วันเดินทาง
19 - 28 ตุลาคม 2561
สายการบิน


อาเซอร์ไบจาน-จอร์เจีย 10 วัน
ดินแดนแห่งเทือกเขาคอเคซัสอันยิ่งใหญ่

Land of the Caucasus Mountains

บาคู-แหลมอับเชรอน-โกบัสตาน-ทบิลิซี-เคคาตี้-กูดาอูรี่-คาซเบกี้-มอสเคต้า  กอรี-อับลีสต์ซีคห์

อาเซอร์ไบจาน เป็นดินแดนในจุดเชื่อมต่อของภูมิภาคยุโรปตะวันออกและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ อาเซอร์ไบจาน สืบเชื้อสายมาจากชนชาติเซลจุคเติร์กและชาวเปอร์เซียโบราณ สันนิษฐานว่าชื่อประเทศในปัจจุบันมาจากภาษาเปอร์เซียนโบราณที่แปลว่า ดินแดนแห่งไฟ เนื่องจากดินแดนแถบนี้มีทรัพยากรน้ำมันอุดมสมบูรณ์และเป็นศูนย์กลางศาสนาโซโรแอสเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มชนโบราณที่นับถือบูชาไฟ

จอร์เจีย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี และภาษาจอร์เจียก็เป็นหนึ่งในภาษาเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีการใช้อยู่ เมืองหลวงทบิลิซี ซึ่งมีอายุกว่า 1,500 ปี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่งดงามซึ่งถูกแบ่งโดยแม่น้ำมทควารี  ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของจอร์เจียถูกยึดครองโดยเปอร์เซีย อาหรับ เติร์กและมองโกล ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 18

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)
  • 23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 8 แถว Q
2

Day 2

อาบูดาบี-บาคู-อิเชรี เชเคอร์
  • 02.00 น. “เหิรฟ้าสู่อาบูดาบี” โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ EY407
  • 05.40 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • 10.10 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองบาคู” โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ EY297
  • 13.25 น. เดินทางมาถึงสนามบินเฮย์ดาร์ อลิเยฟ/เมืองบาคู ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองบาคู (Baku) เป็นเมืองหลวงของ อะเซอร์ไบจานที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบแคสเปียนบนคาบสมุทรเล็กๆ ที่มีชื่อว่า อับเซรอน ที่ยื่นออกไปในทะเลฯ ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน ย่านเมืองเก่าภายในกำแพงป้อม ถนนที่มีลักษณะโค้งและแคบ
    (อิชเชอร์ เชเคอร์) ตัวเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยโซเวียตและตัวเมืองในปัจจุบัน
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านไปเที่ยวชม อิเชรี เชเคอร์ (Icheri Shekher) หรือจะเรียกว่า เมืองเก่า (Old City/Inner City) ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองบาคูที่ไม่เหมือนกับที่แห่งใดๆ เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุง เป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีกำแพงป้อมล้อมรอบและรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอ
    คอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้าออกถึง 5 แห่งสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชีวาน และภายในมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ปราสาทและสุสานของราชวงศ์ชีวาน(ShivanDynasty Palace and Tomb) สุเหร่าดีวานข่าน(Divankhane Mosque) สุเหร่าและเสาหอคอยมินาเรต์ (Mosque and Minarets) ห้องอาบน้ำ (Bath) ที่พักของกองคาราวาน ตลาด (Market Place)และที่สำคัญ คือ หอคอยที่สวยงาม (Maiden Tower)
    นำท่านไปเที่ยวชม หอคอย ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เก่าแก่ของเมือง และหลากหลายด้วยโบราณสถานของสิ่งก่อสร้างและต่อไปด้วยตลาดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าต่างๆหลายอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่าทำมาจากยุคหิน และยังมีพรมที่ทำด้วยมืออันสวยงาม นอกจากนั้นยังมีศิลปะอันเก่าแก่และร้านอาหารที่เลิศรสที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    CENTRAL PARK HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3

บาคู-โกบัสตาน-แหลมอับเชรอน
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านไปเที่ยวชมโกบัสตาน (Gobustan Area) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ห่างจากเมืองบากูประมาณ 65 กม. เป็นบริเวณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการแกะสลักภาพบนหินของมนุษย์ที่งดงาม (Rock Petroglyphs) และนอกจากนั้นยังมีภูเขาโคลนที่มีรูปร่างเหมือนภูเขาไฟซึ่งมีโคลนสีดำพลุ่งขึ้นมาตลอดเวลา (Mud Volcanoes/Mud Domes) บริเวณแห่งนี้ได้เกิดขึ้นมานานมากประมาณแปดพันกว่าปีก่อนคริสตกาล มีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 100 ตร.กม.และในอดีตราวศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล คาดว่าเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าที่มีความสามารถแกะสลักภาพบนก้อนหินได้ ทำให้นักมานุษยวิทยาหลายท่านได้เดินทางเข้ามาศึกษาในระหว่างปี ค.ศ.1961-2002 พร้อมกับลงความเห็นพ้องต้องกันว่า พวกสแกนดิเนเวียนได้มีการเดินทางอพยพจากทางด้านเหนือ เข้ามายังที่บริเวณภูเขาคอเคซัสแห่งนี้ เพราะว่าภาพต่างๆที่เขียนออกมามีความคล้ายกันกับของพวกทางแถบนั้นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2007
    ให้ท่านได้ชมความสวยงามของภูเขาหินที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่างๆบนก้อนหิน (Rock Art Cultureal Landscape) เช่นภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ เรือ หมู่ดาวและสัตว์ต่างๆ ฯ
    ชมความแปลกประหลาดและสวยงามของภูเขาโคลนที่มีชื่อเสียง(Mud Domes) ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 700 แห่งภูเขาดินโคลนนี้เกิดจากของดินเหลวที่อยู่ใต้ดิน ก๊าซและน้ำที่ร้อนเมื่อถูกผสมรวมกัน ก็จะมีการพลุ่งขึ้นมาบนพื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงาม บางแห่งจะมีรูปทรงที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอก ศูนย์ไฮดา อาลิเยฟ (H. Aliyev Center) ออกแบบสถาปนิกชื่อ ซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) อาคารหลังนี้ถูกออกแบบให้ลักษณะเหมือนคลื่นจากทะเลค่อยสูงถึงท้องฟ้า และทำให้ซาฮาได้รับการยอมรับจากสถาปนิกทั่วโลกและยังได้รับรางวัลจาก Pritzker Architecture Prize และรางวัล Design of the Year award อีกด้วย แวะถ่ายรูป จัตุรัสธงประจำชาติ (National Flag Square) ออกแบบโดย เดวิด แชมเบอร์ (David Chambers) สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 2010 มีความสูงประมาณ 162 เมตร และว่ากันว่าเป็นเสาธงที่สูงที่สุดในโลก ถ่ายรูปคริสตัลฮอล์ (Crystal Hall) เป็นอาคารรูปร่างโดดเด่นและสวยงามอีกหลัง สร้างขึ้นในปี 2011 และเป็นอีกอาคารที่แสดงให้เห็นความสมัยใหม่ของอาเซอร์ไบจาน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    CENTRAL PARK HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4

บาคู-ยูนาร์แด็ก-พิพิธภัณฑ์อาเซอร์ไบจาน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    นำท่านเดินทางต่อไปยังบริเวณแหลมอับเชรอน ซึ่งเป็นที่มีไฟติดอยู่ตลอดมา ยูนาร์แด๊ก (Yunar Dag) หรือได้ชื่อว่าภูเขาแห่งไฟ (Fire Mountain) สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นมาแต่โบราณกาล ที่มีเปลวไฟเกิดจากก๊าซที่ลุกไหม้ต่อเนื่องกันนาน จนเป็นที่รู้จักกันดี และได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไฟ(Land of Fire) นักธรณีวิทยาได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การพุ่งของก๊าซ (Gas-Oil Volcanoes)
    ให้ท่านได้ชมความแปลกประหลาดกับเปลวไฟที่ติดอยู่และเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ตลอดเวลา ซึ่งบางแห่งจะพวยพลุ่งออกมาประมาณ 10 ฟุต ไฟซึ่งเกิดจากก๊าซใต้ดินซึมผ่านชั้นของหินทรายที่เป็นรูพลุ่งขึ้นมาเหนือพื้นดินและติดไฟได้ และที่สำคัญที่สุดได้แสดงให้เห็นแล้วว่า อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติอย่างมากมาย
    นำท่านไปชมอะเทสห์กาห์ของบากู (Ateshgah of Baku) หรือที่มีความหมายถึง วิหารแห่ง ไฟ (Fire Temple) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองบากูประมาณ 30 กม.ทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านซูราคานี เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นใช้สำหรับพิธีการทางศาสนา ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมและมีกระถางไฟอยู่ตรงกลาง และบริเวณรอบๆ ด้านนอกมี่ห้อง 26 ห้องถูกสร้างเป็นที่พักอาศัยของพวกพระ ถูกสร้างขึ้นในขณะที่ศาสนาโซโรแอสเตอร์กำลังเริ่มต้นและมีความรุ่งเรืองในเวลาต่อมา และพวกอินเดียได้เข้ามาระหว่างศตวรรษที่17-18 และต่อมาถูกทิ้งให้ร้างจนกระทั่งปี ค.ศ.1883 เมื่อบริเวณเมืองนี้ได้ขุดพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และต่อมาก็ได้ถูกทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1975

  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติอาเซอร์ไบจาน ( National Museum of History of Azerbaijan) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอาเซอร์ไบจาน ปัจจุบันมีการเก็บรวมรวมข้อมูลที่จัดแสดง กว่า 300,000 กว่ารายการ จากนั้นชมพิพิธภัณฑ์พรหม (Carpet Museum) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1967 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิธีการทอ และวัสดุต่างๆ ที่ใช้การทอ รวมถึงเป็นที่จัดแสดงพรหมที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอาเซอร์ไบจานอีกด้วย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    CENTRAL PARK HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5

กรุงทบิลิซี-นาริคาล่า-เมเตห์คี-กรุงทบิลิซี
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบินฯ เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 09.30 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองทบิลิซี” โดยสายการบินอาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ J29223
  • 10.40 น. เดินทางมาถึงสนามบินทบิลิซี/กรุงทบิลิซี ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากรเมืองทบิลิซี เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือ เรียกว่าแม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น กรุงทบิลิซิมีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม.และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดยวาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali)กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นใน คริสตศตวรรษที่ 4 นอกจากนั้นเมืองทบิลิซิเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านชมป้อมปราการ ซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึง รูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปี ค.ศ.1089-1125)ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา(Narin Qala) ซึ่งมีความหมายถึง ป้อมอันเล็ก(Little Fortress) และต่อมาบางส่วนก็ได้พังทลายลงเพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป
    นำท่านไปชมโบสถ์เมเตห์คี (Metekhi Church) เป็นโบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมทวารี เป็นโบสถ์หนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ต่อมาในปี ค.ศ. 1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ้นต์ เดมิท รีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออร์โธด๊อก ต่อมาได้ถูกทำลาย และได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปีค.ศ.1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและก็ได้สร้างขึ้นใหม่อีก
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6

กรุงทบิลิซี-กอรี-อัพลิสต์ซิคห์-ทบิลิซี
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 70 กม. กอรี เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองกอรี ที่ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้าตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคอมมิวนิสต์โซเวียต และอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (Uplistsikhe) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าได้ถูกสร้างขึ้นในราวพันปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวางให้ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลางและส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทอง เครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคส์และการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยัง กรุงทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
    ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7

กรุงทบิลิซี-มอสเคต้า-กรุงทบิลิซี
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองมอสเคต้า (Mtskheta) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมอสเคต้าและเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 นำท่านไปชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธ ด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ามิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 นำท่านไปชม วิหารสเวติสโคเวลี (Sveti Tskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมตสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยัง กรุงทบิลิซี
  • บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านไปยัง ถนนชาร์เดนี (Shardeni Street) ซึ่งเป็นถนนคนเดิน สองข้างทางจะเต็มไปด้วยแบบร้านค้าที่เป็นห้องแถวยาวๆ และมีร้านขายกาแฟ ค้าขายสินค้าที่ระลึกต่างๆ รวมถึงงานศิลปกรรมที่ผลิตด้วยมือนอกจากนี้ยังมีพวกเสื้อผ้าแบบแฟชั่นที่มีชื่อเสียง ให้ท่านได้สัมผัสกับคนเดินเลือกซื้อสินค้า ชมสินค้าที่เนืองแน่นไปด้วยธุรกิจที่ยุ่งเหยิงเกี่ยวกับการค้าขายสินค้าต่างๆ ของถนนแห่งนี้ นำท่านแวะชม The Bridge of Peace สะพานคนเดินสไตล์โมเดริ์นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2010 โดยใช้เหล็กและกระจกใสสร้างข้ามแม่น้ำมตควารี เพื่อเชื่อมฝั่งเมื่อเก่าและเมืองใหม่ของทบิลิซี มีความยาวประมาณ 150 เมตร ซึ่งสะพานแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของทบิลิซียุคใหม่ จากนั้นนำท่านไปเดินเที่ยวชม ถนนรุสทาเวลี (Rustaveli) ซึ่งเป็นถนนใหญ่ของเมืองที่มีชื่อเสียงและกลิ่นไอแบบยุโรป และอาคารที่ถูกสร้างขึ้นที่มีรูปร่างลักษณะใหญ่โตแข็งแรง และยังเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย และตามบริเวณทางเท้ายังเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายของที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลายให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8

กรุงทบิลิซี-อนานูรี-คาซเบกี-ทบิลิซี
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของเมืองหลวงที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ตัวเมืองได้ถูกทำลายและก็ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่เป็นอยู่แบบนี้เกือบ 30 ครั้งด้วยกันจากการถูกยึดครองโดยเปอร์เซีย อาหรับ เติร์ก มองโกลและในที่สุดก็เป็นพวกรัสเซียประชากรของเมืองนี้มีความหลากหลาย เนื่องจากทบิลิซิเป็นที่อยู่ของผู้คนต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนาและต่างชาติพันธุ์มาช้านาน แม้ว่าชาวทบิลิซีส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสนิกายอีสเทิร์นออร์โธด๊อกซ์ แต่เมืองนี้ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในโลกนี้ ที่มีสุเหร่ายิวและสุเหร่ามุสลิมตั้งอยู่ถัดจากกัน และยังมีโบสถ์เมเตคี ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรนำท่านออกเดินทางไปตามทางหลวงที่สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับใช้ในด้านการทหาร (Georgian Military Highway) ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตในสมัยที่จอร์เจียตกอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับใช้เป็นเส้นทางมายังภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นถนนเส้นทางเดียวที่จะนำท่านเดินทางสู่เทือกเขาคอเคซัสใหญ่ (Greater Caucasus) ที่มีความยาวประมาณ1,100 กม.ที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและอ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย นำท่านออกเดินทางต่อไปโดยวิ่งไปตามหุบเขาที่อยู่บนสองฝากฝั่งของแม่น้ำอรักวี และไปยัง เมืองกูดาอูรี (Gudauri) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังคาซเบกี (Kazbegi) ซึ่งเป็นชื่อเมืองอันดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพ้านท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อก ชื่อ สเตฟานได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ- 5 องศาฯ ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุด นำท่านไปชมความสวยงามโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี ที่อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้ (การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะมีปัญหาได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด) ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
9

Day 9

กรุงทบิลิซี-บาคู
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวเดินทาง
  • 11.50 น. “เหิรฟ้าสู่บาคู” โดยสายการบินอาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ J29224
  • 13.00 น. เดินทางถึงสนามบินเฮย์ดาร์ อลิเยฟ เมืองบาคู
  • 16.30 น. “เหิรฟ้าสู่อาบูดาบี” โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ EY298
  • 05.40 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • 21.35 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ EY402
10

Day 10

กรุงเทพฯ / สุวรรณภูมิ
  • 07.10 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ

 

วันเดินทาง
19 - 28 ตุลาคม 2561
สายการบิน

Azerbaijan อาเซอร์ไบจาน-จอร์เจีย 10 วัน 2018 (EY)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อาบูดาบี-บาคู-อาบูดาบี-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์
ค่าตั๋วเครื่องบินไป บาคู-ทบิลิซี-บาคู โดยสายการบินอาเซอร์ไบจาน แอร์ไลน์ (J2)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
-รถโค้ชปรับอากาศในเดลี และรถจิ๊ป (ไม่ปรับอากาศ) ในเลห์ คันละ 4 ท่าน เท่านั้น
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น ประเทศกรีซ สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 40 ดอลลาร์
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 30 ดอลลาร์
(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (EY : 30 กก./1ใบ/ท่าน) // ( J2 : 23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
19 - 28 ตุลาคม 2561
สายการบิน