วันเดินทาง
20 - 30 มีนาคม 2566 06 - 16 เมษายน 2566 30 เมษายน - 10 พฤษภาคม 2566 01 - 11 มิถุนายน 2566
สายการบิน


แกรนด์โปแลนด์ 11 วัน

วอซอร์ – พระราชวังวิลานอฟ – กดังส์ – โตรุน – รอตสวาฟ

ปราสาทมาลบอร์ก – เชสโตโฮวา – จัสนาโกรา – คราคูฟ

ค่ายกักกันออซวิซท์ – ซาโกปาเน่ เหมืองเกลือวิลิซก้า – ยอดเขากูบาวุฟก้า

วันแรก :  กรุงเทพฯ 

  • 22.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 8 แถว Q เคาน์เตอร์สายการบินการ์ตา แอร์ไลน์ (QR)เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกท่านก่อนขึ้น เครื่อง

วันที่สอง  โดฮา – วอร์ซอว์ – พระราชวังหลวง – จัตุรัสเมืองเก่า

  • 01.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา  ประเทศการ์ตา โดยเที่ยวบิน QR 837 (ใช้เวลาเดินทาง 6.15 ชั่วโมง)
  • 05.15 น. ถึงกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
  • 08.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) ประเทศโปแลนด์ เที่ยวบินที่ QR259 (ใช้เวลาเดินทาง 06.00 ชั่วโมง)
  • 12.05 น. ถึงกรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ (Poland) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วนำท่านชม พระราชวังหลวง Royal Castle ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเดิมเป็นไม้แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นอิฐ เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปล รวมทั้งซาร์ จากรัสเซียด้วย และต่อมาเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีก่อนถูกนาซี ทำลายในปี ค.ศ. 1994 และได้รับการบูรณะใหญ่ในช่วง 70 ต่อจากนั้นชมย่านจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ซึ่งถือได้ว่าเป็น
    จัตุรัสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ มีอายุย้อนไปในศตวรรษที่ 14 แต่อาคารส่วนใหญ่ที่เห็นเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารของพ่อค้าที่ร่ำรวยในศตวรรษที่ 17 ทำให้ด้านหน้าของอาคารถูกตกแต่งอย่างวิจิตร และตกแต่งกันตามความชอบของเจ้าของมีทั้ง โกธิค เรอเนซองค์ บาโรค และ นีโอคลาสสิค
พระราชวังหลวง Royal Castle

ต่อจากนั้นชมย่านจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ซึ่งถือได้ว่าเป็นจัตุรัสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ มีอายุย้อนไปในศตวรรษที่ 14 แต่อาคารส่วนใหญ่ที่เห็นเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารของพ่อค้าที่ร่ำรวยในศตวรรษที่ 17 ทำให้ด้านหน้าของอาคารถูกตกแต่งอย่างวิจิตร และตกแต่งกันตามความชอบของเจ้าของมีทั้ง โกธิค เรอเนซองค์ บาโรค และ นีโอ คลาสสิค

….จากนั้นนำท่านผ่านย่าน Nowy Swiat Street เพื่อชม Krakowskie
Przedmiescic streets ถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอ สองข้างถนนประกอบไปด้วยพระราชวังต่างๆเช่นพระราชวังลาเซียนสกี้ตึกรัฐบาลร้านอาหาร ผับ บาร์ มีต้นไม้ร่มรื่นยืนต้นให้เห็นได้ทั่วไป ชมโบสถ์เซนท์แอนนา St. Anna Church สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค ในช่วงศตวรรษที่ 16

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Leonardo Royal Hotel Warsaw หรือเทียบเท่า

วันที่สาม : วอร์ซอร์ – เมืองมาลบอร์ก

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    Wilanow Palac

     

  • นำท่านเข้าชม พระราชวังวิลานอฟ (Wilanow Palace) พระราชวังหลวงที่ตั้งอยู่ในย่านวิลานอฟ (Wilanow district) เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สำคัญที่สุดของประเทศโปแลนด์ โดยพระราชวังวิลานอฟถูกสร้างขึ้นสำหรับสมเด็จพระเจ้าจอห์นที่ 3 โซบีสกี แห่งโปแลนด์ (king John III Sobieski) ปัจจุบันพระราชวังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมแก่สาธารณะเป็นครั้งแรกในโปแลนด์
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ  ภัตตาคาร
  • 13.00 น. ให้เวลาท่านได้เดินเล่นและช้อปปิ้ง ตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาลบอร์ก (Malborg) (315 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Centrum Malbork Hotel  หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ : เมืองมาลบอร์ก – ประสาทมาลบอร์ก – เมืองกดังส์

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านเข้าชม ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) (157 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ….ชมป้อมยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างในศตวรรษที่ 13 แต่เดิมเป็นวิหารของนักรบศาสนาคริสต์ นิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) โดยมีอาคารเพียง 2 ปีก คือปีกทิศเหนือกับทิศตะวันตก หลังปีค.ศ. 1309 นิกายดังกล่าวเริ่มเสื่อมลงหลายป้อมทางด้านตะวันออกถูกโจมตีและแตก ทำให้ผู้นำนิกายดังกล่าวได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะย้ายที่พักชั่วคราวจากเวนิชไปยังบริเวณแคว้นรัสเซียซึ่งลัทธิดังกล่าวยังมีอิทธิพลสูงอยู่ ดังนั้นมาลบอร์กจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงลัทธิดังกล่าว เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตอิทธิพลซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูง ตัววิหารได้ถูกต่อเติมให้เป็นปราสาทในช่วง 20 ปีต่อมา รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20 เฮคตาร์ (12,5000ไร่) ตัวปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ปราสาทบน ปราสาทกลาง และปราสาทล่าง ซึ่งทั้งสามปราสาทแยกกันโดยอิสระ มีระบบป้องกันตนเองอย่างสมบูรณ์มีระบบน้ำอิสระแยกขาดออกจากกัน มีที่เก็บอาหารแยกจากกัน สามารถป้องกันตนเองได้นานหลายปีหากถูกปิดล้อม แต่ เนื่องจากนิกายดังกล่าวได้พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1410 ที่กรุนวาลด์ ทำให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกเวลาต่อมาและถูกบังคับให้ออกจากมาลบอร์กในปี ค.ศ. 1466 ตัวปราสาทถูกทอดทิ้งแต่บัดนั้นมา และก็เสียหายไปตามกาลเวลาและได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่ก็เสียหายอีกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งดังที่เราได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยความยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะในยุคกลาง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997
Malborg Castle
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ  ภัตตาคาร
  • แล้วนำท่านเดินทางสู่ เมืองกดังส์ (ระยะทางประมาณ 66 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  
  • เมืองกดังส์ (Gdansk) ถือว่าเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของสหภาพแรงงานโซลิแดริตี้ที่มีนายเลค วาเวนซ่าเป็นประธาน หลายคน หลังจากการต่อสู้ของสหภาพนี้เองที่ทำให้โปรแลนด์กลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญรุดหน้ากว่าประเทศยุโรปทั้งหลาย ที่หลุดจากโซเวียตในเวลาใกล้เคียงกัน  เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลโปแลนด์  โดยมีการร่างต้นฉบับแบบเมืองไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1343 (ค.ศ.1886) ชาวโปลจึงได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมในร่างต้นฉบับเมืองเดิม และเป็นผลสำเร็จหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับศูนย์กลางของเมืองนั้น มีอยู่ 3 ส่วน ภายในเขตกำแพงเมือง
    ชมเมืองกดังส์ คุณจะได้พบกับถนนที่มีเสน่ห์ที่สุดของยุโรปตอนเหนือได้ที่นี่ นำท่านไปชมคือ เมืองเก่ายุคกลางอันงดงาม อาทิ ที่ทำการเทศบาลMain Town Hall และโบสถ์ใหญ่ศิลปะแบบโกธิคที่มีชื่อว่า โบสถ์เซนต์แมรี่ (Church of St. Mary) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1502 (พ.ศ. 2045) สามารถจุผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถึง 25,000 คน
เมืองกดังส์ (Gdansk)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Radisson Hotel & Suites , Gdansk หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า : เมืองโตรุน – ซิตี้ทัวร์เมืองโตรุน – รอตสวาฟ  

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    เมืองโตรุน (Torun)

  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโตรุน (Torun) (ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมง) เป็นเมืองการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ หลังจากที่องค์การ ยูเนสโก ประกาศจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อเมืองมรดกโลกภายในตัวเมืองมีอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์อันสวยงามอยู่ดาษดื่นโด่งดัง ไม่น้อยไปกว่าเมืองคราคูฟ โปซนาน หรือโวสลาฟ โตรุน (Torun) จึงปรากฏอยู่ในแผนที่ของเมืองท่องเที่ยวติดอันดับในทวีปยุโรป สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อท่านมาเยือนเมืองโตรุน (Torun) คือทิวทัศน์สวยงาม อันเป็นผลมาจากการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเป็นอย่างดีของสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม ซึ่งความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมดูแลภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย Copernicus …
  • ชมเมืองโตรุน (Torun) สร้างโดยอัศวินเยอรมัน คริสเตียนนิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) เฮอมานน์ ฟอน บาล์คโดยสร้างเป็นป้อมในกลางศตวรรษที่ 13 (ปี ค.ศ. 1231) เพื่อเป็นศูนย์กลางการพิชิตดินแดนยุโรปเหนือ/ตะวันออก และเปลี่ยน ให้คนในพื้นที่รับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาท้องถิ่น ด้วยที่มั่นอันแข็งแรงเป็นที่ดึงดูดให้คนโปลและเยอรมันแห่กันมาอยู่ในป้อมแห่งนี้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1280 ก็ได้พัฒนากลายไปเป็นพันธมิตรการค้าของกลุ่ม ฮัมเซียติค (กลุ่มพ่อค้าเดินเรือเยอรมันและสแกนดิเนเวีย) ในอีกศตวรรษต่อมาก็ปรากฎว่าเมืองนี้ร่ำรวยจากการค้า สังเกตได้จากบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมามากในศตวรรษที่ 1-15 รวมทั้งบ้านของนักดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นิโคลลาส โคเปอร์นิคุส เป็นตึกสูง 5 ชั้น ประดับหน้าบ้านด้วยลวดลายงดงาม ชมย่าน Torun Old Market  Square ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค จนได้รับการขึ้นบัญชีจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1997 ชมศาลาว่าการ Town Hall อาคารสำคัญที่ก่อสร้างด้วยศิลา แดง ซึ่งเป็นจุดเด่นของย่านชุมชนเก่า
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
เมืองรอตสวาฟ (WROCLAW)
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตสวาฟ (WROCLAW) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา และมากไปกว่านั้น เมืองรอตสวาฟใกล้เขตชายแดนของสองประเทศ นั่นคือชายแดนติดกับสาธารณรัฐเชค และชายแดนติดกับประเทศเยอรมนี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Scandic Wroclaw Hotel  หรือเทียบเท่า

วันที่หก : รอตสวาฟ – เชสโตโฮว่า – คราคูฟ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านผ่านชมมหาวิทยาลัยรอตสวาฟ (UNIVERSITY OF WROCLAW) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมืองรอตสวาฟซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา (รางวัลโนเบลเป็นรางวัลประจำปีระดับนานาชาติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการสแกนดิเนเวีย พิจารณาผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม)  โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000คน ในอดีตยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลยสงครามสมัยยุคสงครามกับรัสเซีย นอกจากนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยยังเคยถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบของ กลุ่มนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย
  • จากนั้นนำท่านชมความงามของเมืองรอตสวาฟเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูป  กับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • เมืองเชสโตโฮว่า (Czestochowa)

    บ่าย จากนั้นนำท่านสู่เมืองเชสโตโฮว่า (Czestochowa) เพื่อเยี่ยมชม วิหารจัสนาโกรา (Jasna Gora) ซึ่งเป็นวิหารที่ประดิษฐานของรูปนักบุญมาดอนนาสีดำ Black Madonna ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดีด้วยปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อกันมา ตัวโบสถ์สร้างในศตวรรษที่ 14 ในปี ค.ศ. 1382โดยการบริจาคที่ดินของท่านดุก แห่งโอปอล พร้อมทั้งได้มอบรูปที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า Black Madonna  ซึ่งในขณะที่มอบให้ ภาพนี้ก็มีอายุหลายร้อยปีแล้ว จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าเป็นรูปในยุคไบเซนไทน์ตัววิหารได้รับการต่อเติมหลายครั้งในหลายศตวรรษต่อมา วิหารจัสนาโกรา ไม่ใช่เป็นเฉพาะสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สุดของชาวโปลแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อออกัสตินนำผู้คนต่อต้านการยึดครองของชาวสวีเดน สำเร็จในปี ค.ศ. 1665 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นนักแสวงบุญหลายล้านคนมาแสวงบุญ ณ วิหารแห่งนี้

  • นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองคราคูฟ (Krakow) (ระยะทางประมาณ 102 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Golden Tulip Hotel  หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด : คราคูฟ – เหมืองเกลือวิลิซก้า – มหาวิหารวาเวล – คราคูฟ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เหมืองเกลือวิลิซก้า

    นำท่านเดินทาง เข้าชมเหมืองเกลือวิลิซก้า (Wieliczka Saltmine) เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรัฐบาลโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994
    นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมือง โดยชั้นที่ลึกที่สุดจะลึกถึง 327 เมตร ซึ่งที่มีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชมเหมืองเก่าแก่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วย แกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด ชมความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน เหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้ เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    เขาวาเวล (The Wawel)

     

  • นำท่านขึ้น เขาวาเวล (The Wawel) ชมมหาวิหารวาเวล Wawel Cathedral สร้างระหว่างปี ค.ศ.1320-1364 บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 มหาวิหารดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของ
    กษัตริย์โปลนานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปลด้วย
    พระราชวังหลวง “ Wawel Royal Castle

    นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง “ Wawel Royal Castle ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในแบบเรอเนซองค์ โดยกษัตริย์ซิกมุนที่ 1 หลังจากพระราชวังเดิมในแบบกอธิคถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1499 และถูกไฟไหม้อีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ด้านทิศเหนือ จึงมีการสร้างใหม่ในแบบบาโรค เดินชมภายในพระราชวังซึ่ง มีงานให้ชมหลายอย่าง  อาทิ ผ้าปักเป็นรูปภาพขนาดใหญ่  ภาพสีน้ำจากศิลปินเอกของยุโรป  รวมถึง Botticelli ที่เราชื่นชอบผลงาน รวมทั้งงานประเภทอาวุธโบราณ และทรัพย์สมบัติของราชวงศ์

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Golden Tulip Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่แปด :  คราคูฟ – ซาโกปาเน่

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  • ออกเดินทางสู่ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) จัดเป็นเมืองที่สูงที่สุดในประเทศโปแลนด์เพราะตั้งอยู่ในเทือกเขาทาทร่า ซึ่งมีความสูงระหว่าง 750 ถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายชนิด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ มากมายของชาวโปแลนด์อีกด้วย มีประชากร 28,000 คนโดยประมาณแต่ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมความงามของเมืองนี้นับล้านๆ

 

จากนั้นนำท่านชมธรรมชาติทิวทัศน์ที่สวยงามแวดล้อมไปด้วยป่าไม้ทุ่งหญ้า
หุบเขาและปราสาทโบราณโดยการ ล่องแพไม้ที่แม่น้ำดูนาเจค Dunajec Rafting แม่น้ำแห่งนี้ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีรายชื่อติดอยู่ในมรดกโลกของสถาบันยูเนสโกอีกด้วย

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย เดินเที่ยว ชมเมืองซาโกปาเน่ ซาโกปาเน่ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโปแลนด์ ห่างไม่กี่ไมล์จากชายแดนประเทศสโลวัก และเป็นเมืองตากอากาศในภูเขาตาตราที่คับคั่งไปด้วยนักสกีในช่วงฤดูหนาวและนักเดินป่าและนักปีนเขาตลอดทั้งปี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 คาบเกี่ยวช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซาโกปาเนได้กลายเป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศโปแลนด์ ปัจจุบันยังคงมีอิทธิพลวัฒนธรรมเก่าแก่หลงเหลืออยู่ด้วยบ้านไม้ที่สวยงาม
  • อิสระเดินเที่ยวชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ณ ถนนคนเดิน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Crocus Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า : ซาโกปาเน่ – คราคูฟ – ค่ายออสวิซึม

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านขึ้นรถไฟไปยัง ยอดเขากูบาวุฟก้า (Gubalowka) หรือ Mount Giewont  บนความสูง 1,120 เมตร ซึ่งบนนี้เอง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาทาทร่าแบบพาโนราม่างดงามเหนือคำบรรยาย
ยอดเขากูบาวุฟก้า (Gubalowka)

นำท่านเดินทางสู่เมืองออสวีซิม (Oswiecim) (128 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)

  • เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันออสวิทซ์ (Auschwitz Concentration Camp)  ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยรัฐบาลของโปแลนด์ เริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 ความต้องการจะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆจนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองจึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ในช่วงมิถุนายน 1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามีน้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ พร้อมชมภาพยนตร์สั้นๆ ที่ถ่ายทำโดยทหารรัสเซีย เมื่อครั่งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมัน ว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีคนตายกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว …..ได้เวลาเดินทางกลับคราคูฟ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Golden Tulip Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่สิบ : คราคูฟ – กรุงวอร์ซอว์ 

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอร์ (Warsaw) (290 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
  • 17.40 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงโดฮา  โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่  QR 260 (ใช้เวลาในการเดินทาง 5.35 ชั่วโมง)

วันที่สิบเอ็ด : กรุงเทพฯ

  • 23.55 น. ถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
  • 02.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ  เที่ยวบินที่  QR 836 (ใช้เวลาในการเดินทาง 7.00 ชั่วโมง)
  • 13.10 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

Go Together Travel เราชำนาญเรื่องเที่ยวมากว่า 15 ปี

รับทำกรุ๊ปเหมาทุกเส้นทางทั่วโลกตามแบบที่คุณต้องการ

http://www.gotogethertravel.com/

โทร 02-214-6088

วันเดินทาง
20 - 30 มีนาคม 2566 06 - 16 เมษายน 2566 30 เมษายน - 10 พฤษภาคม 2566 01 - 11 มิถุนายน 2566
สายการบิน

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating