6 วิธีขึ้นรถไฟญี่ปุ่น

ป้ายในสถานีรถไฟญี่ปุ่นจะเขียนบอกทางไว้ 4 ภาษาคือภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน และเกาหลี ซึ่งคนที่เข้าใจภาษาใดภาษาหนึ่งในนี้คงจะไม่มีปัญหา แต่บางทีก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้าใจยาก หรือมารยาทบางอย่างที่ควรใส่ใจ คราวนี้เลยสรุปวิธีขึ้นรถไฟแบบง่ายๆ 6 ข้อมาให้ดู ใครกำลังจะไปญี่ปุ่น ลองอ่านไว้จะได้เดินทางได้อย่างความสบายใจ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ train japan

1. ประเภทของรถไฟ

ญี่ปุ่นแบ่งประเภทของรถไฟไว้คร่าวๆ ตามนี้ ตั้งแต่ช้าที่สุดไปจนถึงเร็วที่สุด
普通 = Local จะเป็นรถไฟที่จอดทุกป้าย
快速 = Rapid คันนี้จะข้ามบางสถานี แต่ก็ไม่ได้เร็วกว่า local เท่าไหร่นัก
急行 = Express คันนี้ก็จะด่วนขึ้นไปอีกนิดนึง จอดน้อยสถานีกว่า Rapid
特急 = Limited Express คันนี้มักจะจอดแต่สถานีใหญ่ๆ และมักจะเป็นเส้นที่วิ่งออกนอกเมือง บางทีก็จะต้องมีการจ่ายค่าโดยสารเพิ่ม
新幹線 = Shinkansen ด่วนสุดๆ โดยจะต้องจ่ายเงินค่าโดยสารเพิ่ม และมีประตูทางเข้าและตั๋วแบบเฉพาะ

2. ประเภทของตู้โดยสาร

ถ้าเป็นรถไฟทั่วๆ ไปก็จะไม่ได้แบ่งอะไร แต่บางคันจะมีให้เลือกระหว่าง Ordinary และ Green ซึ่ง Green จะเป็นรถดีแบบ first class ซึ่งจะหลีกเลี่ยงการเบียดเสียดกันในรถไฟด้ด้วย ซึ่งจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกประมาณ 30-50% ของค่าตั๋วธรรมดา นอกจากนี้ ถ้าเป็นรถไฟ Shinkansen ก็จะแบ่งที่นั่งออกเป็น non-reserved และ reserved อีก ซึ่ง non-reserved ก็จะต้องไปแย่งที่นั่งกันเอาเอง

3. การซื้อตั๋ว

เริ่มแรกก็จะต้องหาชื่อสถานีที่ต้องการไปก่อน โดยปกติแล้วจะจะมีราคาเขียนเอาไว้ใต้ชื่อสถานี ก็หยอดเงินตามจำนาน ซึ่งสามารถใช้แบงค์และเหรียญได้ (ยกเว้นเหรียญ 5 เยนและเหรียญ 1 เยน) บางสถานีเล็กๆ ก็จะเขียนชื่อสถานีเอาไว้เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่าอย่างเดียว ฉะนั้นสามารถไปซื้อตั๋วโดยตรงที่นายสถานีได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าไปในเขตที่สามารถใช้ IC Card อย่าง Pasmo หรือ Suica ได้ก็ใช้ IC Card เลยดีกว่า สะดวกสบาย

4. การเข้าเกทรถไฟ

ปกติช่องเสียบบัตรโดยสารจะอยู่ขวามือของทางเข้า ก่อนเข้าเกทให้เสียบบัตรโดยสารก่อน แล้วประตูจะเปิด ถ้าประตูไม่เปิดและไฟที่ช่องเสียบบัตรเป็นสีแดง ให้ถอยออกมาและใ้ห้คนข้างหลังผ่านไปก่อน ค่อยออกมาเช็คนอกเกทว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัตรเรา โดยเฉพาะถ้าเป็น IC Card บางทีเงินในบัตรมีไม่พอ ก็ให้ออกมาเติม พยายามอย่ายืนปิดทางเข้าเกทนะ บางทีคนข้างหลังมาแบบรีบๆ อาจจะโดนชนก็ได้

5. ชานชาลา

พอไปที่ชานชาลาแล้วให้มองหาป้ายบอกทิศทางที่จะไป ว่าสถานีที่เราไปอยู่ที่ทิศไหน โดยป้ายจะบอกสถานีใหญ่ๆ ในทิศทางที่รถไฟจะไป ที่ชานชาลาจะมีเส้นเหลืองอยู่ พยายามอย่าล้ำเข้าไปที่เส้นเหลือง และอย่าวิ่งเข้ารถไฟ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วจะเดือดร้อนกันไปทั้งขบวนเลยทีเดียว นอกจากนี้ต้องต่อแถวในการขึ้นรถไฟ และต้องเปิดทางให้คนในรถไฟลงก่อนเสมอ

6. ลงจากรถไฟและออกจากสถานี

ถ้าเราไม่ได้จ่ายค่ารถไฟที่ถูกต้อง (โดยเฉพาะตอนที่จ่ายขาด) เราจะไม่สามารถออกจากสถานีรถไฟได้ แต่ปกติแล้วบริเวณก่อนทางออกจะมีจุดให้เติมเงิน ซึ่งแค่เสียบบัตรเข้าไป เครื่องก็จะบอกว่าเราขาดไปกี่เยน เติมเงินแล้วเครื่องก็จะออกตั๋วใหม่มาให้ ง่ายมาก นอกจากนี้ยังสามารถเติมเงินใน IC Card ได้ด้วยเครื่องเหล่านี้เช่นกัน ถ้าสถานีเล็กๆ ไม่มีตู้เติม ก็สามารถไปปรับราคาที่นายสถานีได้

– www.japan-guide.com (อังกฤษ)

Reated post:

reated-img
ภาพสถาปัตยกรรมระดับโลก จากสถานีรถไฟใต้ดิน แห่งทาชเคนต์
reated-img
มหาวิหารเซนต์สตีเฟน(St.Stephens Cathedral) ความงดงามแห่งกรุงเวียนนา
reated-img
Geghard Monastery วิหารที่สร้างด้วยมือทั้งวิหารกว่า 40 ปี

About Author

client-photo-1
gtt-admin