วันเดินทาง
10 - 19 ตุลาคม 2565 21 – 30 พฤศจิกายน 2565 12 – 21 ธันวาคม 2565 26 ธันวาคม 2565– 4 มกราคม 2566
สายการบิน


 

Lebanon – Syria

The Ancient World 10 Days

 

วันแรก         กรุงเทพฯ

21.30 น.       คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว T เคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) ประตูทางเข้าที่ 9 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ

 

วันที่สอง       กรุงเทพฯ – ดูไบ – เบรุต –ย่านอ่าวไซตูน่า- หินรูปนกพิราบ

01.35 น.        Q“เหิรฟ้าสู่กรุงดูไบ” โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK385

04.45 น.       เดินทางถึง สนามบินนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)

07.30 น.        Q“เหิรฟ้าสู่เมืองเบรุต” โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK957

10.35 น.       เดินทางถึงสนามบิน เมืองเบรุต (BEIRUT) หลังจากผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและลงตราวีซ่าหน้าด่านเรียบร้อยแล้วก็นำท่านเดินทางเข้าเมือง เบรุต คือเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเลบานอน ประมาณการในปี 2550 ว่ามีประชากรระหว่าง 1 ถึง 2.2 ล้านคนในเขตมหานคร นับเป็นนครใหญ่สุดอันดับสามในภูมิภาคลิแวนต์ (Levant) นครตั้งอยู่บนคาบสมุทร ณ จุดกึ่งกลางชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศเลบานอน นับเป็นนครเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้อยู่อาศัยติดต่อกันเกิน 5,000 ปี มีการกล่าวถึงกรุงเบรุตครั้งแรกในจดหมายอะมาร์นา (Amarna) จากราชอาณาจักรอียิปต์ใหม่ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสตกาล

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ย่านอ่าวไซตูน่า

                   จากนั้นให้เวลาอิสระแก่ท่าน เที่ยวชมย่านอ่าวไซตูน่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

นำท่านสู่ ย่านคอร์นิช เดินชมสองข้างทาง ซี่งเต็มไปด้วยภัตตาคารและร้านกาแฟ นำท่านไปแวะถ่ายรูปหินรูปนกพิราบ (Pigeon Rocks) เป็นหินที่ถูกธรรมชาติกัดกร่อนเป็นโพรงริมทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเบรุต นำท่านชมพระอาทิตย์ตกที่นั่น ชมย่านบริเวณริมชายฝั่งทะเล สถานที่พักผ่อนเดินเล่นของชาวเบรุต

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã WARWICK PALM BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า ****

วันที่สาม       เบรุต – ไยตาร์ – ฮาริสซ่า – บิบลอส

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ ไยตาร์กรอตโต หรือ ถ้ำไยตา (Jeita Grottos) หนึ่งในถ้ำที่งดงามที่สุดของโลก

แต่ท่านไม่ต้องปีนป่ายให้ลำบากเพื่อที่จะเข้าชมสิ่งมหัศจรรย์นี้ เนื่องจากการจัดการที่ยอดเยี่ยมของถ้ำ ปูทางเดินเป็นถนนซีเมนต์ตามขอบถ้ำไล่ขึ้นไปในตัวถ้ำขนาดใหญ่ รวมความยาวถนนประมาณ 650 เมตร จากนั้นนั่งรถลากลงสู่ด้านล่างของเขา เพื่อนั่งเรือท้องแบนเข้าชมถ้ำไยต้าส่วนที่อยู่ด้านล่าง เป็นระยะทาง 200 เมตร เป็นการท่องเที่ยวถ้ำที่แปลกและงดงามอีกแบบหนึ่ง เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (การเข้าชมสถานที่แห่งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำขึ้น-ลง หากระดับน้ำขึ้นสูง อาจไม่เปิดให้ชม แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด)

จากนั้นนำท่านเดินท่านสู่ ฮาริสซ่า (Harissa) เพื่อนำท่าน ขึ้นกระเชาไฟฟ้า เยี่ยมชมรูปปั้นพระนางฮาริสซ่า (Lady of Lebanon) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ สุภาพสตรีแห่งเลบานอน (Lady of Lebanon) ซึ่งทำด้วยโลหะบรอนซ์ หนักประมาณ 15ตัน ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเยี่ยมชม เมืองเก่าบิบลอส (Byblos Old City) ปัจจุบันคือเมือง (Jubeil) ชมเมืองเก่าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่มีผู้อาศัยติดต่อกันมาประมาณ 7,000ปี และเป็นท่าเรือแห่งแรกของโลก เชื่อว่าตัวกำแพงเมืองถูกสร้างในยุค Bronze Age (2,800ปี ก่อนคริสตกาล) ด้วยความสำคัญดังกล่าวจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 1984

เย็น               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã ALEPH BOUTIQUE HOTEL หรือเทียบเท่า ****

 

วันที่สี่           บิบลอส – ซีดาร์ – หุบเขาคาดิซา – ตริโปลี – เบรุต

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ ซีดาร์ (Cedars) เพื่อชม ต้นซีดาร์ของพระเจ้า (Cedars of God) ต้นซีดาร์มีคุณค่าสูงยิ่งในยุคโบราณ โดยเป็นวัสดุก่อสร้าง ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่หลายแห่ง ในบริเวณป่าแห่งนี้ ต้นซีดาร์บางต้นมีอายุกว่า 1,000 ปี ถือเป็นต้นไม้ประจำชาติของเลบานอน และยังปรากฎเป็นสัญลักษณ์ตรงกลางธงชาติเลบานอนอีกด้วย และ ได้รับการคุ้มครองยกย่องเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1998

ชม หุบเขาคาดิซา (Kadisha Valley) ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ วาดีคาดิซา” เป็นหนึ่งในชุมชนทางศาสนา ยุคคริสต์ศาสนาตอนต้นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อารามในคริสต์ศาสนาหลายแห่งมีอายุเก่าแก่มาก ตั้งอยู่บนภูมิทัศน์อันขรุขระของขุนเขาอย่างน่าทึ่ง

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ คาริล ยิบราน (Gibran Khalil Gibran Museum) นักกวีชื่อดังของโลก มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองบซาร์ริ ก่อนย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในอเมริกา คาริล ยิบราน สามารถแต่งบทกวีได้ทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ แม้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างถิ่น แต่ก็ไม่เคยลืมความรักในชาติพันธุ์ของเขา เขาสิ้นชีวิตลง ณ นครนิวยอร์ก และได้นำร่างของเขากลับมายังบ้านเกิด ที่เมืองบซาร์ริ ซึ่งภายหลังได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงชีวประวัติ คาริล ยิบราน ถือเป็นบุคคลสำคัญของชาวเลบานอนเป็นอย่างมาก

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตริโปลี (Tripoli) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของเลบานอนและเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เมืองตริโปลีตริโปลีมองเห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกและเป็นเมืองท่าที่อยู่เหนือสุดในเลบานอน มีเกาะเล็ก ๆ สี่เกาะนอกชายฝั่งและเป็นเกาะเดียวในเลบานอนหมู่เกาะต้นปาล์มได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครอง ตริโปลีมีพรมแดนติดกับเมืองเอลมินาซึ่งเป็นท่าเรือของเขตตริโปลีซึ่งเชื่อมต่อกันทางภูมิศาสตร์เพื่อก่อให้เกิดการรวมตัวกันของตริโปลีที่ยิ่งใหญ่

นำท่านชม ป้อมปราการ เรมอนด์ เดอ เซนต์ กิลล์ (Citadel of Raymond de Saint Gilles) ซึ่งเป็นป้อมปราการบนยอดเขาของเมืองตริโปลี สร้างโดย ท่านเคานท์ เรมอนด์ เดอ เซนต์ กิลล์ ผู้ว่าการของเมืองตริโปลี ในปี ค.ศ. 1103

จากนั้นนำท่านไปชม ตลาดเก่าตริโปลี (Tripoli Souk) ในเมืองตริโปลี ซึ่งมีบรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14 ทั้งอาคารบ้านเรือน เสาอาคารสไตล์คอรินเธียน พื้นที่ปูด้วยอิฐ ซึ่งมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ใด

นำท่านชม มัสยิดไทนอล (Taynal Mosque) ซึ่งสร้างจากหินทรายในสมัยออตโตมัน ด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัมลุค (Mamluk) ในปี 1336

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เบรุต (Beirut)

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã HOTEL BEIRUT PALM BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า ****

 

วันที่ห้า         เบรุต – บาลเบ็ค – แอนจาร์ – ดามัสกัส

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาลเบ็ค (Baalbek)  เพื่อนำท่านชม เทวสถานบาลเบ็ค ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเลบานอน วิหารประกอบด้วย วิหารแรกที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้า Jupiter บิดาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง เป็นวิหารขนาดใหญ่มหึมา มีความยาว 274 เมตร มีเสาขนาดความสูง 22 เมตร (สูงที่สุดในโลก) ล้อมรอบ 54 ต้น (ปัจจุบันเหลือเพียง 6 ต้น ปัญหาจากแผ่นดินไหว และถูกนำไปใช้งานที่อื่น อาทิ โบสถ์เซนต์โซเฟียที่อิสตันบูล 8 ต้น) และวิหารอีกแห่งที่มีขนาดเล็กกว่า (แต่ยังใหญ่กว่าวิหาร Panthenon ที่เอเธนส์) สร้างถวายแก่เทพเจ้า Bacchus (เทพเจ้าแห่งเหล้าไวน์) และ Venus วิหารแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานในแบบคอรินเธียนที่งดงามที่สุดในโลก คาดว่าสร้างในระหว่างปี ค.ศ. 193 – 217 โดยจูเลียส ซีซ่าร์ เซพติมิอุส และ คาราคาลา ความยิ่งใหญ่จะเห็นได้จาก ซากหินแกรนิตที่นำมาจากอียิปต์ เป็นหินตัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาว 27.5 เมตร กว้าง 4.2 เมตร ลึก 4.2 เมตร น้ำหนักกว่า 1,000 ตัน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเยี่ยมชม โรงกลั่นไวน์ ชาโต คาซาร่า (Chateau Ksara Winery) แหล่งผลิตไวน์ที่คซารา ซึ่งอยู่ใน หุบเขาเบคกา ในยุคที่ชาวฟินิเซียนล่องเรือทำการค้ากับเลบานอน ก็ได้นำไวน์ของเลบานอนออกขายให้กับชาวอิตาลี และสเปน บริเวณหุบเขาเบคกา เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ จึงทำให้มีการปลูกองุ่นหลากสายพันธุ์ ที่เหมาะแก่การทำไวน์ชั้นเลิศ และ ลิ้มรสไวน์ชั้นเลิศ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แอนจาร์ (Anjar)เมืองขนาดเล็กที่รุ่งเรืองในยุคมุสลิม ราชวงศ์อูมเมยาร์ด เข้าปกครองในสมัยของกาหลิบวาลิดที่ 1 ช่วง ค.ศ. 705 ชมพระราชวังโบราณ โรงอาบน้ำ ร้านค้าต่างๆ ที่มีมากกว่า 600 ร้านค้า ที่แสดงให้เห็นว่า เมืองแอนจาร์แห่งนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าในสมัยโบราณเช่นกัน

จากนั้นนำท่านเดินข้ามพรมแดนสู่ ดามัสกัส (Damascus) ดามัสกัส เป็นเมืองหลวงของประเทศซีเรีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังจากการลดจำนวนลงของประชากรเมือง อเลปโป เนื่องจากภาวะสงครามกลางเมือง ชาวซีเรียเรียกขานเมืองนี้ว่า อัชชาม และมีสมญาว่า “เมืองแห่งดอกมะลิ” ดามัสกัสเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคซีเรียตั้งแต่ปี พ.ศ. 1178 เป็นเมืองเก่าแก่ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง มีมัสยิดเก่าที่สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 1251 ถือว่าเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã AL KAISAR HOTEL DAMASCUS. หรือเทียบเท่า ****

 

วันที่หก        ทัวร์ดามัสกัส – พิพิธภัณฑ์แห่งชาติดามัสกัส – มัสยิดอุมัยยาด – พระราชวังอาเซม – Jupeter temple – ตลาดโบราณดามัสกัส

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

                   นำท่านออกเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติดามัสกัส (National Museum of Damascus) เป็นพิพิธภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีขนาดของพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ และสวยงาม รวบรวมประวัติศาสตร์ของประเทศซีเรีย และจัดแสดงศิลปวัตถุที่สำคัญ รวมถึง การค้นพบที่สำคัญ Maria Ebla และ Ugarit สามสถานที่โบราณที่มีชื่อเสียง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่

                   นำท่านออกเดินทางสู่ มัสยิดอุมัยยาด (Umayyad Mosque) ยังเป็นที่รู้จักกันเป็นมัสยิดใหญ่แห่งเมืองดามัสกัสที่ตั้งอยู่ใน เมืองเก่าของดามัสกัสเป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก มัสยิดก็มีความสำคัญในศาสนาอิสลามเช่นกัน เนื่องจากมีรายงานและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมัสยิดทางประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ มัสยิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสี่ของศาสนาอิสลาม

จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม สุสานของนักบุญยอห์นแบปติสต์ (Tomb of John The Baptist) เป็นนักเทศน์ชาวยิวในคริสศตวรรษที่ 1 ถือว่าเป็นผู้เผยพระวจนะในสี่ศาสนาคือ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาบาไฮ และศาสนามันดาอี ท่านถูกกล่าวถึงในพระวรสาร คัมภีร์อัลกุรอาน และคัมภีร์ของศาสนาบาไฮ นักบุญยอห์นบัปติสต์บางทีก็รู้จักกันในชื่อ “ยอห์นผู้มาก่อน” (John the Forerunner) เพราะถือกันว่านักบุญยอห์นเป็นผู้มาล่วงหน้าก่อนพระเยซู

นำท่านเยี่ยมชม อนุสรณ์สถานซอลาฮุดดีน (Statue of Saladin) ในสงครามครูเสด การสู้รบที่มีฉากหน้าเป็นเรื่องการแย่งชิงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายหนึ่งที่เป็นคริสเตียน กับอีกฝ่ายเป็นมุสลิม แต่ที่สำคัญคือการแย่งชิงทรัพยากรของกลุ่มผลประโยชน์หลายกลุ่ม จนทำให้เกิดการจับมือไขว้กันไปมา ไม่สนว่าอีกฝ่ายนับถือศาสนาไหน มีบุคคลซึ่งเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์อยู่มากมาย ซอลาฮุดดีน หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ซาลาดิน เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในสงครามดังกล่าว ทั้งในแง่นักรบที่ยิ่งใหญ่ที่นำชัยชนะมาให้กองทัพมุสลิม รวมถึงความเป็นสุภาพบุรุษนักรบที่พร้อมหยิบยื่นน้ำใจให้ศัตรู จนได้รับการชื่นชมและยกย่องจากทั้งชาวมุสลิมเองไปจนถึงชาวคริสเตียนอีกด้วย

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   นำท่านเยี่ยมชม พระราชวังอาเซม (Azem Palace) ซึ่งเคยเป็นที่พักของผู้ว่าราชการกรุงดามัสกัส สร้างในปี ค.ศ.1749 แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Haramlic (Family), Salamlic (Male Guest), และ  Khadamlic (Service & Kitchen) ถูกตกแต่งด้วยโมเสดและหินสีต่าง ๆ อย่างสวยงาม การจัดสวนและประดับด้วยน้ำพุหินอ่อน ชมพิพิธภัณฑ์ในการดำเนินชีวิต ที่มีหลายห้องด้วยกัน

                   จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม โบสถ์เซนต์พอลล์ (Church of Saint Paul) เป็นโบสถ์ขนาดเล็กที่มีความสวยงามและเก่าแก่ เป็นโบสถ์เก่าแก่ของซีเรีย

นำท่านเยี่ยมชม บ้านของนักบุญเซนต์อนานิอัส (Saint Ananias House) เป็นสิ่งก่อสร้างโบราณใต้พื้นดินมีสง่างาม รวบรวมประวัติของ Saint Ananias ภายในด้านใน จะมี Church Ananias และ Chapel Ananias

จากนั้นนำท่านช้อปปิ๊งที่ ตลาดอัลฮามิดิยะห์ ดามัสกัส (Al-Hamidiyah Souq) ให้เวลาอิสระแก่ท่านในการเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã AL KAISAR HOTEL DAMASCUS. หรือเทียบเท่า ****

 

วันที่เจ็ด        ดามัสกัส –เดอร์ เอล คามาร์- พระราชวังไบเทดดีน – เบรุต

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางออกจากดามัสกัสประเทศซีเรีย กลับสู่ประเทศเลบานอน มุ่งหน้าสู่ จากนั้น นำท่านชม หมู่บ้านวัฒนธรรม เดอร์ เอล คามาร์ (Deir El Qamar) อดีตเมืองหลวงของประเทศเลบานอน ในช่วงศตวรรษที่ 15 ที่มีผู้ปกครองเลบานอน นามว่า เอมีร์ ฟาคห์เรดดีน ที่ 2 เข้ามามีอำนาจในช่วงปี ค.ศ. 1590 หมู่บ้านประกอบไปด้วยมัสยิด และ พระราชวังประวัติศาสตร์ และอาคารบริหารราชการ ศตวรรษที่ 17 มีโบสถ์เป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมของหมู่บ้าน จึงกลายเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวรรณกรรมแห่งเลบานอน และยังเป็นหมู่บ้านแรกในเลบานอนที่จะมีการจัดการในระบบเขตเทศบาล เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1864 และเป็นบ้านเกิดของบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นักเขียนและนักการเมือง

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางสู่ พระราชวังไบเทดดีน (Beiteddine Palace) ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าชายอาหรับ นามว่า Bashir Shihab II ในช่วงระหว่างปี ค. ศ. 1788 – 1818 เป็นที่ประทับของเจ้าชายอาหรับจนกระทั่งปี ค.ศ. 1840 หลังจากนั้นอาคารถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่ชาวเติร์ก เป็นที่พักของรัฐบาล ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสใช้ในการปกครองท้องถิ่น มีการบูรณะพระราชวังของเก่า หลังจากที่ได้ประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1943 หลังจากที่ได้รับอิสรภาพ พระราชวังไบเทดดีนได้กลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนของประธานาธิบดี สถาปัตยกรรมของพระราชวังไบเทดดีน จัดได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของงานสถาปัตยกรรมในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ของเลบานอน จากนั้นนำท่านมุ่งหน้ากลับสู่ เบรุต

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã CROWNE PLAZA HOTEL HAMRA หรือเทียบเท่า *****

 

วันที่แปด      เบรุต – ไทร์ – ไซดอน

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไทร์ (Tyre) เมืองท่าสำคัญของชาวฟีนีเซียน เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,750 ปีก่อนคริสตกาล เมืองไทร์ นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า เฮโรโดตัส (Herodotus) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งประวัติศาสตร์” เป็นผู้บันทึกเอาไว้ว่า เมืองไทร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,750 ปีก่อนคริสตกาล ในอดีตเมืองนี้เคยถูกอเล็กซานเดอร์มหาราช (กรีก) บุกเข้ายึดครอง ต่อมาได้รับเอกราชและกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของโรมัน ปัจจุบัน เมืองไทร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรมันฮิปโปโดรม” ที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1979

จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองไซดอน (Sidon) เมืองท่าอีกแห่งของฟีนีเซียน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 3 รองจากบิบลอส และ ไทร์

นำท่านชม ด้านนอก ปราสาททะเล (Sidon Sea Castle) สร้างโดยนักรบครูเสด ในปี ค.ศ. 1228 บนเกาะเล็กๆริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ด้วยการทำสะพานหิน จุดประสงค์เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันเมือง บนป้อมแห่งนี้เคยมีหอคอยอยู่ 2 หอ และถูกพวกมัมลุค ทำลายเมื่อยึดเมืองไทร์ได้ เพื่อมิให้พวกครูเสดกลับมาใช้งานได้อีก

นำท่านชม ข่าน เอล ฟราน (Khan al-Franj) บริเวณที่เคยเป็นที่พักของกองคาราวานมาก่อน เนื่องจาก เมืองไซดอนเป็นเมืองสุดท้ายบนเส้นทางสายไหมก่อนที่จะลงทะเลไปยังกรุงโรม เป็นตัวอย่างที่ดีของที่พักกลางทะเลทราย ความยาวกว่า 5,000 ไมล์ บนเส้นทางสายไหม ปัจจุบันได้รับการบูรณะและได้กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไซดอน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   จากนั้นท่านเดินทางกลับสู่ เบรุต (Beirut)

จากนั้นให้เวลาอิสระแก่ท่านช้อปปิ๊งที่ ฮัมร่า สตรีท (Hamra Street) เป็นถนนสายหลักสายหนึ่งของเมืองเบรุตประเทศเลบานอน และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการทูตที่สำคัญแห่งหนึ่งของเบรุต ตั้งอยู่ในย่านที่มีชื่อเดียวกันคือฮัมรา เนื่องจากมีร้านกาแฟและโรงละครบนทางเท้าจำนวนมาก ถนน Hamara จึงเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมในกรุงเบรุต ถนน Hamara เป็นที่รู้จักในชื่อChamps Elyséesของเบรุตเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน ยุโรป และชาวอาหรับที่ร่ำรวยมหาศาลตลอดทั้งปี

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             ã CROWNE PLAZA HOTEL HAMRA หรือเทียบเท่า *****

 

วันที่เก้า        เบรุต – พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งกรุงเบรุต -มัสยิดห์โมฮัมหมัด อัล อามีน- ดูไบ

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งกรุงเบรุต (Beirut National Museum) เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเริ่มในปี ค.ศ. 1919 โดยการรวบรวมศิลปะวัตถุโบราณของ Raymond Weill, เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสประจำการในเลบานอน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่สุดของประเทศเลบานอน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                   จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป มัสยิดห์โมฮัมหมัด อัล อามีน (Mohammad Al-Amin Mosque)

                   มัสยิด Mohammad Al-Amin เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเลบานอน เป็นอีกจุดไฮไลท์ของเลบานอน

จากนั้นนำท่านชมจัตุรัสนิจเม่ (Nijmeh) ใจกลางกรุงเบรุต เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณะครั้งใหญ่ของกรุงเบรุตหลังสงครามกลางเมือง จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่ตั้งของรัฐสภา มหาวิหาร 2 แห่ง และพิพิธภัณฑ์ 1 แห่ง จัตุรัสแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางกิจกรรมของเบรุต ถ่ายรูปกับหอนาฬิกา Rolex ของจัตุรัสตั้งแต่ปี1930

ให้เวลาอิสระแก่ท่านช้อปปิ๊ง ตลาดเบรุต (Beirut Souk)ที่ผสมผสานความเก่าและใหม่ไว้ด้วยกันจนคุณต้องแปลกใจ

16.30 น.       ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

19.40 น.        Q“เหิรฟ้าสู่เมืองดูไบ” โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 954

วันที่สิบ        ดูไบ-กรุงเทพฯ

00.35 น.       เดินทางถึง สนามบินนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)

03.00 น.       Q“เหิรฟ้าสู่กรุงเทพ” โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 378

15.35 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ

วันเดินทาง
10 - 19 ตุลาคม 2565 21 – 30 พฤศจิกายน 2565 12 – 21 ธันวาคม 2565 26 ธันวาคม 2565– 4 มกราคม 2566
สายการบิน

อัตราค่าบริการ

ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการสำหรับผู้เดินทาง 10 ท่าน ขึ้นไป
Ø ผู้ใหญ่พักห้องคู่ หรือเด็ก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1ท่าน

Ø ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยว เพิ่มท่านละ

149,900.-

15,000.-

Ø ในกรณีไม่ใช้ตั๋วเครื่องบิน หักออกจากค่าทัวร์ท่านละ 39,000.-

 

การจองทัวร์  
Ø หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 50,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ ดังรายละเอียดดังนี้
ค่าทัวร์รวม :
ü ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ดูไบ-เบรุต-ดูไบ-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด

ü ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน

ü ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน 4+5 ดาว (พักห้องละ 2 ท่าน)

ü ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม

ü ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง

ü ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม

ü ค่าธรรมเนียมวีซ่าเลบานอน และซีเรีย สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย

ü ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง

ü ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าทัวร์ไม่รวม :
ý ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 40 ดอลลาร์

ý ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 30 ดอลลาร์

(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)

ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ý ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

ý ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)

ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ý ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)

ý ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ý ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

การยกเลิก :
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน § คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน § หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หมายเหตุ :

1)      กรณีราคาโปรโมชั่น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

2)      หากมียอดชำระเงินคืนตามเงื่อนไขระยะเวลาการแจ้งยกเลิก ทางบริษัทฯ ไม่สามารถระบุเวลาคืนเงินที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องประเมินระยะเวลาดำเนินการจากส่วนต่างๆ ทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้ง หากท่านชำระเงินด้วยบัตรเครดิต และยกเลิกการเดินทางด้วยตัวท่านเอง ทางบริษัทฯ ขอดำเนินการหักค่าธรรมเนียมไว้ 5% จากยอดค่าใช้จ่าย

เอกสารในการใช้ยื่นวีซ่า : ทำวีซ่า ON ARRIVAL ที่สนามบินเบรุต
1.สำเนาหรือสแกนหน้าหนังสือเดินทางเป็นสี (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า ใช้เวลาในการดำเนินการวีซ่าประมาณ 20-30 วัน (ไม่ต้องเก็บเล่มพาสปอร์ตค่ะ)
หมายเหตุ :
§  บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหากผลตรวจ PCR ขากลับเป็นบวก และท่านไม่สามารถเดินทางกลับได้พร้อมคณะ แต่ทางบริษัทจะช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ขณะพักรักษาตัวอยู่ต่างประเทศ จนสามารถเดินทางกลับได้

§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 10 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการ

§  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

§  บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

§   บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน

§  รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

§   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

§   รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

§   การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

§   ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)

กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง

§  ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม

ตั๋วเครื่องบิน

§  ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)

§  ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้

§   หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น

§  เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

โรงแรมและห้อง

§  ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้

§   โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

§  ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

§  กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด

§  วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )

§  หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย

§  ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่

§  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

§   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

การเดินทางเป็นครอบครัว

§  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า

4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข

ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

วันเดินทาง
10 - 19 ตุลาคม 2565 21 – 30 พฤศจิกายน 2565 12 – 21 ธันวาคม 2565 26 ธันวาคม 2565– 4 มกราคม 2566
สายการบิน

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating