วันเดินทาง
28 เมษายน – 05 พฤษภาคม 2561 23 – 30 พฤษภาคม 2561 26 พฤษภาคม – 02 มิถุนายน 2561
สายการบิน


ท่องเที่ยว ตุรกี 8 วัน 5 คืน
อังการ่า-คัพปาโดเซีย-คอนย่า-ปามุคคาเล่-ไอวาลิค-บูร์ซ่า-อีสตันบูล
 ดินแดนแห่ง 2 ทวีป ยุโรป และ เอเชีย ชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของจักวรรดิ์ออตโตมาน อารยะธรรมโบราณ และธรรมชาติที่งดงาม

1

Day 1: Departure

 กรุงเทพฯ – เตหะราน
  • 20.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว S เคาน์เตอร์สายการบิน MAHAN AIR (W5) ประตูทางเข้าที่ 8 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 23.35 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเตหะราน โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5-050 (ใช้เวลาบินประมาณ 8 ช.ม.)
2

Day 2

 เตหะราน –อังการ่า – คัพปาโดเซีย-นครใต้ดิน
  • 04.00 น. ถึง สนามบินนานาชาติอิหม่ามโคมัยนี กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน04.00 น. ถึง สนามบินนานาชาติอิหม่ามโคมัยนี กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
  • 06.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอังการ่า ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ W5-118
  • 09.35 น. ถึง สนามบินนานาชาติเอเซนโบก้า กรุงอังการ่า ประเทศตุรกี นำท่านผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมือง และศุลกากร กรุงอังการา (Ankara) เป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกีและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอังการา ตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ  สองรองจากอีสตันบูล ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 850  เมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 ล้านคนกรุงอังการาตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอะนาโตเลียจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางธุรกิจ การค้าและพาณิชย์ และเมืองอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกีและเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์กลางของทางหลวงและเส้นทางรถไฟ ทำให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย
  • 11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันบนรถ(แบบกล่อง)
  • 12.30 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คัพปาโดเซีย ระยะทางประมาณ 310 กม. ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไปนับล้านปี พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึกเนินเขากรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 1,000 ตร.กม.ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขารวมถึงท้องฟ้าสีสดใส
  • 16.30 น. นำท่านชมนครใต้ดิน (Underground City of Kaymakli) ซึ่งถูกทำขึ้นในศตวรรษที่ 4 ได้ถูกขุดลึกลงไปสำหรับใช้เป็นที่หลบซ่อนประมาณ 5,000-7,000 คน ที่ได้หลบหนีจากการรุกรานของศัตรูและพวกที่ต่อต้านไม่ยอมรับนับถือศาสนาอื่นๆชมสถานที่ในอดีตของสภาพวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ใต้ดินซึ่งได้ถูกวางรากฐานทางด้านสาธารณูปโภคไว้เป็นอย่างดีห้องทำพิธีทางศาสนา ห้องครัว ห้องทำไวน์ ห้องเก็บอาหาร พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและอื่นๆ อีกหลายอย่างฯ
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พัก GOLD YILDIRIM HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3

 คัพปาโดเซีย-คอนย่า-ปามุคคาเล่         
  • 05.00 น. สำหรับท่านี่สนใจจะขึ้นบอลลูน ชมความงามของเมืองคัฟปาโดเซีย ซึ่งครอบคลุมบริเวณ 5 จังหวัด ซึ่งประกอบไปด้วย อัคซาเรย์ เคย์เซอรี ไคร์เชอร์ เนฟเชอร์และนิกเด ที่เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆที่งดงาม จะมีเจ้าหน้าที่มารับท่านที่บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม ใช้เวลาเดินทางประมาณไป-กลับ 1 ชม. และอยู่บนบอลลูนประมาณ 45-50 นาที ค่าใช้จ่ายท่านละประมาณ USD 220.- /กรุณาสอบถามหัวหน้าทัวร์
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. เข้าชม พิพิธภัณฑ์เกอเรเม (Goreme Museum)  ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วงคริสตศวรรษที่ 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ และได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1985
  • 10.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่เมืองคอนย่า (Konya) ระยะทางประมาณ 240 กม.ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุคในช่วงปี ค.ศ.1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000
  • 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 14.30 น. นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน(Monastery of the Whirling) เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลดดิน รูมี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลามหรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามโดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
  • 15.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ 410 กม.เมืองปามุคคาเล่ เป็นเมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่แคลเซียมอ๊อกไซด์ไหลขึ้นมาจากใต้ดินเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วและจะไหลลงสู่หน้าผาที่สูงประมาณ 50 เมตร จากการไหลของ น้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาว เป็นชั้นๆ หลายชั้น และจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาวประมาณ 800 เมตร ซึ่งทำให้เกิดทัศนียภาพที่มีความสวยงามมาก
  • 20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พัก NINOVA THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4

 ปามุคคาเล่-เอฟฟิซุส-ไอวาลิค        
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อนที่ซึ่งในอดีตกาล ชาวกรีกเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้ โดยกษัตริย์แห่งเพอร์กามัม อูเมเนส ที่ 2 จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิส (Hierapolis) ที่มีความหมายว่า เป็นเมืองศักดิ์สิทธ์ ล้อมรอบผ่านชมซากปรักหักพังของเมืองโบราณเก่าแก่สมัยกรีกและได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 ให้ท่านได้ลงเดินเล่นในบริเวณที่ถูกจัดไว้ (ทุกท่านต้องถอดรองเท้า) จะสามารถเดินลุยน้ำเล่นตามแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลของน้ำพุร้อนที่มีอุณภูมิอยู่ที่ 35 องคาเซลเซียส ที่มีแร่ปูนขาวผสมอยู่ ซึ่งได้มีการพิสูจน์ทางด้านวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีกิตติศัพท์ที่เป็นน้ำที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและผิวหนัง ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยรักษาโรคได้ โรคผิวหนัง หอบหืด ปวดข้อและกระดูกโรคหัวใจ โรคไต ฯ
  • 10.00 น. จากนั้นนำท่านสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส ระยะทางประมาณ 180 กม.ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง และเคยเป็นที่อยู่ของชาวไอโอเนียนจากกรีก
  • 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 14.00 น. นำท่านชมสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่เอฟฟิซุสคือ โรงละครโรมัน ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนดูได้ถึง 25,000 คน ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของประชากรยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณนำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหน้งคุณภาพสูง ซึ่งผลิตเสื้อหนังแบรนด์ดังในอิตาลีและอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
  • 16.00 น. จากนั้นนำท่าน เดินทางสู่ เมืองไอวาลิค ระยาทางประมาณ 230 กม.
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พัก HALIC PARK HOTEL หรือเทียบเท่า                                                        
5

Day 5

 ไอวาลิค-บูร์ซ่า-อีสตันบูล    
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองบูร์ซ่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 290 กม.เมืองบูร์ซ่า (Bursa) มีความสำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศมีประชาการอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน มีชื่อเสียงทางด้านผลิตเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์เพื่อนำไปทอเป็นพรม ในอดีตเคย เป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรออตโตมานตั้งแต่ปี ค.ศ.1326-1362และจากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่อะเดิร์เน ที่อยู่ทางด้านเหนือของกรุงคอนสแตนดิโนเปิลนำท่านผ่านชมความสวยงามของตัวเมืองที่ในอดีตกษัตริย์ที่เคยปกครองอาณาจักรออตโตมานได้ใช้เมืองนี้เป็นที่ฝังศพ และนอกจากนั้นยังถูกตกแต่งให้เป็นสวนที่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสีเขียว (Green Bursa)
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร13.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังกรุงอีสตันบูล ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 190 กม.โดยผ่านทางท่าเรือยาโลว่าของทะเลมาร์มาร่า กรุงอีสตัลบูล (Istanbul) เป็นมหานครของสองทวีป/เอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ นับแต่ยุคสมัยของกรีกและโรมัน ในสมัยของพวกกรีก ก็คือเมืองไบแซนติอุม มีอายุอยู่ในระหว่าง 675 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค.ศ.330 จึงได้เสียให้แก่อาณาจักรโรมัน  และเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออก ในนามของ กรุงคอนสแตนติโนเปิล จนกระทั่งถึง ค.ศ.1453 จึงได้ถูกพวกออตโตมาน ทำลายลงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อีสตันบูล และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.198515.30 น. นำท่านไปชม พระราชวังโดลมาบาห์เช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมอจิท ซึ่งเป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมาน ซึ่งได้ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวางพระราชวังแห่งนี้เป็นศิลปะผสมผสานกันระหว่างยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และภายนอกยังประกอบไปด้วยสวนไม้ดอกที่ปลูกรายล้อมตัวพระราชวัง ชมภายในพระราชวังประดับด้วยโคมไฟระย้าและที่น่าตื่นตา ก็คือ โคมไฟอันมหึมาหนักถึง 4 ตัน และนาฬิกาทุกเรือนของที่นี่จะชี้บอกเวลา 09.05 น.เป็นนิจนิรันดรเพื่อที่ระลึกถึงการจากไปของท่าน คามาล อตาเติร์ก (Kamal Ataturk) ซึ่งเป็นวีรบุรุษของชาติผู้ที่บดขยี้กองทัพของอังกฤษที่กาลิโปลี ในสมัยสงครามโลกครั่งที่ 1
  • 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • เข้าสู่ที่พัก RAMADA ENCORE HOTEL  หรือเทียบเท่า
6

Day 6

 อีสตันบูล
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. นำท่านไปลงเรือชม ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำกับทะเลมาร์มาร่า มีความยาวประมาณ 32กม. ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กม. ซึ่งถือว่าที่สุดของยุโรปและเอเชียมาพบกันที่นี่ ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างจะสวยงามตระการตาของบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อม ปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้
  • 11.00 น. จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังท็อปกาปิ ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมันหลายองค์ ในปัจจุบันพระราชวังท็อปกาปิ กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิ เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านที่ได้ปกครองในอาณาจักรแห่งนี้ฯลฯ
  • 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 14.00 น. นำท่านไปเที่ยวชม ฮิปโปโดรม (Hippodome) ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของชาวไบแซนติอุม คือ สถานที่ที่แข่งกีฬารถม้าศึกของชาวโรมัน และของจักรวรรดิออตโตมานกว่า 400 ปี ในปัจจุบันเหลือแค่เสา 3 ต้น คือเสาต้นแรก โอเบลิสก์แห่งฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ซึ่งถูกสร้างมาตั้งแต่ 1500 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาเป็นเสาเซอร์เพนไทน์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา 497 ปีก่อนคริสตกาล และเสาคอนสแตนตินที่ 7 เป็นเสาต้นสุดท้าย สถานที่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.203 ในยุคของไบแซนไทน์                      นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวังที่ประทับของจักรพรรดิไบแซนไทน์ ภายในถูกตบแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน มีเสามินาเรท์เป็นยอดแหลมถึง 6 ต้น ถูกสร้างโดยสุลต่านอาห์เมต ที่ 1 ในปี ค.ศ.1609-1616                      นำท่านชม เซ้นต์ โซเฟีย (St.Sophia) ถือว่าเป็นเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางและเป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวคริสต์ เพื่อแสดงถึงความอัจฉริยะและพลานุภาพอันเกรียงไกรของอาณาจักรโรมันถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.360 โดยจักรพรรดิคอนสแตนติน ถูกไฟไหม้และสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.415 ถูกเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.537 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนและจวบจนวาระสุดท้าย ของกรุงคอนสแตนติโนเปิล ต่อมาได้ถูกสถาปนาเป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอิสลาม ชื่อ อายา ซอฟยา นำท่านไปยังย่านการค้าชื่อดัง แกรนด์ บาซาร์ (Grand Bazaar)(หรือตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเวลา) ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลางปีคริสตวรรษที่ 15 มีร้านค้ามากมายถึง 4,000 ร้าน ซึ่งเป็นตลาดค้าพรมและเครื่องเงินทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าต่างๆที่ให้ท่านได้ซื้ออย่างมากมาย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  จากนั้นนำท่านไปชมการแสดงพื้นเมืองและระบำหน้าท้องประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
  • เข้าสู่ที่พัก RAMADA ENCORE HOTEL  หรือเทียบเท่า
7

Day 7

 อีสตันบูล-เตหะราน-กรุงเทพฯ
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 09.00 น. นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 12.00 น. ออกเดินทางจากอีสตันบูล สู่เตหะราน โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5-113 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 14.50 น. เดินทางมาถึงสนามบินโคมัยนี่/กรุงเตหะราน
  • 21.45 น. ออกเดินทางจากเตหะราน สู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ W5-051(รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
8

Day 8

 กรุงเทพฯ
  • 7.45 น. ถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ / กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
28 เมษายน – 05 พฤษภาคม 2561 23 – 30 พฤษภาคม 2561 26 พฤษภาคม – 02 มิถุนายน 2561
สายการบิน