วันเดินทาง
21 – 30 กรกฎาคม 2565 04 – 13 สิงหาคม 2565 15 -24 กันยายน 2565 07 – 16 ตุลาคม 2565 20 - 29 พฤศจิกายน 2565
สายการบิน


แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน

วอซอร์ – พระราชวังวิลานอฟ – กดังส์ – โตรุน – รอตสวาฟ

ปราสาทมาลบอร์ก – เชสโตโฮวา – จัสนาโกรา – คราคูฟ

ค่ายกักกันออซวิซท์ – ซาโกปาเน่ เหมืองเกลือวิลิซก้า – ยอดเขากูบาวุฟก้า

วันแรก :  กรุงเทพฯ – เวียนนา

  • 20.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว G เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ (OS)เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกท่านก่อนขึ้น เครื่อง
  • 23.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย โดยเที่ยวบิน OS 026 (ใช้เวลาเดินทาง 10.50 ชั่วโมง)

วันที่สอง  เวียนนา – วอร์ซอว์ – ชมเมือง – นิซิก้า

  • 05.35 น. ถึงกรุงเวียนนา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
  • 06.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) ประเทศโปแลนด์ เที่ยวบินที่ OS 625 (ใช้เวลาเดินทาง 01.15 ชั่วโมง)
  • 07.45 น. ถึงกรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ (Poland) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

นำท่านเข้าชม พระราชวังวิลานอฟ (Wilanow Palace) พระราชวังหลวงที่ตั้งอยู่ในย่านวิลานอฟ (Wilanow district) เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สำคัญที่สุดของประเทศโปแลนด์ โดยพระราชวังวิลานอฟถูกสร้างขึ้นสำหรับสมเด็จพระเจ้าจอห์นที่ 3 โซบีสกี แห่งโปแลนด์ (king John III Sobieski) ปัจจุบันพระราชวังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมแก่สาธารณะเป็นครั้งแรกในโปแลนด์

….จากนั้นนำท่านผ่านย่าน Nowy Swiat Street เพื่อชม Krakowskie
Przedmiescic streets ถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอ สองข้างถนนประกอบไปด้วยพระราชวังต่างๆเช่นพระราชวังลาเซียนสกี้ตึกรัฐบาลร้านอาหาร ผับ บาร์ มีต้นไม้ร่มรื่นยืนต้นให้เห็นได้ทั่วไป ชมโบสถ์เซนท์แอนนา St. Anna Church สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค ในช่วงศตวรรษที่ 16

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย หลังจากนั้น นำท่านชม พระราชวังหลวง Royal Castle ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเดิมเป็นไม้แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นอิฐ เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปล รวมทั้งซาร์ จากรัสเซียด้วย และต่อมาเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีก่อนถูกนาซี ทำลายในปี ค.ศ. 1994 และได้รับการบูรณะใหญ่ในช่วง 70 ต่อจากนั้นชมย่านจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ซึ่งถือได้ว่าเป็นจัตุรัสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ มีอายุย้อนไปในศตวรรษที่ 14 แต่อาคารส่วนใหญ่ที่เห็นเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารของพ่อค้าที่ร่ำรวยในศตวรรษที่ 17 ทำให้ด้านหน้าของอาคารถูกตกแต่งอย่างวิจิตร และตกแต่งกันตามความชอบของเจ้าของมีทั้ง โกธิค เรอเนซองค์ บาโรค และ นีโอคลาสสิค


จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนิซิก้า (Nidzica) (160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.10 ชั่วโมง)

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Nidzica Castle Hotel  หรือเทียบเท่า

วันที่สาม : นิซิก้า – ปราสาทมาลบอร์ก – กดังส์ – โตรุน

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาลบอร์ก (Malborg)
  • ระหว่างทางนำท่านเข้าชม ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) (157 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ….ชมป้อมยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างในศตวรรษที่ 13 แต่เดิมเป็นวิหารของนักรบศาสนาคริสต์ นิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) โดยมีอาคารเพียง 2 ปีก คือปีกทิศเหนือกับทิศตะวันตก หลังปีค.ศ. 1309 นิกายดังกล่าวเริ่มเสื่อมลงหลายป้อมทางด้านตะวันออกถูกโจมตีและแตก ทำให้ผู้นำนิกายดังกล่าวได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะย้ายที่พักชั่วคราวจากเวนิชไปยังบริเวณแคว้นรัสเซียซึ่งลัทธิดังกล่าวยังมีอิทธิพลสูงอยู่ ดังนั้นมาลบอร์กจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงลัทธิดังกล่าว เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตอิทธิพลซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูง ตัววิหารได้ถูกต่อเติมให้เป็นปราสาทในช่วง 20 ปีต่อมา รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20 เฮคตาร์ (12,5000ไร่) ตัวปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ปราสาทบน ปราสาทกลาง และปราสาทล่าง ซึ่งทั้งสามปราสาทแยกกันโดยอิสระ มีระบบป้องกันตนเองอย่างสมบูรณ์มีระบบน้ำอิสระแยกขาดออกจากกัน มีที่เก็บอาหารแยกจากกัน สามารถป้องกันตนเองได้นานหลายปีหากถูกปิดล้อม แต่ เนื่องจากนิกายดังกล่าวได้พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1410 ที่กรุนวาลด์ ทำให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกเวลาต่อมาและถูกบังคับให้ออกจากมาลบอร์กในปี ค.ศ. 1466 ตัวปราสาทถูกทอดทิ้งแต่บัดนั้นมา และก็เสียหายไปตามกาลเวลาและได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่ก็เสียหายอีกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งดังที่เราได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยความยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะในยุคกลาง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ  ภัตตาคาร
  • แล้วนำท่านเดินทางสู่ เมืองกดังส์ (ระยะทางประมาณ 66 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  
  • เมืองกดังส์ (Gdansk) ถือว่าเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของสหภาพแรงงานโซลิแดริตี้ที่มีนายเลค วาเวนซ่าเป็นประธาน หลายคน หลังจากการต่อสู้ของสหภาพนี้เองที่ทำให้โปรแลนด์กลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญรุดหน้ากว่าประเทศยุโรปทั้งหลาย ที่หลุดจากโซเวียตในเวลาใกล้เคียงกัน  เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลโปแลนด์  โดยมีการร่างต้นฉบับแบบเมืองไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1343 (ค.ศ.1886) ชาวโปลจึงได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมในร่างต้นฉบับเมืองเดิม และเป็นผลสำเร็จหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับศูนย์กลางของเมืองนั้น มีอยู่ 3 ส่วน ภายในเขตกำแพงเมือง
    ชมเมืองกดังส์ คุณจะได้พบกับถนนที่มีเสน่ห์ที่สุดของยุโรปตอนเหนือได้ที่นี่ นำท่านไปชมคือ เมืองเก่ายุคกลางอันงดงาม อาทิ ที่ทำการเทศบาลMain Town Hall และโบสถ์ใหญ่ศิลปะแบบโกธิคที่มีชื่อว่า โบสถ์เซนต์แมรี่ (Church of St. Mary) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1502 (พ.ศ. 2045) สามารถจุผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถึง 25,000 คน

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโตรุน (Torun) (ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมง) เป็นเมืองการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ หลังจากที่องค์การ ยูเนสโก ประกาศจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อเมืองมรดกโลกภายในตัวเมืองมีอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์อันสวยงามอยู่ดาษดื่นโด่งดัง ไม่น้อยไปกว่าเมืองคราคูฟ โปซนาน หรือโวสลาฟ โตรุน (Torun) จึงปรากฏอยู่ในแผนที่ของเมืองท่องเที่ยวติดอันดับในทวีปยุโรป สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อท่านมาเยือนเมืองโตรุน (Torun) คือทิวทัศน์สวยงาม อันเป็นผลมาจากการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเป็นอย่างดีของสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม ซึ่งความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมดูแลภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย Copernicus …
  • ที่พัก Mercure Torun Centrum Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ : โตรุน – รอตสวาฟ  

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ชมเมืองโตรุน (Torun) สร้างโดยอัศวินเยอรมัน คริสเตียนนิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) เฮอมานน์ ฟอน บาล์คโดยสร้างเป็นป้อมในกลางศตวรรษที่ 13 (ปี ค.ศ. 1231) เพื่อเป็นศูนย์กลางการพิชิตดินแดนยุโรปเหนือ/ตะวันออก และเปลี่ยน ให้คนในพื้นที่รับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาท้องถิ่น ด้วยที่มั่นอันแข็งแรงเป็นที่ดึงดูดให้คนโปลและเยอรมันแห่กันมาอยู่ในป้อมแห่งนี้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1280 ก็ได้พัฒนากลายไปเป็นพันธมิตรการค้าของกลุ่ม ฮัมเซียติค (กลุ่มพ่อค้าเดินเรือเยอรมันและสแกนดิเนเวีย) ในอีกศตวรรษต่อมาก็ปรากฎว่าเมืองนี้ร่ำรวยจากการค้า สังเกตได้จากบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมามากในศตวรรษที่ 1-15 รวมทั้งบ้านของนักดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นิโคลลาส โคเปอร์นิคุส เป็นตึกสูง 5 ชั้น ประดับหน้าบ้านด้วยลวดลายงดงาม ชมย่าน Torun Old Market  Square ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค จนได้รับการขึ้นบัญชีจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1997 ชมศาลาว่าการ Town Hall อาคารสำคัญที่ก่อสร้างด้วยศิลา แดง ซึ่งเป็นจุดเด่นของย่านชุมชนเก่า
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตสวาฟ (WROCLAW) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา และมากไปกว่านั้น เมืองรอตสวาฟใกล้เขตชายแดนของสองประเทศ นั่นคือชายแดนติดกับสาธารณรัฐเชค และชายแดนติดกับประเทศเยอรมนี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Q Hotel Wrocław Plus หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า : รอตสวาฟ – เชสโตโฮว่า – คราคูฟ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านผ่านชมมหาวิทยาลัยรอตสวาฟ (UNIVERSITY OF WROCLAW) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมืองรอตสวาฟซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา (รางวัลโนเบลเป็นรางวัลประจำปีระดับนานาชาติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการสแกนดิเนเวีย พิจารณาผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม)  โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000คน ในอดีตยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลยสงครามสมัยยุคสงครามกับรัสเซีย นอกจากนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยยังเคยถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบของ กลุ่มนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย
  • จากนั้นนำท่านชมความงามของเมืองรอตสวาฟเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูป  กับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่านสู่เมืองเชสโตโฮว่า (Czestochowa) เพื่อเยี่ยมชม วิหารจัสนาโกรา (Jasna Gora) ซึ่งเป็นวิหารที่ประดิษฐานของรูปนักบุญมาดอนนาสีดำ Black Madonna ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดีด้วยปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อกันมา ตัวโบสถ์สร้างในศตวรรษที่ 14 ในปี ค.ศ. 1382โดยการบริจาคที่ดินของท่านดุก แห่งโอปอล พร้อมทั้งได้มอบรูปที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า Black Madonna  ซึ่งในขณะที่มอบให้ ภาพนี้ก็มีอายุหลายร้อยปีแล้ว จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าเป็นรูปในยุคไบเซนไทน์ตัววิหารได้รับการต่อเติมหลายครั้งในหลายศตวรรษต่อมา วิหารจัสนาโกรา ไม่ใช่เป็นเฉพาะสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สุดของชาวโปลแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อออกัสตินนำผู้คนต่อต้านการยึดครองของชาวสวีเดน สำเร็จในปี ค.ศ. 1665 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นนักแสวงบุญหลายล้านคนมาแสวงบุญ ณ วิหารแห่งนี้
  • นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองคราคูฟ (Krakow)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก LENART HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่หก : คราคูฟ – เหมืองเกลือวิลิซก้า – คราคูฟ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านเดินทาง เข้าชมเหมืองเกลือวิลิซก้า (Wieliczka Saltmine) เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรัฐบาลโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994
    นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมือง โดยชั้นที่ลึกที่สุดจะลึกถึง 327 เมตร ซึ่งที่มีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชมเหมืองเก่าแก่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วย แกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด ชมความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน เหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้ เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่าน ชมเมืองคราคูฟ ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปี ปกปักรักษาเมืองหลงเหลืออยู่ แนวกำแพงเมืองเดิมเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่จะมาแสดงผลงานและชม ประตูเข้าเมือง Florain Gate ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถนนคนเดินสมัยโรมันจากนั้นนำท่านสู่จัตุรัสใจกลางเมืองเป็นย่านช้อปปิ้งถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ชม โบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Mariacki Church)  ที่มีชื่อเสียงของแท่นบูชาทำด้วยด้วยไม้แกะสลักมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ชมอาคารการค้าผ้าในอดีต (Cloth Hall) และถือว่าเป็นจุดหลักทางการค้าในสมัยนั้น กระทั่งจวบจนสมัยนี้อาคารนี้ก็ยังใช้เป็นสถานที่รับรองเชื้อพระวงศ์และเหล่าอาคันตุกะของเมืองสามารถช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่ อิสระช้อปปิ้งสินค้าราคาประหยัดฝากคนที่บ้าน ณ ห้างสรรพสินค้าและสัมผัสไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในเมืองคราคูฟ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก LENART HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด :  คราคูฟ – ซาโกปาเน่

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  • ออกเดินทางสู่ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) จัดเป็นเมืองที่สูงที่สุดในประเทศโปแลนด์เพราะตั้งอยู่ในเทือกเขาทาทร่า ซึ่งมีความสูงระหว่าง 750 ถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายชนิด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ มากมายของชาวโปแลนด์อีกด้วย มีประชากร 28,000 คนโดยประมาณแต่ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมความงามของเมืองนี้นับล้านๆ

 

จากนั้นนำท่านชมธรรมชาติทิวทัศน์ที่สวยงามแวดล้อมไปด้วยป่าไม้ทุ่งหญ้า
หุบเขาและปราสาทโบราณโดยการ ล่องแพไม้ที่แม่น้ำดูนาเจค Dunajec Rafting แม่น้ำแห่งนี้ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีรายชื่อติดอยู่ในมรดกโลกของสถาบันยูเนสโกอีกด้วย

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย เดินเที่ยว ชมเมืองซาโกปาเน่ ซาโกปาเน่ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโปแลนด์ ห่างไม่กี่ไมล์จากชายแดนประเทศสโลวัก และเป็นเมืองตากอากาศในภูเขาตาตราที่คับคั่งไปด้วยนักสกีในช่วงฤดูหนาวและนักเดินป่าและนักปีนเขาตลอดทั้งปี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 คาบเกี่ยวช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซาโกปาเนได้กลายเป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศโปแลนด์ ปัจจุบันยังคงมีอิทธิพลวัฒนธรรมเก่าแก่หลงเหลืออยู่ด้วยบ้านไม้ที่สวยงาม
  • อิสระเดินเที่ยวชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ณ ถนนคนเดิน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Centrum Kongresowe PLUS Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่แปด : ซาโกปาเน่ – คราคูฟ – ค่ายออสวิซึม

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านขึ้นรถไฟไปยัง ยอดเขากูบาวุฟก้า (Gubalowka) หรือ Mount Giewont  บนความสูง 1,120 เมตร ซึ่งบนนี้เอง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพของ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาทาทร่าแบบพาโนราม่างดงามเหนือคำบรรยาย

นำท่านเดินทางสู่เมืองออสวีซิม (Oswiecim) (128 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)

  • เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันออสวิทซ์ (Auschwitz Concentration Camp)  ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยรัฐบาลของโปแลนด์ เริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 ความต้องการจะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆจนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองจึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ในช่วงมิถุนายน 1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามีน้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ พร้อมชมภาพยนตร์สั้นๆ ที่ถ่ายทำโดยทหารรัสเซีย เมื่อครั่งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมัน ว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีคนตายกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว …..ได้เวลาเดินทางกลับคราคูฟ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก LENART HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า : คราคูฟ – พระราชวังหลวง – มหาวิหารวาเวล – วอร์ซอว์ – เวียนนา

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านขึ้น เขาวาเวล (The Wawel) ชมมหาวิหารวาเวล Wawel Cathedral สร้างระหว่างปี ค.ศ.1320-1364 บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 มหาวิหารดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของ
    กษัตริย์โปลนานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปลด้วย


นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง “ Wawel Royal Castle ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในแบบเรอเนซองค์ โดยกษัตริย์ซิกมุนที่ 1 หลังจากพระราชวังเดิมในแบบกอธิคถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1499 และถูกไฟไหม้อีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ด้านทิศเหนือ จึงมีการสร้างใหม่ในแบบบาโรค เดินชมภายในพระราชวังซึ่ง มีงานให้ชมหลายอย่าง  อาทิ ผ้าปักเป็นรูปภาพขนาดใหญ่  ภาพสีน้ำจากศิลปินเอกของยุโรป  รวมถึง Botticelli ที่เราชื่นชอบผลงาน รวมทั้งงานประเภทอาวุธโบราณ และทรัพย์สมบัติของราชวงศ์

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบินวอร์ซอว์ เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 19.20 น.    ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเวียนนา  โดยสายการบินสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่  OS 632 (ใช้เวลาในการเดินทาง 01.15 ชั่วโมง)
  • 20.35 น. ถึงสนามบินกรุงเวียนนา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
  • 23.20 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่  OS 025  (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.00 ชั่วโมง)

วันที่สิบ : กรุงเทพฯ

  • 14.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
21 – 30 กรกฎาคม 2565 04 – 13 สิงหาคม 2565 15 -24 กันยายน 2565 07 – 16 ตุลาคม 2565 20 - 29 พฤศจิกายน 2565
สายการบิน
ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการใน เดือนเมษายน สำหรับผู้เดินทาง 10 ท่านขึ้นไป
Ø ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2 ท่าน) ท่านละ

Ø เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

Ø ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

Ø มีตั๋วเครื่องบินแล้ว   ลดท่านละ

*.*.*. ทางบริษัทฯไม่มีบริการสำหรับลูกค้าที่ต้องการนอนห้อง Triple (ห้องสำหรับผู้ใหญ่ 3 ท่าน)  .*.*.

           92,900.-

.-        

16,900.-        

29,000.-

        

 

ราคาอาจมีการปรับขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบิน

ประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 20 ก.พ. 2565 )

การจองทัวร์
Ø หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 40,000 บาท

ต่อท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ค่าทัวร์รวม :
ü ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เวียนนา-วอร์ซอว์  //  วอร์ซอว์-เวียนนา-กรุงเทพฯ

โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ (OS) (OS)

ü ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน

ü ค่าธรรมเนียมวีซ่า สำหรับหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น (มีวีซ่าแล้วหักท่านละ 2,200 บาท)

ü ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่านเท่านั้น)

ü ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ

ü ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม

ü ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง

ü ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าทัวร์ไม่รวม :
ý ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถฯ ท่านละ 40 ยูโร ตลอดการเดินทาง

ý ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ท่านละ 30 ยูโร ตลอดการเดินทาง หรือ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน

ý ค่าตรวจ PCR ก่อนกลับประเทศไทย

ý ค่าโรงแรมแบบไม่กักตัว TEST&GO ก่อนเข้าประเทศไทย

ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ý ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

ý ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด

ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ý ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)

ý ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ý ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

การยกเลิก :
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน                     คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออก

                                                             ล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วัน

แรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสาย

การบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการ

ผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน            หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน            หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)

ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน               หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน

การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

เอกสารในการใช้ยื่นวีซ่า :
–         หนังสือเดินทาง (พลาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า (สำหรับท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ขอความกรุณา แนบมาด้วย เพื่ออ้างอิงกับทางสถานทูต  และสำเนาของหน้าที่มีเชงเก้นวีซ่าหรือตราประทับเข้าออกประเทศต่างๆ)

–         รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นหลังฉากสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm  x 45 mm หรือ 1.5 X 2 นิ้ว  2  รูป  (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)

–         สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนอย่างละ 1 ใบ

–         สำเนาใบสูติบัตรกรณีที่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี (แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมตราประทับรับรองจากบริษัทฯ ที่จดทะเบียนการแปลอย่างถูกต้อง)

–         สำเนาทะเบียนสมรส (แปลเป็นภาษาอังกฤษ สามารถแปลเองได้)

–         สำเนาใบหย่าหรือสำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) (แปลเป็นภาษาอังกฤษ สามารถแปลเองได้)

–         สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี) (แปลเป็นภาษาอังกฤษ สามารถแปลเองได้)

–         หลักฐานการเงิน  

–            รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด ของผู้สมัครพร้อมทั้งหนังสือรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีจากธนาคาร

ในทุกหน้าที่มีรายการเดินบัญชีของผู้สมัคร ที่ไม่มีการระบุชื่อบัญชีหรือ เลขที่บัญชี ไม่สามารถใช้ยื่นได้ (ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเยอรมัน)

–             รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด ของผู้สมัคร พร้อมทั้งหนังสือรับรองการเป็น

เจ้าของบัญชีจากธนาคาร (สำเนา)

–             รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด ของผู้สมัคร พร้อมทั้งหนังสือรับรองการเป็นเจ้าของบัญชีจากธนาคาร (ฉบับแปล)  (ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส)

กรณีเงินฝากออมทรัพย์/ เผื่อเรียก / สะสมทรัพย์ ท่าน ต้องปรับสมุดถึงเดือนปัจจุบัน และ ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน โดยการปรับยอดสมุดในบัญชี ต้องปรับสมุดก่อนวันที่จะยื่นวีซ่า 30 วัน เช่น หากท่านได้คิวยื่นวีซ่าวันที่ 1 มีนาคม 2556 การปรับสมุดบัญชีต้องปรับยอดบัญชี หลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 เท่านั้น

(สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ และ กระแสรายวันในทุกกรณี)

 

หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

กรณีเป็นพนักงาน

·      จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด

พร้อมประทับตราของบริษัท

กรณีเป็นข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

·      จดหมายรับรองจากหน่วยงานและสำเนาบัตรราชการ พร้อมประทับตราองค์กร

เกษียณอายุราชการ สำเนาบัตรข้าราชการเกษียณอายุ 1 ใบ

กรณีเป็นเจ้าของกิจการ

·      สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อม

ทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน) (แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมตราประทับรับรองจากบริษัทฯ ที่จดทะเบียนการแปลอย่างถูกต้อง)

กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

·      จดหมายรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา พร้อมประทับตราสถาบัน

เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

·      จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตรกับผู้ที่บุตรเดินทางไปด้วย ต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่  (พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา)

กรณีเป็นแม่บ้าน

·      สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะ (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) (ใช้หลักฐานการเงินของตัวเองหรือของสามีก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปกับสามี จะต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี เป็นภาษาอังกฤษ

พร้อมกับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของสามี และบุตร ที่มีด้วยกัน) พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาเยอรมัน

 

*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ***

******************************

·      หมายเหตุ : เอกสารประกอบการยื่นที่เป็นภาษาไทย จะต้องแนบเอกสารที่เป็นการแปลเป็นภาอังกฤษจากศูนย์การแปลพร้อมตราประทับรับรองจากบริษัทฯ ที่จดทะเบียนการแปลอย่างถูกต้อง) หากลูกค้าไม่สะดวกทำการแปลเองทางบริษัทฯ จะทำการส่งแปลให้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นฉบับละ 300 บาท.-

หมายเหตุ :
§  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

§    บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

§    บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน

§    รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

§  บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

§    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

§    การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

§    ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)

กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง

§  ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม

ตั๋วเครื่องบิน

§    ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)

§    ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้

§    หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น

§    เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

โรงแรมและห้อง

§  ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง

( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้

§    โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

§  ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

§  กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด

§  วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )

§  หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย

§  ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่

§  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

§    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

การเดินทางเป็นครอบครัว

หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

วันเดินทาง
21 – 30 กรกฎาคม 2565 04 – 13 สิงหาคม 2565 15 -24 กันยายน 2565 07 – 16 ตุลาคม 2565 20 - 29 พฤศจิกายน 2565
สายการบิน

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating