8 เหตุผลที่คุณควรไปจอร์แดน อารยธรรมโบราณกลางทะเลทราย

“จอร์แดน” (Jordan) เป็นประเทศแถบตะวันออกกลางที่หลายคนอาจเพียงแค่เคยได้ยินชื่อ แต่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตั้งอยู่ตรงไหน จริงๆแล้วจอร์แดนตั้งอยู่ข้างๆประเทศอิสราเอลและซาอุดิอาราเบีย

อย่างที่เรารู้กันดีว่าดินแดนแถบตะวันออกกลางเต็มไปด้วยทะเลทราย ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นเคยนัก และฟังดูแล้วไม่ค่อยน่าไปเที่ยวเท่าไรนัก แต่ในความเป็นจริงนั้น จอร์แดนถือเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแนวธรรมชาติและอารยธรรมโบราณ และในวันนี้เราจึงรวบรวม 7 เหตุผลที่อยากให้คุณรู้จักและสนใจประเทศ จอร์แดน เป็นเป้าหมายในการท่องเที่ยว

1. Petra หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

สัญลักษณ์แห่งประเทศจอร์แดนย่อมเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก “เพตรา” (Petra) เมืองในหุบเขากลางทะเลทราย ที่สลักเนื้อหินเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่สมัยสองพันปีก่อน เพตรา ถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

เมืองเพตราถูกสร้างขึ้นโดยชาวนาบาเทียน ราว 300 ปี ก่อนคริสตกาล อาณาจักแห่งนี้ยอมอ่อนน้อมต่อจักรวรรดิโรมัน และถูกใช้เป็นจุดแวะพักของขบวนพ่อค้าคาราวานในทะเลทรายแถบนี้

เพตราตั้งอยู่ในทะเลทรายทางใต้ของประเทศจอร์แดน ห่างจากเมืองหลวงกรุงอัมมานไปพอสมควร แต่ถ้าจะไปจอร์แดนแล้วก็ต้องมาให้ถึงเพตรา ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ อลังการ นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าผ่านตรอกผาเล็กๆที่กว้างแค่รถม้าวิ่งสวนกันได้ ก่อนจะเข้าไปสัมผัส “เมืองโบราณ” ท่สร้างอยู่ในหุบเขาและเป็นการเจาะหินเข้าไปเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยทั้งหมด

2.สัมผัสประสบการณ์ “ทะเลทราย” ของแท้

จอร์แดนเป็นดินแดนทะเลทรายแทบทั้งประเทศ ระหว่างทางเต็มไปด้วยเนินทรายสุดลูกหูลูกตา ทะเลทรายหลายแห่งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่น่าจดจำ เช่น ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) ที่เต็มไปด้วยเทือกเขาหิน และมีประวัติเคยเป็นฐานบัญชาการศึกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ลอร์เรนซ์แห่งอาระเบีย นายทหารชาวอังกฤษผูกมิตรกับชาวเผ่าเร่ร่อนเพื่อปลดแอกอำนาจของออตโตมัน นอกจากทะเลทรายวาดิรัมแล้ว ไม่ไกลจากนครหลวงอัมมาน ยังมีกลุ่มป้อมปราการกลางทะเลทราย ที่สร้างเป็นจุดแวะพักของขบวนสินค้า หรือโรงอาบน้ำโบราณในอดีตให้ศึกษาด้วย

ถึงแม้จะเป็นทะเลทราย แต่อุณหภูมิไม่สูงอย่างที่คิดนะ อุณหภูมิสูงสุดในช่วงหน้าร้อนเฉลี่ยอยู่ที่ 32-35 องศา และช่วงฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20 องศาเท่านั้น ส่วนเรื่องฝนนั้นเป็นเรื่องที่หายากมาก เพราะหนึ่งปีนั้น ฝนจะตกประมาณสิบวันเท่านั้นเอง

3.ลอยคอใน Dead Sea ทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก

“ทะเลสาบเดดซี” (Dead Sea) นั้นมีความเข้มข้นของเกลือสูงจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และมนุษย์สามารถไปลอยตัวในน้ำได้โดยไม่จม ถ้าเราได้ไปจอร์แดน นี่คืออีกประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาจากที่อื่นไม่ได้อีแล้ว

4.ตามรอยโมเสส (Moses) และตำนานในคัมภีร์ไบเบิล

จอร์แดนเป็นประเทศอารยธรรมเก่าแก่หลายพันปี และดินแดนแถบนี้ในอดีตเป็นที่อยู่ของชาวยิว ซึ่งตำนานของชาวยิวและชาวคริสต์จากพระคัมภีร์ไบเบิลก็มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจอร์แดนด้วย รวมถึงภูเขาเนโบ ที่ซึ่งว่ากันว่า เป็นจุดที่โมเสส (Moses) ผู้น้ำชาวยิวที่แหวกทะเลแดงหนีชาวอียิปต์ตามตำนานพระคัมภีร์เก่า เดินทางมาเสียชีวิตที่นี่

5.สารพัดอารยธรรมโบราณ : ยิว กรีก โรมัน อาหรับ อิสลาม ออตโตมัน

ดินแดนของจอร์แดนถูกปกครองโดยจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นชาวยิวที่แถบอิสราเอล อิทธิพลของกรีก-โรมัน รวมถึงจักรวรรดิมุสลิมหลายเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่อาหรับ อียิปต์ ออตโตมัน แถมยังอยู่ภายใต้อิทธิพลชาวมองโกลอยู่ช่วงหนึ่งด้วย ทำให้ประเทศจอร์แดนเต็มไปด้วยซากอารยธรรมโบราณจำนวนมาก และหลายแห่งยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น เมืองเจราช (JERASH) เมืองโบราณยุคกรีก-โรมัน ถูกสร้างขึ้นราว 200 ปี ก่อนคริสตศักราช อดีตเคยเป็นหนึ่งในสิบของหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน ซากปรักหักพังที่ยังคงมีกลิ่นไอของความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมัน และมี ความสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง

6.ล่องทะเลแดง (Red Sea) จุดแบ่งเอเชียกับแอฟริกา

ทะเล ที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือประเทศจอร์แดน อิสราเอล อียิปต์ และซาอุดิอาระเบีย ทะเลแดงทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ครั้งหนึ่งได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่า ทะเลแห่งนี้ เป็นสถานที่โมเสสได้ทำ อัศจรรย์แหวกทะเลแดงพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของ อียิปต์เพื่อเดินทางไปสู่แผ่น ดินแห่งพันธะสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับ ชาวอิสราเอล โดยการชูไม้เท้าของโมเสส

7.ประเทศสงบ ปลอดภัย ไม่มีสงคราม

ผู้ที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศอาจหวั่นใจกับการเดินทางไปเที่ยวตะวันออกกลาง เพราะเต็มไปด้วยการก่อการร้าย การปฏิวัติ การเดินขบวน และสงครามกลางเมือง จนรู้สึกว่าอาจไม่ปลอดภัยถ้าต้องเดินทางไปเยือนประเทศแถบนี้

แต่ “จอร์แดน” กลับเป็นประเทศที่สงบสันติอย่างไม่น่าเชื่อ ในอดีตจอร์แดนเคยทำสงครามอิสลาเอล แต่เจรจาสันติภาพกันแล้วตั้งแต่ปี 1994 จนกลายเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ส่วนเหตุการณ์ประท้วงและก่อสงครามประเทศเพื่อนบ้านนั้นไม่ได้ข้ามพรมแดนมา และเจอปฏิบัติการตอบโต้จากกองทัพจอร์แดน โดยการปฏิบัติการณ์ตอบโต้ต่างๆนั้นก็เกิดในพื้นที่นอกประเทศจอร์แดนทั้งหมด ทำให้จอร์แดนนั้นแทบจะไม่มีสงครามภายในประเทศและมีความสงบสุข

8.อาหารอร่อยเรื่องปิ้งย่าง

แน่นอนว่าจอร์แดนเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม อาหารย่อมไม่มีส่วนผสมของเนื้อหมู อาหารส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์อย่างไก่ วัว แกะ ไม่ค่อยมีปลาสักเท่าไหร่ อาหารเด่นของประเทศจอร์แดนคือเนื้อปิ้งย่าง มีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบทั้งไก่ วัว แกะ บาร์บีคิว ใครชอบอาหารแนวนี้รับรองเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!!

 

นี่คือ 8 เหตุผลที่เราควรไปประเทศจอร์แดน จะเห็นได้ว่าประเทศจอร์แดนนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวแปลกตามากมาย สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และสามารถท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย ไม่มีปัญหาอย่างที่หลายคนคิด รวมไปถึงสภาพอากาศที่ไม่ร้อนเกินไปและไม่หนาวเกินไป อาหารการกินที่อร่อยและถูกปาก ทำให้ประเทศจอร์แดนเป็นประเทศที่น่าสนใจและตอบโจทย์กับหลายๆคนจ้า

Reated post:

reated-img
“สกุลเงิน” ของประเทศต่างๆ
reated-img
8 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวประเทศตุรกี แดนสวรรค์ต้องมนต์
reated-img
อียิปต์ ประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ ที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ลึกลับ สัมผัส 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

About Author

client-photo-1
gtt-admin