือหอสวดสำหรับผู้ชาย ขนาด 427 ตารางเมตร และบนชั้นที่ 3 เป็นหอสวดสำหรับผู้หญิง ปัจจุบันนี้มัสยิดยังใช้เป็นศูนย์กลางศาสนา วัฒนธรรมอิสลาม และ สถาบันวิจัยอื่นๆ เป็นต้น และทำพิธีละหมาด
    จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม KIMCHI SCHOOL หรือ สถาบันสอนทำกิมจิ ชมวิธีการทำกิมจิ ผักดองที่สามารถเก็บไว้ได้นานและเป็นอาหารที่ขึ้นโต๊ะชาวเกาหลีทุกมื้อปัจจุบันกิมจิเป็นที่นิยมแพร่หลายเพราะประกอบด้วยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในการย่อยอาหารและป้องกันโรคให้ ท่านได้ ทดลองทำกิมจิด้วยตัวท่านเอง และสามารถนำกลับมาเป็นของฝาก พิเศษ!! เก็บภาพความประทับใจด้วยการ ใส่ชุดประจำชาติของ เกาหลีใต้ (ฮันบก) พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งร้านเครื่องสำอางยอดนิยม COSMETIC OUTLET ของนักช้อปชาวไทยให้ท่านได้เลือกซื้อกลับไปฝากเป็นของที่ระลึก อาทิเช่น ROJUKISS ซึ่งราคาถูกกว่าที่เมืองไทยเกือบเท่าตัวและบางผลิตภัณฑ์ยังไม่มีขายในไทย
    จากนั้นนำท่านสู่ หอคอยโซลทาวเวอร์ 1 ใน 18 หอคอยเมืองที่สูงสุดในโลก มีความสูงอยู่ที่480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่ฐานของหอคอยก็คือศาลาแปดเหลี่ยม ปาลกั๊กจอง สวนสัตว์เล็ก ๆ สวนพฤกษชาติ ห้องสมุดสาธารณะนัมซาน อาคาร อนุสรณ์ ผู้รักชาติอันชุงกุน และสถานที่อำนวยความสะดวกอันหลากหลาย สวนสำหรับออกกำลังกายและเดินพักผ่อนหย่อนใจยามที่เหน็ดเหนื่อยจากการงานหรือการเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เราสามารถมาผ่อนคลายที่สถานที่แห่งนี้ได้ดีทีเดียว และด้านล่างของหอคอย ยังมีร้านค้าต่างๆ มากมาย (ไม่รวมค่าขึ้นลิฟท์) จากนั้นพาท่านไปยังสถานที่สุดแสนโรแมนติค ซึ่งคู่รักคนเกาหลีมักนิยมเอากุญแจไปคล้อง ณ สถานที่แห่งนี้ โดยนิยมนำกุญแจมาเขียนชื่อหรือ ข้อความสุดซึ้งลงบนกุญแจจากนั้นคล้องกุญแจไว้และโยนลูกกุญแจทิ้งลงแม่น้ำ บ่งบอกถึงความหมายว่า “เราจะไม่พรากจากกัน” จึงเรียกกันว่า กุญแจคู่รัก
    นำท่านเดินชม คลองชองเกชอน ซึ่งเดิมเป็นคลองเก่าแก่ในอดีตมีอายุกว่า 600 ปี ที่ทอดผ่านใจกลางเมืองหลวง แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนา และบูรณะคลองแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ทำ ให้กรุงโซลมีคลองที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตร ที่มีแต่น้ำใสจนสามารถมองเห็นตัวปลาหลากพันธ์ที่กำลังแหวกว่ายไปมา ปัจจุบันโครงการชองเกชองได้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานแสดงศิลปะ ต่างๆ งานดนตรี นิทรรศการดอกไม้ ฯลฯ และยังมีสวนสาธารณะทั้งสองฝั่งคลอง
    ท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี DUTY FREE ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิเช่น นาฬิกา , แว่นตา , เครื่องสำอาง , กระเป๋า , กล้องถ่ายรูป และสินค้า แบรนด์เนมอื่นๆอีกมากมาย
    จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดเมียงดง หรือสยามสแควร์เกาหลี ที่ตลาดเมียงดงนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ ทั้งแบบ แบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ ซีดีเพลง รูปดารา หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้เลยทีเดียว อย่างร้านเครื่องสำอางค์ที่คุ้นหูคนไทย เช่น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP ร้านพวกนี้หาได้ไม่ยากในตลาดแห่งนี้ แถมไม่ได้มีแค่อย่างล่ะหนึ่งร้านอีกด้วย ประมาณว่าเพิ่งออกจากร้าน ETUDE มาเดินไปอีกสักพักก็ เจอร้าน ETUDE อีกหล่ะ SKIN FOOD, THE FACE SHOP ก็เช่นเดียวกัน ที่สำคัญราคาเครื่องสำอางค์จะถูกกว่าประเทศไทยมาก ประมาณ 2 ถึง 3 เท่า แถมบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทยอีกด้วย อีกเรื่องก็ของกินเล่น จะมีไอติมโคนเจ้าดังอยู่ เพราะไอติมที่เค้ากดมาใส่โคนนั้น สูงถึง 2 ฟุต
  • ค่ำ อิสระอาหารค่ำ ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
    GALAXY HOTEL
5

Day 5

TRICK EYES MUSEUM – ถนนฮงแด – ละลายเงินวอนซุปเปอร์มาเก็ต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม RED PINE เป็นผลิตภัณฑ์ ที่สกัดจากน้ำมันสน ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหารและรักษาสมดุลในร่างกาย
    จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส อเมทิส ถือเป็นสัญลักษณ์ ของอัญมณีพลอยเกาหลีอีกอย่าง อเมทิสหรือหินเขี้ยวหนุมาน เป็นอัญมณีพลอยสีม่วง ที่มีชื่อเสียงมาก คนเกาหลีนิยมนำมาทำเครื่องประดับร่างกาย เช่น สร้อยข้อมือ, แหวน, จี้, ต่างหู เป็นต้น เชื่อว่าพลอยนี้สวมใสแล้วจะทำให้สุขภาพดีและมีโชคลาภ ในสมัยก่อน ใครมีไว้พลอยสีม่วงนี้ครอบครองต้องเป็นกษัตริย์เท่านั้น ปัจจุบันเชื่อกันว่า นอกจากเป็นเครื่องประดับที่สวยงามมาก ยังเป็นแร่วัตถุมงคลในด้านการค้าขายเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต สามารถปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี
    จากนั้นนำท่านอิสระชม TRICK EYE MUSEUM ผลงานการสร้างสรรค์ศิลปะแนวใหม่ภาพวาดลวงตาสามมิติ โดยท่านจะได้สนุกสนานกับการถ่ายรูปแอ็คชั่นท่าต่างๆ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของการสร้างภาพโดยใช้เทคนิคพิเศษจากภาพสามมิติที่รวมทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และการซ้อนภาพโดยกระตุ้นความเคลื่อนไหวของภาพให้มีมิติเหมือนจริงโดยให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมถ่ายภาพ เมื่อผ่านเข้าไปในภาพนั้นๆ ภาพทุกภาพจะออกมาดูประหนึ่งเหมือนจริงในเหตุการณ์ จนท่านจะอุทานว่ามันเหมือนจริงมากจนแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนภาพวาดและของจริง และ ICE MUSEUM เป็นโซนน้ำแข็งแกะสลักรูปต่างๆ อุณหภูมิข้างใน ประมาณ – 4 องศา
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งที่ถนน ฮงแด เป็นย่านช้อปปิ้งบริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยฮงอิก (Hongik University) จึงเป็นศูนย์รวมเด็กวัยรุ่นและเด็กมหาวิทยาลัย เป็นอีกเส้นหนึ่งที่มีบรรยากาศโรแมนติก อีกทั้งยังมีร้านกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ แกลเลอรี่ ร้านค้าจำหน่ายสินค้าแฟชั่น คลับ ตลาดศิลปะ และร้านอาหารที่น่าสนใจในหมู่วัยรุ่นอายุ 20-30 ปีที่นิยมมาเดินเล่น ราคาของสินค้าและร้านอาหารต่างๆก็ยังไม่แพงอีกด้วย ซึ่งจะคึกคักเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป เพราะร้านค้าแต่ละร้านจะทยอยเปิดให้บริการ ของที่ขายกันเยอะส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของกิ๊ฟช้อป เครื่องเขียน และที่เยอะไม่แพ้กันก็คือขนมต่างๆ
    จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่าง ๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก ผลิตภัณฑ์ของใบและรากฝอยของโสม ในรูป ขนมโสม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม เป็นต้น และยังมีหมอนสุขภาพ กิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย
  • ค่ำ อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
  • 19.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 23.30 น. “เหิรฟ้าสู่บรูไน” โดยสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ BI 652
    (ใช้เวลาบินประมาณ 05.35 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
6

Day 6

บรูไน – กรุงเทพฯ
  • 03.05 น. เดินทางถึงสนามบิน ประเทศบรูไน นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
    AL AFIAH BOUTIQUE HOTEL
    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
  • 10.55 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพ” โดยสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ BI 513
    (ใช้เวลาบินประมาณ 02.45 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 12.40 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
    *.*.*.*. Go Together *.*.*.*.

 

วันเดินทาง
10 – 15 ตุลาคม 2561
สายการบิน

Brunei – korea บรูไน-เกาหลี 6 วัน (BI)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-บรูไน-อินชอน // อินชอน-บรูไน-กรุงเทพฯ โดยสายการบินรอยัล บรูไน แอร์ไลน์ (BI)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 5 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
-รถโค้ชปรับอากาศในเดลี และรถจิ๊ป (ไม่ปรับอากาศ) ในเลห์ คันละ 4 ท่าน เท่านั้น
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศกรีซ สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ ที่บรูไน วันละ 5 ดอลลาร์/ท่าน/วัน รวม 2 วัน คิดเป็น 10 ดอลลาร์
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ ที่เกาหลี วันละ 5 ดอลลาร์/ท่าน/วัน รวม 4 วัน คิดเป็น 20 ดอลลาร์
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์/ท่าน/วัน รวม 6 วัน คิดเป็น 18 ดอลลาร์
(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 10,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
10 – 15 ตุลาคม 2561
สายการบิน