วันเดินทาง
26 ธันวาคม 2560 – 4 มกราคม 2561
สายการบิน


10 วัน ล่องเรือแม่น้ำไรน์ ฉลองเทศกาลปีใหม่ (OS) New Year

  • (X’Mas & New Year 2019 Rhine Cruise)
  • เรือ DCS ALEMANNIA(ห้องพักหน้าต่างพาโนรามา Panorama View Cabin)

ดุสเซลดอร์ฟ – โคเบลนซ์ – มันไฮม์ – สทราซ์บูร์ก – ชไปเออร์ – ไมนทซ์ – ปอปปาร์ด – บอนน์ – โคโลญจน์

1

Day 1: Departure

26 ธ.ค. 2560 : กรุงเทพมหานคร
  • 21.00 น. พบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอินสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ส แถว G (Row G) ประตูทางเข้าที่ 4  อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4  สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 23.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ส โดยเที่ยวบิน OS 26 (ใช้เวลาบินประมาณ 11.30 ชั่วโมง) โดยสายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า
2

Day 2

27 ธ.ค. 2560 : เวียนนา – ดุสเซลดอร์ฟ – พิพิธภัณธ์เกอเธ่ – ปราสาทเบนเรทท์ – เชคอินลงเรือ
  • 05.25 น. เดินทางถึงสนามบินเวียนนา (VIE) ประเทศออสเตรีย
  • 07.05 น.  ออกเดินทางจากสนามบินเวียนนา (VIE) สู่สนามบิน ดุสเซลดอร์ฟ (DUS) โดยเที่ยวบิน OS151 (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง)
  • 08.45 น. เดินทางถึงสนามบินดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง (ข้าวเหนียวหมูทอดมหัศจรรย์)นำท่านเที่ยวชมเมืองดุสเซลดอร์ฟ (Dusseldorf) เมืองสมัยใหม่ของประเทศเยอรมันนี แต่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม และเทศกาลต่างๆมากมายที่ยังคงรักษาไว้ในภูมิภาค เมืองนี้มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ สวยงาม และประวัติความเป็นมาที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของยอดเขา Ratinger ความวิจิตรตระการตาของ ปราสาทเอลเลอร์ (Eller) และ ปราสาทเจคเกอร์ฮอฟ (Jagerhof) รวมถึง ศาลาว่าการเมือง (City hall) ที่โด่งดังของเมือง นำท่านเข้าชมปราสาทเจคเกอร์ฮอฟ (Jagerhof) ซึ่งเป็นปราสาทเก่าที่ได้มีการวางแผนก่อสร้างในปี 1748 เดิมสร้างขึ้นให้กับ Johann Josef Couven แต่ปราสาทแห่งนี้ก็มิได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จนกระทั่งในปี 1796 ปราสาทแห่งนี้ถูกยึดและถูกทำลายโดยกองทัพเพื่อการปฎิวัติ (Revolutionary troops) อย่างไรก็ดีในปี 1811 กองทัพนโปเลียนได้บูรณะปราสาทแห่งนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้เป็นที่พำนักของนโปเลียนในครั้งเสด็จเมืองดุสเซลดอร์ฟ นอกจากนี้ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณธ์ เกอเธ่ (Goethe Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บศิลปะและประติมากรรมชิ้นเอก ของศิลปินระดับโลกอย่างเกอเธ่ นำท่านชมผลงานชิ้นเอกหลากชิ้นของเกอเธ่ หรือท่านจะเลือกเก็บภาพความงามของปราสาทโบราณ อิสระให้ท่านเก็บภาพตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตคารท้องถิ่น (เมนูขาหมูเยอรมัน)นำท่านเข้าชมปราสาทเบนเรทท์ (Castle Benrath) เป็นปราสาทที่สร้างในแบบศิลปะบาโรค สร้างขึ้นโดยชาร์ลส ทิโอดอร์ (Elector Palatine Charles Theodor) ในปี 1755 และสร้างเสร็จในปี 1770 ซึ่งปราสาทแห่งนี้ได้รับการเสนอชื่อให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco World Heritage Site) เช่นเดียวกัน นำท่านเข้าชมความงามของปราสาทแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันตึกทั้งปีกซ้ายและปีกขวาของปราสาทได้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์สวนยุโรป และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติอีกด้วย อิสระให้ท่านได้ชมสวนสวยที่สร้างรายรอบปราสาทเก่าแห่งนี้
  • 17.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเมืองดุสเซลดอร์ฟ เพื่อเชคอินลงเรือสำราญ DCS Alemanniaอิสระให้ท่านได้พักผ่อนบนเรือสำราญที่จะนำท่านสัมผัสประสบการณ์การล่องเรือแม่น้ำไรน์ ลัดเลาะไปตามริมชายฝั่งแม่น้ำสองข้างทาง สัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ กับการเดินทางที่จะทำให้ท่านได้เห็นทัศนียภาพสองข้าง ทั้งบ้านเรือนและธรรมชาติตลอดเส้นแม่น้ำไรน์ โดยเริ่มจากเมืองดุสเซลดอร์ฟแห่งนี้
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ภายในเรือสำราญหลังอาหารค่ำอิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายอิริยาบถ ภายในห้องคลับเลาจน์ที่ทางเรือมีจัดให้บริการ
  • 23.30 น. เรือสำราญ DCS Alemannia ออกเดินทางจากเมืองดุสเซลดอร์ฟ มุ่งหน้าสู่เมืองโคเบลนซ์
3

Day 3

28 ธ.ค. 2560 : โคเบลนซ์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ เรือสำราญล่องผ่านหมู่บ้านเล็กๆซึ่งท่านสามารถชื่นชมธรรมชาติ วิวทิวทัศน์อันแปลกตา สองฝั่งริมน้ำไรน์ ท่านสามารถชมวิวบนชั้นดาดฟ้าของเรือ หรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ที่ทางเรือมีบริการ อิสระให้ท่านได้พักผ่อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติอันสวยงามแห่งแม่น้ำไรน์ตอนบน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันภายในเรือสำราญ
  • 14.00 น. เรือสำราญเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองโคเบลนซ์นำท่านเข้าชมปราสาท Stolzenfels (Stolzenfels Castle) อีกหนึ่งปราสาทเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 โดยทั่วไปสร้างขึ้นเพื่อกำหนดกฎหมาย สำหรับสินค้าที่มีการหยุดและการจ่ายเงินค่าผ่านทางแม่นํ้าไรน์ ต่อมาถูกครอบครองโดยกองทหารฝรั่งเศสและสวีเดนในสงครามสามสิบปี และสุดท้ายในปี1689 ถูกทำลายโดยชาวฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่เก้าปีของ 150 ปี ในปี 1815 ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดย William IV of Prussia และเป็นที่จัดการแสดงรวบรวมเราะแล้วอาวุธเก่าแก่ที่น่าสนใจ ได้เวลานำท่านเดินเล่นภายในเมืองโคเบลนซ์ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากและเก็บภาพบรรยากาศเมืองเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ได้เวลานำท่านเที่ยวเมืองโคเบลนซ์ (Koblenz) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศเยอรมนี โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในเขตรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ (Rheinland-Pfalz) หรือ ไรน์แลนด์-พาลาทิเนต (Rhineland-Palatinate) รัฐที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเทือกเขาซีเฟอร์เกเบียร์เก อีกหนึ่งดินแดนของเยอรมนีที่ถูกห้อมล้อมด้วยนิยายปรัมปราอันน่าหลงใหล สำหรับเมืองโคเบลนซ์ เป็นเมืองโบราณที่ถูกสร้างขึ้น 8 ปีก่อนคริสตกาล โดยจักรพรรดินีโร หรือที่รู้จักในชื่อ นีโรจอมโหด ซึ่ง มีชื่อเต็มใหม่ ว่า นีโร คลอดิอุส ซีซาร์ ดรุสซุส (Nero Claudius Caesar Drusus) สำหรับตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำซึ่งเป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำ 2 สาย คือแม่โมเซล (Moselle River) และแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ซึ่งต่อมาในปี 1992 เมืองโคเบลนซ์ได้ฉลองครบรอบอายุ 2000 ปีของเมืองอีกด้วย
  • 19.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่เรือสำราญ
  • 20.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือโคเบลนซ์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมืองมันไฮม์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ภายในเรือสำราญ
4

Day 4

29 ธ.ค. 2560 : เมืองมันไฮม์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญเรือสำราญล่องผ่านหมู่บ้านเล็กๆซึ่งท่านสามารถชื่นชมธรรมชาติ วิวทิวทัศน์อันแปลกตา สองฝั่งริมน้ำไรน์ ท่านสามารถชมวิวบนชั้นดาดฟ้าของเรือ หรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ที่ทางเรือมีบริการ อิสระให้ท่านได้พักผ่อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติอันสวยงามแห่งแม่น้ำไรน์ตอนบน
  • เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันภายในเรือสำราญ
  • 12.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองมันไฮม์นำท่านเที่ยวชมเมืองมันไฮม์ (Mannheim) เป็นเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี มีประชากรราว 315,000 คน เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก รองจากเมืองหลวงของรัฐเมืองชตุทท์การ์ท เมืองตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำไรน์ที่จุดบรรจบกับแม่น้ำเนคคาร์ เป็นเมืองแห่งมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำไรน์และแม่น้ำ Neckar ซึ่งมีทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศิลปะที่ดีที่สุดของเยอรมัน และหนึ่งในสวนที่สวยที่สุดของโลก เมืองมันไฮม์ไม่เหมือนกับเมืองทั่วๆ ไปของประเทศเยอรมนี เนื่องจากผังเมืองที่มีลักษณะเป็นตาราง จึงได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองกระดานหมากรุก” นำท่านเข้าชมพระราชวังมัมไฮม์ (Mannheim Palace) พระราชวังสไตล์บาโรกสมัยศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ตื่นตากับการตกแต่งภายในสุดอลังการ เดินไปในโถงเดียวกับที่โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท เคยเดินมาก่อน จากนั้นนำท่านชมเมืองและเดินทางสู่ถนนช้อปปิ้งสายหลักอย่าง Planken ที่จะได้พบร้านค้าต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงร้านสินค้าแบรนด์ดีไซเนอร์และร้านเสื้อผ้าชั้นนำ นอกจากนี้ยังมี The Turkish Quarter เป็นสุดยอดแหล่งต่อรองซื้อขายสินค้า เช่นชุดแต่งงานราคาลดพิเศษ รวมไปถึงร้านเบเกอรี่ที่มีขนมปังตุรกี เค้ก และคุกกี้รสเลิศ
  • 18.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่เรือสำราญ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 19.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือเมืองมันไฮม์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมืองสทราซ์บูร์กหลังอาหารค่ำอิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายอิริยาบถ ภายในห้องคลับเลาจน์ที่ทางเรือมีจัดให้บริการ
5

Day 5

30 ธ.ค. 2560 : เมืองสทราซ์บูร์ก
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 09.00 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือเมืองสทราซ์บูร์กนำท่านเที่ยวชม เมืองสทราซ์บูร์ก (Strasbourg) เมืองหลวงอันงดงามของแคว้นอัลซาส และปัจจุบันได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของแคว้น เนื่องจากเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เสียงของโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่ รวมถึงอาคารสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่สวยงามของเมืองแห่งนี้ นำท่านชมจัตุรัสเกลแบร์(Kléber Place) จัตุรัสที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางของมืองสทราซ์บูร์กโดยภายในจัตุรัสยังเป็นที่ตั้งของ รูปปั้นช็อง แบ๊บติสต์ เกลแบร์ (Jean-Baptiste Kléber) ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องรสงครามการปฏิวัติของประเทศฝรั่งเศส  นอกจากนี้แล้วภายในจัตุรัสยังเป็นที่ตั้งของ “พระราชวัง Aubette” อีกหนึ่งอาคารประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างมีประวัติที่ยาวนาน ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของจัตุรัส โดยถูกสร้างขึ้น ในช่วงปี 1765 – 1778 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการทางทหาร จากนั้นนำท่านชม ต้นคริสต์มาสยักษ์ (The Christmas tree) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจัตุรัส โดยต้นคริสต์มาสต้นนี้มีความสูงประมาณ 30 เมตร ในช่วงยามค่ำคืนจะมีการ เปิดไฟที่ต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองสทราซ์บูร์ก (Strasbourg Cathedral) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก มีความสูงอยู่ที่ 142 เมตร ซึ่งถูกสร้างขึ้นระหว่าง ปี ค.ศ.1176-1439 ที่สร้างด้วยหินทรายสีชมพู และถือว่าเป็นอาคารโบสถ์ที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศสในยุคนั้น ปัจจุบันเป็นคริสตจักรที่สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยบางส่วนของตัวอาคารนั้นสร้างขึ้นแบบสถาปัตยกรรมโรมัน นอกจากนี้แล้วภายในวิหารยังเป็นสถานที่จัดเก็บ นาฬิกาดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย  จากนั้นนำท่านชมโบสถ์ เซนต์ โทมัส (Saint Thomas Church) อีกหนึ่งคริสตจักรนิกายโปรเตสแตนต์ที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน โดยโบสถ์แห่งนี้ถือว่าเป็น อนุสาวรีย์ ประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งของเมือง นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นคริสตจักรที่มีความเก่าแก่ที่สุดในดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีในอดีตอีกด้วย และภายในโบสถ์แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการเก็บโลง หินของพระสังฆราช Adeloch และอื่นๆ นำท่านชมอาคารบ้านเรือนที่สวยงามในย่านเมืองเก่า ชมอาคารร้านค้า บ้านเก่าแก่หลากสีสันก็ได้เช่นกัน อิสระให้ท่านได้พักผ่อนและเก็บภาพความสวยงามของเมืองสทราซ์บูร์ก
  • 18.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่เรือสำราญ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารค่ำอิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายอิริยาบถ ภายในห้องคลับเลาจน์ที่ทางเรือมีจัดให้บริการ หรือท่านจะ  เลือกเดินเล่นเก็บภาพบรรยากาศตลาดคริสตมาสยามค่ำคืนได้เช่นกัน
  • 23.59 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือเมืองสทราซ์บูร์ก มุ่งหน้าสู่ เมืองชไปเออร์
6

Day 6

31 ธ.ค. 2560 : เมืองชไปเออร์ – เมืองไมนทซ์ (Countdown)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือเมืองชไปเออร์นำท่านเที่ยวชมเมืองชไปเออร์(Speyer) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของของรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ (Rheinland-Pfalz) หรือ ไรน์แลนด์-พาลาทิเนต (Rhineland-Palatinate) รัฐที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเทือกเขาซีเฟอร์เกเบียร์เก อีกหนึ่งดินแดนของเยอรมนีที่ถูกห้อมล้อมด้วยนิยายปรัมปราอันน่าหลงใหลของเยอรมนี เมืองชไปเออร์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันงดงามมากแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ตอนบน และเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนีอีกด้วย นำท่านชมความงดงามของ ประตูเมืองเก่า (Old Gate) เป็นประตูเมืองยุคกลางที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองชไปเออร์อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในประตูเมืองเก่า ซึ่งเดิมจาก คือ 68 ประตู ปัจจุบันประตูเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นเป็นหนึ่งในประตูเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุด (55 เมตรสูง) และมีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปตามถนนสายหลักซึ่งตลอดสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยเหล่าอาคารโบราณ ที่ปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองชไปเออร์ นำท่านชมมหาวิหารชไปเออร์(Speyer Cathedral) มหาวิหารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางของตัวเมืองชไปเออร์ และยังเป็นที่ฝังพระบรมศพของพระมหากษัตริย์เยอรมันและพระจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ 8 พระองค์ ซึ่งต่อมาองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้มหาวิหารแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1981
  •  11.30 น. นำท่านกลับสู่เรือสำราญ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 12.30 น. เรือสำราญออกเดินทางจากท่าเรือเมืองชไปเออร์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมืองไมนทซ์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 18.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองไมนทซ์แนะนำให้ท่านเดินเล่นชมเมืองไมนทซ์ ยามค่ำคื่นที่ประดับตกแต่งด้วยไฟ และ ต้นคริสตมาส เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสตมาส และ เทศกาลปีใหม่ ร่วมกิจกรรม Countdown เพื่อต้อนรับปีใหม่ 2018 ณ เมืองไมนทซ์
7

Day 7

1 ม.ค.  2561 : เมืองปอปปาร์ด
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 10.00 น.  เรือออกจากท่าเทียบเรือเมืองไมนทซ์ มุ่งหน้าสู่เมืองปอปปาร์ด
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 13.30 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองปอปปาร์ดนำท่านเที่ยวชมเมืองปอปปาร์ด (Boppard) อีกหนึ่งเมืองสวยตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ และเป็นเมืองที่ได้รับการย่องยกจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2002 (Unesco World Hertage Site) และเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตไวน์ที่ใหญ่และดีสุดของลุ่มแม่น้ำไรน์ตอนกลาง นำท่านเที่ยวชมเมืองปอบปาร์ด ซึ่งมีสถาปัตยกรรม อาคารโบราณ ที่ก่อสร้างในสมัยศตวรรษที่ 13 นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์เซ็นต์ซีเวอร์รัส (St. Severus’s Church) จากนั้นนำท่านเดินเล่นและสัมผัสบรรยากาศของร้านค้า ที่วางขายของที่ระลึกตลอดเรียบฝั่งแม่น้ำไรน์ เรียกได้ว่าเป็น พรอมมานาด ริมแม่น้ำที่สวยและโรแมนติกอีกแห่งหนึ่งของเยอรมัน
  • 16.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่เรือสำราญ
  • 17.00 น. เรือเดินทางออกจากท่าเทียบเรือเมืองปอปปาร์ด มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมืองบอนน์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารค่ำอิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายอิริยาบถ ภายในห้องคลับเลาจน์
8

Day 8

2 ม.ค.  2561 : เมืองบอนน์ – เมืองโคโลญจน์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น. นำท่านเที่ยวชมเมืองบอนน์ (Bonn)    ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอดีตประเทศเยอรมนีตะวันตก และยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของเยอรมนี ที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำไรน์ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการของพวกโรมัน เมืองบอนน์ถูกโจมตีอย่างหนักระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองและปี 1949  นำท่านชมเมืองบอนน์ซึ่งมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายๆแห่ง นำท่านถ่ายรูปกับ Bonn’s Town Hall แหล่งรวมความคึกคักของเมือง และยังเป็นสถานที่จัดงานคาร์นิวัลอีกด้วย บริเวณรอบๆ Town Hall จะมีตลาด และร้านค้ามากมาย นอกจากนี้บอนน์ (Bonn) เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์การดนตรี เนื่องจากเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของ บีโธเฟ่น (Beethoven) นักดนตรีผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อัจฉริยะนักดนตรีหูหนวกที่มีชื่อของเยอรมนี นำท่านแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของบีโธเฟ่น(Beethoven Monument) จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Hofgarten (Garden Court) ซึ่งตั้งอยู่ใน Kurfürstliches Schloss เป็นอาคารหลักของมหาวิทยาลัยบอนน์ อาคารสีเหลืองทอง ที่รายล้อมไปด้วยสนามหญ้าและนักศึกษาที่เดินกันขวักไขว่ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศเมืองบอนน์ตามอัธยาศัย
  • 11.00 น. นำท่านกลับสู่เรือสำราญ
  • 12.00 น. เรือออกจากท่าเทียบเรือเมืองบอนน์ สู่ ท่าเทียบเรือเมืองโคโลญจน์
  • 13.30 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองโคโลญจน์
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้อง อาหารภายในเรือสำราญ
  • บ่าย นำท่านชมเมืองโคโลญจน์ เมืองใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศเยอรมนี รองจากเบอร์ลิน ฮัมบูร์ก และมิวนิก เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) โคโลญจน์เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี สร้างโดยชาวโรมัน มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึง ค.ศ. ​50 เมืองนี้มีชื่อเสียงเป็นเมืองแห่งน้ำหอมและมหาวิหารสวยงามและยิ่งใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ นำท่านเข้าชมมหาวิหารโคโลญจน์ หรือที่รู้จักในนาม เคิล์นโดม (Cologne Cathedral) เป็นมหาวิหารโคโลญจน์แห่งเดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2536 จัดเป็นไฮไลท์ของเมืองที่นักเที่ยวไปเที่ยวชมมากที่สุด วิหารแห่งนี้ ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 600 ปี และปัจจุบันก็ยังมีการบูรณะซ่อมแซมอยู่ตลอด บริเวณใกล้กับวิหาร จะมีสะพานสายสำคัญทอดยาวข้ามแม่น้ำไรน์ เชื่อมตัวเมืองโคโลญจน์ทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน นั่นคือ สะพานโฮเฮนโซลแลร์นบรุคเคอ (Hohenzollernbrucke) บริเวณราวสะพานจะเต็มไปด้วยกุญแจของเหล่าคู่รักนักท่องเที่ยวที่นำมาติดไว้มากมาย เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของการมาเยือนโคโลญจน์
  • 18.00 น. นำท่านกลับสู่เรือสำราญ
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารค่ำอิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายอิริยาบถ ภายในห้องคลับเลาจน์ หรือจะเลือกเดินเล่นในเมืองโคโลญจน์      เพื่อชมบรรยากาศยามค่ำคืน ซึ่งยังคงกลิ่นอายของเทศกาลคริสต์มาส และ ปีใหม่
9

Day 9

3 ม.ค.  2561 : โคโลญจน์  – ดุสเซลดอร์ฟ – เวียนนา
  • 05.00 น. เรือออกจากท่าเทียบเรือเมืองโคโลญจน์ มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเมืองดุสเซลดอร์ฟ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.15 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือเมืองโคโญจน์  นำท่านเชคเอาท์จากเรือสำราญนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของโลก Kunstsammlung ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบบาโรค เช่นเดียวกับ St. Andreas และ Burgplatz ซึ่งเป็นหอคอยปราสาทอันเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านเหนือ Rhine และทำให้เมืองดุสเซลดอฟ กลายเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องการมามากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมัน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย นำท่านสู่ย่านถนนช้อปปิ้งโค (Ko) ทางเดินถนนที่นำสมัย และย่านการค้าอีกมากมาย อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งแบบจัดเต็ม ก่อนเดินทางกลับ
  • 17.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินดุสเซลดอร์ฟ เพื่อเชคอินและทำ TAX Refund
  • 20.00 น. ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบิน OS 156
  • 21.40 น.  เดินทางถึงสนามบินเวียนนา แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
  • 23.20 น. ออกเดินทางจากสนามบินเวียนนา สู่กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบิน OS 25 (ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง)  สายการบินบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าบนเครื่องบิน
10

Day 10

4 ม.ค.  2561 : กรุงเทพมหานคร
  • 15.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

 

วันเดินทาง
26 ธันวาคม 2560 – 4 มกราคม 2561
สายการบิน

เอกสารประกอบการขอวีซ่าเชงเก้นเยอรมนี

(ใช้เวลาในการขอวีซ่าประมาณ 10-15 วันทำการ)

สถานฑูตไม่อนุญาตให้ดึงเล่มพาสปอร์ต หากได้ยื่นเข้าไปแล้ว ดังนั้นถ้าท่านรู้ว่าต้องใช้เล่มกรุณาแจ้งบริษัททัวร์ฯ เพื่อขอยื่นวีซ่าล่วงหน้าก่อนกรุ๊ป และให้แนบตั๋วเครื่องบินในช่วงที่ท่านจะเดินทางมาด้วย

(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ และกรุณาอย่าดื้อและยึดติดกับการยื่นในสมัยก่อน )

  1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น

2.         รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาว (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา (รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน…สถานฑูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้)

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
  3. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง…..หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น …นาง… ต้องแนบมา)
  4. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง…..ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ….นาง…ต้องแนบมา)
  5. สำเนาใบมรณะบัตร
  6. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา)
  7. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
    • เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
    • เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
  8. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ

จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)

  • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
  • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
  • กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน
  • กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
  • กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
  • กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา
  1. หลักฐานการเงิน : (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้ทั้ง Bank guarantee และ สำเนาบัญชี เล่มเดียวกัน)
    • หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank guarantee) ของบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า

สำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน นับขึ้นไปจากเดือนที่จะยื่นวีซ่า มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน และยอดแสดงในบัญชีต้องไม่ก้าวข้ามเดือน (ปรับสมุดและสำเนา 15 วันก่อนยื่นวีซ่า)

************* ข้อ 1 และ ข้อ 2 ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เล่มเดียวกันเท่านั้น **************

หมายเหตุ : หากสมุดบัญชีแสดงยอดรวมที่มีการกระโดดข้ามเดือน (ยอดไม่ต่อเนื่อง) เช่นจากเดือน 1 ข้ามไปเป็นยอดของ เดือน 3 (เดือน 2 ไม่มี) ท่านต้องไปขอ Bank statement จากทางธนาคารแทนการถ่ายสำเนาสมุดบัญชี

  • บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบบัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย

หากต้องการใช้บัญชีฝากประจำ ต้องเตรียมดังนี้

  • หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank guarantee) ของบัญชีฝากประจำ (Fixed account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
  • สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน

หมายเหตุ หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย)
  • กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง

  • จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
  • หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ1 และ 11.2

(สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)

วันเดินทาง
26 ธันวาคม 2560 – 4 มกราคม 2561
สายการบิน