วันเดินทาง
7 - 16 เม.ย. 2561
สายการบิน


10 วัน ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (TK) 7 – 16 เม.ย. 2561

  • MSC MERAVIGLIA (เอ็มเอสซี เมอร์ราวิเกีย)
  • เรือสำราญใหญ่ที่สุดของยุโรป ปี 2017
  • เรือมีขนาด 167,600 ตัน จุผู้โดยสารได้กว่า 5,700 คน มีทั้งหมด 18 ชั้น
  • พิเศษ!! ราคานี้รวมทัวร์พาเที่ยวทุกประเทศ

มิลาน – ปาเวีย – เจนัว – โรม – ปาแลร์โม (ซิซิลี) – วัลเลตตา (มอลต้า) – เมดิน่า – บาร์เซโลนา – ซาลง เดอโพรวองซ์

1

Day 1: Departure

7 เมษายน 2561 : กรุงเทพมหานคร
  • 18.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน S (แถว S 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 21.30 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 65 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า
2

Day 2

8 เมษายน 2561 : อิสตันบูล – มิลาน – ปาเวีย – เจนัว
  • 04.00 น.  เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเที่ยวบินเป็น TK 1873 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย
  • 07.35 น. ออกเดินทางจากอิสตันบูล สู่ สนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี (ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง)
  • 09.35 น. เดินทางถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรนำท่านเดินทางสู่ เมืองปาเวีย หรือ ปาวีอา (Pavia)  (ระยะทาง 89 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)  เป็นเมืองขนาดเล็กและมีความเงียบสงบ อยู่ทางตอนใต้-ตะวันตกของแคว้นลอมบาร์ดี ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี  จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารแห่งปาเวีย (Pavia Cathedral) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของเมืองปาเวีย โดยมหาวิหารนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1488 ใช้ระยะเวลาสร้างยาวนานกว่า 400 ปี ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกและศิลปินมากมายหลายคน รวมถึง ลีโอนาโด้ ดาวินชี่ ศิลปินชื่อดังผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยมาเยี่ยมเยือนเมื่อครั้งมหาวิหารแห่งนี้เริ่มต้นก่อนสร้างช่วงแรก ลักษณะโดดเด่นของ มหาวิหารแห่งนี้จะมีโดมกลางขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นในรูปทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งมีความสูง ประมาณ 97 เมตร
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว (Genoa) (ระยะทาง 132 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) หนึ่งในเมืองท่าสำคัญของประเทศอิตาลี  นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือชื่อดังก้องโลก และเป็นชาวยุโรป  คนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา ซึ่งถือกำเนิด ณ เมืองเจนัวแห่งนี้
  • 15.00 น. นำท่านเชคอินขึ้นเรือสำราญ MSC Meraviglia
  • 18.00 น. เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือเจนัว มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
3

Day 3

9 เมษายน 2561 : ซิวิคตาเวคเคีย – โรม
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ ชิวิคตาเวคเคีย ประเทศอิตาลี
  • 09.00 น. นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี        นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดเรียพามพิลิช (Palazzo Doria Pamphilj Gallery) ส่วนหนึ่งของพระราชวังพามพิลิช (Palazzo Pamphilj) หนึ่งในพระราชวังแห่งกรุงโรม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสปิอาซซ่าโนวาน่า (Piazza Novana) พระราชวังนี้ถูกสร้างขึ้นช่วง ค.ศ.1644-1650 จากนั้นถูกใช้เป็นที่พำนักของท่านทูตแห่งประเทศบราซิลเมื่อช่วง ค.ศ.1920 จนกระทั่งปัจจุบัน นำท่านชม งานจัดแสดงศิลปะภายในพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่หาดูได้ยาก ต่อด้วย The Apartment สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของเจ้าชาย โดเรีย พามพิลิช ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ซึ่งภายในตกแต่งไว้อย่างเรียบหรูตามสไตล์อิตาเลี่ยน อิสระให้ท่านชมภายในพิพิธภัณฑ์
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (The Trevi Fountain) น้ำพุที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมมาโยนเหรียญอธิษฐานเพื่อให้ได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นนำท่านสู่ย่าน บันไดสเปน (Spanish Step) แหล่งนัดพบของชาวโรมและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นจัตุรัสที่มีอาคารสวยงามและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Louis Vuitton, Prada, Dior, Chanel และอื่นๆอีกมากมาย หรือจะเลือกเก็บภาพบรรยากาศใจกลางเมืองบริเวณ บันไดสเปน ให้ท่านสัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงของอิตาลี อิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งแบบเต็มอิ่ม
  • 16.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย
  • 18.00 น. เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือ ปาร์แลโม่
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
4

Day 4

10 เมษายน 2561 : ปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 10.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ เมืองปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี) เมืองหลวงของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี  ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ปลายรองเท้าบู๊ตของอิตาลี มีประวัติต่อเนื่องยาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรปจึงตกเป็นเป้าหมายของการยึดครองจากชนชาติที่มีอำนาจเข้มแข็งในช่วงเวลาต่างๆเริ่มตั้งแต่กรีก โรมัน คาร์เทธ อาหรับ นอร์มัง เยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน แต่ละชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองดินแดนนี้ขณะเดียวกันก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของตนเข้ามาด้วย เกาะนี้จึงมีสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันหากแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ ด้วยความที่อยู่ห่างไกลออกมาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นอิตาเลียนดั้งเดิม อย่างที่              หาไม่พบอีกแล้วตามเมืองใหญ่ในอิตาลีภาคพื้นทวีป นำท่านเข้าชมมหาวิหารมอนเรอาเล (Monreale Duomo)     ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมไบเซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์วิลเลี่ยมที่ 2 ผู้ปกครองดินแดนซิซิลี ในช่วงปี ค.ศ. 1060 ภายในวิหารท่านจะได้พบกับความอลังการของโมเสกทอง ซึ่งว่ากันว่าใช้ทองในการประดับประดาทั้งหมด 2,200 กก.เลยทีเดียว นับเป็นโบสถ์โมเสกที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก  รองจากโบสถ์เซนต์โซเฟียที่ตุรกี และที่น่าอัศจรรย์คือ โมเสกที่เห็นทั้งหมดนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปีเท่านั้น จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Palazzo dei Normanni อดีตราชวังของกษัตริย์นอร์แมน ปัจจุบันใช้เป็นสภาท้องถิ่นประจำเมือง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านแวะถ่ายรูป Cappella Palatina โบสถ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 พระราชาซึ่งเคยได้ชื่อว่ามีฐานะล่ำซำที่สุดในยุโรป โดยโบสถ์นี้ยังถือเป็นต้นแบบของวิหาร Monreale ที่สร้างขึ้นในอีก 40 ปีให้หลังด้วย หลังคาโดมประดับด้วยโมเสกทองรูปพระเยซูและเทวดาทั้งแปด นำท่านชม น้ำพุ Fontana della Vergogna น้ำพุแกะสลักสไตล์ไฮเรเนอซองส์ซึ่งสั่งทำจากเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากนั้นแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ La Matorana โบสถ์สไตล์ไบเซนไทน์ประดับประดาด้วยโมเสกทอง แต่บริเวณทางเข้าเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ San Cataldo โบสถ์ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยปี ค.ศ. 1160 แต่การก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อผู้ลงทุนทรัพย์ เสียชีวิตลง จึงมีสภาพเปลือยเปล่าดูคลาสสิกตามสไตล์โบสถ์ท้องถิ่น
  • 16.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือปาร์แลโม่
  • 17.00 น. เรือเดินทางออกจากท่าเรือปาร์แลโม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือวัลเลตตา ประเทศมอลต้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
5

Day 5

11 เมษายน 2561 : วัลเลตตา – เมดิน่า (ประเทศมอลต้า)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 10.00 น. เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือเมืองวัลเลตตา ประเทศมอลต้านำท่านเดินทางสู่ เมืองเมดิน่า (Mdina) เมืองยอดเขาที่น่าหลงใหล เป็นเมืองที่มีถนนคนเดินปราศจากรถยนต์และอาคารหินทรายที่สวยงามเก่าแก่ นำท่านถ่ายรูปวิหารเซนต์ปอล (Cathedral of Saint Paul ) ซึ่งเป็นอาคารบาโร๊กอันงดงามที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวลอเรนโซกาฟ่าชาวมอลต้า วิหารแห่งนี้มีสัญลักษณ์มาดอนน่าอันทรงคุณค่าในศตวรรษที่ 12 และผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงโดยจิตรกรชาวมอลต้าชื่อดัง Mattia Preti แวะถ่ายรูปพระราชวัง Palazzo Santa Sofia พระราชวังอันเก่าแก่อันยิ่งใหญ่ เป็นอาคารสมัยกลางที่ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี ผ่านชม Palazzo Vilhena  เป็นอนุสาวรีย์ที่งดงามซึ่งรวบรวมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติของมอลต้าพร้อมด้วยการจัดแสดงผลงานทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นรวมทั้งฟอสซิลแมลงและสัตว์ต่างๆ  ผ่านชม Palazzo Falson เป็นพระราชวังสมัยศตวรรษที่ 13 ที่เป็นของตระกูลขุนนางชาวมอลต้า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ Palazzo Falson ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตในสไตล์ดั้งเดิมและมีงานศิลปะและของสะสมโบราณวัตถุที่ยอดเยี่ยม
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองวัลเลตตา เมืองหลวงของประเทศมอลต้า ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กสองเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรปถัดลงมาจากตอนใต้ของอิตาลี นับเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งหนึ่งในยุโรป มีผู้มาครอบครองและถูกแย่งชิงนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต นำท่านชมเมืองหลวงของสาธารณรัฐมอลต้า ซึ่งได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อของ Jean Parisot De La Valetta ผู้ซึ่งสามารถป้องกันการรุกรานเกาะมอลต้า จากออตโตมานในปี 1565 เมืองวัลเลตตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1980  นำท่านชมบรรยากาศบริเวณอ่าว Grand Harbor จัดได้ว่าเป็นท่าเรือธรรมชาติบนเกาะมอลต้า เป็นท่าเรือที่สร้างและใช้งานมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีอู่ต่อเรือ โรงเก็บสินค้า และป้อมปราการขนาดใหญ่ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพบริเวณท่าเรือ Grand Harbor ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยและขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของมอลต้า ได้เวลานำท่านชม สวนบารัคคา (Barracca Garden) สวนสวยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ส่วนบุคคล แต่ภายหลังได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี 1824 ภายในสวนประกอบไปด้วย Upper Barracca และ Lower Barracca ในส่วน Upper นั้นได้สร้างขึ้นในปี 1661 โดยอัศวินชาวอิตาเลียน จากบริเวณสวนจะเห็นวิวของอ่าวแกรนด์ฮาร์เบอร์ได้ชัดเจน จากนั้น ชม Auberge De Castille อาคารที่มีความสง่างามและใหญ่โตที่สุดแห่งหนึ่ง ในเมืองวัลเลตตา ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของคาบสมุทรซึ่งถูกออกแบบให้เป็นสถานที่หรูหราที่สุด ปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรีของประเทศสาธารณรัฐมอลต้า สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1574 โดยสถาปนิกชาวมอลต้าชื่อ GIROLAMO CASSAR และมีการสร้างบูรณะใหม่อีกครั้งในปี 1741
  • 17.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือเมืองวัลเลตตา
  • 18.00 น.  เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือวัลเลตตา เพื่อมุ่งหน้าสู่ กรุงบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
6

Day 6

12 เมษายน 2561 : At Sea
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญอิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่นPublic Room : บาร์และเลาจน์ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เนตEntertainment : ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลายSport and Activities : สระว่ายน้ำ สปอร์ทคอร์ท ฟิตเนต มินิกอล์ฟSpa and Wellness : ห้องสปา ห้องสตรีม บิวตี้ ซาลอน โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
7

Day 7

13 เมษายน 2561 : บาร์เซโลนา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 09.00 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
  • 10.00 น. นำท่านเข้าชมสวนสาธารณะกูเอล” (Guell park) ที่เชิงเขาคาร์เมล อันเป็นผลงานในปี ค.ศ. 1900 ของ “เกาดี้” ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโกในปี 2005 ซึ่งใช้เวลาออกแบบ ตกแต่ง และเนรมิตร ความยิ่งใหญ่ของจินตนาการที่นำมาประยุกต์กับธรรมชาติ อย่างยาวนานถึง 14 ปี เพลิดเพลินกับจุดชมวิวบน “ระเบียงนั่งเล่น” (Serpentine bench) ที่ประดับตกแต่งลวดลายด้วยเครื่องกระเบื้องโมเสกนับล้านชิ้น เป็นสวนลอยฟ้าที่มี “เสาโดริก” รองรับอย่างสวยงาม ชมปาฏิมากรรม “มังกรโมเสก” Mosaic dragon ไต่คลานบนบันไดน้ำพุ อันเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์ (Sagrada Familia) สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนน Carrer de Mallorca งานชิ้นนี้มีความแปลกตาจากงาน ชิ้นอื่นของเกาดี้ ตรงสีสันอันเรียบนิ่งแบบโทนสีธรรมชาติให้ความรู้สึกที่สงบผ่อนคลายและเยือกเย็น เพราะความที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังคงรายละเอียดไว้อย่างดี ดูจากลวดลายสลักเสลาที่ด้านนอกตัวโบสถ์และภายในแสดงให้เห็นถึงแรงศรัทธาในศาสนาอย่างท่วมท้น สมเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาอุทิศตนให้กับศาสนจักร ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2026 อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารแห่งนี้  ได้เวลานำท่านสู่ถนนช้อปปิ้งสายใหญ่ของบาร์เซโลนา ถนนลารัมบลา (Larambla) ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนาแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย ถนนสายเล็กๆ ที่มีความยาวเพียง  1.2 กิโลเมตรแต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจทั้งกลางวันและกลางคืน    อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, ZARA, BENETON, TOPSHOP หรือจะช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำซึ่งมีร้าน ตั้งอยู่ตลอดแนวถนน Passeig de gracia ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าอาทิ LOUIS VUITTON, CHANEL, GUCCI, LOEWE และอื่นๆ
  • 17.00 น. นำท่านกลับสู่ท่าเทียบเรือบาร์เซโลนา
  • 18.00 น. เรือเดินทางออกจากท่าเรือบาร์เซโลนา เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญหลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
8

Day 8

14 เมษายน 2561 : มาร์กเซย์ – ซาลง เดอ โพรวองซ์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น.  เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ (โพรวองซ์) ประเทศฝรั่งเศสนำท่านเดินทางสู่ ซาลง เดอ โพรวองซ์ (Salon de provence) (ระยะทาง 51 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองเก่าแก่อีกเมืองหนึ่งของโพรงวองซ์ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองมาร์กเซย์ และเมืองเอ็กซ์อองโพรวองซ์  นำท่านเดินชมเมืองเก่าซึ่งยังคงกลิ่นอายของอารายธรรมยุคศตวรรษที่ 17 ได้เป็นอย่างดี  เริ่มจากจัตุรัส Crousillat (Place Crousillat)  ต่อไปยังศาลาว่าการประจำเมือง (City Hall) และผ่านชมบ้านของนอสตราดามุส (ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์) หรือ มีแชล เดอ นอสทร์ดาม (Michel de Nostredam)  นักโหราศาสตร์ชื่อดังของโลก ผู้ซึ่งใช้ชีวิตในบั้นปลาย ณ เมืองนี้กว่า 19 ปีก่อนสิ้นชีวิตลง จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Chateau de l’Emperi ป้อมปราการกึ่งปราสาทยุคศตวรรษที่ 9 ซึ่งอดีตเป็นที่พำนักของขุนนางประจำเมืองหรือผู้ครองเมือง ไม่ว่าจะเป็น อาร์คบิชอปแห่ง Arles  รวมถึงจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองมาร์กเซย์ (ระยะทาง 51 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านเข้าชมโบสถ์นอเทรอดาม เดอลาการ์ด (Basilique Notre-Dame de la Garde) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นอย่างงดงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีรูปพระแม่มารีเป็นองค์ประธาน เล่ากันว่าในสมัยก่อนคนแถบนี้มักมาขอพรกับพระนางเพื่อให้การเดินเรือปลอดภัยและเมื่อเดินเรือปลอดภัยกลับมาแล้วก็มักจะนำเอาเครื่องแขวนมาเป็นของแก้บน แต่เมื่อเวลาผ่านไปทางเทศบาลเมืองได้ปรับปรุงให้สถานที่แห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานอันศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองมาร์กเซย์  จากนั้นนำท่านชมบริเวณท่าเรือ Le Vieux Port เป็นท่าเรือเก่าแก่ของเมืองมาร์กเซย์ บริเวณท่าเรือแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน สมัยโบราณก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศส
  • 16.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
  • 17.00 น.  เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเจนัว
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญวันนี้จะมีการจัดงานเลี้ยง Gala Dinner ให้ท่านได้แต่งตัวสวยงามร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือหมายเหตุ  ก่อนเรือกลับเทียบท่าในค่ำวันนี้ท่านจะได้รับป้ายผูกกระเป๋าสีต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการนำกระเป๋าลงจากเรือ ท่านจะต้องจัดกระเป๋าใบใหญ่วางไว้หน้าห้อง โดยแยกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่ของเรือจะมาเก็บกระเป๋าใบใหญ่ของท่านไปตั้งแต่กลางดึก และบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คก่อนทำการชำระในวันรุ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการชำระผ่านบัตรเครดิต ทางบริษัทเรือจะชาร์จค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ท่านได้ให้หมายเลขไว้ในวันที่ท่านเช็คอินโดยอัตโนมัติ
9

Day 9

15 เมษายน 2561 : เจนัว – มิลาน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น. เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือเจนัว (อิตาลี)นำท่านเดินทางสู่  หนึ่งในช้อปปิ้งเอาท์เลทขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป SERRAVALLE Shopping Outlet  ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองมิลาน สถานที่รวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากหลากหลายเมือง และจากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับแถวหน้าของอิตาลี มีร้านค้าแฟชั่นและสินค้าต่างๆกว่า 180 ร้าน ทั้ง Versace, Dolce & Gabbana, Prada, Roberto Cavalli, Bulgari, Trussardi, Calvin Klein, Guess, Etro, Nike, Mariella Burani, Swarovski และอื่นๆอีกมากมาย โดยสินค้าแฟชั่นจะลดราคาตั้งแต่ 30% – 70% ตลอดปี อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่าดูโอโม่ (Duomo) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงวาติกัน (เป็นมหาวิหารแบบโกธิคและใหญ่เป็นอันดับสามของยุโรป) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1813 ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเรียกว่า “มหาวิหารเม่น” มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่างๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป บนยอดของมหาวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร ของพระแม่มาดอนน่า
  • 16.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินมิลาน (MXP) เพื่อเชคอินและทำ Tax Refund
  • 19.55 น. ออกเดินทางจากสนามบินมิลาน สู่ สนามบินอิสตันบูลโดยเที่ยวบินที่ TK1876 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.50 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และพักผ่อน บนเครื่องบิน
  • 23.45 น. เดินทางมาถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเครื่อง
10

Day 10

16 เมษายน 2561 : กรุงเทพมหานคร
  • 01.25 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK 68 สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คืออาหารค่ำ และ อาหารเช้า
  • 14.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

 

วันเดินทาง
7 - 16 เม.ย. 2561
สายการบิน