วันเดินทาง
26 ธันวาคม - 04 มกราคม 2562
สายการบิน


 

โปแลนด์ ดินแดนแห่งนกอินทรีขาว เยือนประเทศเล็กๆ ที่มีภูมิประเทศหลากหลาย
เต็มไปด้วยเสน่ห์ของยุโรปยุคเก่า และประวัติศาสตร์ยุโรปยุคใหม่ที่น่าสนใจ

 

คราคูฟ – ซาโกปาเน่ – เหมืองเกลือวิลิซก้า – ยอดเขากูบาวุฟก้า – ค่ายกักกันออซวิซท์ – เชสโตโฮว่า
รอตสวาฟ – โตรุน – ปราสาทมาลบอร์ก – กดังส์ – พระราชวังลาเซียนสกี้ – วอซอร์

 

 

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – เฮลซิงกิ – คราคูฟ
  • 05.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 8 แถว S เคาน์เตอร์สายการบินฟินน์แอร์ (AY) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกท่านก่อนขึ้นเครื่อง
  • 09.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิง ประเทศฟินแลนด์ โดยเที่ยวบิน AY 142 (ใช้เวลาเดินทาง 10.20 ชั่วโมง)
  • 15.00 น. ถึงกรุงเฮลซิงกิ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน
  • 17.55 น. ออกเดินทางสู่ คราคูฟ (Krakow) ประเทศโปแลนด์ เที่ยวบินที่ AY 1163
    (ใช้เวลาเดินทาง 2.00 ชั่วโมง)
  • 18.55 น. เดินทางถึง คราคูฟ (Krakow) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว………. นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก LENART HOTEL หรือเทียบเท่า
2

Day 2

คราคูฟ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านสู่จัตุรัสใจกลางเมืองเป็นย่านช้อปปิ้งถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
    นี้ ชมโบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Mariacki Church) ที่มีชื่อเสียงของแท่นบูชาทำ
    ด้วยด้วยไม้แกะสลักมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ชมอาคารการค้าผ้าใน
    อดีต (Cloth Hall) และถือว่าเป็นจุดหลักทางการค้าในสมัยนั้น กระทั่งจวบ
    จนสมัยนี้อาคารนี้ก็ยังใช้เป็นสถานที่รับรองเชื้อพระวงศ์และเหล่าอาคันตุกะ
    ของเมืองสามารถช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่
    อิสระช้อปปิ้งสินค้าราคาประหยัดฝากคนที่บ้าน ณ ห้างสรรพสินค้าและ
    สัมผัสไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในเมืองคราคูฟ
    นำท่าน ชมเมืองคราคูฟ ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปี ปกปักรักษาเมืองหลงเหลืออยู่ แนวกำแพงเมืองเดิมเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่จะมาแสดงผลงานและชม ประตูเข้าเมืองFlorain Gate ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถนนคนเดินสมัยโรมันจากนั้น
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านขึ้นเขาวาเวล (The Wawel) ชมมหาวิหารวาเวล Wawel Cathedral สร้างระหว่างปี ค.ศ.1320-1364 บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 มหาวิหารดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของ
    กษัตริย์โปลนานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปลด้วย
    นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง Royal Castle ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในแบบเรอเนซองค์ โดยกษัตริย์ซิกมุนที่ 1 หลังจากพระราชวังเดิมในแบบกอธิคถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1499 และถูกไฟไหม้อีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ด้านทิศเหนือ จึงมีการสร้างใหม่ในแบบบาโรค เดินชมภายในพระราชวังซึ่งมีงานให้ชมหลายอย่าง อาทิ ผ้าปักเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ ภาพสีน้ำจากศิลปินเอกของยุโรป รวมถึง Botticelli ที่เราชื่นชอบผลงาน รวมทั้งงานประเภทอาวุธโบราณ และทรัพย์สมบัติของราชวงศ์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก LENART HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3

เหมืองเกลือวิลิซก้า – ค่ายออสวิซึม – ซาโกปาเน่
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางเข้าชมเหมืองเกลือวิลิซก้า (Wieliczka Saltmine) เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรัฐบาลโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994
    นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมือง โดยชั้นที่ลึกที่สุดจะลึกถึง 327 เมตร ซึ่งที่
    มีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชม
    เหมืองเก่าแก่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วย แกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลัก
    จากเกลือทั้งหมด ชมความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็น
    ที่ใดมาก่อน เหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้
    เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย
    นำท่านเดินทางสู่เมืองออสวีซิม (Oswiecim) (128 กิโลเมตร ใช้เวลา
    เดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) ผ่านชมความงามละเงียบสงบของย่าน
    ชนบทแห่งประเทศโปแลนด์
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ ภัตตาคาร
    นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันออสวิทซ์ (Aschwitz Concentration
    Camp)ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยรัฐบาลของโปแลนด์ เริ่มจากเยอรมันเข้ายึด
    โปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 ความต้องการจะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ
    จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขัง
    นักโทษการเมืองจึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้
    ในช่วงมิถุนายน 1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่าย
    กักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และ
    ท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ที่นี่ อาทิ
    กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามีน้ำหนัก
    รวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดย
    ใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ พร้อมชมภาพยนตร์สั้นๆ ที่ถ่ายทำโดยทหารรัสเซีย
    เมื่อครั่งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมัน ว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีคนตายกว่า 1
    ล้าน 5 แสนคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว
    ออกเดินทางสู่ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) จัดเป็นเมืองที่สูงที่สุดในประเทศโปแลนด์เพราะตั้งอยู่ในเทือกเขาทาทร่า ซึ่งมีความสูงระหว่าง 750 ถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวหลายชนิด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ มากมายของชาวโปแลนด์อีกด้วย มีประชากร 28,000 คนโดยประมาณแต่ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมความงามของเมืองนี้นับล้านๆ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Wersal Hotel หรือเทียบเท่า
4

Day 4

ซาโกปาเน่ – ยอดเขากูบาวุฟก้า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่าน นั่งรถม้า(Horse Riding) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการนั่งรถม้าบนเนินเขา ชมบรรยากาศรอบข้างริมสองฝั่งที่เต็มไปด้วยต้นไม้เรียงรายกันที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสุข
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย นำท่านขึ้นรถไฟไปยัง ยอดเขากูบาวุฟก้า (Gubalowka) หรือ Mount
    Giewont บนความสูง 1,120 เมตร ซึ่งบนนี้เอง ท่านจะได้ชมทัศนียภาพ
    ของ เมืองซาโกปาเน่ (Zakopane) ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาทาทร่าแบบ
    พาโนราม่างดงามเหนือคำบรรยาย
    เดินเที่ยวชมเมืองซาโกปาเน่ ซาโกปาเน่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ
    โปแลนด์ ห่างไม่กี่ไมล์จากชายแดนประเทศสโลวัก และเป็นเมืองตาก
    อากาศในภูเขาตาตราที่คับคั่งไปด้วยนักสกีในช่วงฤดูหนาวและนักเดินป่า
    และนักปีนเขาตลอดทั้งปี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 คาบเกี่ยวช่วงต้น
    ศตวรรษที่ 19 ซาโกปาเนได้กลายเป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่ได้รับความ
    นิยมมากที่สุดในประเทศโปแลนด์ ปัจจุบันยังคงมีอิทธิพลวัฒนธรรมเก่าแก่
    หลงเหลืออยู่ด้วยบ้านไม้ที่สวยงาม
    อิสระเดินเที่ยวชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ณ ถนนคนเดิน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Wersal Hotel หรือเทียบเท่า
5

Day 5

ซาโกปาเน่ – เชสโตโฮว่า – รอตสวาฟ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้นนำท่านสู่เมืองเชสโตโฮว่า (Czestochowa) เพื่อเยี่ยมชม วิหารจัสนาโกรา (Jasna Gora) ซึ่งเป็นวิหารที่ประดิษฐานของรูปนักบุญมาดอนนาสีดำ Black Madonna ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดีด้วยปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อกันมา ตัวโบสถ์สร้างในศตวรรษที่ 14 ในปี ค.ศ. 1382
    โดยการบริจาคที่ดินของท่านดุก แห่งโอปอล พร้อมทั้งได้มอบรูปที่รู้จักกัน
    โดยทั่วไปว่า Black Madonna ซึ่งในขณะที่มอบให้ ภาพนี้ก็มีอายุหลายร้อย
    ปีแล้ว จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าเป็นรูปในยุคไบเซนไทน์ตัววิหารได้รับการต่อเติมหลายครั้งในหลายศตวรรษต่อมา วิหารจัสนาโกรา ไม่ใช่เป็นเฉพาะสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สุดของชาวโปลแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อออกัสตินนำผู้คนต่อต้านการยึดครองของชาวสวีเดน สำเร็จในปี ค.ศ. 1665 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นนักแสวงบุญหลายล้านคนมาแสวงบุญ ณ วิหารแห่งนี้
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตสวาฟ (WROCLAW) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา และมากไปกว่านั้น เมืองรอตสวาฟใกล้เขตชายแดนของสองประเทศ นั่นคือชายแดนติดกับสาธารณรัฐเชค และชายแดนติดกับประเทศเยอรมนี
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Grand City Hotel หรือเทียบเท่า
6

Day 6

รอตสวาฟ – โตรุน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านผ่านชมมหาวิทยาลัยรอตสวาฟ (UNIVERSITY OF WROCLAW) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมืองรอตสวาฟซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา (รางวัลโนเบลเป็นรางวัลประจำปีระดับนานาชาติ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการสแกนดิเนเวีย พิจารณาผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม) โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000 คน ในอดีตยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลยสงครามสมัยยุคสงครามกับรัสเซีย นอกจากนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยยังเคยถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบของกลุ่มนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย
    จากนั้นนำท่านชมความงามของเมืองรอตสวาฟเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูป กับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโตรุน (Torun) (ระยะทาง 398
    กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองการท่องเที่ยวที่
    ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ หลังจากที่องค์การ ยูเนสโก ประกาศจัดอันดับ
    ให้อยู่ในรายชื่อเมืองมรดกโลกภายในตัวเมืองมีอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์
    อันสวยงามอยู่ดาษดื่นโด่งดัง ไม่น้อยไปกว่าเมืองคราคูฟ โปซนาน หรือโว
    สลาฟ โตรุน (Torun) จึงปรากฏอยู่ในแผนที่ของเมืองท่องเที่ยวติดอันดับใน
    ทวีปยุโรป สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อท่านมาเยือนเมืองโตรุน (Torun) คือ
    ทิวทัศน์สวยงาม อันเป็นผลมาจากการอนุรักษ์ ดูแลรักษาเป็นอย่างดีของ
    สถาปัตยกรรมและอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม ซึ่งความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจาก
    การควบคุมดูแลภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย Copernicus …
    ชมเมืองโตรุน (Torun) สร้างโดยอัศวินเยอรมัน คริสเตียนนิกายทอยโทนิค
    (Teutonic Order) เฮอมานน์ ฟอน บาล์คโดยสร้างเป็นป้อมในกลาง
    ศตวรรษที่ 13 (ปี ค.ศ. 1231) เพื่อเป็นศูนย์กลางการพิชิตดินแดนยุโรป
    เหนือ/ตะวันออก และเปลี่ยน ให้คนในพื้นที่รับศาสนาคริสต์เป็นศาสนา
    ท้องถิ่น ด้วยที่มั่นอันแข็งแรงเป็นที่ดึงดูดให้คนโปลและเยอรมันแห่กันมาอยู่
    ในป้อมแห่งนี้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1280 ก็ได้พัฒนากลายไปเป็นพันธมิตร
    การค้าของกลุ่ม ฮัมเซียติค (กลุ่มพ่อค้าเดินเรือเยอรมันและสแกนดิเนเวีย)
    ในอีกศตวรรษต่อมาก็ปรากฎว่าเมืองนี้ร่ำรวยจากการค้า สังเกตได้จาก
    บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมามากในศตวรรษที่ 1-15 รวมทั้งบ้านของนักดารา
    ศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นิโคลลาส โคเปอร์นิคุส เป็นตึกสูง 5 ชั้น ประดับหน้า
    บ้านด้วยลวดลายงดงาม ชมย่าน Torun Old Market Square ซึ่งประกอบ
    ไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ
    โกธิค จนได้รับการขึ้นบัญชีจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกด้าน
    วัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1997 ชมศาลาว่าการ Town Hall อาคารสำคัญที่
    ก่อสร้างด้วยศิลา แดง ซึ่งเป็นจุดเด่นของย่านชุมชนเก่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Filmar Hotel หรือเทียบเท่า
7

Day 7

โตรุน – กดังส์ – มาลบอร์ก
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองกดังส์ (ระยะทางประมาณ 66 กิโลเมตร ใช้
    เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
    เมืองกดังส์ (Gdansk) ถือว่าเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และ
    แหล่งท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของสหภาพแรงงานโซลิแดริตี้ที่มีนายเลค วาเวนซ่า
    เป็นประธาน หลายคน หลังจากการต่อสู้ของสหภาพนี้เองที่ทำให้โปรแลนด์
    กลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่เจริญรุดหน้ากว่าประเทศยุโรปทั้งหลาย ที่
    หลุดจากโซเวียตในเวลาใกล้เคียงกัน เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลโปแลนด์ โดย
    มีการร่างต้นฉบับแบบเมืองไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1343 (ค.ศ.1886) ชาวโปลจึงได้
    สร้างเมืองขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมในร่างต้นฉบับเมืองเดิม และเป็น
    ผลสำเร็จหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับศูนย์กลางของเมืองนั้น มีอยู่ 3
    ส่วน ภายในเขตกำแพงเมือง
    ชมเมืองกดังส์ คุณจะได้พบกับถนนที่มีเสน่ห์ที่สุดของยุโรปตอนเหนือได้ที่นี่
    นำท่านไปชมคือ เมืองเก่ายุคกลางอันงดงาม อาทิ ที่ทำการเทศบาล Main
    Town Hall และโบสถ์ใหญ่ศิลปะแบบโกธิคที่มีชื่อว่า โบสถ์เซนต์แมรี่
    (Church of St. Mary) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้าง
    ขึ้นในปี ค.ศ.1502 (พ.ศ. 2045) สามารถจุผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถึง 25,000คน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาลบอร์ก (Malborg)
    ระหว่างทางนำท่านเข้าชม ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) (157 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ….ชมป้อมยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สร้างในศตวรรษที่ 13 แต่เดิม
    เป็นวิหารของนักรบศาสนาคริสต์ นิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) โดย
    มีอาคารเพียง 2 ปีก คือปีกทิศเหนือกับทิศตะวันตก หลังปีค.ศ. 1309 นิกาย
    ดังกล่าวเริ่มเสื่อมลงหลายป้อมทางด้านตะวันออกถูกโจมตีและแตก ทำให้ผู้นำนิกายดังกล่าวได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะย้ายที่พักชั่วคราวจากเวนิช
    ไปยังบริเวณแคว้นรัสเซียซึ่งลัทธิดังกล่าวยังมีอิทธิพลสูงอยู่ ดังนั้นมาลบอร์ก
    จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงลัทธิดังกล่าว เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใจกลางเขตอิทธิพลซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูง ตัววิหารได้ถูกต่อเติม
    ให้เป็นปราสาทในช่วง 20 ปีต่อมา รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20 เฮคตาร์ (12,5000ไร่) ตัวปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ปราสาทบน ปราสาทกลาง และปราสาทล่าง ซึ่งทั้งสามปราสาทแยกกันโดยอิสระ มีระบบป้องกันตนเองอย่างสมบูรณ์มีระบบน้ำอิสระแยกขาดออกจากกัน มีที่เก็บอาหารแยกจากกัน สามารถป้องกันตนเองได้นานหลายปีหากถูกปิดล้อม แต่เนื่องจากนิกายดังกล่าวได้พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1410 ที่กรุนวาลด์ ทำให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกเวลาต่อมาและถูกบังคับให้ออกจากมาลบอร์กในปี ค.ศ. 1466 ตัวปราสาทถูกทอดทิ้งแต่บัดนั้นมา และก็
    เสียหายไปตามกาลเวลาและได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่ก็
    เสียหายอีกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งดังที่
    เราได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยความยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะ
    ในยุคกลาง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกใน
    ปี ค.ศ. 1997
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Martex Hotel in Plonsk หรือเทียบเท่า
8

Day 8

กดังส์ – วอร์ซอร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ (Poland)
    นำท่านเข้าชมสวนลาเซียนสกี้ และ พระราชวังลาเซียนสกี้ พระราชวังที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงามเทียบเคียงได้กับพระราชวังแวร์ซายส์ แห่งฝรั่งเศส พระราชวังนี้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 และยังเคยเป็นที่ประทับชอง
    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซอร์ใน
    ปี ค.ศ. 1897 จากนั้นให้ท่านได้ภาพถ่าย อนุสาวรีย์โชแปง อัจฉริยะทาง
    ดนตรี แห่งศตวรรษที่ 19 โชแปง ได้เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ ด้วย
    เริ่มต้นจากการเล่นเปียโน จากนั้นเมื่ออายุได้ 7 ปี ได้จัดแสดงคอนเสิร์ตต่อ
    สาธารณะชนและทำให้เป็นที่เล่าลือกันทั่วถึงเรื่องของความสามารถ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย ….จากนั้นนำท่านผ่านย่าน Nowy Swiat Street เพื่อชม Krakowskie
    Przedmiescic Streets ถนนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอ สองข้างถนนประกอบไปด้วยพระราชวังต่างๆเช่นพระราชวังลาเซียนสกี้ตึกรัฐบาลร้านอาหาร ผับ บาร์ มีต้นไม้ร่มรื่นยืนต้นให้เห็นได้ทั่วไป
    ชมโบสถ์เซนต์แอนนา St. Anna Church สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค
    ในช่วงศตวรรษที่ 16
    อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก Warsaw Plaza Hotel หรือเทียบเท่า
9

Day 9

วอร์ซอร์ – เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมต่อจากนั้นชมย่านจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ซึ่งถือได้ว่าเป็นจัตุรัสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโปแลนด์ มีอายุย้อนไปในศตวรรษที่ 14 แต่อาคารส่วนใหญ่ที่เห็นเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารของพ่อค้าที่ร่ำรวยในศตวรรษที่ 17 ทำให้ด้านหน้าของอาคารถูกตกแต่งอย่างวิจิตร และตกแต่งกันตามความชอบของเจ้าของมีทั้ง โกธิค เรอเนซองค์ บาโรค และ นีโอคลาสสิค
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านชมพระราชวังหลวง Royal Castle ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเดิมเป็นไม้แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นอิฐ เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปล รวมทั้งซาร์ จากรัสเซียด้วย และต่อมาเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีก่อนถูกนาซี ทำลายในปี ค.ศ. 1994 และได้รับการบูรณะใหญ่ในช่วง 70 ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
  • 18.50 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯโดยเที่ยวบินที่ AY 1146 (ใช้เวลาในการเดินทาง 1.40 ช.ม.)
  • 21.35 น. ถึงสนามบินกรุงเฮลซิงกิ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
  • 22.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ AY 143 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.05 ช.ม.)
10

Day 10

กรุงเทพฯ
  • 13.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
    *.*.*.*. Go Together *.*.*.*.
วันเดินทาง
26 ธันวาคม - 04 มกราคม 2562
สายการบิน

แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เฮลซิงกิ-คราคูฟ-วอร์ซอว์-เฮลซิงกิ-กรุงเทพฯ
โดยสายการบินฟินน์แอร์ (AY)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าธรรมเนียมวีซ่า สำหรับหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น (มีวีซ่าแล้วหักท่านละ 2,200 บาท)
ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่านเท่านั้น)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถฯ วันละ 5 ยูโร/ท่าน/วัน รวม 8 วัน คิดเป็น 40 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 2 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 20 ยูโร (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินท่ำนสำมำรถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
26 ธันวาคม - 04 มกราคม 2562
สายการบิน