วันเดินทาง
3 - 12 ธ.ค. 17
สายการบิน


10 วัน ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (EY) 3 – 12 ธ.ค. 17

  • MSC MERAVIGLIA (เอ็มเอสซี เมอร์ราวิเกีย)
  • เรือสำราญใหญ่ที่สุดของยุโรป ปี 2017
  • เรือมีขนาด 167,600 ตัน จุผู้โดยสารได้กว่า 5,700 คน มีทั้งหมด 18 ชั้น
  • กรุ๊ปเดียวเท่านั้น, บินเข้า – ออก โรม – FCO
  • พิเศษ!! ราคานี้รวมทัวร์พาเที่ยวทุกประเทศ

โรม – ชิวิคตาเวคเคีย – ปาแลร์โม (ซิซิลี) – มอลต้า – บาร์เซโลนา – โพรวองซ์ – ปอร์โตฟิโน่

1

Day 1: Departure

3 ธันวาคม 2560                กรุงเทพมหานคร – อาบูดาบี

  • 17.30 น.         คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส แถว Q (Row Q) ประตูทางเข้าที่ 8 อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 20.10 น.         ออกเดินทางสู่นครอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบิน EY401 (ใช้เวลาบินประมาณ 6.45 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ บริการ อาหารค่ำ ระหว่างเที่ยวบินสู่อาบูดาบี
2

Day 2

4 ธันวาคม 2560                อาบูดาบี – โรม – ชิวิคตาเวคเคีย

  • 00.05 น.         เดินทางถึงสนามบินอาบูดาบี แวะเปลี่ยนเครื่องเที่ยวบิน EY7065 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน ตามอัธยาศัย
  • 02.25 น.         ออกเดินทางจากสนามบินอาบูดาบี (AUH) สู่สนามบินโรม (FCO) โดยเที่ยวบิน EY7065 (ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารเช้า บนเครื่องบิน (กระเป๋าเดินทางทำการส่งต่อไปยังสนามบินโดยอัตโนมัติ Check through)
  • 06.20 น.         เดินทางถึงสนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

    นำท่านเดินทางสู่เมืองชิวิคตาเวคเคีย

    นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทไมเคิลแองเจโล (Michelangelo Castle) และป้อมปราการไมเคิลแองเจโล (Forte Michelangelo) เป็นปราสาทยุคโบราณสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยมีการสร้างกำแพงล้อมรอบปราสาท เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกในอดีต ปราสามแห่งนี้สร้างขึ้นใกล้กับท่าเรือและใช้เป็นป้อมปราการด่านหน้าในการเรียกเก็บระวางเรือและภาษีในสมัยก่อน โดยหอคอยตรงกลางป้อมปราสาทแห่งนี้ออกแบบโดยไมเคิล แองเจโล สร้างในสมัยโรมันโบราณ โดยผนังของป้อมปราการแห่งนี้มีความหนากว่า 6 เมตร นำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทไมเคิงแองเจโล และชมความยิ่งใหญ่ในการสร้างป้อมปราการที่ยังคงตั้งตระหง่านในเมืองชิวิคตาเวคเคียแห่งนี้

  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย                 นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองชิวิคตาเวคเคีย ชมกำแพงเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม นำท่านชมน้ำพุ เบเนดิกท์ที่ 14 (Benedict XIV’s fountain) นำท่านชมจัตุรัสใจกลางเมืองอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นบริเวณช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม และ สินค้าพื้นเมือง ของฝากและของที่ระลึกมากมาย จากนั้นนำท่านเข้าชมโบสถ์ ซานฟรานซิสโก เดอ อาซิสซี่ (San Francesco d’ Assisi) เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 และได้รับการบูรณะใช้เป็นอารามหลวงในศิลปะแบบ บาโรค นิโอคลาสสิค ในสมัยศตวรรษที่ 17 และโป๊ป เกรกอรี่ ที่ 9 ได้นำหินก้อนแรกวางลาดเพื่อใช้เป็นหินสร้างโบสถ์แห่งนี้ในปี 1228 โบสถ์แห่งนี้สร้างแล้วเสร็จในปี 1253  ภายในมีการตกแต่งด้วยกระจกสสวยงามและมีภาพวาดปูนเปียก หรือ เฟรสโก้ เช่นกัน จากนั้นนำท่านเดินเล่นภายในเมือง อันเป็นที่ตั้งของหมู่อาคารหลากสีมากมาย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองชิวิคตาเวคเคีย หรือจะเลือกช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย
  • 15.00 น.         นำท่านเชคอินขึ้นเรือสำราญ MSC Meraviglia
  • 18.00 น.         เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเมืองปาแลร์โม
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

3

Day 3

5 ธันวาคม 2560                ปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี)

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 10.00 น.         เรือจอดเทียบท่าที่ เมืองปาร์แลโม่ (เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี) เมืองหลวงของแคว้นปกครองตนเองซิซิลี  ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ปลายรองเท้าบู๊ตของอิตาลี มีประวัติต่อเนื่องยาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรปจึงตกเป็นเป้าหมายของการยึดครองจากชนชาติที่มีอำนาจเข้มแข็งในช่วงเวลาต่างๆเริ่มตั้งแต่กรีก โรมัน คาร์เทธ อาหรับ นอร์มัง เยอรมัน ฝรั่งเศส และสเปน แต่ละชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองดินแดนนี้ขณะเดียวกันก็ได้นำเอาศิลปวัฒนธรรมของตนเข้ามาด้วย เกาะนี้จึงมีสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมผสานกันหากแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยความงามทางธรรมชาติ ของทั้งชายหาด ทะเล และภูเขาไฟ ด้วยความที่อยู่ห่างไกลออกมาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นอิตาเลียนดั้งเดิม อย่างที่              หาไม่พบอีกแล้วตามเมืองใหญ่ในอิตาลีภาคพื้นทวีป นำท่านเข้าชมมหาวิหารมอนเรอาเล (Monreale Duomo)     ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมไบเซนไทน์แห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์วิลเลี่ยมที่ 2 ผู้ปกครองดินแดนซิซิลี ในช่วงปี ค.ศ. 1060 ภายในวิหารท่านจะได้พบกับความอลังการของโมเสกทอง ซึ่งว่ากันว่าใช้ทองในการประดับประดาทั้งหมด 2,200 กก.เลยทีเดียว นับเป็นโบสถ์โมเสกที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก  รองจากโบสถ์เซนต์โซเฟียที่ตุรกี และที่น่าอัศจรรย์คือ โมเสกที่เห็นทั้งหมดนี้ใช้เวลาสร้างแค่ 8 ปีเท่านั้น จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ Palazzo dei Normanni อดีตราชวังของกษัตริย์นอร์แมน ปัจจุบันใช้เป็นสภาท้องถิ่นประจำเมือง
  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย                 นำท่านแวะถ่ายรูป Cappella Palatina โบสถ์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์โรเจอร์ที่ 2 พระราชาซึ่งเคยได้ชื่อว่ามีฐานะล่ำซำที่สุดในยุโรป โดยโบสถ์นี้ยังถือเป็นต้นแบบของวิหาร Monreale ที่สร้างขึ้นในอีก 40 ปีให้หลังด้วย หลังคาโดมประดับด้วยโมเสกทองรูปพระเยซูและเทวดาทั้งแปด นำท่านชม น้ำพุ Fontana della Vergogna น้ำพุแกะสลักสไตล์ไฮเรเนอซองส์ซึ่งสั่งทำจากเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากนั้นแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์                        La Matorana โบสถ์สไตล์ไบเซนไทน์ประดับประดาด้วยโมเสกทอง แต่บริเวณทางเข้าเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ San Cataldo โบสถ์ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยปี ค.ศ. 1160 แต่การก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อผู้ลงทุนทรัพย์ เสียชีวิตลง จึงมีสภาพเปลือยเปล่าดูคลาสสิกตามสไตล์โบสถ์ท้องถิ่น
  • 16.00 น.         นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือปาร์แลโม่
  • 17.00 น.         เรือเดินทางออกจากท่าเรือปาร์แลโม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือวัลเลตตา ประเทศมอลต้า
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

4

Day 4

6 ธันวาคม 2560                วัลเลตตา (ประเทศมอลต้า)

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 10.00 น.          เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือเมืองวัลเลตตา ประเทศมอลต้า ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กสองเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีเมืองหลวงชื่อเมืองวัลเลตตา (Valletta) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรปถัดลงมาจากตอนใต้ของอิตาลี นับเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งหนึ่งในยุโรป มีผู้มาครอบครองและถูกแย่งชิงนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต นำท่านชมเมืองหลวงของสาธารณรัฐมอลต้า ซึ่งได้ตั้งชื่อเมืองตามชื่อของ Jean Parisot De La Valetta ผู้ซึ่งสามารถป้องกันการรุกรานเกาะมอลต้า จากออตโตมานในปี 1565 เมืองวัลเลตตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1980  นำท่านชมบรรยากาศบริเวณอ่าว Grand Harbor จัดได้ว่าเป็นท่าเรือธรรมชาติบนเกาะมอลต้า เป็นท่าเรือที่สร้างและใช้งานมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีอู่ต่อเรือ โรงเก็บสินค้า และป้อมปราการขนาดใหญ่ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพบริเวณท่าเรือ Grand Harbor ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยและขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของมอลต้า ได้เวลานำท่านชม สวนบารัคคา (Barracca Garden) สวนสวยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ส่วนบุคคล แต่ภายหลังได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี 1824 ภายในสวนประกอบไปด้วย Upper Barracca และ Lower Barracca ในส่วน Upper นั้นได้สร้างขึ้นในปี 1661 โดยอัศวินชาวอิตาเลียน จากบริเวณสวนจะเห็นวิวของอ่าวแกรนด์ฮาร์เบอร์ได้ชัดเจน จากนั้น ชม Auberge De Castille อาคารที่มีความสง่างามและใหญ่โตที่สุดแห่งหนึ่ง ในเมืองวัลเลตตา ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของคาบสมุทรซึ่งถูกออกแบบให้เป็นสถานที่หรูหราที่สุด ปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรีของประเทศสาธารณรัฐมอลต้า สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1574 โดยสถาปนิกชาวมอลต้าชื่อ GIROLAMO CASSAR และมีการสร้างบูรณะใหม่อีกครั้งในปี 1741
  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย                 นำท่านเข้าชม พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์ (Grand Master Palace) อดีตพระราชวังยุคศตวรรษที่ 16 ถือครองโดย อุสตาจิโอ้ เดล มอนเต้ ญาติคนสนิทของผู้ครองแคว้นมอลต้านาม ฌองป์ เดอลา วาเลตเต้ แรกเริ่มเดิมทีถูกใช้เป็นสถานที่บัญชาการรบของอัศวินในยุคนั้น และภายหลังเสร็จสิ้นสงคราม ได้ถูกต่อเติมเป็นพระราชวัง แต่แล้วถูกโอนย้ายเปลี่ยนมือเป็นสถานที่พำนักของผู้ปกครองจากประเทศอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 19 และกลับมาถือครองโดยประเทศมอลต้าภายหลังประกาศเอกราชในปี ค.ศ.1964 และในปัจจุบันถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภาแห่งมอลต้า สถานที่ทำงานของประธานาธิบดีแห่งมอลต้า ภายในตัวอาคารตกแต่งแบบนิโอคลาสสิค และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในบางส่วนที่จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์และยุทโธปกรณ์ของอัศวินในอดีต นำท่านชม ย่านถนนรีพับลิก (Republic Street) และถนนพ่อค้า (Merchant’s Street) ถนนสายหลักสองสาย เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึกตามอัธยาศัย  จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับวิหารเซนต์จอห์น (St. John’s Cathedral) สร้างโดยอัศวิน เซนต์จอห์นเพื่อมอบเป็นเกียรติแก่ผู้อุปถัมภ์เหล่าอัศวินทั้งหลาย ความพิเศษของวิหารแห่งนี้คือการ ออกแบบตกแต่งโดยสถาปนิกและศิลปินชาวมอลต้าในช่วงศตวรรษที่ 16
  • 17.00 น.          นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือเมืองวัลเลตตา
  • 18.00 น.          เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือวัลเลตตา เพื่อมุ่งหน้าสู่ กรุงบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

5

Day 5

7 ธันวาคม 2560                At Sea

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    อิสระให้ท่านพักผ่อน บนเรือสำราญหรูตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกรับประทานอาหารหรือนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ หรือทำกิจกรรมที่มีภายในเรือสำราญมากมายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งที่ร้านขายสินค้าปลอดภาษีบนเรือ (Duty Free) และส่วนสันทนาการอื่นๆอีกมากมาย กิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลายที่ท่านสามารถเลือกใช้บริการบนเรือสำราญ เช่น

    Public Room             :บาร์และเลาจน์ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เนต

    Entertainment           :ชมโชว์พิเศษที่ทางเรือมีจัดแสดงหรือจะเลือกนั่งเล่นในคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆหลากหลาย

    Sport and Activities :สระว่ายน้ำ สปอร์ทคอร์ท ฟิตเนต มินิกอล์ฟ

    Spa and Wellness     :ห้องสปา ห้องสตรีม บิวตี้ ซาลอน โยคะ และอื่นๆ อีกมากมาย

  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

6

Day 6

8 ธันวาคม 2560                บาร์เซโลนา

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 09.00 น.         เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
  • 10.00 น.         นำท่านเดินทางสู่สนามฟุตบอลคัมป์นู (Camp Nou) สนามฟุตบอลของทีมสโมสรบาร์ซา อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปด้านนอกและเลือกซื้อสินค้าของสโมสร จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์ (Sagrada Familia) สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนน Carrer de Mallorca งานชิ้นนี้มีความแปลกตาจากงาน ชิ้นอื่นของเกาดี้ ตรงสีสันอันเรียบนิ่งแบบโทนสีธรรมชาติให้ความรู้สึกที่สงบผ่อนคลายและเยือกเย็น เพราะความที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังคงรายละเอียดไว้อย่างดี ดูจากลวดลายสลักเสลาที่ด้านนอกตัวโบสถ์และภายในแสดงให้เห็นถึงแรงศรัทธาในศาสนาอย่างท่วมท้น สมเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาอุทิศตนให้กับศาสนจักร ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2026 อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารแห่งนี้
  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย                       นำท่านสู่เนินเขามองต์จูอิค (Montjuïc) เป็นเนินเขาในบาร์เซโลนาที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนนั้นเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง ซึ่งในปัจจุบันที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ได้แก่ Palau Nacional ที่มีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอบาร็อค ซึ่งแต่เดิมนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดนิทรรศการต่าง ๆ และปัจจุบันกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของบาร์เซโลนาที่ทุกคนจะต้องแวะมาแชะภาพคู่ด้วย นำท่านถ่ายรูปกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติปาเลา (Palau Nacional) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสวยแห่งบาร์เซโลนา ผ่านชมบริเวณน้ำพุ Font Magica ซึ่งจะมีการแสดงระบำน้ำพุสุดตระการตาที่มีทั้งแสง สี เสียง ประกอบอย่างลงตัว แถมวิวรอบด้านยังสวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมของสิ่งปลูกสร้างแบบงามหยด ไม่ว่าจะเป็นเสาขนาดใหญ่หน้า Palau Nacional และยังเห็นยอดของเนินเขา Montjuïc อยู่ลิบ ๆ พร้อมกับสิ่งปลูกสร้างที่ส่องแสงสะท้อนลงมา ได้เวลานำท่านสู่ถนนช้อปปิ้งสายใหญ่ของบาร์เซโลนา ถนนลารัมบลา (Larambla) ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนาแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย ถนนสายเล็กๆ ที่มีความยาวเพียง  1.2 กิโลเมตรแต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจทั้งกลางวันและกลางคืน    อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, ZARA, BENETON, TOPSHOP หรือจะช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำซึ่งมีร้าน ตั้งอยู่ตลอดแนวถนน Passeig de gracia ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าอาทิ LOUIS VUITTON, CHANEL, GUCCI, LOEWE และอื่นๆ
  • 17.00 น.         นำท่านกลับสู่ท่าเทียบเรือบาร์เซโลนา
  • 18.00 น.         เรือเดินทางออกจากท่าเรือบาร์เซโลนา เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

7

Day 7

9 ธันวาคม 2560                โพรวองซ์ – ป้อมปราการแซ็งต์ ฌอง

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น.          เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ (โพรวองซ์) ประเทศฝรั่งเศส

    นำท่านเดินทางสู่ป้อมปราการแซ็งต์ ฌอง (Fort Saint-Jean) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1660 โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในบริเวณทางเข้าท่าเรือเก่า เป็นตึกสีอิฐเก่าๆ สมัยปฏิวัติฝรั่งเศสเคยถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ จากนั้นก็ถูกยึดครองโดยกองทัพเยอรมันเพื่อหลบการโจมตีทางอากาศ แต่ไม่นานก็ถูกระเบิดทำลายจนป้อมปราการเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ปรากฏให้เห็นร่องรอยการถูกโจมตีจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามป้อมโบราณแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจวบจนปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อารยธรรมยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน (The Museum of European and Mediterranean Civilizations) จัดแสดงประวัติความเป็นมาและข้าวของเครื่องใช้ในอดีต นำท่านเข้าชมความสวยงามและความเก่าแก่ของป้อมปราการแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนถนน เลอ พานีเยร์ (Le Panier) เขตที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ชมความงามของอนุสาวรีย์ Vielle Charité นำท่านชมความงดงามที่มากเสน่ห์ของอาคารสถาปัตยกรรมในแบบเมดิเตอร์เรเนียน อิสระให้ท่านเก็บภาพความงามของเมืองตามอัธยาศัย

  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย                 นำท่านถ่ายรูปพระราชวังลองชองป์ (The Palais Longchamp) สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการขุดคลองมาร์กเซย์ (Canal de Marseille) เพื่อการลำเลียงน้ำจากแม่น้ำดูแลนซ์ (Durance River) เข้ามาใช้ในเมืองมาร์กเซย์ โดน ดยุคแห่งออรีน ได้วางรากฐานหินก้อนแรก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ปี 1893 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 30 ปี พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า อังเร เอสพีรานดี (Henry Esperrandieu) โดยการมีออกแบบสร้างน้ำพุอยู่กลางพระราชวัง จึงได้รับการขนามนามว่า “ปราสาทน้ำพุ” (Water Castle) ได้เวลานำท่านสู่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ Les Terrasses du port ในเมืองมาร์กเซย์ อิสระให้ท่านเลือกช้อปปิ้งสินค้า เสื้อผ้าแฟชั่น และของฝากตามอัธยาศัย ก่อนนำท่านลงเรือสำราญ
  • 16.00 น.         นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
  • 17.00 น.         เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเจนัว
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

8

Day 8

10  ธันวาคม 2560             ปอร์โตฟีโน – เจนัว

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น.         เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือเจนัว (อิตาลี)

    นำท่านเดินทางสู่เมืองปอร์โตฟีโน (Portofino) เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขต จังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์แห่งเมืองท่า” เมืองปอร์โตฟิโน เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yatch )จอดเต็มไปหมด นำท่านชมความงดงามของ โบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยตัวโบสถ์นั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็มีความสวยงามมากพอสมควร จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของ ปราสาทและป้อมปราการ Castello Brown ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ในอดีตเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก แต่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของเมืองอีกด้วย

  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย                 นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเจนัว นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือชื่อดังก้องโลก และเป็นชาวยุโรป  คนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา ซึ่งถือกำเนิด ณ เมืองเจนัวแห่งนี้ นำท่านชมบริเวณอ่าวเจนัว อันเป็นท่าเทียบเรือสำราญ เรือยอชท์หรู เรือใบสีขาวละลานตา และยังคงมีเรือโบราณจำลองขนาดยักษ์ สลักเสลาด้วยรูปปั้นอันวิจิตรคล้ายย้ำเตือนให้ระลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชาวเมืองเจนัวคนนี้ นำชมประภาคาร Lanterna สูงตระหง่าน ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1543 เป็นฉากหลัง นำท่านเข้าชมโบสถ์ประจำเมือง หรือ ดูโอโม่ (Genoa Duomo) ที่สร้างขึ้นในแบบโรมันเนสค์และโกธิคสมัยศตวรรษที่ 12-14 และน้ำพุกลางเมือง จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมและช้อปปิ้งที่ เปียซซ่า เฟร์รารี่ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบริเวณที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งตอนเด็กๆ จากนั้น อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม Louis Vuitton, GUCCI และของที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • 17.00 น.         นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือเจนัว
  • 18.00 น.         เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือเจนัว เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือซิวิตาแวคเซีย ประเทศอิตาลี
  • ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

    วันนี้จะมีการจัดงานเลี้ยง Gala Dinner ให้ท่านได้แต่งตัวสวยงามร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้

    หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ

    หมายเหตุ      ก่อนเรือกลับเทียบท่าในค่ำวันนี้ท่านจะได้รับป้ายผูกกระเป๋าสีต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดลำดับการนำกระเป๋าลงจากเรือ ท่านจะต้องจัดกระเป๋าใบใหญ่วางไว้หน้าห้อง โดยแยกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่ของเรือจะมาเก็บกระเป๋าใบใหญ่ของท่านไปตั้งแต่กลางดึก และบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คก่อนทำการชำระในวันรุ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการชำระผ่านบัตรเครดิต ทางบริษัทเรือจะชาร์จค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ท่านได้ให้หมายเลขไว้ในวันที่ท่านเช็คอินโดยอัตโนมัติ

9

Day 9

11 ธันวาคม 2560              โรม – โคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ช้อปปิ้งเอาท์เลต

  • เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
  • 08.00 น.         เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ ชิวิคตาเวคเคีย ประเทศอิตาลี
  • 09.00 น.         นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) นำท่านชม กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โคลอสเซียม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ได้รับการขนานนามว่าเป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาราจักรโรมันและสร้างเสร็จในสมัยจักรพรรดิติตัส (Titus) สามารถจุคนกว่า 50,000 คน
  • กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
  • บ่าย                 นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (The Trevi Fountain) น้ำพุที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมมาโยนเหรียญอธิษฐานเพื่อให้ได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง นำท่านสู่ย่าน บันไดสเปน (Spanish Step) แหล่งนัดพบของชาวโรมและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นจตุรัสที่มีอาคารสวยงามและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Louis Vuitton, Prada, Dior, Chanel และอื่นๆอีกมากมาย หรือจะเลือกเก็บภาพบรรยากาศใจกลางเมืองบริเวณ บันไดสเปน ให้ท่านสัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงของอิตาลี อิสระให้ท่าน        ช้อปปิ้งแบบเต็มอิ่ม
  • 15.00 น.         นำท่านเดินทางสู่ช้อปปิ้งเอาท์เลตขนาดใหญ่ใกล้กรุงโรม Castel Romano Designer Outlet ช้อปปิ้งเอาท์เลตที่รวมเอาแบรนด์สินค้าจากดีไซน์เนอร์ชั้นนำมาลดราคาตลอดทั้งปี อิสระให้ท่านช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากหรือเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆได้ตามอัธยาศัย
  • 19.00 น.         นำท่านเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน (FCO) เพื่อเชคอินและทำ Tax Refund
  • 22.00 น.         ออกเดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน (FCO) กลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EY84 (ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง) บริการอาหารค่ำ เครื่องดื่ม และพักผ่อนบนเครื่องบิน
10

Day 10

12 ธันวาคม 2560              กรุงเทพมหานคร

  • 06.05 น.         เดินทางมาถึงอาบูดาบี แวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 08.40 น.         ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ EY408 (ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารอาหารเช้า บนเครื่องบิน
  • 18.25 น.         เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

 

วันเดินทาง
3 - 12 ธ.ค. 17
สายการบิน