วันเดินทาง
21 – 31 มีนาคม 2562 13 - 23 เมษายน 2562 10 - 20 พฤษภาคม 2562 01-11 มิถุนายน 2562 15 - 25 กรกฎาคม 2562
สายการบิน


แอลเบเนีย-โคโซโว-มาซีโดเนีย-เซอร์เบีย

ดินแดนอันสวยงามแห่ง “ยุโรปตะวันออกตอนใต้”

 

 

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ-กรุงเวียนนา
  • 20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 4 แถว G
  • 23.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเวียนนา” โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 026 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
2

Day 2

ซิตี้ทัวร์ กรุงเวียนนา
  • 05.35 น. เดินทางถึง สนามบินเวทชาร์ท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร กรุงเวียนนา (VIENNA) เป็นเมืองหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่สุดแสนโรแมนติกเมืองหนึ่งของโลก เป็นเมืองแห่งดนตรีคลาสสิกอมตะ ซึ่งนักแต่งเพลงคลาสสิกไม่ว่าจะเป็น บีโธเฟ่น โมสาร์ท ชูเบอร์ก บราห์ม หรือโยฮันสเตราส์และสถานที่อื่นๆอีกมากมาย แถมยังมากมายไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ประณีตและงดงาม

VIENNA

 

  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า

จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของตัวเมืองเวียนนา ซึ่งจะเริ่มจากถนน ริงสตร๊าส (Ringstrasse) อันเป็นถนนสายหลักที่มีความยาวประมาณ 5.3 กม. ถูกสร้างขึ้นทับซากกำแพงเมืองโบราณในอดีตจากโรงโอเปร่าจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิฟรานซ โจเซฟ ในปี ค.ศ.1857

state opera vienna

ผ่านชมสเตทโอเปร่า (State Opera) พิพิธภัณฑ์ศิลปะและประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ (The Museum Of Fine Art And Natural History)

vienna

ชมความสวยงามและอลังการของอาคารรัฐสภา (Parliament Building) โรงละครแห่งชาติ (National Theatre) ศาลาว่าการเมือง (City Hall) และ มหาวิทยาลัยภาษาเยอรมันอันดับ 2 ของยุโรป เลียบแม่น้ำดานูบ ผ่านชม Hundertwasser’s Kunsthaus สวนสนุกพลาเตอร์ (Prater Park) ซึ่งมีชิงช้ายักษ์เฟอร์ริส (Giant Wheel) สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ เจ้าของบทเพลงอมตะ “ By The Beautiful Blue Danube ”

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

St.Stephen’s Cathedral

นำท่านชม วิหารเซนต์สตีเฟ่น (St.Stephen’s Cathedral) ซึ่งตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่าและเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12 ในรูปแบบของโกธิค วิหารแห่งนี้มีความยาวประมาณ 107.2 เมตรและกว้างประมาณ 34.2 เมตร ซึ่งมีหอคอยอยู่ 4 หอและหอคอยที่สูงสุดอยู่ทางด้านใต้ที่สูงประมาณ 136.44 เมตร และจะมีระฆัง 13 แห่งที่แขวนอยู่แต่ระฆังที่มีชื่อเสียงของวิหารนี้คือ พุมเมอริน (Pummerin) ที่ถูกแขวนอยู่ที่หอคอยด้านเหนือที่มีความสูง 63.3 เมตรและเป็นระฆังที่มีความใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป นำท่านเดินชมที่ ย่านคาร์ทเนอร์ สตราสเซ่(Karntner Strasse) ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ อาทิเช่น เครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน และของที่ระลึกต่างๆ และร้านนั่งจิบกาแฟเป็นต้นตำรับแท้ของยุโรป

  • ค่ำ อิสระอาหารค่ำ (Allowance 15 EUR) MERCURE WESTBAHNHOF HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3

กรุงเวียนนา-เมืองทีราน่า-เมืองคูจ้า-เมืองทีราน่า
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม   นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 12.45 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองทีราน่า” โดยเที่ยวบินที่ OS 847  (เวลาบินประมาณ 1.25 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

TIRANA

14.20 น. เดินทางถึงสนามบิน เมืองทีราน่า เมืองทีราน่า (TIRANA) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแอลเบเนียที่อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้ถูกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1614 โดย สุไลมาน ปาชา (Sulejman Pasha) และทีราน่าได้ถูกตั้งเป็นเมืองหลวงของประเทศเมื่อปี ค.ศ.1920 เขตเมืองของทีราน่าตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิเชม (Ishëm) มียาวประมาณ 32 กิโลเมตร มีความสูงเฉลี่ยเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 110 เมตร และจุดสูงสุดวัดได้ที่ 1,828 เมตร ที่บริเวณมาลีเมโกรปา

KRUJA

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคูจ้า (KRUJA) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของกรุงทีราน่าห่างประมาณ 20 กม. เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของเขตคูจ้า เมืองคูจ้า ได้เคยเป็นที่ตั้งหลักแหล่งของพวกชนเผ่าอิลลิเรียนแห่งอัลบานี และในปี ค.ศ.1190 ก็ได้เป็นเขตปกครองตนเองแห่งอัลบาเนีย และต่อมาก็ได้กลายเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรอัลบาเนีย และในราวต้นศตวรรษที่ 15 ก็ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพวกออตโตมานเติร์ก

Kruja Castle

นำท่านไปชม ปราสาทแห่งคูจ้า (Kruja Castle) ซึ่งมีทั้งพิพิธภัณฑ์สแกนเดอร์เบคและตลาดบาซาร์รวมอยู่ด้วย เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านกองทัพของพวกออตโตมาน โดยสามารถจุกองทหารได้ประมาณ 2,000-3,000 คน โดยด้านรอบของปราสาทยังมีหอคอยสูงด้วยได้เวลา สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทีราน่านำท่านชมความสวยงามของตัวเมืองหลวง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่มีการตกแต่งให้สวยงาม

Skanderbeg Square

ให้ท่านชม จัตุรัสสแกนเดอร์เบค (Skanderbeg Square) ชมหอคอยนาฬิกา (Clock Tower) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอายุมากและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1820 ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นที่ตั้งจุดศูนย์กลางของเมืองและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองทีราน่าอีกด้วย และสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้กันก็คือ สุเหร่าเอทเฮม เบย์ (Et’hem Bey Mosque) ซึ่งได้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 28 ปีจนสำเร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1821 ภายในถูกตกแต่งด้วยงานศิลปะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุเหร่าที่มีความสวยงามที่สุดในแอลบาเนีย

ปิรามิด้า (Piramida

นำท่านผ่านชม ปิรามิด้า (Piramida) สิ่งก่อสร้างซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับปิรามิด ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1987 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมแห่งชาติ

  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พัก HOTEL COLOSSEO หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เมืองทีราน่า-เมืองโอห์ริด
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

OHRIDนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนไปยังมาซีโดเนียสู่ เมืองโอห์ริด(OHRID) ที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบโอห์ราทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 140 กม. ทะเลสาบโอห์ริด (Ohrid Lake) เป็นทะเลสาบที่มีพื้นที่อยู่ระหว่างสองประเทศ คือ ด้านตะวันตกเป็นของแอลบาเนียที่มีพื้นที่น้ำประมาณ 110 ตร.กม. และมีเมืองโปกราเด๊กที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลฯ ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นของมาซีโดเนีย ที่มีพื้นที่น้ำประมาณ 248 ตารางกิโลเมตร และมีเมืองโอห์ริดและสะตรูด้าที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลฯ

Ohrid Lake

นำท่านนั่งเรือชมเมืองโอห์ริด ที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบฯ เป็นเมืองที่มีความใหญ่ที่สุดของบริเวณริมทะเลสาบฯแห่งนี้ที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 42,000 คน และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงที่มีโบสถ์มากถึง 365 หลัง ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของการเข้าทำพิธีวันละหนึ่งแห่งและเมื่อครบทุกแห่งก็จะเป็นเวลาหนึ่งปีพอดี นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเต็มไปความสวยงามของการปลูกสร้างบ้านและสถานที่ต่างๆที่สวยงาม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

St.Jovan Kaneo Churchให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองเก่าโอห์ริด ที่เป็นเสมือนเมืองทางศาสนาและมีความสำคัญที่เป็นจุดศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม ซึ่งโบสถ์วิหารส่วนใหญ่ได้ถูกสร้างขึ้นในยุคของไบแซนไทน์และในยุคของบุลกาเรียน และที่เหลืออยู่ทุกวันนี้ก็เป็นส่วนของพวกเซอร์เบียที่ปกครองในอดีตของยุคกลาง นำท่านชมด้านนอกของ โบสถ์เซนต์โจวาน คานิโอ (St.Jovan Kaneo Church) เป็นโบสถ์สไตล์คริสต์ออโธดอกซ์ สร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับนักบุญจอห์น ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของมาซีโดเนีย โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเชิงหน้าผาเหนือจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นวิวของทะเลสาบโอห์ริด ณ จากจุดนี้ได้อีกด้วย

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พัก HOTEL SU หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เมืองโอห์ริด-เมืองพริซเร่น-ซิตี้ทัวร์

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

PRIZREN

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองพริซเร่น (PRIZREN) ที่ตั้งอยู่ทางเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 260 กม. เมืองพริซเร่น (ที่ในอดีตเคยเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งประวัติศาสตร์ของอาณาจักรเซอร์เบีย) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของโคโซโวซึ่งอยู่ติดกับมาซีโดเนียและแอลบาเนีย ซึ่งประชาชนส่วนมากจะเป็นชาวแอลบาเนียน ตัวเมืองจะตั้งอยู่บนส่วนลาดชันของภูเขาซาร์

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

PRIZREN

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนไปยังโคโซโวสู่ เมืองพริชเร่น นำท่านเดินเที่ยวชมเมืองพริซเร่น บริเวณรอบๆ River Bistrica ที่อยู่กลางเมือง เริ่มจาก Sinan Pasha Mosque หรืออนุสาวรีย์ในยุคของกษัตริย์ออตโตมานที่ 16 และยังมีอนุสาวรีย์ของกษัตริตย์ในยุคออตโตมันอีกแห่งซึ่งอยู่ใกล้ๆกันคือ Gazi Mehment Hamam ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้จัดเป็น Art Gallery ไปแล้วในปัจจุบัน

  • 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร HOTEL THERANDA หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เมืองพริซเร่น-เมืองสโคเพีย
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

SKOPJE

นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนไปยังมาซีโดเนียสู่ เมืองสโคเพีย (SKOPJE) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมาซีโดเนีย ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ ระยะทางห่างประมาณ 80 กม. เมืองสโคเพีย เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของมาซิโดเนียเป็นศูนย์กลางทางการเมือง ทางวัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจของประเทศ ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของเซอร์เบียและบัลแกเรีย ในอดีตสันนิษฐานว่ามีการตั้งถิ่นฐานที่สโคเพียตั้งแต่ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล

Kale Fortress

นำท่านไปชมด้านนอกของ ป้อมปราการคาเล่ (Kale Fortress) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่สูงของเนินเขาในหุบเขาสโคเพียและเป็นจุดที่ชมเมืองสโกเพียได้สวยงาม ส่วนของป้อมปราการที่เป็นส่วนเก่าที่สุดมีความยาวประมาณ 121 เมตร เป็นการสร้างในรูปแบบที่นำก้อนหินก้อนใหญ่ที่ตบแต่งเรียบร้อยและนำมาไว้ด้านนอก และส่วนด้านในจะเป็นหินก้อนเล็กถูกสร้างขึ้นโดยในราวศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งไบแซนไทน์ ผู้ที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านทาโอเรียนใกล้กับกรุงสโคเพีย หลังจากเมื่อปี ค.ศ. 518 เมืองนี้และสิ่งโบราณสถานหลายแห่งได้ถูกทำลายโดยการเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง จึงทำให้องค์จักรพรรดิฯ ได้ตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่างให้กับบ้านเกิดของพระองค์ จึงได้เริ่มก่อสร้างสิ่งต่างๆขึ้นมาหลายอย่าง

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

stone bridge skopje

นำท่านไปชม สะพานหิน (Stone Bridge) ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งไบแซนไทน์เช่นเดียวกัน สะพานนี้มีความยาวประมาณ 214 เมตรและส่วนโค้งที่ใต้สะพาน 13 ช่อง ซึ่งจักรพรรดิที่ได้เข้ามาปกครองก็ได้พยายามทำการก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นที่ระลึก

Porta Macedonia skopje

จากนั้นนำท่านไปยัง พอร์ต้า มาซีโดเนีย (Porta Macedonia) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นประตูชัยตั้งอยู่ที่จัตุรัสเพลล่า และเพื่อเป็นการประกาศอิสรภาพของมาซีโดเนียที่มีมา 20 ปี ซึ่งพื้นผิวภายนอกของประตูชัยนี้ได้ถูกตบแต่งด้วยหินอ่อนและมีการทำลวดลายให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของชาติฯ และภายในก็ยังมีห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมกับห้องขายของที่ระลึกอีกด้วย

Macedonia City Square

นำท่านไปชมความสวยงามของ จัตุรัสมาซิโดเนีย (Macedonia City Square) พร้อมกับชม อนุสาวรีย์อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวง เป็นรูปปั้นที่อเล็กซานเดอร์มหาราชกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าคู่ใจในการออกศึกทำสงครามที่มีชื่อว่า บูซาเฟลัส อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงที่ประเทศได้รับเอกราชมา 20 ปีและเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 8 กันยายน ปี ค.ศ.2011 อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บนกลางน้ำพุ ซึ่งตรงกลางมีเสาทรงกลมที่มีฐานด้านบนสูงถึง 10 เมตร และรูปปั้นตั้งอยู่บนเสารูปทรงกลมที่สูง 4.5 เมตร ส่วนของเสาประกอบไปด้วยสามส่วนของการตกแต่งด้วยงาช้างที่ได้แกะสลักภาพอันสวยงามทางด้านประวัติศาสตร์และสลับกับรูปแหวนที่ทำด้วยบรอนซ์ และนอกจากนั้นยังการตกแต่งรอบบริเวณน้ำพุด้วยเสาบรอนซ์ที่สูงถึง 3 เมตรด้วยรูปทหารแปดคน มีรูปสิงโตที่เป็นบรอนซ์แปดตัวที่มีความสูงถึงตัวละ 2.5 เมตร และสิงโตสี่ตัวยังพ่นน้ำออกมา และที่สำคัญน้ำพุแห่งนี้สามารถที่จะเปลี่ยนรูปได้ตามเสียงเพลงอีกด้วย

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  HOTEL STONE BRIDGE หรือเทียบเท่า
7

Day 7

เมืองสโคเพีย-เบลดเกรด
  • 06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

BELGRADE

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเบลเกรด (BELGRADE) ประเทศเซอร์เบียเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเซอร์เบีย มีการตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ เมื่อ 5,700-4,800 ปีก่อนคริสต์ศักราช จุดเริ่มต้นของเมืองถูกก่อตั้งโดยชาวเคลต์กลุ่ม Scordisci ในศตวรรษที่สามก่อนศริสตศักราช ก่อนจะกลายมาเป็นที่ตั้งของเมืองโรมันในนาม Singidunum นับแต่อดีตมาเบลเกรดเป็นป้อมปราการที่สำคัญให้แก่ชนกลุ่มต่างๆตลอดระยะเวลากว่าสองพันปี ถูกทำลายแล้วสร้างกลับขึ้นมาใหม่หลายสิบครั้งด้วยประชาการกว่า 1,600,000 คน ปัจจุบันนี้ เบลกราดก็ถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศที่อดีตเคยรวมตัวกันเป็นยูโกสลาเวีย เป็นที่ตั้งของสนามบินที่เพียงแห่งเดียวในการเดินทางเข้าสู่เซอร์เบีย นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา การคมนาคมและการท่องเที่ยวของประเทศ

Kalemegdan

ป้อมปราการ Kalemegdan อายุกว่าสองพันปีเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวไปควรพลาด รวมถึงควรได้มีโอกาสชมความของโบสถ์คริสต์แบบออโธด็อกที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ชื่อว่า โบสถ์เซนต์ซาวา St. Sava อีกสถานที่เล็กๆ แต่ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญของเซอร์เบียก็คือ สุสานตีโต ผู้รวมชาติยูโกสลาเวียในอดีต

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

Tito’s grave

นำท่านชมความสวยงามของเขตเมืองเก่า ชม Tito’s grave เป็นสถานที่ระลึกถึงอดีตประธานาธิบดี ของยูโกสลาเวีย แวะชม จัตุรัส Teraze เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง Belgrade และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมายให้อิสระท่านได้เก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร HOTEL ASTORIA หรือเทียบเท่า
8

Day 8

เบลเกรด-โมคร่า โกร่า-วิเซกราด- เมืองซะลาดิบอร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทโพลา (Topola) 

Openacc-Royal-Mausoleum

หลังจากนั้นนําท่านเข้าชม OPENACC ROYAL MAUSOLEUM หรือที่รู้จักในนามSt.George Church เดิมกษัตริย์ King Peter I แห่งยูโกสลาเวีย ได้มีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นโบสถ์ที่ใช้สําหรับฝังพระศพของกษัตริย์ ราชวงศ์ และจารึกชื่อขุนนางผู้รับใช้ราชวงศ์ อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยสงครามในแถบคาบสมุทรบอลข่าน และสงครามโลกครั้งที่ 1 ทําให้โบสถ์ดังกล่าวไม่สามารถดําเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์เดิมได้ โดยได้มีตกแต่งโมเสกประติดประต่อเป็นภาพภายในโบสถ์แทน นําท่านชมความงามภายในโบสถ์ที่ประดับด้วยโมเสก

Mokra Gora

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองโมคร่า โกร่า (Mokra Gora) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของภูเขา ซะลาติบอร์ที่มีความลาดเอียงของพื้นที่ แต่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมหลังจากที่ได้มีการก่อสร้างทางรถไฟที่เรียกว่า ซาร์กาน แปด ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่มีรถไฟวิ่งผ่านทิวทัศน์เสมือนหนึ่งมาจากฟากฟ้าที่เหมือนกับเลขแปด

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นั่งรถไฟเครื่องจักรไอน้ำ Sargan 8 Train

จากนั้นให้ท่านได้สัมผัส และนั่งรถไฟเครื่องจักรไอน้ำ Sargan 8 Train ชมวิวทิวทัศน์ ระยะทางประมาณ 15 กม.ผ่านอุโมงค์ 20 แห่ง กับสะพาน 10 แห่ง รางรถไฟนี้มีความกว้างของรางที่แคบที่สุดเพียง 760 มม./30นิ้วเท่านั้น ซึ่งเป็นรถไฟที่ได้มีการอนุรักษ์ และมีความสำคัญของในอดีตที่วิ่งจากซาราเจโวไปยังเมืองเบลเกรด และได้หยุดทำการในปี ค.ศ.1974 และในปี ค.ศ.1999-2003 ส่วนของซาร์กานก็ได้ถูกก่อสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับนักท่องเที่ยว

Drvengard Village

นำท่านออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านดระเวนกราด (Drvengard Village) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโมคร่า โกร่าและวิเซกราด ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นในลักษณะที่บ่งบอกในด้านวัฒนธรรม โดยผู้กำกับภาพยนตร์ อีเมียร คูสทูริค่า ที่สร้างขึ้นเพื่อภาพยนตร์ชื่อ Life is a Maracle

zlatibor serbia

นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซะลาติบอร์ (Zlatibor) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไดนาริค ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ เทือกเขานี้มีพื้นที่ประมาณ 300 ตร.กม. ซึ่งบริเวณแห่งนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ตที่พักตากอากาศอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายในหน้าร้อนที่มีระยะความยาวของวันนาน และจะมีหิมะปกคลุมตามยอดเขาในฤดูหนาว

  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร HOTEL YANTRA GRAND หรือเทียบเท่า
9

Day 9

เมืองซะลาดิบอร์-เบลเกรด
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า

นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงเบลเกรด (Belgrade) เป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเซอร์เบีย คาดว่ามีการตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 4,800 ก่อนคริสตกาล ที่ตั้งของเมืองก่อตั้งโดยพวกเคลต์ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ก่อนจะกลายมาเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโรมันแห่งซินกิดูนัม

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านชมความสวยงามของเขตเมืองเก่า ชม Tito’s grave เป็นสถานที่ระลึกถึงอดีตประธานาธิบดี ของยูโกสลาเวีย แวะชม จัตุรัส Teraze เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง Belgrade และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมายให้อิสระท่านได้เก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
    จากนั้นนำท่านสู่ย่านถนนคนเดินเล่นและช้อปปิ้งที่ย่านเก่าแก่ Knez Mihailova ของเมืองเบลเกรด
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม HOTEL NOVOTEL หรือเทียบเท่า
10

Day 10

เบลเกรด-โนวิซาด-เบลเกรด-เวียนนา
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนวิซาด (Novisad) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศเซอร์เบียที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เป็นศูนย์กลางด้าน วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศ  นำท่านเดินชมเมืองสวยริมแม่น้ำดานู้บ ที่มีพื้นที่เป็นถนนคนเดิน และสถานที่สำคัญต่างๆ มากมาย อาทิ โรงละครแห่งชาติ ศาลาว่าการเมืองอันงามสง่าในศิลปะแบบเรอเนสซองส์ อนุสาวรีย์อดีตนายกเทศมนตรีผู้โด่งดังผู้ต่อต้านอาณาจักรออตโตมันเติร์ก

  • ผ่านชมโบสถ์พระแม่ มาเรีย ศิลปะแบบนีโอโกธิค ,สถานที่พำนักของบิชอปในนิกายเซอร์เบียออร์ธอดอกซ์ที่งดงามด้วยศิลปะแบบเซอร์เบีย-ไบแซนไทน์ เชิญท่านเดินเล่นชมเมือง หรือช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 15.30 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบินฯ เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 18.20 น. Qเหิรฟ้าสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ OS736 (บริการเสิร์ฟอาหารว่างและพักผ่อนบนเครื่อง)
  • 19.40 น. เดินทางถึงสนามบินเวทชาร์ท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
  • 23.20 น. Q“เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยเที่ยวบินที่ OS025 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
11

Day 11

กรุงเทพฯ
  • 14.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
วันเดินทาง
21 – 31 มีนาคม 2562 13 - 23 เมษายน 2562 10 - 20 พฤษภาคม 2562 01-11 มิถุนายน 2562 15 - 25 กรกฎาคม 2562
สายการบิน

ทัวร์คาบสมุทรบอลข่าน 11 วัน (OS)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เวียนนา-ทีราน่า-เบลเกรด-เวียนนา-กรุงเทพฯ โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (ประเทศออสเตรีย) สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 13 วัน คิดเป็น 65 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 15 วัน คิดเป็น 45 ยูโร หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 40,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
21 – 31 มีนาคม 2562 13 - 23 เมษายน 2562 10 - 20 พฤษภาคม 2562 01-11 มิถุนายน 2562 15 - 25 กรกฎาคม 2562
สายการบิน
Macedonia City Square
zlatibor serbia
Drvengard Village
นั่งรถไฟเครื่องจักรไอน้ำ Sargan 8 Train
Mokra Gora
Openacc-Royal-Mausoleum
Tito’s grave
Kalemegdan
BELGRADE
Macedonia City Square
Porta Macedonia skopje
stone bridge skopje
Kale Fortress
SKOPJE
PRIZREN
PRIZREN
St.Jovan Kaneo Church
Ohrid Lake
OHRID
Skanderbeg Square
ปิรามิด้า (Piramida
Kruja Castle
KRUJA
TIRANA