วันเดินทาง
16 -26 กันยายน 2565 15-25 ตุลาคม 2565 20 – 30 พฤศจิกายน 2565 4 – 14 ธันวาคม 2565 25 ธันวาคม – 4 มกราคม 2566
สายการบิน


คาซาบลังก้า-ราบัตแทนเจียร์-เชฟชาอูน-เมคเนส

เมืองโรมันโวลูบิลิส-เฟส-อิเฟรน-แอร์ฟอร์ด-เมอร์ซูก้า-ทอดร้า

โอเอซิส Tinghir-M’Gouna-วอซาเซท-เอ็ทเบน ฮาดดู-มาราเกช

เส้นทางท่องเที่ยวเป็นวงกลม เที่ยวครบเมืองสวย ชมธรรมชาติอันหลากหลาย

  • เส้นทางท่องเที่ยวเป็นวงกลม เที่ยวครบเมืองสวย ชมธรรมชาติอันหลากหลาย
  • เข้าชม ความสวยงามของ HASSAN II MOSQUE มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเมืองเมกกะ
  • ชมเมือง TANGIER เมืองท่าสีขาวแห่งช่องแคบยิบรอลตาร์
  • ชมถ้ำเฮอร์คิวลิส เป็นที่รู้จักกันในนาม DOOR OF AFRICA
  • ชมเมือง CHEFCHAOUEN สมญานามนครสีฟ้า สุดสวย (Unseen) เมืองที่ห้ามพลาด
  • ชมเมือง VOLUBILIS ซากเมืองโบราณสมัยโรมัน (UNESCO)
  • ชมเมือง FES หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีตรอกซอกซอยถึง 9,400 ซอย (UNESCO) เมืองที่ห้ามพลาด
  • ชมเมือง IFRANE หรือเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค
  • ขี่อูฐ + นั่งรถ 4x4WD ชมทะเลทรายซาฮารา ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ชมเมือง MERZOUGA เมืองแห่งทะเลทรายซาฮารา
  • ชมเมือง AIT BEN HADDOU เมืองที่ทำจากดินทั้งเมือง (UNESCO)
  • ชมเมือง MARRAKECH อดีตเมืองหลวงเก่า เมืองสีชมพูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (UNESCO) เมืองที่ห้ามพลาด
  • ปิดท้ายช้อปปิ้งที่ห้าง MOROCCO MALL
  • อาหารดีทั้งไทย และจีน
  • พักโรงแรมดีมาตรฐาน 4+5 ดาว

โมรอคโค ดินแดนบนสุดขอบทวีปแอฟริกาตะวันตก ที่มีกลิ่นอายของชาวแขกมัวร์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ ชนพื้นเมืองชาวแอฟริกันเบอร์เบอร์ ที่มีรูปแบบวัฒนธรรมผสมผสานกับตะวันตก ด้วยระยะทางที่ถูกคั่นด้วยช่องแคบยิบรอลต้า ซึ่งห่างจากยุโรปไปเพียง 14 กิโลเมตร สัมผัสบรรยากาศเมืองริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ในเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง คาซาบลังก้า เมืองแห่งตำนานภาพยนตร์ชื่อดังในอดีตกาล

 

1

Day 1: Departure

 กรุงเทพฯ-กรุงโดฮา
  • 17.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ ประตูทางเข้าที่ 8 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับในการตรวจเอกสารและสัมภาระในการเดินทางให้กับท่าน
  • 20.10 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR837 ( รับประทานอาหารและพักผ่อน)
2

Day 2

กรุงโดฮา-เมืองคาซาบลังก้า-เมืองราบัต
  • 00.10 น. เดินทางถึงสนามบิน  Doha International Airport  กรุงอาบูดาบี
    • 02.35 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองคาซาบลังก้า” โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR1397  (ใช้เวลาบินต่ออีก 7.50 ชั่วโมง รับประทานอาหารและพักผ่อน)
  • 07.30 น. เดินทางถึงสนามบิน Mohamed V International Airport เมืองคาซาบลังก้า ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และพบไกด์ท้องถิ่นแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองคาซาบลังก้า

CASABLANCA

  • เมืองคาซาบลังก้า (CASABLANCA) “คาซาบลังก้า” หมายถึง บ้านสีขาว คำว่า “คาซา” แปลว่า บ้าน และ “บลังก้า” แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า “ราชอาณาจักรโมรอคโค” ด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน

  • นำท่านชมความสวยงามของ สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโคทุกแขนง ชมวิวทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว
  • จากนั้นเดินทางสู่ ย่านใจกลางเมือง ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมกับความงามที่แปลกตาของเมืองนี้อย่างน่าสนใจ ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นปาล์ม ที่มีอายุหลายสิบปีที่สูงตระหง่านน่าชื่นชมยิ่งนัก
  • นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราบัต (RABAT) ระยะทาง 94 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. ให้ท่านชมเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 เมื่อโมร็อคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

Mohammed V Mausoleum

  • จากนั้นนำท่านชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mohammed V Mausoleum) พระอัยการของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนสง่าเฝ้าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร

Hassan Tower

  • นำท่านไปชม หอคอยฮัสซัน (Hassan Tower) ส่วนหนึ่งของมัสยิดฮัสซัน ซึ่งได้วางแผนไว้ให้เป็นสุเหร่าที่ใหญ่อันดับ 2  ของโลก สามารถบรรจุผู้ที่เข้ามาสวดมนต์ได้พร้อมกันคราวละ 40,000 คน (แต่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ)จากนั้นชมภายนอก สุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมร็อคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ

  • นำท่านชม ป้อมอูดายา ป้อมเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 12 ที่โอบล้อมบ้านเรือนชาวเมืองกว่า 2,000 คนอยู่ภายใน ฉะนั้นแม้จะเป็นป้อมแต่ก็ดูจะคล้ายเมืองขนาดย่อมเมืองหนึ่งจนได้ฉายาว่าเป็น “เมืองภายในเมือง”
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ AL MAJLISS HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3 : เมืองราบัต-เมืองแทนเจียร์

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า

Tangier

  • นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองแทนเจียร์ (TANGIER) เป็นเมืองริมชายฝั่ง และเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก และอยู่ทางตอนใต้ของช่องแคบยิบรอลตาร์ (Tangier Strait of Gibraltar) ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของโมร็อคโคอีกด้วย
  • นำท่านชม ถ้ำเฮอร์คิวลิส (HERCULES CAVES) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของเมืองแทนเจียร์ เป็นที่รู้จักกันในนาม Door of Africa ให้ท่านชมถ้ำโดยเฉพาะประตูถ้ำที่มองออกไปสู่ทะเล โดยประตูถ้ำมีลักษณะเหมือนเฮอร์คิวลิส โดยมีเรื่องเล่ากันว่า เฮอร์คิวลิส เคยอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้เพื่อทำภารกิจ 12 อย่าง และเป็นผู้ที่ถ้ำให้เกิดช่องแคบยิบรอลตาร์
  • นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของ เมืองแทนเจียร์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ อีกทั้งรอบๆตัวเมืองยังมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม รวมไปถึงหาดทรายและผู้คนที่แสนจะเป็นมิตร

  • นำท่านไปชม แกรนด์ซัคโค (Grand Socco) หรือที่รู้จักกันว่า บิ๊กสแควร์ (Big Square) จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่าหรือย่านเมดินา ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตลาดหลักของเมืองอีกด้วย
  • ให้ท่านไปชม เพลส เดอ ฟรานช์ (Place de France) อีกหนึ่งจัตุรัสที่มีความโดดเด่นอีกแห่งของเมือง อีกทั้งยังถือว่าเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงบ่ายๆ หรือหากต้องการร้านอาหาร ร้านกาแฟดีๆ จัตุรัสแห่งนี้ก็มีไว้คอยบริการเป็นจำนวนมาก ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คงจะเป็นคาเฟ่ พารีส์ (Cafe Paris) ซึ่งมีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

Tangier Kasbah

  • จากนั้นนำท่านไปชมความยิ่งใหญ่ของ ป้อมปราการเมืองแทนเจียร์ (Tangier Kasbah) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของ เมืองแทนเจียร์ โดยป้อมปราการตั้งอยู่เหนือสุดของเมือง เป็นอีกวิวพอยท์สำคัญที่คุณจะสามารถมองเห็นช่องแคบยิบรอลตาร์ได้เป็นอย่างดี

  • นำท่านไปชม พระราชวังสุลต่าน ดาร์ เอล มาคเซ่น (Dar el Makhzen) เป็นที่ประทับของสุลต่านของโมร็อคโค ถูกสร้างขึ้นโดยมูเลย์ อีสมาอิล ในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่มีความงดงามไปด้วยเพดานแกะสลักไม้และลานหินอ่อน ปัจจุบันพระวังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จำนวน 2 แห่ง นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมรอ๊คโคและพิพิธภัณฑ์ของโบราณ รอบๆอาคารถูกตกแต่งไปด้วย สนามหญ้า และลานน้ำพุหินอ่อน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ BARCELO HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4 : เมืองเชฟชาอูน-เมืองโรมันโวลูบิลิส-เมืองเมคเนส-เมืองเฟซ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า

  • เดินทางต่อไปยัง Blue City นครสีฟ้า เมืองเชฟชาอูน (CHEFCHAOUEN) เมืองซึ่งได้ขนานนามว่า “มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อคโค” เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ใน หุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี ในอดีตก่อนที่โมร็อกโคได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมด ในปี ค.ศ.1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย เชฟชาอูน อาจจะไม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความตื่นเต้นจากกิจกรรมกลางแจ้งหรือชายหาดมากนัก แต่อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมร็อคโค ไม่ควรพลาดเมืองเล็กๆ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว แห่งนี้ทีเดียว สาเหตุที่เมืองเชฟชาอูนถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ

  • นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเมคเนส (MEKNES) ระยะทาง 195 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม. แวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman City of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ.1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันแห่งนี้มีความสำคัญยิ่งในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

MEKNES

  • จากนั้นนำท่านเดินทางไป เมืองเมคเนส (MEKNES) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ  40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

Bab Mansour Monumental Gate

  • ให้ท่านได้แวะถ่ายรูป ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ซึ่งเป็นประตูที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสคและกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด เดินทางต่อไปยัง เมืองเฟซ (FEZ) ระยะทาง 90 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. เมืองหลวงเก่าในศตวรรษที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองสำคัญทางด้านศาสนาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 8 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมร็อคโค
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ RAMADA HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5 : ซิตี้ทัวร์ เมืองเฟส

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

The Royal Palace

  • นำท่านชม ประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวัง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม และเป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร็อคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง เป็นพ่อค้าผูกขาดการค้าเกลือ แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือประชากรชาวยิวอยู่ไม่มากนัก นำท่านถ่ายรูปที่จุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน จากนั้นเดินทางเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่ง เมดินาเมืองเฟส

  • นำท่านชมโรงงานเซรามิก และโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตามแบบฉบับสไตล์ชาวโมรอคโค
  • นำท่านชม ประตู Bab Bou Jeloud เป็นประตูขนาดใหญ่ที่กั้นระหว่างเมืองเก่า กับเมืองใหม่ ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆ นานาชนิดหลังจากนั้น

  • นำท่านชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Medersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต  ในเขตเมืองเก่าได้ มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

Kairaouine Mosque

  • นำท่านเดินชมในย่านเมดิน่า ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น)

  • จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ (Tannery of Fes) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก นี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น และผลไม้แห้งอย่างเช่น อินทผลัม วอลนัท อัลมอนด์ ที่คุณภาพดีและราคาย่อมเยาว์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ RAMADA HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6 : เมืองเฟส-เมืองอิเฟรน-เมืองแอร์ฟอร์ด

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

  • นำท่านเดินทางผ่านชม เมืองอิเฟรน (IFRANE) ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม. เมืองตากอากาศที่มีความสูงกว่า 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ.1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า “เจนีวาแห่งโมรอคโค” บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน  เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน เดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้  สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองมิเดลท์ (MIDELT)
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • หลังรับประทานอาหาร นำท่านเดินทางผ่านเมือง ราชิดิยา (RACHIDIA) เมืองที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งมีระยะทางห่างจากพรมแดนระหว่างโมร็อคโค และแอลจีเรีย เพียง 25 กม. เดินทางสู่ เมืองแอร์ฟอร์ด (ERFOUD) เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้าที่เดินทางมาจากทางตะวันออกกลาง
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ BELERE HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7 : เมืองเมอร์ซูก้า-ทอดร้าจอร์จ-หุบเขาดาเดส-M’Gouna-เมืองวอซาเซท

SAHARA DESERT

  • 05.30 น. ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นำท่านขี่อูฐเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินทรายในทะเลทรายซาฮารา (อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม) ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย เกือบเป็นศูนย์ตลอดปี ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ ได้เวลานำท่านขี่อูฐกลับสู่โรงแรมที่พัก
  • 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • หลังอาหารนำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า มุ่งหน้าสู่ เมืองแอร์ฟอร์ด เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชคันเดิม เดินทางสู่ เมืองทังฮีส แวะชม โอเอซิส Tinghir ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ โอเอซิสแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท

 

Todra Gorge

  • ผ่านหุบเขาดาเดส (Dades) ซึ่งเป็นแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม
  • นำท่านเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ (Todra Gorge) โกรกธารที่มีโขดผาสูง 985 ฟุต หรือ 300 เมตร ทั้งสองด้านที่เกือบตั้งทำมุมสามเหลี่ยมกับแม่น้ำโทดร้า ถือว่าเป็นโกรกธารและหุบเขาที่สวยที่สุดทางใต้ของโมร็อคโค ชมความงดงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส โดยมี ลำน้ำใส ๆ ที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตา สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการเสี่ยงภัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม

OUARZAZATE

  • จากนั้นเดินทางต่อตามถนนคาชบาห์ที่มีป้อมหลายพันแห่งตั้ง เรียงรายตามถนนดังกล่าวสู่ เมืองวอซาเซท (OUARZAZATE) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ.1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอ ภาพยนตร์และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน ก่อนถึงเมืองซอซาเซท

  • แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่ เมืองมากูน่า (KELAA M’GOUNA) (เทศกาลกุหลาบจะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคม) ซึ่งเมืองแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกดอกกุหลาบได้ในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน ของทุกปี ณ จุดนี้ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากดอกกุหลาบ เช่น น้ำกุหลาบ สเปรย์ ครีม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย จากนั้นให้ท่านได้แวะถ่ายรูปกับ ป้อมเทาริท (Kasbah of Taourirt) ซึ่งเป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ จำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ OSCAR HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8 : เมืองวอซาเซท-เมืองเอ็ทเบน ฮาดดู-Tichka Pass-เมืองมาราเกช

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

  • จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองเอ็ทเบน ฮาดดู (AIT BEN HADDOU) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมาราเกช เส้นทางข้ามเทือกเขาไฮแอทลาส ทางคดเคี้ยวกับภูเขาสลับซับซ้อนสลับกับทุ่งเกษตรแบบขั้นบันได ให้ท่านเพลินตากับสีสัน วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น นำท่านชม เมืองเอ็ทเบน ฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมร็อคโคภาคใต้ คือ ป้อเอ็ทเบน ฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Haddou) เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก จากนั้นให้ท่านได้แวะทานอาหารกลางวัน ระหว่างทางบนเส้นทาง Tichka Pass
  • 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (MARRAKECH) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ตั้งอยู่แถบ เชิงเขาแอตลาส ในอดีต เมืองโอเอซิส แห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A City of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

Djemaa Fnaa Square

  • จากนั้นนำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง (Djemaa Fnaa Square) ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมร็อคโคขนานแท้ อิสระให้ท่านได้จับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม และพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ RIAD MOGADOR HOTEL หรือเทียบเท่า
9

Day 9 : เมืองมาราเกช-เมืองคาซาบลังก้า

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านชมความงดงามภายนอกของ มัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร)

  • นำท่านชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริช(Moorish) แท้ๆความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน

  • นำท่านเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์  ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

Jardin Majorelle

  • นำท่านชม Majorelle Garden หรือ Jardin Majorelle ว่ากันว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ย่านเมืองมาราเกช สวนแห่งนี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาจากทั่วโลก โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรนับพันต้น หลากหลายสายพันธุ์ มีสวนบัว และป่าไม่ดูร่มรื่น กับบรรดากระถางดินที่ศิลปินเจ้าของเดิม Jacques Majorelle ที่สรรหาสีมาป้ายทาทับ ตกแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ สวนแห่งนี้เดิมเป็นบ้านของศิลปินชาวฝรั่งเศส  เขาสร้างบ้าน และสวนเอาไว้อยู่เอง พร้อมสร้างงานศิลปะของเขาต่อมาสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาศิลปะของโมร็อคโคไว้ และมีมุมแสดงงานศิลปะของเจ้าของเดิมเอาไว้ด้วย
  • 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า ผ่านชมชายหาดชื่อดังระดับโลกคาซาบลังก้า ชายหาดริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ที่หลายคนหลงใหล อยากได้เห็นบรรยากาศของชายหาดที่มากมายไปด้วยผู้คนกับทะเลน้ำสีฟ้าคราม อันกว้างไกลช่างน่าประทับใจ

The Morocco Mall

  • นำท่านเที่ยวชมห้างสรรพสินค้า โมรอคโค มอลล์ (The Morocco Mall) ที่ถูกสร้างอยู่บริเวณริม ทะเล ซึ่งมีความสวยงามในรูปแบบการก่อสร้างบนเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ 200,000ตรม. ประกอบไปด้วยร้านต่างๆมากมาย ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของฝรั่งเศส ลาฟาเยต์ และห้างจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมของโลก เช่น ดีออร์ เฟนดี กูชี คาร์เทียร์ ฯ ต่าง ๆ อีกมากมาย
  • ท่านจะได้ชมความสวยงามของสัตว์โลกใต้ทะเลอันยิ่งใหญ่ตระการตาในระบบ 360 องศา สู่ก้นมหาสมุทร ด้วยความจุของน้ำทะเลประมาณ 1 ล้านลิตร ท่านจะได้ชมสัตว์ทะเลต่างๆ กว่า 30 สายพันธุ์ ที่หาได้ยากมากบนโลกใบนี้
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MOVENPICK HOTEL หรือเทียบเท่า
10

Day 10 : เมืองคาซาบลังก้า-กรุงโดฮา

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • นำท่านเดินทางไปยังสนามบินฯ เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง ใช้เวลาในการเดินทางไปยังสนามบินฯ ประมาณ 50 นาที
  • 09.50 น. ได้เวลาอำลาประเทศโมรอคโค ”เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮา” โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR1398  (ใช้เวลาบิน 7.50 ชั่วโมง รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง)
  • 20.25 น. เดินทางถึง   Doha International Airport กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้า
  • 21.35 น. เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR836  (ใช้เวลาบินต่ออีก 6.50 ชั่วโมง รับประทานอาหารและพักผ่อน)
10

Day 10 : กรุงโดฮา - กรุงเทพฯ/สุวรรณภูมิ

  • 07.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
16 -26 กันยายน 2565 15-25 ตุลาคม 2565 20 – 30 พฤศจิกายน 2565 4 – 14 ธันวาคม 2565 25 ธันวาคม – 4 มกราคม 2566
สายการบิน
ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการ กรุ๊ปเดินทาง ตั้งแต่ 10 ท่าน ขึ้นไป
Ø ผู้ใหญ่พักห้องคู่ หรือเด็ก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

Ø ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว                    ห้องพักเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ

Ø มีตั๋วเครื่องบินแล้ว                                                     ลดท่านละ

           83,900.-

           12,000.-

            20,000.-

ราคาอาจมีการปรับขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบิน

ประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 20 ธ.ค. 2564 )

การจองทัวร์ (กรุณาจองทัวร์อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนจะเดินทาง) :
Ø หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ค่าทัวร์รวม :
ü ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด โดยสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ (EY)

ü ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ

ü ค่าที่พักโรงแรมระดับมาตรฐาน ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)

ü ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ

ü ค่าน้ำดื่มระหว่างเดินทาง 1 ขวด ต่อท่าน/วัน

ü ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง

ü ค่าเข้าชมสถานที่, ค่าวีซ่าโมรอคโค

ü ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม

ü ค่าขี่อูฐ

ü ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าทัวร์ไม่รวม :
ý ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถฯ ท่านละ 45 ดอลลาร์ ตลอดการเดินทาง

ý ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ท่านละ 33 ดอลลาร์ ตลอดการเดินทาง หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน

ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ý ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

ý ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)

ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ý ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)

ý ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ý ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

การยกเลิกการจองทัวร์ :
§  ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 45 วัน § คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน § หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
** กรณียกเลิก **

–        ยกเลิกหลังจากวางเงินมัดจำ บริษัทฯจะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถ คืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่นค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น)

–        ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี

–        กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทจะทำเรื่องยื่นเอกสารไปยังสายการบิน โรงแรม และในทุกๆการให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าสามารถคืนเงินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่ได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจของสายการบิน โรงแรมและในทุกๆบริการอื่นๆเป็นสำคัญ

–        หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ต

ไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

เอกสารในการใช้ยื่นวีซ่า :
1.    หนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมสำเนา อายุเกิน 6 เดือน

2.    หลักฐานการเงินจากธนาคาร

หนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคาร (Bank Certificate) หนึ่งฉบับ ออกโดยธนาคารเท่านั้น หนังสือนี้จะระบุชื่อเจ้าของบัญชี รายละเอียดบัญชี และเงินคงเหลือในบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น

3.    รูปถ่ายสี ขนาด 2*1.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป (พื้นหลังสีขาว) ห้ามสวมเสื้อสีขาวและสีอ่อนในการถ่ายรูปให้เห็นหน้าชัด (ขนาดรูปจะเท่ากับรูปในหนังสือเดินทางของไทย)

4.    สำเนาบัตรประชาชนพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในส่วนชื่อและที่อยู่

5.    หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน ระยะเวลาการเดินทางในโมรอคโค และเงินเดือน (เป็นภาษาอังกฤษ)

กรณีเป็นพนักงาน

·  จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด พร้อมประทับตราของบริษัท

กรณีเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ

·     จดหมายรับรองจากหน่วยงานและสำเนาบัตรราชการ พร้อมประทับตราองค์กร

เกษียณอายุราชการ สำเนาบัตรข้าราชการเกษียณอายุ 1 ชุด

กรณีเป็นเจ้าของกิจการ

·  สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

·  จดหมายรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา พร้อมประทับตราสถาบัน

เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

·     จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตร ท่านที่บุตรเดินทางไปด้วย ต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่ (พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา) และต้องไปเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าที่รับยื่นวีซ่า

กรณีเป็นแม่บ้าน

·     สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะ (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) ใช้หลักฐานการเงินของตัวเองหรือของสามีก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปกับสามี จะต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี เป็นภาษาอังกฤษ (พร้อมกับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของสามี และบุตร ที่มีด้วยกัน)จดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด พร้อมประทับตราของบริษัท

กรณีเป็นข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ

·     จดหมายรับรองจากหน่วยงานและสำเนาบัตรราชการ พร้อมประทับตราองค์กร

เกษียณอายุราชการ สำเนาบัตรข้าราชการเกษียณอายุ 1 ชุด

กรณีเป็นเจ้าของกิจการ

·  สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

·  จดหมายรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา พร้อมประทับตราสถาบัน

เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

·     จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองบิดาหรือมารดา หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา หรือถ้าเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดาและมารดา จะต้องมีจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศจากทั้งบิดาและมารดา พร้อมมีการรับรองค่าใช้จ่ายให้กับบุตร ท่านที่บุตรเดินทางไปด้วย ต้องไปทำที่สำนักงานเขตที่ทำเบียนบ้านอยู่ (พร้อมแนบบัตรประชาชน ของบิดาและมารดา) และต้องไปเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าที่รับยื่นวีซ่า

กรณีเป็นแม่บ้าน

สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะ (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) ใช้หลักฐานการเงินของตัวเองหรือของสามีก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปกับสามี จะต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี เป็นภาษาอังกฤษ (พร้อมกับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของสามี และบุตร ที่มีด้วยกัน)

**การถ่ายสำเนาทุกฉบับจะต้องสามารถอ่านออกชัดเจน เนื่องจากเอกสารทุกฉบับจะต้องนำส่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโมรอคโคและห้ามขีดฆ่า หรือขีดคร่อม รับรองเอกสารทุกฉบับ**

หมายเหตุ :
§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง (หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 15 ท่าน

ราคาทัวร์เพิ่มท่านละ 2,000 บาท )

§  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

§    บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

§    บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน

§  รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

§  บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

§    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

§    การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

§    ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)

กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง

§  ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม

ตั๋วเครื่องบิน

§    ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)

§  ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้

§    หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น

§    เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

โรงแรมและห้อง

§  ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้

§    โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

§  ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

§    กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด

§  วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )

§  หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย

§  ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่

§  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

§    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

การเดินทางเป็นครอบครัว

§  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า

4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

วันเดินทาง
16 -26 กันยายน 2565 15-25 ตุลาคม 2565 20 – 30 พฤศจิกายน 2565 4 – 14 ธันวาคม 2565 25 ธันวาคม – 4 มกราคม 2566
สายการบิน

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating