วันเดินทาง
7 - 16 เม.ย. 2561
สายการบิน


10 วัน ล่องเรือทะเลเอเจี้ยน & เอเดรียติค MSC Musica (TK)

  • บินเข้า- ออก เวนิส
  • พิเศษ!! ราคานี้รวมทัวร์พาเที่ยวทุกประเทศ

เวนิส – บรินดิซี่ (อิตาลี) – คาทาโคลอน – ซานโตรินี่ – เอเธนส์ – คอร์ฟู (กรีซ) – กอเตอร์ (มอนเตเนโกร) – เวนิส

1

Day 1: Departure

7 เม.ย. 2561 : กรุงเทพมหานครฯ
  • 18.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน U (แถว U 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 21.30 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 65 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า
2

Day 2

8 เม.ย. 2561 : อิสตันบูล – เวนิส
  • 03.55 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเที่ยวบินเป็น TK 1867 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย
  • 06.50 น. ออกเดินทางจากอิสตันบูล สู่ สนามบินเวนิส ประเทศอิตาลี (ใช้เวลาบินประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
  • 08.25 น. เดินทางถึงเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice) เมืองที่ไม่มีรถวิ่งเข้าถึงได้ นำท่านชมเมืองเวนิส เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เมืองสุดยอดแห่งความโรแมนติก  เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆจำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก  เป็นเมืองท่าโบราณและเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด  โดดเด่นด้วยบ้านเรือนริมน้ำและเรือกอนโดลาอันน่าหลงใหล เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) นำท่านชมเมืองเวนิซ​ เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน นำท่านชมความสวยงามของ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี รอบๆจัตุรัสมีอาคารที่สำคัญสองแห่งคือ หอระฆัง และหอนาฬิกา ผ่านชม วังดูคาเล (Palazzo Ducale) หรือ วังดอจ (Doge Palace) อันเป็นที่ประทับของผู้ปกครองเวนิส ซึ่งเรียกว่า ดอจ ถูกก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 แต่ได้รับการตกแต่งและก่อสร้างเพิ่มเติมหลายครั้ง รูปโฉมด้านนอกในปัจจุบันเป็นผลงานจากศตวรรษที่ 19 ในศิลปะแบบโกธิค ได้รับการตกแต่งด้วยหินอ่อนสีชมพูจากเมืองเวโรนา ภายในตกแต่งด้วยศิลปะหลายยุคสมัย แบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย ประดับด้วยภาพวาดโดยศิลปินเวนิสหลายราย จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Saint Mark’s Basilica) โบสถ์สมัย ไบเซนไทน์ ที่ประดับประดาทั้งภายนอกและภายในด้วยรูปปั้นชดช้อย โมเสคและทองคำ รวมถึงศิลปะการออกแบบอันโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่งของเวนิส และได้รับการขนานนามว่า มหาวิหารทองคำ อิสระให้ท่านถ่ายภาพรอบๆจัตุรัสและริมฝั่งน้ำ
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึก หรือสินค้าแบรนด์เนมซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย เช่น HERMES, GUCCI, PRADA, CHANEL, DIOR, LOUIS VUITTON, TODS และสินค้าแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย
  • 14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือเวนิส (Venice) เพื่อเชคอินขึ้นเรือ MSC MUSICA
  • 17.00 น. เรือออกจากท่าเทียบเรือมุ่งหน้าสู่ เมืองบารี ประเทศอิตาลี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
3

Day 3

9 เม.ย. 2561 : เมืองเวนิส – เมืองบรินดิซี่ (อิตาลี)
  • เช้า  รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ หรือ อาลาคาท ภายในเรืออิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่นPublic Room : บาร์และเลาจน์, ห้องสมุด, ห้องอินเตอร์เนตEntertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลายสไตล์, คาสิโน, ดิสโก้เธค, ห้องเล่นเกม

    Sport and Activities : สระว่ายน้ำ, สปอร์ทคอร์ท, ฟิตเนต, มินิกอล์ฟ

    Spa and Wellness : ห้องสปา, ห้องสตรีม, บิวตี้ ซาลอน, โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 13.30 น. รือจอดเทียบท่าที่ เมืองบรินดิซี่ (ประเทศอิตาลี) นำท่านเดินทางสู่เมืองออสตูนี่ (Ostuni) เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามอีกเมืองตั้งอยู่ในเขตจังหวัดบรินดีซี (Provincia di Brindisi) 1 ใน 6 จังหวัด ของแคว้นปูลยา (Puglia) และตั้งอยู่บริเวณตอนปลายสุดของคาบสมุทรอิตาลี เป็นเมืองที่ถือได้ว่าเป็นอัญมณีทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองสีขาว” (White City) แห่งอิตาลีอีกด้วย เมืองนี้มีความโดดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ที่สวยงามไม่แพ้เมืองอื่นๆ โดยเฉพาะสภาพภูมิทัศน์ของชายหาด ไร่องุ่น รวมไปถึงไร่มะกอกสีเขียวขจีตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าครามสดใส นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของเมือง บริเวณ ย่านเมืองเก่าออสตูนี่ (Old Town) ที่มีลักษณะเป็นเมืองป้อมปราการขนาดใหญ่ ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาและถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพงโบราณสูงตระหง่าน นำท่านชม จัตุรัสออสตูนี่ (Ostuni square) หรือ เปียซา เดลลา ลิเบอร์ต้า (Piazza della liberta) โดยบริเวณจัตุรัสนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เซนต์ โอรอนโซ (Saint Oronzo ‘s column) นักบุญที่มีชื่อเสียงของคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ได้เวลานำท่านเข้าชมโบสถ์เซนต์ วิโต มาร์ตีร์ (San Vito Martire) หนึ่งของอนุสรณ์สถานทางศาสนาที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของเมืองออสตูนี่ โดยโบสถ์สร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1750 – 1752 ในสไตล์นีโอคลาสสิค เป็นอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ได้เวลานำท่านชมมหาวิหารแห่งออสตูนี่ (Ostuni Cathedral) มหาวิหารที่ตั้งอยู่ที่ด้านบนสุดของเนินเขา เป็นมหาวิหารที่สร้างขึ้นแด่เซนต์แมรี่ อัสสัมชัญ (Santa Mariadell’ Assunzione) โดยมหาวิหารถูกสร้างขึ้นในแบบสไตล์โกธิค เมื่อปี 1435 แล้วเสร็จในปี 1495 โดยเฟรดเดอริกที่ 2 ได้เวลานำท่านถ่ายรูปกับ วิลลาโนวา ออสตูนี่ (Villanova (Ostuni) เป็นที่ตั้งของปราสาทป้อมปราการเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณท่าเรือ
  • 17.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบรินดิซี่
  • 19.30 น. เรือออกเดินทางจาก  ท่าเรือบารี มุ่งหน้าสู่ ท่าเรือคาทาโคลอน ประเทศกรีซ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหาร อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือต่างๆมากมาย
4

Day 4

10 เม.ย. 2561 : เมืองคาทาโคลอน (กรีซ) – โอลิมเปีย– วิหารโอลิมเปียนเซอุส – พิพิธภัณฑ์โบราณคดี
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ หรือ อาลาคาท ภายในเรือ อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่นPublic Room : บาร์และเลาจน์, ห้องสมุด, ห้องอินเตอร์เนตEntertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลายสไตล์, คาสิโน, ดิสโก้เธค, ห้องเล่นเกม

    Sport and Activities : สระว่ายน้ำ, สปอร์ทคอร์ท, ฟิตเนต, มินิกอล์ฟ

    Spa and Wellness  : ห้องสปา, ห้องสตรีม, บิวตี้ ซาลอน, โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 12.00 น.  เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือคาทาโคลอน (Katakolon) เมืองชายทะเลเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงในเรื่องของท่าเรือที่ทันสมัยของกรีซ นำท่านชม เมืองโอลิมเปีย (Olympia) แหล่งโบราณคดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกแห่งหนึ่งของกรีซ สร้างขึ้นเมื่อ 776 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกเกมส์เป็นที่แรกเพื่อเป็นเกียรติให้แก่เทพเจ้าโอลิมเปียเซอุส  เมื่อประมาณ 2,800 ปีก่อน ซึ่งจะมีการแข่งขันกีฬาเช่น วิ่ง  มวยปล้ำ  ชกมวย  ทุ่มน้ำหนัก  กระโดดไกล  ขี่ม้า  ขับรถม้า  แข่งขันการประพันธ์  การแต่งกลอน  และการอ่านประวัติศาสตร์  จะจัดสำหรับผู้ชายชาวกรีซและโรมันเท่านั้น  โดยมีขึ้นทุกๆ 4 ปี  ห้ามผู้หญิงเข้าชม  นำท่านชม  วิหารโอลิมเปียนเซอุส (Temple of the Olympian Zeus) ซากโบราณสถานต่างๆ ที่มีอายุร่วม 1,500 – 2,500 ปี ถือว่าครั้งหนึ่งที่นี่คือสถานสักการะบูชา ที่มีความสำคัญมากกว่าวิหารกรีกอื่นใดทั้งหมดในสมัยนั้น  อริสโตเติลได้กล่าวยกย่องความยิ่งใหญ่เท่าเทียมกับพีระมิดแห่งอิยิปต์ ปัจจุบันมีเสาแบบโครินเธียนเหลืออยู่เพียง 15 ต้น จากเดิมทั้งหมดที่มีอยู่ 104 ต้น   จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (Archaeological Museum)เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุอันสำคัญในอดีตที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีความสำคัญอย่างมากให้ท่านได้สัมผัสสมบัติและความสำคัญของสิ่งต่างๆ ที่เก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ อาทิเช่น ชิ้นส่วนจากวิหารต่างๆ, รูปปั้น ชิ้นส่วนสำคัญๆ ตามโบราณสถานที่ได้นำมาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งควรค่าแก่การเก็บรักษา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งกรีซ
  • 17.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือคาทาโคลอน
  • 18.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือคาทาโคลอน เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือซานโตรินี่ ประเทศกรีซ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือ หลังอาหาร  อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือต่างๆมากมาย
5

Day 5

11 เม.ย. 2561 : เกาะซานโตรินี่ – หมู่บ้านเอีย – เมืองหลวงฟีร่า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ หรือ อาลาคาท ภายในเรือ
  • 08.00 น.  เรือจอดเทียบที่ ท่าเรือซานโตรินี่ (Santorini) นำท่านเดินทางสู่เกาะซานโตรินี่ โดยลงเรือเทนเดอร์โบท ที่ทางเรือจัดเตรียมไว้ให้ (เนื่องจากเรือสำราญมีขนาดใหญ่ต้องจอดกลางทะเล) ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งเรือเข้าสู่ท่าเทียบเรือ เกาะซานโตรินี่ เกาะในฝันของหลายคนที่ผู้คนทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะได้มาเยือนสักครั้งหนึ่ง เกาะนี้ถือว่าเป็นหัวใจของเกาะทั้งหลายในกรีซ เป็นเกาะที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ราชินีแห่งหมู่เกาะไซคลาติส เพราะทั่วโลกต่างชื่นชมในทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาของเกาะภูเขาไฟแห่งนี้ ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในปี 1450 ก่อนคริสตกาล จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ทางเหนือของเกาะเพื่อชมหมู่บ้านเอีย (Oia village)  ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของเกาะนี้ มีความสวยงามตามแบบฉบับของจินตนาการถึงเกาะในกรีซ บ้านสีขาวและยอดโบสถ์ทรงโดมที่รายล้อมด้วยสีฟ้าสดจากทุกทิศไม่ว่าจะเป็นทะเล ท้องฟ้า หรือแม้แต่กรอบประตูหน้าต่างสีสันสดใส เป็นศูนย์กลางการค้าที่เก่าแก่ มีคฤหาสน์หรูหราเป็นพยานถึงความมั่งคั่งของชาวเรือที่อาศัยอยู่ที่นี่ลดหลั่นไล่ระดับตามหน้าผาสูงชัน โบสถ์ทาสีขาวสะอาดตา ภายในหมู่บ้านเป็นตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่สามารถเดินชมวิวหรือเลือกซื้อสินค้างานฝีมือมากมาย  อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟิร่า (Fira) เมืองหลวงของซานโตรินี่ ซึ่งออกเสียงได้อีกอย่างว่า ธีรา (Thira) นำท่านสู่ตลาดสินค้าพื้นเมือง ที่มีสินค้าหลากหลายทั้งของที่ระลึก ที่ล้วนนำมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นถนนทอดยาวริมผา สามารถมองเห็นเรือสำราญที่จอดอยู่กลางทะเลเบื้องล่าง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเกาะซานโตรินี่ หรือเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่มีวางจำหน่ายนับร้อยร้าน แบ่งเป็นซอกซอยมากมาย
  • 15.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือซานโตรินี่ สัมผัสประสบการณ์การนั่งกระเช้าไฟฟ้าลงจากริมผาของเกาะ จากนั้นนำท่านนั่งเรือเล็กเทนเดอร์โบทเพื่อกลับสู่เรือสำราญ
  • 17.00 น. เรือเดินทางออกจากท่าเรือซานโตรินี่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือเอเธนส์ ประเทศกรีซ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
6

Day 6

12 เม.ย. 2561      เอเธนส์ – อะโครโปลิส – วิหารพาร์เธนอน – สนามกีฬาโอลิมปิค
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ภายในเรือ
  • 07.30 น. เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือพีราอุส นำท่านเที่ยวชมอะโครโปลิส โบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง  เชื่อกันว่าบนเนินเขาแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพีเอเธน่า  นำท่านชมวิหารพาร์เธนอน  วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพีเอเธน่า  อันเป็นวิหารที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังรายล้อมด้วยเสาหินแบบดอริคซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่สร้างขึ้นในโลกยุคคลาสสิคหรือยุคทองของกรีซ ช่วงประมาณ 450-300  ปีก่อนคริสตกาล  และทั่วโลกต่างยอมรับกันว่าเป็นวิหาร   แบบดอริคที่ใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุดในโลกศิลปะของกรีซ  ผ่านชมสถานที่สำคัญในสภาพซากปรักหักพังต่างๆซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของชุมชนในอดีต  ชมประตูชัยเฮเดรียน  หอสมุดแห่งชาติ  ศูนย์รวมของปราชญ์สมัยโบราณ  นำท่านถ่ายรูปกับสถานกีฬาโอลิมปิค ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่และใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1896  นำชมจัตุรัสซินตั๊กม่า (Syntagma Square)  ที่ตั้งของรัฐสภาแห่งชาติ และอนุสรณ์ทหารนิรนาม
  • กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ย่านเก่าแก่บริเวณเชิงเขาอะโครโปลิส ที่เรียกว่า พลาก้า (PLAKA) แหล่งรวมนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ถนนหนทางตรอกซอกซอยเต็มไปด้วย ร้านค้า บาร์ ภัตตาคารคึกคักพลุกพล่านไปด้วยผู้คนทั้งกลางวันและยามค่ำคืน อิสระเชิญให้ท่านช้อปปิ้งของฝากของที่ระลึกมากมาย สุดเขตย่านพลาก้า คือย่านเมืองใหม่อุดมไปด้วยร้านค้าแฟชั่นหรูระดับโลก และ ถนนคนเดินที่เป็นระเบียบสวย
  • 15.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือพีราอุส
  • 16.30 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือพีราอุส เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือคอร์ฟู ประเทศกรีซ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
7

Day 7

13 เม.ย. 2561 : เมืองคอร์ฟู (กรีซ)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ หรือ อาลาคาท ภายในเรือ อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่นPublic Room : บาร์และเลาจน์, ห้องสมุด, ห้องอินเตอร์เนตEntertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลายสไตล์, คาสิโน, ดิสโก้เธค, ห้องเล่นเกม

    Sport and Activities : สระว่ายน้ำ, สปอร์ทคอร์ท, ฟิตเนต, มินิกอล์ฟ

    Spa and Wellness     : ห้องสปา, ห้องสตรีม, บิวตี้ ซาลอน, โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย

  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 12.30 น. เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือคอร์ฟู (Corfu) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “เกาะมรกต” เนื่องด้วยความเขียวชอุ่มและสวยงามในตัวมันเอง อันเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลายและแนวชายฝั่งที่สวยงามหาใดเปรียบ นำท่านเดินทางเข้าสู่เขต Paleokastritsa สู่จุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นตัวเมืองเก่าและทะเลไอโอเนี่ยน กับอ่าวต่างๆ อันเป็นที่มาของเทพนิยายกรีกของการพบกันระหว่าง Odysseus และ Nausica ระหว่างทางชมวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นโดยเฉพาะการปลูกต้นมะกอกและต้น Cyprus ผ่านหมู่บ้านเล็กๆหลากสีสัน นำท่านชมโบสถ์ Vlacheraina monastery โบสถ์เล็กๆ ตั้งอยู่กลางเกาะขนาดเล็กยื่นออกไปในทะเล อิสระให้ท่านถ่ายภาพหรือจากเดินไปยังโบสถ์กลางทะเล จากนั้นนำท่านสู่ เมืองเก่าคอร์ฟู เมืองเก่าที่ตั้งอยู่บนเกาะคอร์ฟู (Corfu) โดยมีพื้นที่เพียง 593 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของแอลเบเนีย (Albania) และกรีซ เมืองเก่าคอร์ฟู ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในปี 2007 นำท่านแวะถ่ายรูปกับป้อม Palaio Frourio ซึ่งมีความเก่าแก่ แม้ว่าบางส่วนจะถูกกัดเซาะจากน้ำและลมทะเลไปบ้างแล้วก็ตาม ตัวป้อมได้รับการบูรณะมาเป็นอย่างดี ปัจจุบันถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมหลายอย่าง เช่น งานคอนเสิร์ต และอื่นๆ นำท่านชมอาคารบ้านเรือนแบบนีโอคลาสสิคในเมืองเก่า ส่วนหนึ่งสร้างขึ้นจากยุคเวนิส อีกส่วนหนึ่งเป็นการก่อสร้างยุคหลัง
  • 17.30 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือคอร์ฟู
  • 18.30 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือคอร์ฟู เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือกอเตอร์ ประเทศมอนเตเนโกร
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
8

Day 8

14 เม.ย. 2561 : กอเตอร์ (มอนเตเนโกร)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ภายในเรือ
  • 07.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือเมืองกอเตอร์ (Kotor) เมืองชายฝั่งทะเลแสนสวยอีกเมืองของประเทศมอนเตเนโกร ประเทศซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” โดยประเทศสาธารณรัฐมอนเตเนโกรนี้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลเอเดรียติค ถึงแม้สถานที่โดยรวมของประเทศจะมีขนาดเล็กมาก แต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ชายหาดอ่อนละมุนคลื่นสงบไม่รุนแรงจนเกินไป ทะเลสาบน้ำเงินเข้มใส แม่น้ำใสไหลเชี่ยวและภูเขาสวยสง่า บางแห่งจะเห็นเป็นฟยอร์ดสูงตระหง่านตระการตา นำท่านชมความงามของเมืองกอเตอร์ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1979 เป็นเมืองที่สร้างภายในกำแพงสูง (City Wall) ซึ่งแบ่งตัวเมืองเป็น 2 ส่วนคือ เมืองเก่า (Old Town) และเมืองใหม่ (New Town) โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส อีกทั้งสถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสเช่นกัน นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์เซ็นต์ไทรฟอน (Cathedral of Saint Tryphon)     ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1166 ภายในตัวเมืองเก่า อิสระให้ท่านเดินเล่นและชมความงามภายในตัวเมืองเก่า หรือเลือกซื้อของฝากที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • 12.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือกอเตอร์
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 13.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือกอเตอร์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือเวนิส ประเทศอิตาลี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญวันนี้จะมีการจัดงานเลี้ยง Gala Dinner ให้ท่านได้แต่งตัวสวยงามร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือหมายเหตุ ก่อนเรือกลับเทียบท่าในค่ำวันนี้ท่านจะได้รับป้ายผูกกระเป๋าสีต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการนำกระเป๋าลงจากเรือ ท่านจะต้องจัดกระเป๋าใบใหญ่วางไว้หน้าห้อง โดยแยกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่ของเรือจะมาเก็บกระเป๋าใบใหญ่ของท่านไปตั้งแต่กลางดึก และบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คก่อนทำการชำระในวันรุ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการชำระผ่านบัตรเครดิต ทางบริษัทเรือจะชาร์จค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ท่านได้ให้หมายเลขไว้ในวันที่ท่านเช็คอินโดยอัตโนมัติ
9

Day 9

15 เม.ย. 2561 : เวนิส
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 09.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ เทียบเรือเวนิส นำท่านรับกระเป๋าสัมภาระที่โหลดลงจากเรือ พร้อมทำการเชคเอาท์จากเรือนำท่านสู่ เวนิสช้อปปิ้งเอาท์เลต อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, ZARA, BENETON, TOPSHOP และอื่นๆอีกมากมาย***** เพื่อให้ท่านได้ช้อปปิ้ง แบบจัดเต็ม อิสระอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย*****
  • 17.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเวนิส (VCE) เพื่อเช็คอิน และดำเนินการ TAX Refund ภายในสนามบิน
  • 20.25 น. ออกเดินทางจากสนามบินเวนิส สู่ สนามบินอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK1870 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.30 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และพักผ่อน บนเครื่องบิน
  • 23.55 น. เดินทางมาถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเครื่อง
10

Day 10

16 เม.ย. 2561 : กรุงเทพมหานคร
  • 01.25 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK 68 สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คืออาหารค่ำ และ อาหารเช้า
  • 14.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

 

วันเดินทาง
7 - 16 เม.ย. 2561
สายการบิน

10 วัน ล่องเรือทะเลเอเจี้ยน & เอเดรียติค MSC Musica (TK)

7-16 เมษายน 2561

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ
ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่ แบบ Inside Cabin)
ค่าภาษี (Port Fee) ในทุกประเทศ
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กก.
กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักไม่เกิน 7 กก.
กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
 NOT INCLUDED ค่าวีซ่าเชงเก้นประมาณ 2,800 – 3,000 บาท

ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 10 วัน เท่ากับ 20 ยูโร)

ค่าบริการเรือ (Service Fee) ท่านละ 10 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 7 วัน เท่ากับ 70 ยูโร) ซึ่งเรือจะชาร์ตเข้าครุยส์การ์ด

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

การชำระเงิน
 งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 35,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังได้รับการยืนยันกรุ๊ปออกเดินทางแน่นอน  สำรองที่นั่ง (ผู้เดินทางพักเดี่ยว) ท่านละ 50,000 บาท

งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 60 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

 กรณียกเลิก* ยกเลิก 120 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

* ยกเลิก 90-119 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำ 25%

* ยกเลิก 60-89 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำ 50%

* ยกเลิก 30-59 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่ามัดจำเต็มจำนวน

* ยกเลิก 08-29 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน

* ยกเลิก น้อยกว่า 7 วัน ล่วงหน้าก่อนเดินทาง หักค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน

***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***

หมายเหตุ :
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางใน กรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจราจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • การท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ การใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้น ท่านได้ทำการตกลงหรือแจ้งให้ทราบก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธวีซ่าและจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระ มาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการ หลบหนีเข้าเมือง ฯลฯ
  • สถานฑูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า และไม่คืนทุกกรณี
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะ ไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่งเพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคธรรมดา
 กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง (Land Only)
  • ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
 ตั๋วเครื่องบิน
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
  •  สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้
วันเดินทาง
7 - 16 เม.ย. 2561
สายการบิน

เอกสารประกอบการขอวีซ่าเชงเก้นประเทศอิตาลี

(ใช้เวลาในการขอวีซ่าประมาณ 10-15 วันทำการ)

สถานฑูตไม่อนุญาตให้ดึงเล่มพาสปอร์ต หากได้ยื่นเข้าไปแล้ว ดังนั้นถ้าท่านรู้ว่าต้องใช้เล่มกรุณาแจ้งบริษัททัวร์ฯ เพื่อขอยื่นวีซ่าล่วงหน้าก่อนกรุ๊ป และให้แนบตั๋วเครื่องบินในช่วงที่ท่านจะเดินทางมาด้วย

(การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ และกรุณาอย่าดื้อและยึดติดกับการยื่นในสมัยก่อน )

  1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุใช้งานได้เกิน 6 เดือนขึ้นไป ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณาแนบมาด้วย
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัดห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 2 รูป
    1. สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาทะเบียนหย่า / เอกสารเพิ่มเติมกรณีอื่น ๆ
    2. สำเนาบัตรประชาชน
    3. สำเนาทะเบียนบ้าน
    4. สูติบัตร (สำหรับเด็กต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์)
    5. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: เดินทางต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • เด็กเดินทางกับบุคคลอื่น บิดามารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เดินทางกับใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
    • เด็กเดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
    • เด็กเดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
    • กรณีพ่อและแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิต ต้องแนบใบหย่า หรือ ใบมรณะบัตร เพื่อเป็นการยืนยัน
    • ให้แนบสำเนาพาสปอร์ตของพ่อ และ แม่ (หากไม่มีให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของพ่อและแม่)
    1. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน เป็นภาษาอังกฤษ) ฉบับจริงเท่านั้น**

    จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต)

    โดย ไม่ต้องระบุวัน และประเทศที่เดินทาง

    • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ
    • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
    • กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทฯ : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    • กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    • กรณีเกษียณอายุราชการ ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
    • กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    • กรณีเป็นแม่ค้า, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตัวเอง เป็นภาษาอังกฤษ
    1. หลักฐานการเงิน (สำคัญมาก เพราะสถานฑูตแจ้งกฎใหม่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557)

    9.1  สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เท่านั้น พร้อมหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร                                (BANK CERTIFICATE) เป็นภาษาอังกฤษ **ต้องเป็นบัญชีเดียวกันเท่านั้น**

    • เงินฝากออมทรัพย์/ เผื่อเรียก/ สะสมทรัพย์

    (ยอดเงินในสมุดบัญชีธนาคาร ต้องมีไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ต่อการยื่นวีซ่า 1 ท่าน และ ต้องมีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ ห้ามทำการโอนเงินเข้าไปในครั้งเดียวเป็นยอดใหญ่ก่อนการยื่นวีซ่าเด็ดขาด!!)

    – การปรับสมุดบัญชีธนาคาร ท่านต้องปรับสมุดถึงเดือนปัจจุบัน และ ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน โดยการปรับยอดสมุดในบัญชี ต้องปรับสมุดก่อนวันที่จะยื่นวีซ่า 7 วัน เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 3 กันยายน 2556 สำเนาสมุดบัญชีที่ท่านต้องใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องปรับสมุด ณ วันที่  28 สิงหาคม 2556 หรือ หลังจากนั้น หากท่านปรับสมุดบัญชีก่อนหน้านั้น จะใช้เป็นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินไม่ได้ สถานฑูตจะขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถส่งเอกสารมาทางบริษัททัวร์ฯ เพื่อเตรียมการล่วงหน้า และ ส่ง Fax สมุดบัญชีหน้าสุดท้ายที่ได้ทำการปรับสมุดมาให้ทางบริษัททัวร์ เพื่อใช้ในการแนบเป็นเอกสารยื่นวีซ่าต่อไปได้

    – การขอหนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร ต้องมีอายุไม่เกิน 15 วัน นับจากวันที่ได้คิวยื่นวีซ่า พร้อมทั้งต้องระบุ จำนวนเงินเป็นตัวเลขลงในหนังสือรับรองด้วย เช่นท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 3 กันยายน 2556  หนังสือรับรองการเงินจากทางธนาคารที่ใช้ในการยื่นวีซ่า ต้องออกให้ ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2556 หรือ หลังจากนั้นเท่านั้น  จดหมายรับรองจากธนาคารให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูต) โดยไม่ต้องระบุวัน และประเทศที่เดินทาง

    (สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี)

    Thank you for contacting VFS Italy Visa Application Centre.

    เนื่องจากสถานทูตได้แจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารด้านการเงินของผู้สมัครวีซ่าทุกประเภทโดย ผู้สมัครทุกคนที่ต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าฯต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน 2 ประเภทคู่กันคือ หนังสือรับรองทางการเงินจากทางธนาคาร ( Bank Certificate ) ซึ่งมีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันยื่นคำร้องวีซ่า พร้อมกับสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่แสดงยอดเงินล่าสุดไม่เกิน 7 วันนับจากวันยื่นคำร้องขอวีซ่า โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

    1. ในกรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • จดหมายจากผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ของผู้เดินทางกับผู้รับรองค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน และต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (พ่อ, แม่ สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้บุตรได้ / สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรส รับรองให้กันและกันได้ / (ปู่, ย่า, ตา, ยาย ไม่สามารถรับรองค่าใช้จ่ายให้หลานได้)
    • กรณีเป็นสามีภรรยากันแล้วไม่ได้จดทะเบียน และรับรองค่าใช้จ่ายกัน ต้องใช้เอกสารดังนี้
      • เขียนจดหมาย decare เป็นภาษาอังกฤษ มาว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน
      • กรณีมีลูกด้วยกัน ให้ใช้ใบเกิดของลูก แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับแนบภาษาไทย
      • กรณีไม่มีลูกด้วยกัน ให้ใช้ทะเบียนบ้านทั้งของสามีและภรรยา แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับแนบภาษาไทย โดยทะเบียนบ้านของทั้งสองต้องอยู่บ้านเดียวกัน
    • กรุณาแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากตามข้อกำหนดในข้อ 9 ที่จะใช้ยื่นวีซ่า 1 ชุดของผู้รับรองค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งใน หนังสือรับรองทางการเงินจากธนาคาร (BANK CERTIFICATE) ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองค่าใช้จ่าย ด้วย

     

วันเดินทาง
7 - 16 เม.ย. 2561
สายการบิน