วันเดินทาง
24 มีนาคม – 1 เมษายน 2561 13 – 21 เมษายน 2561 28 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2561
สายการบิน


แคชเมียร์-ทัชมาฮาล-ชัยปุระ 9 วัน

  • ขอนำท่านสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนภารตะที่มีความหลากหลายด้านศาสนา และความเชื่อ
  • อารยะธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุอันเก่าแก่ถึง 5,000 ปี มากมายด้วยศิลปะอันงดงาม
  • ต้นกำเนิดของศาสดาของโลก มหาปราสาท พระราชวัง และป้อมปราการที่งดงามยิ่งใหญ่และอีกมากมายในความเป็นเลิศของ…อินเดีย

แคชเมียร์ สัมผัสกับเส้นทางบินที่สวยที่สุดในโลกจากเดลีสู่ศรีนาคา เลียบเทือกเขาหิมาลัย ชมสวรรค์บนโลกมนุษย์ ถึงทุ่งราบแคชเมียร์ มงกุฎเพชรของอินเดียที่อยู่กลางอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย มีเทือกเขาหิมะล้อมรอบทุกทิศทาง เหมือนมงกุฎเพชรที่ล้อมรอบทุ่งราบที่หลากหลายด้วยดอกไม้นานาชนิดและทุ่งหญ้าที่เขียวขจีของแคชเมียร์ ทะเลสาบดาลซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใสสวย กลางอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย เป็นกระจกสะท้อนความงามของทิวทัศน์ และท้องฟ้า ให้ภาพงามที่น่าอัศจรรย์ พักผ่อนบนเรือลำหรูที่สร้างจากไม้ซีดัลกลิ่นหอม และแกะสลักลายไม้ด้วยศิลปะของแคชเมียร์ทั้งลำ นกสีสวยจากไซบีเรียนานาพันธุ์ที่แวะเวียนมาเล่นน้ำตลอดทั้งวัน ความสวยงามของแคชเมียร์ทำให้เกิดแรงบันดาลใจของศิลปิน จึงมีผลงานทางศิลปะ ดนตรี บทกลอนที่งดงามมากมาย แคชเมียร์สวรรค์ของคู่ฮันนีมูน เป็นดินแดนที่สวยที่สุดในโลก และจะเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมสำหรับผู้ที่ได้มาเยือน

เดลี-ทัชมาฮาล-ชัยปุระ-พาฮาลแกม-กุลมาร์ค-โซนามาร์ค

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – เดลี – อัครา
  • 06.00 น.คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W เคาน์เตอร์สายการบิน Air India เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
  • 08.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI 333 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม.)  รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน
  • 12.00 น. ถึงท่าอากาศยานอินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่นประเทศอินเดีย ช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 13.30 น. จากนั้น นำท่านชม วัดอัครชาดาม (AKSHARDHAM TEMPLE) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบฮินดูที่มีขนาดใหญ่สร้างขึ้นโดย Pramukh Swami Maharaj ผู้นำนิกาย Swami Narayan ของศาสนาฮินดู เป็นศูนย์รวมเกี่ยวกับอารยะธรรมอินเดีย และมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศิลปะต่างๆ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองอัครา (AGRA) เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของประเทศอินเดียเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล สลับกันกับเมืองเดลี และเป็นสถานที่ตั้งของทัชมาฮาล เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง (ระยะทางประมาณ 236 กิโลเมตร)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม
  • พักที่ Four Points by Sheraton Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
2

Day 2

อัครา (ทัชมาฮาล – อัคราฟอร์ท) – ชัยปุระ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่าน ชมอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ทัชมาฮาล (TAJ MAHAL) ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาว และหินทรายแดง ประดับประดาด้วยรัตนชาติหลากหลายชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ต่อพระมเหสีมุมตัส มาฮาล ที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่14 ภายในทัชมาฮาลนั้นเป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัส และกษัตริย์ ซาจาร์ฮาล โดมหินอ่อนสีขาวที่สวยงามโดดเด่น และเปลี่ยนสีไปตามเวลาของแสงแดดที่ทอแสงสาดทัชมาฮาล ให้ท่านเดินชมบรรยากาศโดยรอบ รวมถึงวิวแม่น้ำยมุนาด้านหลัง ที่มองข้ามแม่น้ำไปจะเห็นโครงการ ก่อสร้างแบล็คมาฮาล ซึ่งพระเจ้าซาจาร์ฮาลตั้งใจจะสร้างคู่กับทัชมาฮาล แต่เพราะเหตุอันใด เราพาท่านไปหาคำตอบที่อัคราฟอร์ทกัน
    นำท่านชม อัคราฟอร์ท (AGRA FORT) ห่างจากทัชมาฮาลประมาณ 3 กิโลเมตรเป็น พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้นและป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบ ทั้งอาคารหินทรายสีแดง สร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านกระจกเงาที่ตั้งอยู่ในที่คุมขังสะท้อนเงาไปยังทัชมาฮาล ที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (Jaipur) หรือนครสีชมพู (ระยะทาง 235 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.30 ชม.) ระหว่างทางแวะชม วังฟาติเปอร์สิกรี (Fatehpur Sikri) อดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิโมกุล ระหว่างปี ค.ศ. 1571-1585 เมืองที่พระเจ้าอัคบามหาราช ทรงสร้างขึ้นเพื่อหวังจะให้เป็นเมืองหลวงใหม่แต่เนื่องจากเป็นเมืองที่ ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านทำให้แห้งแล้ง จนไม่สามารถอยู่ได้จึงได้ทิ้งเมือง และย้ายไปตั้งเมืองหลวง ณ นครอัครา แต่ถึงเมืองจะทิ้งร้างไว้นานก็ยังคงหลงเหลือความงดงามและท่านจะได้เห็นแนวความคิด ที่จะรวมทุกศาสนาเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้าอัคบามหาราช จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองชัยปุระ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่  Clarks Amer J L N Marg Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
3

Day 3

ชัยปุระ – เดลี
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านชม เมืองชัยปุระ (Jaipur) หรือนครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า ไจปูร์ หรือ ไจเปอร์ ท่านมหาราชาไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 (Sawai Jai Singh II) เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1728 เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม ชัยปุระเป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถาน ได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink City) เพราะในสมัยที่มหาราชา ราม สิงห์ เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองชัยปุระ เวลานั้นอินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1853 เจ้าชายอัลเบิร์ต ดยุคแห่งเอดินเบอระ พระสวามีของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย เสด็จมาประพาสเมืองนี้ มหาราชาจึงได้สั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองร่วมกันทาสีบ้านเรือนด้วยสีชมพู (อมส้ม) ทั้งเมือง เพื่อถวายการต้อนรับ แล้วก็รักษาเอกลักษณ์นั้นไว้ จนได้ชื่อว่า “นครสีชมพู” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    ชม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือ พระราชวังแห่งสายลม (Palace of the Winds) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองชัยปุระ และเป็นจุดขายของเมืองที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาถ่ายรูป สร้างขึ้นโดย มหาราชา ไสว ประตัป ซิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ในปี ค.ศ. 1799 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชปุตด้วยหินทรายสีชมพู ที่ถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์ เป็นอาคารขนาด 5 ชั้น มีช่องหน้าต่างฉลุช่องลมสีชมพูอมส้ม 953 ช่อง เพื่อให้เหล่านางในและหญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักได้มองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง รวมทั้งขบวนแห่ต่างๆ โดยที่บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสตรีเหล่านั้นได้ และนั่นคือที่มาของคำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่า “สายลม” นั่นเอง (หน้าต่างทั้ง 953 ช่อง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกำแพงทางทิศตะวันออก ในเขตพระราชฐาน ซึ่งต่อมาจากพื้นที่ของนางในเท่านั้น) ให้ท่านได้เก็บภาพความงามภายนอกอาคาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นของเมืองนี้
    จากนั้น พาท่านไปชม ป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) และ พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Palace) ที่สวยงามตระการตาและยิ่งใหญ่อยู่บนยอดเขา รอบด้านมีกำแพงบนเขาคล้ายกำแพงเมืองจีน พระราชวังแอมเบอร์ เป็นเมืองหลวงโบราณของรัฐชัยปุระ สร้างขึ้นโดย มหาราชา มัน ซิงห์ (Maharaja Man Singh) เมื่อปี ค.ศ. 1592 แต่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัย มหาราชา ชัย ซิงห์ (Maharaja Jai Singh) ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลงมาอยู่พื้นราบที่ชัยปุระ ในปี ค.ศ.1727 ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระวังภัยจากศัตรู เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก และยังใช้เป็นที่ประทับ เนื่องจากภายในมีพระราชวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และจากพระราชวังแอมเบอร์ สามารถมองเห็น พระราชวังจัลมาฮาล (Jal Mahal) พระราชวังกลางทะเลสาบ ซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นที่ประทับของมหาราชา ขณะลงมาล่าสัตว์ด้วย
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านชม พระราชวังหลวง (City Palace) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยมหาราชา ชัย ซิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมา เป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุลผสมผสานกับศิลปะแบบชัยปุระ นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวดลายประณีตบรรจง อาทิ ลายนกยูง, ดอกไม้ และพระพิฆเนศได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน แม้ว่าพระองค์จะไม่มีอำนาจใดๆ แต่ชาวเมืองชัยปุระบางส่วนก็ยังนับถือพระองค์อยู่ ปัจจุบันเปิดให้คนเข้าชมบางส่วน ภายในมีพิพิธภัณฑ์ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดดเด่นมากที่สุด คือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ ซิงห์ ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มาก และฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณี ที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กก. และมีพิพิธภัณฑ์อาวุธโบราณจัดแสดงด้วย
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ กรุงเดลี (Delhi) ระยะทางประมาณ 276 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม.
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
  • พักที่ CHARIOT BEACH RESORTS ระดับ 4 ดาว+ หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เดลี – ศรีนาคา – พาฮาลแกม
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้นทำการเช็คเอาท์ ออกจากที่พัก และนำท่านเดินทางต่อไปยังสนามบินฯ
  • 10.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองศรีนาคา (SRINAGAR) เมืองหลวงของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 825 ใช้เวลาบินประมาณ 1.15 ชั่วโมง (บริการอาหารว่าง ชา กาแฟ บนเครื่อง)
  • 11.45 น. เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    จากนั้นเดินทางสู่ หุบเขาแกะ หรือ พาฮาลแกม (PAHALGAM) ห่างจากเมืองศรีนาคาไปทางทิศตะวันออกประมาณ 87 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) เป็นชุมทางที่คนท้องถิ่นใช้เป็นเส้นทางเข้าสู่เมืองจัมมูและเดลีด้วย
    พาฮาลแกม เป็นเมืองที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,130 เมตร เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย ระหว่างทางสองข้างทางท่านจะพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ ร้านขายไม้คริกเก็ต กีฬายอดนิยมของที่นี่ ชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ตามสนามทั่วไป ไม้คริกเก็ตนี้ทำมาจากต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก ระหว่างทางสู่เมืองพาฮาลแกม
  • ค่ำ เดินทางถึงพาฮาลแกม รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ Hilltop Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
5

Day 5

พาฮาลแกม – ศรีนาคา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    หลังจากนั้น ท่านสามารถเดินชมหุบเขา มีสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำริดเดอร์ ที่พาฮาลแกมท่านสามารถ ขี่ม้าแคระ (มีคนจูง) ชมความงามของธรรมชาติ ป่าสนขนาดใหญ่และ หมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของชาวแคชเมียร์ เส้นทางการขี่ม้าอาจแตกต่างไปตามฤดูกาล บางช่วงอาจเป็นเส้นทางไต่เขาสูงชัน สำหรับคนกลัวความสูงโปรดพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจ้าง การขี่ม้าจะใช้เวลาไป – กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ค่าขี่ม้าไม่รวมในราคาทัวร์ ประมาณ 700 รูปี/ท่าน)
    จากนั้น นำท่าน ชมสินค้าพื้นเมือง เช่น พรมแคชเมียร์ ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรม
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองศรีนาคา (SRINAGAR) ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.)
    เมืองศรีนาคา (SRINAGAR) หรือ ศรีนคร เมืองหลวงฤดูร้อนแห่งแคว้นจัมมู-แคชเมียร์ เป็นเมืองที่เป็นที่หมายของนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติที่มาเยือนจากทั่วโลกมาเป็นศตวรรษ ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาแคชเมียร์ ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร ได้เชื่อว่า เป็นดินแดนแห่งทะเลสาบและสายน้ำ สวนดอกไม้และงานศิลปะที่ประดิษฐ์จากไม้ ศรีนาคาตั้งอยู่ 2 ผั่งของแม่น้ำเฌลัม (JHELUM RIVER) ดังนั้นจึงมีสะพานข้ามแม่น้ำสายนี้อยู่ 7 สะพาน และแม้ว่าแต่ละสะพานจะมีชื่อแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่ชาวเมืองจะเรียกสะพานด้วยลำดับการสร้าง เช่นสะพานที่สร้างขึ้นเป็นสะพานแรกจะได้ชื่อว่าสะพานหมายเลขศูนย์ (ZERO BRIDGE) ซึ่งนับตามการนับของชาวแคชเมียร์ ด้วยความงดงามของหุบเขาแคชเมียร์นี้เอง ใน ศตวรรษที่ 17 จักรพรรดิซาฮังคีร์และพระนางนูรซาฮาน (พระบิดาและพระมารดาของพระเจ้าซาร์จาฮานผู้ทัชมาฮาล) ได้เสร็จมาจากเมืองอัครา เพื่อมาเยือนดินแดนในแถบนี้ และทรงโปรดปรานทิวทัศน์แห่งหุบเขาแคชเมียร์มาก จนมีพระบัญชาให้สร้างลานหินอ่อนเพื่อเป็นทางลงไปยังทะเลสาบ สร้างสวนดอกไม้และบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่ง เพื่อเป็นที่ทรงพระสำราญ และแม้เวลาใกล้สิ้นพระชนม์ จักรพรรดิซาฮังคีร์ยังมีพระประสงค์ที่จะเสด็จมาที่หุบเขาสวรรค์แห่งนี้ ดังพระดำรัสสุดท้ายว่าไม่ทรงประสงค์สิ่งอื่นใดนอกจาก ”แคชเมียร์”
    นำท่านเดินทางไปชม สวนโมกุล ที่ตั้งอยู่รอบทะเลสาบดาล ชม สวนชาลิมาร์ (SHALIMAR GARDEN) ก่อสร้างโดยจักรพรรดิ JEHANGIR เพื่อภรรยาของเขา Nur Jehan สวนชาลิมาร์ เป็นสวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคา แคชเมียร์ เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุลเนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต มีระยะทาง 15 กิโลเมตร จากศูนย์ต้อนรับการท่องเที่ยว (TRC) สวนที่สวยงามแห่งนี้มีทิวทัศน์กว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่อื่นๆ สวนแห่งนี้มีขนาด 539 x 182 เมตร และมีลานกว้าง 4 แห่ง มีหนึ่งแห่งยกตัวขึ้นสูงกว่าที่เหลือ มีคลองพร้อมด้วยหินในลำคลองที่มันวาวทอดผ่านกลางสวน ลานแห่งที่ 4 ตั้งอยู่ที่ Beautiful Baradari บ้านพักฤดูร้อนมีวงแหวนของเสาหินที่สร้างจากหินอ่อนสีดำ ซึ่งนำมาจาก Pampore ถือเป็นจุดหมายสำหรับผู้มาเยี่ยมเยือนซึ่งเป็นธรรมเนียมของคู่รักโดยการจารึกชื่อคนรักลงบนที่ว่างของลาน
    จากนั้น ชม สวนนิชา (NISHAT GARDEN) เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ต้นทิวลิป และ ดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ตั้งอยู่บนฝั่งของทะเลสาบดาลมีภูเขา ZABARWAN ตั้งเป็นฉากหลัง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรจากถนนเลียบฝั่งทะเลสาบ นี่คือ “สวนแห่งความสุข” มีวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบที่งดงามและหิมะบนยอดเขาของเทือกเขา PANJAL ซึ่งตั้งตระหง่านไปทางทิศตะวันตกของหุบเขา สวนนิชาถูกออกแบบในปี ค.ศ.1632 โดย ASAF KHAN พี่ชาย NUR JEHAN ครั้งหนึ่งสวนนี้เคยมีระเบียงยื่นลงไปทางทะเลสาบ แต่มีคนเข้าไปถึงจุดนั้นน้อยมากจึงได้ถูกความทันสมัยเข้าครอบงำ ด้วยการตัดถนนและมีร้านรวงข้างถนน ครั้งหนึ่งเคยมีน้ำพุและทางน้ำแสดงอยู่ แต่ตอนนี้น้ำได้แห้งขอดไปหมดแล้ว
    บ้านเรือ หรือ House Boat ถือกำเนิดขึ้นมาในสมัยที่ดินแดนแถบนี้ ยังมีอังกฤษเป็นเจ้าประเทศอาณานิคมอยู่ แต่ชาวอังกฤษเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน พวกเขาจึงได้สร้างเรือเอาไว้เป็นที่พักอาศัยแทน เมื่อได้รับเอกราชแล้ว เรือเหล่านี้ก็ถูกแปรสภาพมาเป็นโรงแรมและบ้านพัก ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังแคชเมียร์จนถึงทุกวันนี้
    House Boat ตั้งอยู่ริม “ทะเลสาบดาล” (Dal Lake) ทะเลสาบงามที่มีชื่อเสียงของเมืองศรีนาคา House Boat สร้างจากไม้เนื้อแข็งชั้นดี อย่างไม้ซีดัลที่มีกลิ่นหอม และแกะสลักลายไม้ด้วยศิลปะของแคชเมียร์ทั้งลำ ภายในมีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องโถง ตลอดจนห้องน้ำ รวมทั้งมีเครื่องทำความร้อนให้ความอบอุ่นด้วย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของบ้านเรือ
  • พักที่ Houseboat
6

Day 6

ศรีนาคา-กุลมาร์ค-ศรีนาคา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ บ้านเรือที่พัก
    จากนั้น ออกเดินทางสู่ กุลมาร์ค (GULMARG) (โดยรถ 4WD โตโยต้า อินโนว่า คันละ 4 ท่าน) ชาวแคชเมียร์กล่าวขานว่า Meadow of Flower หรือ ทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน ระยะทาง 56 กิโลเมตรจากศรีนาคา (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)
    กุลมาร์ค เป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในช่วงฤดูร้อนที่นี่เป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก โดยรอบจะพบเห็นกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย ซึ่งมีป่าสนอยู่เบื้องหลัง ในช่วงฤดูหนาวที่นี่ยังเป็นสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาว ที่ค่าเช่าสกีจัดได้ว่าถูกที่สุดก็ว่าได้ และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งสนามกอล์ฟ 18 หลุม ที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงาม
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านขึ้น เคเบิลคาร์ เฟส 1 (กระเช้าลอยฟ้า หรือกอนโดล่า) ไปจนถึงยอดเขากุลมาร์ค ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขากุลมาร์ค ท่านจะพบเห็นหมู่บ้านยิปซีในเบื้องล่าง ซึ่งจะอพยพไปอยู่ที่เมืองจัมมูในช่วงฤดูหนาว จะกลับมาอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อน เมื่อถึงยอดเขากุลมาร์คถ้าหากฟ้าเป็นใจไม่มีหมอก จะทำให้ท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขาที่บางยอดยังมีหิมะปกคลุมสวยงามในทุกทิศทาง (ท่านสามารถเล่นสกีได้ระหว่างช่วงฤดูหนาว-ใบไม้ผลิ มี.ค.-เม.ย.) รวมถึงยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรสต์
    จากนั้น อิสระให้ท่านถ่ายรูปทิวทัศน์ของภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย
    กิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ การนั่งเลื่อน (มีคนลาก) สู่เนินหิมะด้านบนจากนั้นปล่อยให้ลื่นไหลลงมา (ค่าเลื่อนไม่รวมในราคาทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์)
    ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับศรีนาคา
    นำท่านชม จามามัสยิด (JAMA MASJID) ซึ่งสร้างเป็นครั้งแรกในสมัยสุลต่านสิคานเดอร์และบูรณะต่อมาอีกหลายสมัย เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาล ด้วยหลังคาทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีเสาที่ตัดจากต้นซีดาลทั้งต้น กว่า 300 ต้น เรียงรายอยู่ (ท่านสามารถทำบุญและบริจาคช่วยทำนุบำรุงสถานที่ได้ก่อนเข้าชม)
    ได้เวลาอันสมควรก่อนกลับที่พัก ให้ท่านได้ ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ที่ตลาดใกล้ๆ กับมัสยิด เช่น ผ้าพันคอ รองเท้าสไตล์อินเดีย ฯลฯ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ บ้านเรือที่พัก
  • พักที่ Houseboat
7

Day 7

ศรีนาคา–โซนามาร์ค-ศรีนาคา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ บ้านเรือที่พัก
    นำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค (SONAMARG) ซึ่งจะพบทิวทัศน์ที่น่าตื่นเต้นตามทางที่ไต่ความสูงขึ้น พร้อมทิวทัศน์ของชาวชนบทแคชเมียร์ ความสูงไล่ขึ้นไปถึงระดับ 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ระยะห่างจากศรีนาคา 96 กิโลเมตร และมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลัง ที่เรียกขานตามท้องถิ่นว่า ทาจิวาส ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี มีแม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขาในอีกฟากของถนน “โซนามาร์ค” เป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือชื่อ “ประตูสู่ลาดัคห์”
  • กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ท่านสามารถเดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจนแสบตา และสองฝากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ การนั่งเลื่อน (มีคนลาก) สู่เนินหิมะด้านบนจากนั้นปล่อยให้ลื่นไหลลง ลงมา (ค่าเลื่อนไม่รวมในราคาทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์) สำหรับท่านที่หลงใหลในธรรมชาติ สามารถขี่ม้าชมความงามของกราเซียร์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น (ค่าขี่ม้าไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์)
    ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับศรีนาคา
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ บนเรือบ้าน และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ Houseboat
8

Day 8

ศรีนาคา-เดลี
  • เช้าตู่ นำท่าน ล่องเรือสิคารา (เรือพายแบบแคชเมียร์) ในทะเลสาบดาล ให้ท่านได้ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบ นกนานาชนิด พืชดอกไม้น้ำ ทะเลสาบใสสวยงาม (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 ชม.)
    จากนั้น กลับมารับประทานอาหารเช้า ณ บ้านเรือที่พัก
    ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางต่อไปยังสนามบินเมืองศรีนาคา
  • 12.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลี โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 826
  • 13.55 น. เดินทางถึงสนามบินเดลี จากนั้นชม เมืองเดลีใหม่ มีความใหม่ตามวัฒนธรรมอังกฤษ เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ชมศิลปะการก่อสร้างเมืองที่อังกฤษได้สร้างและมีการวางผังเมืองที่ทันสมัย และสวยงามตามวัฒนธรรมของอังกฤษและติดอันดับหนึ่งในนครหลวงของโลก ผ่านชมประตูชัยอินเดีย หรือ “India Gate” หรือประตูเมืองอินเดีย เป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L’ Arc de Triomphe ของฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีพในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย ผ่านชมตึกที่ทำการของคณะรัฐบาลราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan) หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ที่ต้นถนน Rajpath
    หลังจากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่ตลาดจันพาธ ซื้อของฝากคนน่ารักที่บ้าน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย Ego Thai จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก
  • พักที่ Park In by Radisson Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
9

Day 9

เดลี-กรุงเทพฯ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    หลังอาหาร เก็บสัมภาระ นำท่านเช็คเอาท์ ออกจากโรงแรม และนำท่านเดินทางต่อไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 13.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI 332
    รับประทานอาหารกลางวันบนเครื่อง แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • 19.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ / กรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ

 

วันเดินทาง
24 มีนาคม – 1 เมษายน 2561 13 – 21 เมษายน 2561 28 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2561
สายการบิน

แคชเมียร์-ทัชมาฮาล-ชัยปุระ 9 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เดลี-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย และตั๋วเครื่องบินภายใน เดลี – ศรีนาคา – เดลี โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 8 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 2 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 9 วัน คิดเป็น 45 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 9 วัน คิดเป็น 27 USD หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
4. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
**วีซ่าอินเดีย จำเป็นที่จะต้องโชว์ตัว เพื่อทำการสแกนนิ้ว ณ สถานทูต**

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตามตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้นโรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้ โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาดการชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทางการเดินทางเป็นครอบครัว  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมดหลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
24 มีนาคม – 1 เมษายน 2561 13 – 21 เมษายน 2561 28 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2561
สายการบิน