วันเดินทาง
25 ธ.ค. 60 – 8 ม.ค. 61
สายการบิน


แแกรนด์เอธิโอเปีย 15 วัน

  • ดินแดนแห่งถิ่นกำเนิดของชนเผ่าต่างๆ

อดดิส อะบาบา เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเอธิโอเปีย มีประชากร อาศัยอยู่ประมาณ 6 ล้านคน เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การเอกภาพแอฟริกา เป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของเอธิโอเปีย

แอดดิส อะบาบา-บาเฮีย ดาร์-กอนดาร์-เทือกเขาซีเมียน-อักซุม-ลาลิเบลลา-ยอดเขาเอนโทโท-งานเทศกาล Meskel ฯลฯ

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ 
  • 22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและดูแลในการตรวจเอกสารการเดินทาง ที่เคาน์เตอร์ของสายการบิน เอธิโอเปียน แอร์ไลน์
2

Day 2

กรุงเทพฯ-แอดดิส อะบาบา
  • 01.45 น.  ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ เมืองแอดดิส อะบาบา โดยเที่ยวบินที่ ET-619 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน/ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชม.)
  • 06.15 น. เดินทางมาถึงสนามบินแอดดิส อะบาบา โบลี/กรุงแอดดิส อะบาบา ผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร (การเข้าประเทศ ยื่นขอวีซ่าได้ที่สนามบิน)
  • 07.30 น. นำท่านไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Capital
    แอดดิส อะบาบา เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเอธิโอเปีย มีประชากร อาศัยอยู่ประมาณ 6 ล้านคน เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การเอกภาพแอฟริกา เป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของเอธิโอเปีย
    จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่น่าสนใจมากมาย ที่สำคัญที่สุด คือ โครงกระดูกของ ลูซี่ (Australopithecus afarensis) บรรพบุรุษของมวลมนุษย์ที่มีกำเนิดเมื่อกว่า 3.2 ล้านปีมาแล้ว ถูกพบเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ปีค.ศ. 1974 จนทำให้เอธิโอเปียได้รับฉายาว่า “อู่หรือต้นกำเนิดแห่งมนุษยชาติ”
  • 11.00 น. รับประทานอาหารพื้นเมืองที่ภัตตาคาร Lucy
    จากนั้น นำท่านไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองอารบา มิ้นห์
  • 13.30 น. ออกเดินทางจาก เมืองแอดดิส อะบาบา ไป เมืองอารบา มิ้นห์ โดยเที่ยวบินที่ ET 135
  • 14.35 น. เดินทางถึง เมืองอารบา มิ้นห์ (Arbaminch) ซึ่งตั้งอยู่เขตกาโม่ โกฟาทางด้านใต้ของประเทศ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,285 เมตร ซึ่งเป็นเขตของชนเผ่าดั้งเดิมของเอธิโอเปีย ที่น่าสนใจที่สุดในโลก (อยู่ในลำดับ 25 ชนเผ่าที่กำลังจะหายสาบสูญไป)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่ Paradise Lodge หรือเทียบเท่า
3

Day 3

อารบา มิ้นห์-คอนโซ-จินกา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านจินกา (Jinka Village) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของอารบา มิ้นห์ ห่างประมาณ 350 กม.
    หมู่บ้านจินกา ตั้งอยู่ที่บริเวณเนินเขาของที่ราบสูงทาม่า เป็นเมืองศูนย์กลางของจินกาในเขตเดบับโอโมอยู่ทางด้านใต้ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,490 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดของนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และชนเผ่าที่ 16 ของประเทศนี้
    ระหว่างทาง นำท่านไปเที่ยวชมในหมู่บ้านของชนเผ่าคอนโซ ชนเผ่านี้มีพื้นที่ประมาณ 55 ตร.กม.ที่มีพื้นที่แห้งแล้งและล้อมรอบไปด้วยกำแพง มีการสร้างบ้านพักอาศัยในเขตพื้นที่เป็นที่ราบสูง ซึ่งมีการประมาณการณ์ในความเป็นอยู่ของชนเผ่านี้มาแล้วประมาณ 400 ปีหรือใน 21 ช่วงอายุคน มีการสร้างระบบการปกครองโดยมีหัวหน้าเผ่าในแต่ละชุมชนเพื่อดูแลปกครองและความเป็นอยู่ มีการสร้างหลุมฝังศพ จนได้รับการยกย่องขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค. ศ. 1992
  • 12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ที่ Kanta Lodge
    นำท่านเดินทางต่อสู่หมู่บ้านจินกา ระหว่างทางแวะชม พิพิธภัณฑ์วิจัยชนเผ่าจินกา (Jinka Research Museum) ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ Eco Omo Lodge หรือเทียบเท่า
4

Day 4

จินกา-เผ่ามูร์ซี-ฮามาร์-เทอร์มี่
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
  • 08.30 น. นำท่านไปเที่ยวชม ชนเผ่ามูร์ซี (Mursi Tribe) ชนเผ่ามูร์ซี หรือเรียกตัวเองว่า มุน (Mun) เป็นชนเผ่าที่อยู่ทางด้านใต้ติดกับพรมแดมของซูดาน เป็นชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์ในการใส่แผ่นโลหะไว้ที่ปากเป็นเครื่องประดับ ชนเผ่านี้มีประมาณ 7,500 คนและประมาณ 500 คน อาศัยอยู่ในเมือง ชนเผ่านี้เป็นชนเผ่าที่ได้ถูกแยกออกไปจากแคว้น ซึ่งที่จริงแล้วเพื่อนบ้านของชนเผ่านี้ยังมีอีก คือ พวกอารี แบนน่า โบดี คาโร เกกู กานกาทอม และ ซูรี ซึ่งต่างก็เป็นเผ่าที่มาจากตระกูลเดียวกัน
    จากนั้นนำท่านไปชมชน เผ่าฮามาร์ (Hamar) เป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในเขตฮามาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบบริเวณหุบเขาของแม่น้ำโอโม เป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่มีประชากรประมาณ 47,000 คน มีอาชีพเลี้ยงสัตว์วันและควายเป็นส่วนใหญ่
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารกล่อง)
    นำท่านไปเดินเที่ยวชมตลาด ซึ่งมีการค้าขายพืชผักและสิ่งของต่างๆที่ผลิตขึ้นมา ได้เวลานำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้านเทอร์มี่ (Turmi) ที่มีชนเผ่าฮามาร์อาศัยอยู่รอบๆ พื้นที่ของบริเวณแห่งนี้
    ให้ท่านได้ชมวัฒนธรรมที่สำคัญของชนเผ่านี้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และประเพณีที่รู้จักกันดี คือ การกระโดดข้ามวัว (Bull Jumping) โดยเริ่มจากการที่เป็นเด็กผู้ชายและกำลังจะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ โดยในการเริ่มแรกจะมีการเต้นรำของพวกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กันโดยการแต่งกายให้สวยงามตามประเพณี และก็จะมีการเชื้อเชิญเด็กผู้ชายให้มาร่วมงานในการกระโดดข้ามหลังวัว (กิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับชนเผ่านั้นๆ ว่าจะมีในวันนั้นหรือไม่)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ Buska Lodge หรือ Turmi Lodge หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เทอร์มี่-เผ่าดาเซนเนคส์-เผ่าบานา-คอนโซ
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านเดินทางไปเยือนหมู่บ้านของชนเผ่าดาเซนเนคส์ (Dasennech Tribe) เป็นชนเผ่าที่มีความเก่าแก่ที่สุดเผ่าหนึ่งของแอฟริกา และชนเผ่านี้ยังเป็นต้นแบบของชนเผ่าในเคนย่าและซูดานอีกด้วย ที่อาศัยอยู่ตามริมหุบเขาของแม่น้ำโอโม ที่มีการปลูกบ้าน และวาดสีตามร่างกาย มีการสำรวจนับคนที่อยู่อาศัยได้ประมาณ 48,000 คน หุบเขาของแม่น้ำโอโมนี้ ได้ถูกเรียกว่า แนวหน้าสุดท้ายของชาวอัฟริกัน (African’s Last Frontier) แม่น้ำโอโมนี้มีความยาวประมาณ 400 ไมล์ และไหลจากทางเหนือลงมาทางด้านใต้มายังทะเลสาบเทอร์กาน่า และมีชนเผ่าใหญ่ๆอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ถึง 9 ชนเผ่า ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 225,000 คน และได้อาศัยความเป็นอยู่ของแม่น้ำนี้ในการดำรงชีวิตและรวมทั้งรักษาโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
    นำท่านอกเดินทางไปชมหมู่บ้านของชนเผ่าบาน่า (Bana Tribe) เป็นชนเผ่าที่อยู่ใน จังหวัดเกมู โกฟา อยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำโอโม และทางด้านเหนือของทะเลสาบเทอร์กาน่า ที่มีเอกลักษณ์และนิยมเอาดินปูนสีขาวมาทาตัวเพื่อตกแต่งร่างกาย มีชนเผ่าประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 23,700 คน มีอาชีพในการเลี้ยงสัตว์
    ได้เวลานำท่านออกเดินทางไปยังหมู่บ้านคอนโซ่ (Konso Tribe) ซึ่งเป็นชนเผ่าที่เก่าแก่ในบริเวณนี้ที่สามารถสังเกตได้จากการที่กระดูกแก้มและคางที่ใหญ่ สีผิวจะออกเป็นสีน้ำตาลอมแดงค่อนข้างจะเป็นสีดำ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • พักที่ Kanta Lodge หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เทือกเขาซีเมียน – อักซุม (ชมทัศนียภาพงดงามแปลกตา)
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านเดินทางกลับไปเมืองอารบา มิ้นห์
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
    จากนั้น นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองแอดดิส อะบาบา
  • 15.40 น. ออกเดินทางจากอารบา มิ้นห์ สู่ เมืองแอดดิส อะบาบา โดยเที่ยวบินที่ ET-135
  • 16.45 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองแอดดิส อะบาบา
    แอดดิส อะบาบา เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเอธิโอเปีย มีประชากร อาศัยอยู่ประมาณ 6 ล้านคน เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การเอกภาพแอฟริกา เป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของเอธิโอเปีย
    นำท่านไปชม พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชาติพันธ์ (Ethnological Museum) ในมหาวิทยาลัยแอดดิส อะบาบา ซึ่งท่านจะได้ชมความเป็นมาของชาติพันธุ์ต่างๆ พร้อมกับเครื่องใช้ต่างๆ การแกะสลักต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารในโรงแรม
  • พักที่ Intercontinental Hotel หรือ Capital Hotel หรือเทียบเท่า
7

Day 7

แอดดิส อะบาบา-บาเฮอร์ ดาร์                                                                
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไป เมืองบาเฮอร์ ดาร์ (Bahir Dar) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ
  • 07.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบาเฮีย ดาร์ โดยเที่ยวบินที่ ET 126 (1 ช.ม.)
  • 08.00 น. เดินทางถึง เมืองบาเฮีย ดาร์ เจ้าของฉายา “ริเวียร่าแห่งเอธิโอเปีย”
    เมืองบาเฮอร์ ดาร์ มีความหมายว่า ริมฝั่งทะเล เป็นเมืองหลวงของแคว้นอัมฮารา เป็นศูนย์กลางการบริหารงานของเขตพิเศษ เป็นเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญในด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ที่เต็มไปด้วยสิ่งดึงดูดใจในรูปแบบต่างๆ ที่พักรีสอร์ท โรงแรม ร้านอาหาร ที่ถูกสร้างอยู่ใกล้กับทะเลสาบทาน่าและริมฝั่งแม่น้ำบลูไนล์ เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดี ที่ตามริมฝั่งถนนได้ถูกตกแต่งด้วยต้นปาล์มและดอกไม้หลากหลายชนิด ในปี ค.ศ. 2002 ได้รับรางวัลจากองค์กรยูเนสโก้ ให้เป็นเมืองที่มีความสวยงามและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
    นำท่านเดินทางด้วยรถสู่ น้ำตกไนล์สีฟ้า (The Blue Nile Falls) (ระยะทาง 31 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม.) ที่ไหลตกจากหน้าผาสูง 42 ม.บนแม่น้ำทิส อเบย์ (Tis Abay) มีความหมายว่า “แม่น้ำไนล์ที่มีละอองน้ำเหมือนควันไฟ” ซึ่งที่วันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาได้ลดลงมา เพราะว่ามีการสร้างสถานีควบคุมพลังน้ำ และเป็นเขื่อนในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่น้ำตกบลูไนล์ก็ยังเป็นสถานที่สนใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในฤดูฝนจะมีน้ำเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและน้ำตกนี้ก็จะเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ของนักท่องเที่ยว
    ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับบาเฮีย ดาร์
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่าน ล่องเรือเฉพาะคณะ ใน ทะเลสาบทานา (Tana Lake) ทะเลสาบใหญ่สุดของเอธิโอเปีย ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3,500 ตร.กม. ต้นกำเนิดของแม่น้ำไนล์สีฟ้า ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,788 เมตร มีความยาวประมาณ 84 กม. กว้างประมาณ 66 กม. และมีความลึกประมาณ 15 เมตร เมื่อมีฝนตกลงมาก็จะได้พื้นที่น้ำประมาณ 3,000-3,500 ตร.กม. และปริมาณน้ำจะลดลงเมื่อมีการก่อสร้างการควบคุมการไหลของน้ำที่จะลงไปยังแม่น้ำบลูไนล์ และการควบคุมการไหลของน้ำนี้ทำให้เกิดน้ำตกบลูไนล์ และมีการสร้างสถานีพลังน้ำด้วย
    จากนั้น แวะชมโบสถ์เก่าแก่ทางคริสต์ศาสนาออร์โธด๊อกซ์ของเอธิโอเปีย 1 – 2 แห่ง อาทิ Churches of Azew Mariam และ Ura Kidanmhiret
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่ Avanti Blue Nile Resort หรือเทียบเท่า
8

Day 8

บาร์เฮีย – กอนด้าร์ (ชมเมืองมรดกโลกแสนสวย)
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางด้วยรถสู่ เมืองกอนด้าร์ (ระยะทางประมาณ 30.5 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 2.5 ช.ม.)
    เมืองกอนด้าร์ (Gondar) ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของทะเลสาบทาน่า สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,133 เมตร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรพวกเอธิโอเปียน และจังหวัดเบเก็มเดอร์ ในพื้นที่แห่งนี้มีการทำอาชีพหลัก คือ การเลี้ยงสัตว์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ทำการสอนในเรื่องแพทย์และยา
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
    นำท่านชม เมืองกอนด้าร์ เจ้าของฉายา “นครคาเมล็อตแห่งทวีปแอฟริกา” นครในตำนานปรัมปราของอังกฤษในศตวรรษที่ 12 ที่ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ กอนดาร์ เป็นเมืองจริงที่ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีค.ศ. 1979
    นำท่านเข้าชม ปราสาท พระราชวังและอาคารสำคัญต่าง ๆ ในเขตพระราชฐานที่มีพื้นที่ถึง 70,000 ตร.กม. ชม พระราชวังฟาซิลาดาส ที่ได้สังเคราะห์ศิลปะการก่อสร้างของอินเดีย โปรตุเกส แขกมัวร์ และอาณาจักรอักซุมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ชมห้องรับรอง และห้องจัดเลี้ยง จากนั้นชม พระราชวังของกษัตริย์ไอยาซุที่ 1 (ครองราชย์ค.ศ. 1682 – 1706) ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุครุ่งเรืองของกอนดาร์ พระราชวังแห่งนี่เคยถูกบันทึกไว้ว่า มีความสง่างามกว่าที่พำนักของกษัตริย์โซโลมอนผู้ยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่ถูกแผ่นดินไหวในปีค.ศ. 1704 ทำลายและถูกกองบินอังกฤษทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กระนั้นร่องรอยแห่งความงามก็ยังหลงเหลือให้จินตนาการได้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่ Goha Hotel หรือเทียบเท่า
9

Day 9

กอนด้าร์ – ลาลิเบลลา
  • 06.30  รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางไปสนามบินกอนด้าร์ เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 09.45 น. ออกเดินทางจาก เมืองกอนด้าร์ สู่ เมืองลาลิเบล่า โดยเที่ยวบินที่ ET-122
  • 10.15 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองลาลิเบล่า
    เมืองลาลิเบล่า เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นอัมฮาร่า ทางด้านเหนือของประเทศ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2,500 เมตร มีชื่อเสียงในด้านโบสถ์ที่มีเสาเป็นหิน และยังเป็นเมืองหนึ่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นจุดศูนย์กลางของผู้ที่จะมาทำการจาริกแสวงบุญ ซึ่งเป็นรองจากเมืองอัคซูมและไม่เหมือนเมืองอัคซูม
    เมืองนี้ถูกตั้งตามชื่อของนักบุญลาลิเบล่า ผู้ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเจรูซาเล็ม และต้องการสร้างเมืองนี้ให้เป็นเจรูซาเล็ม ซึ่งประชากรส่วนมากของเมืองลาลิเบล่านับถือศาสนาคริสต์ นิกายออร์โธด๊อก ซึ่งเอธิโอเปียเป็นประเทศหนึ่งที่มีประชากรเป็นชาว คริสเตียนที่ได้เริ่มแต่แรกในราวศตวรรษที่ 4 รูปแบบการก่อสร้างและชื่อของตึกใหญ่ในเมืองนี้ได้ถูกออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของกรุงเจรูซาเล็ม จนกระทั่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยถูกปกครองโดยพวกอาหรับมุสลิมในปี ค.ศ.1187 โดยมีผู้นำในขณะนั้น คือ ซาลาดิน
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคาร
    นำท่านไปชมเมืองแห่งโบสถ์ ซึ่งมีกลุ่มโบสถ์ของนิกายออร์โธด๊อกซ์ ที่ถูกสร้างเรียงรายอยู่ใกล้ ๆ กัน โดยมี โบสถ์หินแห่งลาลิเบล่าที่ใช้การตัดหินภูเขาไฟทั้งก้อนมาแกะสลักและสร้างเป็นโบสถ์ จนได้รับการประกาศเป็น เขตมรดกโลก
    นำท่านชม โบสถ์นักบุญจอร์จ ผลงานชิ้นเอกของลาลิเบลลาที่สกัดเป็นรูปไม้กางเขนสไตล์ออร์โธด๊อกซ์สูง 15 ม.ภายในมีกล่องไม้มะกอกอายุ 800 ปี 2 กล่อง โบสถ์พระผู้ช่วยให้รอดของโลก โบสถ์หินสกัดใหญ่สุดในโลกมีความสูง 11.5 ม.สร้างตามรูปแบบดังเดิมของโบสถ์พระแม่มารีแห่งไซอันในอัคซูม ภายในมีหลุมศพว่างเปล่า 3 หลุม เป็นสัญลักษณ์ของศาสดาอับบราฮัม ไอแซค และยาคอบ และไม้กางเขนทองคำหนัก 7 กก. โบสถ์อมานูเอล โบสถ์ส่วนพระองค์ของราชวงศ์กษัตริย์เอธิโอเปีย เป็นโบสถ์ที่สกัดได้วิจิตรที่สุดโดยไม่มีส่วนใดติดกับหน้าผาเลย
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่ Mountain View Hotel หรือ Panoramic View Hotel หรือเทียบเท่า
10

Day 10

ลาลิเบลลา – อัคซูม
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 10.35 น. ออกเดินทางจาก เมืองลาลิเบล่า สู่ เมืองอัคซูม โดยเที่ยวบินที่ ET-122
  • 11.15 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองอัคซูม
    เมืองอัคซูม (Aksum) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 56,500 คน ตั้งอยู่เหนือความสูงของระดับน้ำทะเลประมาณ 2,130 เมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอัคซูม และยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของอัฟริกา เคยเป็นเมืองท่าและการพาณิชย์ที่มีอำนาจมากในสมัยเมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล ตลอดจนถึงในศตวรรษที่ 10
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ Sabean International Hotel
    นำท่านชม เมืองอัคซูม เมืองหลวงของ พระราชินีชีบา ในศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล เมืองรุ่งเรืองที่สุดเมืองสุดท้ายของอารยธรรมยิ่งใหญ่แห่งยุคโบราณ เป็นเวลาเกือบ 1,000 ปีที่อัคซูมควบคุมการค้าทางทะเลระหว่างทวีปแอฟริกาและเอเชีย
    ชม ทุ่งต้นเสาแห่งอัคซูม ทุ่งที่เต็มไปด้วยต้นเสาหินแกรนิต เป็นทุ่งที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในเอธิโอเปีย มีเสา 66 ต้น มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 และ 4 เสามีความสูงตั้งแต่ 1 – 33 ม. มหัศจรรย์ใจกับเสาของกษัตริย์เอซานาที่มีความสูง 23 ม. หนัก 160 ตัน เสาของกษัตริย์รามไฮที่มีความสูง 33 ม. หนัก 360 ตัน และเสาที่จอมเผด็จการมุสโสลินีสั่งให้นำไปไว้ที่กรุงโรมในปีค.ศ. 1937 และได้มอบคืนให้เอธิโอเปียในปีค.ศ. 2005 เสาต้นนี้มีความสูง 24.6 ม. หนัก 170 ตัน อัคซูมได้รับการขึ้นบัญชีมรดกโลกในปีค.ศ. 1980
    นำท่านชม วิหารของพระแม่มารีแห่งไซอัน กล่าวกันว่า พระผู้เป็นเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์เพื่อประกาศิตให้สร้างโบสถ์ ณ จุดนี้ ระหว่าง โบสถ์เก่า (อนุญาตเฉพาะผู้ชาย) อาจเป็นโบสถ์ทางคริสต์ศาสนาแห่งแรกในทวีปแอฟริกา สร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 4 ในรัชสมัยของกษัตริย์เอซานา และโบสถ์ใหม่ ที่สร้างในทศวรรษที่ 1960 เพื่อสตรีจะได้มีโอกาสมนัสการพระผู้เป็นเจ้าด้วย กล่าวกันว่า หีบแห่งพันธสัญญาของโมเสส ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงเขียนบัญญัติ 10 ประการด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองบนเขาไซไน ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยสูงสุดระหว่างโบสถ์ทั้งสองนี้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่  Sabean Hotel หรือ Yated Zema Hotel หรือเทียบเท่า
11

Day 11

อัคซูม – มาเคเล่
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่เมืองเมเคเล่ (Mekele) โดยผ่าน เมืองอัตวา (Adwa) ซึ่งเป็นเมืองที่ชาวเอธิโอเปียพ่ายแพ้ต่อชาวอิตาลี ในวันที่ 2 มีนาคม 1896 ระหว่างทาง นำท่านชม The Temple of the Moon ที่เมืองเยฮา ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ เคยใช้เป็นสถานที่บูชา และเป็นศูนย์กลางของเทพเจ้าอัลมูกา (Almuqa) มาเป็นเวลานาน ก่อนที่ศาสนคริสต์จะเข้ามาแทนที่และเป็นที่ยอมรับจากผู้คน
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ Adgrat
    นำท่านชม มัสยิดเนการ์ส (Al Negash) ซึ่งเป็นมุสยิดและสถานที่ฝังศพของเหล่าสาวกของศาสดาโมฮัมหมัด (รวมทั้งลูกสาวและภรรยาทั้งสองของเขา) ผู้ซึ่งหนีไปอาณาจักรเอธิโอเปีย เพื่อหนีการประหัตประหารในเมกกะ พวกเขาได้รับการคุ้มครองจาก Negus Asihima ของเอธิโอเปีย ผู้ซึ่งเป็นมิตรกับโมฮัมหมัด มัสยิดนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม “หลุมฝังศพของ Seid Ahmed al Negash” ที่นี่เป็นมัสยิดแห่งแรกในแอฟริกา สร้างในศตวรรษที่ 7 และได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวมุสลิม และถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองเมกกะแห่งที่ 2” ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาในแง่ที่เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ระหว่างศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์
    จากนั้นแวะชม Church of Wukro – Cherkos ก่อนเดินทางเข้าเมืองเมเคเล่
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่ Axum Hotel หรือเทียบเท่า
12

Day 12

เมเคเล่ – ฮาเมเดล่า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    เมืองเมเคเล่ (Mekele) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทิเกรย์ที่อยู่ทางด้านเหนือของประเทศ พื้นที่ของบริเวณนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,084 เมตร และเมืองนี้ยังมีความสำคัญที่เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม รวมถึงการเมืองทางด้านเหนือของประเทศอีกด้วย
    นำท่านออกเดินทางไปชม หลุมแห่งดานาคิล (Danakil Depression) ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเอธิโอเปียและเป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมอาฟาร์ เป็นสถานที่ที่มีอุณหภูมิความร้อนตลอดทั้งปีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และนอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ที่ต่ำที่สุดของโลก กว่าประมาณ 100 เมตรของระดับน้ำทะเล และไม่มีฝนตกลงมาเลยตลอดทั้งปี แม่น้ำอะวาสห์แห้งจนกลายเป็นทะเลสาบเกลือ
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน แบบกล่อง
    นำท่านเดินทางผ่านเมืองเบอร์ฮาเล่ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่สำหรับพักการเดินทางของกองคาราวานอูฐ ก่อนที่จะเดินทางไปยังที่ราบสูงด้านเหนือของดานาคิล ซึ่งระหว่างทางท่านจะได้ชมกองคาราวานอูฐเป็นจำนวนมากที่เดินทางเข้ามายังเหมืองเกลือเพื่อนำมาบรรทุกเกลือออกไปยังจุดหมาย
    จากนั้นใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม.ได้เดินทางถึงฮาเมเดล่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 500 คน
  • เย็น ให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์ตกที่ ดาลลอล (Dallol) นำท่านเข้าที่พักในแค้มป์ พร้อมรับประทานอาหารค่ำ
  • พักที่ Hamed Ela Camping หรือเทียบเท่า
13

Day 13

ฮาเมเดล่า-รากาด-ฮาเมเดล่า-เมเคเล่
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
    นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองรากาด (Ragad) ซึ่งเป็นสถานที่ของเหมืองเกลือ ให้ท่านได้ชมการทำเกลือที่มาจากพื้นดินโดยวิธีตัดก้อนเกลือแต่ละชิ้นให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม และทำการขนส่งไปจำหน่ายโดยขบวนอูฐที่มีเป็นจำนวนมาก
    นำท่านออกเดินทางไปชม ภูเขาไฟดาลลอล (Dallol Volcano) ซึ่งเป็นปล่องภูเขาไฟอันลือชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ในหลุมแห่งดานาคิล (Danakil Depression) แอ่งเป็นรูปพัดกว้าง ใหญ่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50° เซลเซียส และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 116 เมตร โดยแอ่งแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิล (Danakil Desert) ทะเลทรายที่อยู่ ในเขตพื้นของสามเหลี่ยมอะฟาร์ (Afar Triangle) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพายุฝุ่น ทะเลทรายและภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับ อย่างไรก็ตาม ที่แห่งนี้ยังมีคนอยู่ ซึ่งก็เป็นพวกคนงานในเหมืองเกลือ ที่ทำงานท่ามกลางสภาพสิ่งแวดล้อมที่ยากลำบากมากมานานนับพันปีและเดินทางโดยการใช้อูฐนั่นอง
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน แบบกล่อง
    นำท่านชม ทะเลสาบอัสซาล (Lake Assal) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 155 เมตร ที่เรียกว่า สามเหลี่ยมอะฟาร์ (Afar Triangle) ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในอัฟริกาและต่ำเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากทะเลสาบเดดซี และทะเลสาบกาลิลี ในประเทศอิสราเอล ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีทางออกในทะเล และด้วยการระเหยตัวของน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณน้ำและความเข้มข้นของเกลือในทะเลสาบแห่งนี้สูงกว่าน้ำทะเลปกติถึง 3 เท่า และมีปริมาณเกลือแร่มากที่สุดในโลก
    ให้ท่านได้ชมผลึกเกลือสีขาว ที่จะสะท้อนเข้าตาทำให้ดูแปลกตาไปจากภูมิทัศน์ที่พบเห็นจากทะเลทั่วๆไป ซึ่งในปัจจุบันนี้มีโรงงานเข้าไปทำการผลิตเกลือจากน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจิบูติจึงจัดให้บริเวณนี้เป็นเขตคุ้มครอง และเสนอขอขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกต่อไป
    ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับไปยัง เมืองฮาเมเดล่าและเดินทางต่อไปยังเมืองเมเคเล่
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • พักที่ Mekele Hotel หรือเทียบเท่า
14

Day 14

เมเคเล่ – แอดดิส อะบาบา
  • เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่านออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 08.55 น. ออกเดินทางจาก เมืองเมเคเล่ สู่ กรุงแอดดิส อะบาบา โดยเที่ยวบินที่ ET-101
  • 10.10 น. เดินทางมาถึงสนามบินเมืองแอดดิส อะบาบา
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ Top View Restaurant
    จากนั้น นำท่านชมความสวยงามของเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1887 โดยจักรพรรดิเมเนลิค และคำว่า แอดดิส อะบาบา มีความหมายว่า ดอกไม้พันธุ์ใหม่ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่เกี่ยวกับวงการทูตของอัฟริกา ยังเป็นศูนย์รวมของความเป็นเอกภาพของอัฟริกา และที่สำคัญยังเป็นเมืองศูนย์กลางสำหรับการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอีกด้วย
    นำท่านไปที่ ยอดเขาเอนโตโต (Entoto) พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแอดดิส อะบาบา
    นำท่านไปชม โบสถ์เซนต์จอร์จ (St.George’s Cathedral) เป็นโบสถ์ของนิกายออร์โธด๊อก ที่ถูกออกแบบโดยสถาปนิคเซบาสเตียโน กาสตาน่า และสร้างโดยพวกนักโทษสงครามในปี ค.ศ.1896 และต่อมาได้ถูกใช้ในพิธีการต่างๆของเอธิโอเปียนในการราชาภิเษกในปี ค.ศ.1917 และในปี ค.ศ.1930 ด้วย และได้กลายสถานที่สำหรับจาริกแสวงบุญ และต่อมาได้มีการสร้างด้านหน้าขึ้นใหม่ เพราะเกิดไฟไหม้ในระหว่างมีสงครามในปี ค.ศ.1937 และต่อมาได้มีการทำนุบำรุงให้ดีขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อเป็นการประกาศอิสรภาพในปี ค.ศ. 1941 นอกจากนั้นยังมีภาพเขียนเกี่ยวกับประวัติของเอธิโอเปีย และแวะถ่ายรูป ระฆังยักษ์ ของขวัญจากพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่มอบให้กับกษัตริย์แห่งอบิสซีเนีย
    นำท่านไปชม ตลาดเมอร์คาโต เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของแอฟริกาตะวันออก แวะชมและซื้อของที่ระลึก พวกกาแฟ งานหัตถกรรม
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร Habesha 200 Cultural Restaurant พร้อมชมระบำพื้นเมือง
    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ
15

Day 15

แอดดิส อะบาบา – กรุงเทพฯ
  • 00.05 น. ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ ET 628
  • 13.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
25 ธ.ค. 60 – 8 ม.ค. 61
สายการบิน

แแกรนด์เอธิโอเปีย 15 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-แอดดิส อะบาบา-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอธิโอเปียน แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 12 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวดลิตร/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิหร่าน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 13 วัน คิดเป็น 65 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 15 วัน คิดเป็น 45 USD หรือตามความพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 :  หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 40,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
25 ธ.ค. 60 – 8 ม.ค. 61
สายการบิน