วันเดินทาง
02 – 11 พฤษภาคม 2563 05 – 14 มิถุนายน 2563
สายการบิน


  • ที่พักดี 4+5 ดาว   อาหารดี
  • ชมเมืองดูบรอฟนิคได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม “ไข่มุกแห่งทะเล เอเดรียติก”
  • เดินชม กำแพงเมืองโบราณ และเมืองเก่าดูบรอฟนิค สถานที่ท่องเที่ยวของโครเอเชีย
  • พร้อมชิมหอยนางรม แบบสดๆพร้อมจิบไวน์ ณ อ่าวมาลี สตอน
  • เที่ยวคอร์ชูล่า บ้านเกิด มาร์โค โปโล นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่
  • บีฮาช เมืองเล็กๆ แสนมีเสน่ห์ มีพรหมแดนติดประเทศโครเอเชีย
  • ชมน้ำตกแสนสวย 3 แห่ง ในบอสเนีย Strbacki Buk Waterfall , Pliva Waterfalls , Kravice Waterfall
  • จาจเซ่ เมืองที่ตั้งอยู่น้ำตก ที่มีแหล่งธรรมชาติอันสวยงาม
  • ชมสะพานโบราณ มรดกโลก Unesco ที่ เมือง โมสตาร์
  • ชมเมืองซาราเจโวถูกขนานนามว่าเป็น “นครเยรูซาเล็มแห่งยุโรปและบอลข่าน”

1

Day 1: กรุงเทพฯ-กรุงอิสตันบูล

  • 18.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 21.40 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบลู” โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 065 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.30 ช.ม.)
2

Day 2 : กรุงอิสตันบูล-ดูบรอฟนิค-ซิตี้ทัวร์ เมืองดูบรอฟนิค

  • 04.10 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี
  • 06.40 น. เหิรฟ้าสู่เมืองดูบรอฟนิค” โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่  TK439 (ใช้เวลาบินประมาณ 02.10 ช.ม.)
  • เดินทางถึง เมืองดูบรอฟนิค (DUBROVNIK) เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก เป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และมีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า จึงได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้โดดเด่น ด้วยการตกแต่งพระราชวัง สร้างโบสถ์ วิหาร จัตุรัส น้ำพุ และบ้านเรือนต่างๆ และได้รับการบูรณะและปรับเปลี่ยนอย่างงดงามตามยุคสมัย

  • จากนั้นนำท่านเที่ยวชมบริเวณเมืองเก่า (Old Town) ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายการโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่งอนุสาวรีย์ต่างๆ ได้รับความเสียหาย และทรุดโทรมจนกระทั่งในปี ค.ศ.1995 ได้มีการลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก Erdut องค์การยูเนสโก (UNESCO) และสหภาพยุโรปจึงได้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์เมืองขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งดูบรอฟนิคกลับมาสวยงามอีกครั้ง และได้รับการขึ้นทะเบียนประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของโครเอเชีย ชมทัศนียภาพของเมืองที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ตัวเมืองจะเป็นป้อมปราการโบราณที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง

  • นำท่านเยี่ยมชม Rector’s Palace (ภายนอก) ศูนย์กลางการบริหารของเมืองดูบรอฟนิคในอดีต เป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีก-โรมัน เชิญท่านเก็บบันทึกภาพด้านหน้าของ Sponza Palace ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารโบราณที่สำคัญๆ รวมถึงคำจารึกเป็นภาษาละตินโบราณที่ใช้เตือนใจพ่อค้าวาณิชทางทะเล “ห้ามกระทำการโกงน้ำหนักในการซื้อขาย ขณะที่ท่านชั่ง หรือตวงสินค้า เพราะพระเจ้ากำลังจับตาและวัดความซื่อสัตย์ของท่านอยู่”

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านเดินชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ภายในป้อมปราการต่างๆ เช่น Dominican Monastery Church of St.Blaise ในสไตล์บาร็อค วิหาร  Franciscan Monastery แบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค  Fort of St.John ประตู Pile Gate, Ploce Gate
  • จากนั้นนำท่าน ทัวร์กำแพงเมืองโบราณ (City Walls) ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมืองดูบรอฟนิค ที่มีกำแพงยาวประมาณ 1,940 เมตร สูง 25 เมตร สลับด้วยหอรบ 5 หอ หอคอยทรงกลม 3 หอ และทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และสี่เหลี่ยมผืนผ้า 12 หอ สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงและแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำนี้ ในช่วงที่มีการขยายอำนาจของอาณาจักรออตโตมัน กำแพงเมืองที่มีความหนา 3 เมตร ได้รับการเสริมเพิ่มเติมเป็น 6 เมตร แต่ดูบรอฟนิคต้องประสบกับภัยทางธรรมชาติ ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1667 มีคนเสียชีวิตกว่า 5,000 คน ทำให้ตัวเมืองเสียหายมาก แต่ทว่ากำแพงยังคงอยู่ และประสบภัยอีกครั้งจากสงคราม ถูกถล่มโดยจรวดของกองทัพยูโกสลาเวียในปี ค.ศ.1991 แต่ความเสียหายในส่วนนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการซ่อมแซมจากองค์การยูเนสโก ท่านจะได้ประทับใจกับวิว ทิวทัศน์ขณะที่เดินไปตามแนวสันของกำแพง ซึ่งมีทั้งอาคารสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์บาร็อคในย่านเมืองเก่า และท้องทะเลสีครามที่สามารถมองออกไปไกลสุดสายตา ภายใต้ท้องฟ้าแสนสดใส บางช่วงตอนของกำแพงจะต้องผ่านป้อมปราการที่ใหญ่มหึมา และหาดที่เต็มไปด้วยหินผา ทำให้ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงในการเดินบนกำแพงเมืองโบราณนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ สร้างความประทับใจให้กับท่านอย่างมิรู้ลืม

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • พักที่ HOTEL KOMPAS  หรือเทียบเท่า
3

Day 3 : เมืองดูบรอฟนิค-อ่าวมาลี สตอน-Ferry-เกาะคอร์ชูล่า

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมเช้า
  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อ่าวมาลี สตอน (STON) เมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองดูบรอฟนิค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของหอยนางรมและผลิตภัณฑ์จากหอยนางรมสดๆ จากทะเลอาเดรียติก ตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศริมชายฝั่งทะเลที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีแสดสลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะสู่สตอน หมู่บ้านที่สงบเสงี่ยมตั้งอยู่ริมฝั่งบริเวณโค้งอ่าวกว้าง เปรียบเสมือนเป็นด่านหน้าของดูบรอฟนิค ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองจากการค้าเกลือ ดังนั้นกำแพงป้องกันจึงมีความจำเป็น ซึ่งสามารถมองเห็นกำแพงโบราณนี้ได้จากระยะไกลในปัจจุบัน สตอนในอดีตอยู่ใต้การปกครองของโรมันจนกระทั่งถูกทำลายโดยพวกมองโกล ผ่านชมสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างทางโบราณคดี และร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในอดีต พร้อมเก็บบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก

  • ให้ท่านลิ้มลองรสชาติของหอยนางรมสดๆ จากทะเล อาเดรียติก พร้อมจิบไวน์(Tasting Fresh Oyster with Wine) ดื่ มด่ำกับรสชาติหอยนางรมสด ท่ามกลางบรรยากาศอันสวยงามของทะเลอาเดรียติด

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านโดยสารรถโค้ชลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ไปยังเมืองโอเรบิซ (OREBIC) เพื่อนำท่านขึ้นเรือข้ามไปยังเกาะคอร์ชูล่า โอเรบิซตั้งอยู่ปลายคาบสมุทร Peljesac ซึ่งในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เป็นที่รู้จักกันดีในอุตสาหกรรมการเดินเรือ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ท และร้านขายของที่ระลึก เหมาะกับการพักผ่อนบนคาบสมุทร Peljesac

  • จากนั้น นั่งเรือเฟอร์รี่ล่องไปยังเกาะคอร์ชูล่า(Korcula Island) เกาะในเขตทะเลอาเดรียติกของโครเอเชีย เคยได้ฉายาว่า “ไข่มุกแห่งยุคกลาง” และเป็นเมืองบ้านเกิดของนักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ มาร์โค โปโล

  • นำท่านชม เมืองเก่าคอร์ชูล่า (KORCULA) ที่มีอิทธิพลจากเวเนเชี่ยนมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15

  • ชมโบสถ์เซนต์มาร์ค (Cathedral of St.Mark) ที่สร้างขึ้นระหว่างปี 1301-1806

  • แวะชม “บ้านเกิดของมาร์โคโปโล” (Marco Polo House) นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ที่คนทั่วประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก เมื่อปี ค.ศ.1991 อิสระให้ท่านได้เดินเล่น พักผ่อน และชมเมืองตามอัธยาศัย เพลิดเพลินกับกับบรรยากาศอันแสนสวยบนเกาะคอร์ชูล่า

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • พักที่ HOTEL MARKO POLO  หรือเทียบเท่า
4

Day 4 : เกาะคอร์ชูล่า-นีอุม-เมืองสปลิต

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมเช้า
  • จากนั่นนำท่านลงเรือกลับสู่ โอเรบิซ (OREBIC) เพื่อเดินทางต่อไปยัง เมืองนีอุม (NEUM) เมืองในเขตประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า เป็นเมืองชายฝั่งประมาณ 24.5 กิโลเมตร เป็นทางออกสู่ทะเลอาเดรียติกทางเดียวของประเทศ เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่ง

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้น นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองสปลิต (SPLIT) เมืองศูนย์กลางการพาณิชย์ การคมนาคมของแคว้นดัลเมเชียและเป็นเมืองชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชีย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดด้วย สปลิตนับอายุได้กว่า 1,700 ปี โดยมีพระราชวังดิโอคลิเธียน ประกอบด้วยศาลาว่าการเมืองสไตล์เรอเนสซองส์ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ

  • จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังดิโอคลิเธียน (Diocletian Palace) ที่ประทับ  ของจักรพรรดิ “ดิโอคลิเธียน” แห่งเมืองเวนิสที่แผ่ขยายอาณาเขตจากเวนิสสู่เมืองสปลิต ในยุคโรมันโบราณ ท่านจะได้พบเห็นสถาปัตยกรรมของลานกว้างที่มีเสาสไตล์โรมันตั้งอยู่เรียงราย ภายในพระราชวังประกอบด้วยทางเข้าหลักหรือ Golden Gate มหาวิหารเทพเจ้าจูปิเตอร์ โบสถ์แห่งเทพวีนัส วิหารดอมนิอุส ที่จัดเรียงรายรวมกันอย่างลงตัว

  • ชมย่านพีเพิลสแควร์ (Narodni Square) ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหารเมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 และสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงเช่น รูปภาพแกะสลักสมัย Venetian-Gothic Cambi Palace Renaissance Town Hall ที่สร้างขึ้นในช่วงแรกของศตวรรษที่ 15

  • ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ HOTEL MONDO หรือเทียบเท่า
5

Day 5 : เมืองสปลิต-โทรเกียร์-บีฮาช

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมเช้า
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โทรเกียร์ (TROGIR) เกาะเล็กๆ ที่เป็นอู่อารยธรรมของกรีกโบราณตั้งแต่ 380 ปีก่อนคริสกาล ซึ่งต่อมาถูกปกครองโดยทรากุรีอุม (Tragurium) และโรมัน บรรดาโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างของเมืองเก่า ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี คือจัตุรัสกำแพงเมืองและป้อมปราการนั่นเอง จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ขึ้นทะเบียนประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997

  • นำท่านเดินเที่ยวชมภายในเขตเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมในสไตล์กรีก-โรมันโบราณ อาทิเช่น ประตูเมือง ที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในเมื่อศตวรรษที่ 16 หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยที่ 14 ผ่านชมมหาวิหารเซนต์ ลอว์เรนซ์ (St.Laurence Cathedral) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี ที่มีความงดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลักที่มีรูปปั้นสิงโต อดัม&อีฟ และรูปสลักนักบุญองค์สำคัญ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบีฮาช ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า  ระยะทางประมาณ 249 กม. บีฮาชเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยูน่า และยังมีคาเฟ่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเป็นย่อมๆ ล้อมรอบริมฝั่งแม่น้ำ ยิ่งทำให้เมืองเล็กแห่งนี้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปอีก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • พักที่ HOTEL EMPORIUM  หรือเทียบเท่า
6

Day 6 : บีฮาช-จาจเซ่-โมสตาร์

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารของโรงแรมเช้า
  • จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านโอราซาส (Orasac Village) เป็นหนึ่งในเมืองเก่าของอุทยานแห่งชาติยูน่า มีป้อมปราการและหมู่บ้านเป็นแบบยุคกลาง ตั้งอยู่บนเนินเขาโอราซาส หมู่บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 13 และ 15 ทุกวันนี้ยังคงมีกำแพงเมืองที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีประตู และหอคอย ใกล้ๆ ยังมีมัสยิดและหออาซานในยุคออตโตมันอีกด้วย

  • จากนั้นนำท่านสู่สตรัคคิ บุค (Strbacki Buk) โดยรถมินิบัส น้ำตกสตรัคคิ บุค (Strbacki Buk Waterfall) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือระหว่างประเทศบอสเนีย เฮเซอร์โกวีน่า กับ โครเอเชีย น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำน้ำตกที่มีความสูงถึง 24.5 เมตร และเป็นน้ำตกที่มีความงดงามที่สุดในอุทยานแห่งชาติยูน่า อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปวิว จากนั้นนำเดินทางกลับโอราซาส เพื่อเดินทางต่อสู่เมืองจาจเซ่ (Jajce) ระยะทางประมาณ 142 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 02.30 ชม
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • เมืองจาจเซ่ (Jajce)เป็นเมืองที่ตั้งอยู่เหนือน้ำตกมีความสวยงามมาก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขนานนามถึงวิวธรรมชาติที่สวยงาม นำท่านถ่ายภาพ น้ำตกพลิวา (Pliva Waterfalls) น้ำตกพลิวาตั้งอยู่กลางเมืองจาจเซ่ เป็นน้ำตกที่น่าประทับใจในตะวันออกเฉียงใต้ และยังติดอันดับน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก น้ำตกแห่งนี้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 22 เมตร เป็นน้ำตกที่อยู่ระหว่างจุดบรรจบของแม่น้ำพลิวาและแม่น้ำวรีบาส และใกล้กันนั้นมีทะเลสาบขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่สวยงามซึ่งเกิดจากแม่น้ำพลิวาอีกด้วย

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโมสตาร์ (Mostar)  ระยะทางประมาณ 162 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 03.00 ชม.
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ CITY HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : โมสตาร์

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมเช้า
  • เมืองโมสตาร์ (Mostar)  เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเฮอร์เซโกวีนา (Herzegovina)  โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเนเรตวา(Neretva River) และยังคงได้รับการบำรุงรักษาและใช้งานมาได้จนถึง

  • นำท่านเดินทางสู่น้ำตกคราวิเซ่ (Kravice Waterfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่บนแม่น้ำทรีบาแซท (River Trebižat)  มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 25 เมตร และ จากปลายน้ำตก ถึงรัศมีโดยรอบทะเลสาบ กว้างประมาณ 125 เมตร และในช่วงฤดูร้อน จะร้อนมากซึ่งเป็นอิทธิพลในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และอาจจะด้วยเหตุนี้ทำให้บริเวณ ชายหาดของทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่นิยมในการอาบแดด ปิกนิค และกิจกรรมอื่นๆ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบริเวณน้ำตก และชายหาดริมทะเลสาบ

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านชมเมืองโมสตาร์ สิ่งที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองนี้ก็คงจะเป็นสะพานโบราณ (Old Bridge) หรือสตารี มอสต์ (Stari Most) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง และยังคงได้รับการบำรุงรักษาและใช้งานมาได้จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แล้ว เมืองประวัติศาสตร์โมสตาร์ ยังเป็นเมืองที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของเหล่าสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมในหลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2005 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกให้สะพานโบราณรวมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ใกล้เคียงที่สุดของสะพานให้อยู่ในรายชื่อมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา นำท่านชมความงดงามและความเก่าแก่ของ “สะพาน โบราณ หรือ สตารี มอสต์ ” สะพานที่ถูกสร้างขึ้นจากหิน โดยมีความสูงจากระดับน้ำซึ่งวัดได้ในช่วงฤดู​​ร้อน ประมาณ 21 เมตร สะพานโบราณ สตารี มอสต์ ถูกสร้างขึ้นโดยชาวเติร์ก ในปี ค.ศ. 1566 และได้ถูกทำลายไปในปี ค.ศ. 1993 ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 สะพานเก่าและอาคารหลายหลังในเมืองเก่า ในบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมการวิชาการระหว่างประเทศของยูเนสโก

  • จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกที่ตลาดนัดพื้นเมือง (Old Bazaar)

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ CITY HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8 : โมสตาร์-ซาราเยโว

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงซาราเจโว ระยะทางประมาณ 129 กม.  เป็นเมืองหลวงของประเทศบอสเนียแอนเฮเซอโกวีน่า เป็นเมืองที่มีเรื่องราวความเป็นมาและประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบยุโรปใต้ มีเรื่องราวต่างๆ อย่างมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสงครามยูโกสลาเวีย แต่ในปัจจุบันนี้เมืองแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเลยทีเดียว เมืองซาราเจโว สำหรับคนทั่วไปอาจจะคุ้นเคยกับภาพของสงครามที่ผ่านมาแต่ในความเป็นจริงกลับ ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ในปี 2011 – 2012 เมืองซาราเจโวแห่งนี้กลับถูกเลือกโดยนิตยสาร LONELY PLANET ให้ติดอยู่ในสิบอันดับแรกของเมืองที่ท่านต้องเดินทางมาท่องเที่ยว และนอกจากนี้ในปี 2014 กรุงซาราเจโว เป็นเมืองเดียวที่อยู่นอกสหภาพยุโรปที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในการที่จะได้เป็น EUROPEAN CAPITAL OF CULTURE IN 2014

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านชม อุโมงค์หนีภัย (SARAJEVO TUNNEL) อุโมงค์ที่สร้างขึ้นในช่วงเกิดสงครามบอสเนียระหว่างปี 1992–1995 สร้างโดยประชาชนชาวซาราเยโวเพื่อปกป้องและตัดขาดจากกองกำลังเซอร์เบีย และสามารถนำอาหาร ข้าวของ และความช่วยเหลือจากนานาชาติโดยผ่านทางอุโมงค์นี้

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ CITY HOTEL หรือเทียบเท่า
9

Day 9 : ซาราเจโว

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  ย่านเมืองเก่า BASCARSIJA อดีตเคยเป็นย่านบาซาร์เก่าแก่ของยุคออตโตมัน ปัจจุบันเป็นถนนสายหลักของเมืองซาราเจโว ตั้งอยู่ในส่วนเมืองเก่าของซาราเจโว ออกแบบในสไตล์ออตโตมัน-เตอร์กิช เต็มไปด้วยร้านค้าของที่ระลึก ร้านกาแฟ บาซาร์ที่ขายสินค้าหลากหลายชนิด

  • นำท่านชมความงดงามของ สุเหร่า GAZI HUSREV-BEG MOSQUE ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าแบบออตโตมันที่สำคัญที่สุดในเมืองซาราเยโว

  • ชมมหาวิหารประจำเมืองซาราเยโว (THE CATHEDRAL OF JESUS HEART) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา เป็นที่ประจำตำแหน่งของพระราชาคณะของเมือง เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-กอธิค สร้างในช่วงปี ค.ศ.1884-1889
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์คริสต์ออโธด๊อกซ์ ที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ ภายในบริเวณเดียวกัน รวมถึงโบสถ์ของชาวยิวหรือซีนากอฟ ขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ภายในย่านนี้
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านชม สะพานลาติน (LATIN BRIDGE) ซึ่งเป็นจุดที่อาร์ค ดยุค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Franz Ferdinand) รัชทายาทแห่งราชวงศ์ออสเตรียถูกลอบปลงพระชนม์ในวันที่ 28 มิถุนายน 1914 โดยชาวซาราเยโวนายหนึ่ง จนกลายเป็นชนวนเหตุในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นและสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

  • 17.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 21.10 น. เหิรฟ้าสู่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1026
10

Day 10 : กรุงเทพฯ/สุวรรณภูมิ

  • 00.05 น. เดินทางถึงสนามบินฮาวาลิมานี่ ประเทศตุรกี
  • 01.25 น. เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK068
  • 15.00 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
02 – 11 พฤษภาคม 2563 05 – 14 มิถุนายน 2563
สายการบิน

โครเอเชีย – บอสเนีย 10 วัน 7 คืน (TK)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล-ดูบรอฟนิค-ซาราเจโว-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ประเทศโครเอเชีย ) สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ ตลอดการเดินทาง ท่านละ 40 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ตลอดการเดินทาง ท่านละ 30 ยูโร หรือ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
02 – 11 พฤษภาคม 2563 05 – 14 มิถุนายน 2563
สายการบิน
Mostar