เที่ยว “เทศกาลกุหลาบบัลแกเรีย” เยือนโรมาเนียตำนานแคร็กคูล่า

เที่ยวเทศกาลกุหลาบบัลแกเรีย เยือนโรมาเนียตำนานแคร็กคูล่า

                เคาท์แคร็กคูล่า คุณเคยได้ยินชื่อนี้รึเปล่า? หลายคนคงเคยได้ยิน และคงจะเคยดูหนังผีดิบดูดเลือด ที่สิงสู่อยู่ในปราสาทโบราณอันน่าสะพรึงกลัว! ขอบอกเลยว่าเคาท์แดร็กคูล่ามีจริง แต่ไม่ได้เป็นผีดิบ เหมือนในหนัง ทว่าเป็นเจ้าชายชื่อวลาสซึ่งเป็นนักรบที่ดุดันจนศัตรูพากันครั่นคร้าม และเมื่อเวลาผันผ่าน ความจริงและการแต่งเติมก็ได้ผสมกลมกลืนกลายเป็นผีดิบเคาท์แดร็กคูล่าขึ้นมา

                ทริปนี้เราไม่ได้พาไปเที่ยวบ้านผี แต่จะพาไปเยือนดินแดนยุโรปตะวันออกติดชายขอบทะเลดำ อันเป็นบริเวณที่มีเสน่ห์ลึกลับ อวลกลิ่นอายประวัติศาสตร์ มีปราสาทโบราณที่ซุ่มซ่อนอยู่บนเทือกเขาสูง แถมยังมีโบสถ์วิหารเก่า ล้วนเป็นอารามมรดกโลก เส้นทางเที่ยวย้อนเวลาหาอดีตของเราครั้งนี้จึงจะพาท่านไปสู่ ประเทศบัลแกเรีย (Bulgaria) และโรมาเนีย (Romania) อันแสนประทับใจ

                จากไทยเราบินไปเริ่มต้นที่โซเฟียเมืองหลวงของบัลแกเรีย เพราะโซเฟียรุ่งเรืองด้วยสถาปัตยกรรมล้ำค่า ชวนให้หลงใหล โดยเฉพาะ ‘มหาวิหารเซนต์โซเฟีย’ และ ‘มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี’ ซึ่งเป็นมหาวิหารคริสตจกัรนิกายออร์โธด๊อกซ์ใหญ่อับดับ 1 ของโลก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมนีโอไบแซนไทน์ เด่นด้วยโดมหลังคาทรงกลมสีเขียวสูงถึง 53เมตร ภายในจุคนได้มากถึง 10,000 คนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังไม่ควรพลาดชม ‘อารามมรดกโลกรีล่า’ ณ ความสูง 1,147 เมตรเหนือน้ำทะเล บนภูเขารีล่า จึงเป็นจุดชมวิวอันงดงามของแม่น้ำริลสกา และดรุสย่า วิทซ่า โดยตัวอารามนี้ถือว่า เป็นอารามคริสต์นิกายออร์โธด๊อกซ์ที่มีรูปเคารพใหญ่ที่สุด ฉาบด้วยทองคำแท้เพียงแห่งเดียวในบัลแกเรีย

                ทว่าไฮไลท์ของการมาเยือนบัลแกเรียในครั้งนี้ก็คือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘เทศกาลดอกกุหลาบ’ หรือ ‘Roses Festival’ ที่เมืองคาซานลัค (Kazanlak) ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญว่าปลูกกุหลาบได้คุณภาพดีที่สุดในโลก! จึงนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่สบู่ น้ำมันหอมระเหย โลชั่น และแชมพูต่างๆ ในเมืองนี้มองไปทางไหนก็จะพบแต่ดอกกุหลาบทุกหนแห่ง โดยเฉพาะไร่กุหลาบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ห่มคลุมภูเขาเป็นลูกๆ และในปี 2018 นี้เขาจัดงานกันช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน โดยจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 115 แล้ว ในงานเราจะได้ชมขบวนพาเหรตดอกกุหลาบอันตระการตา มีสาวน้อยสาวใหญ่หน้าตาจิ้มลิ้มแต่งกายด้วยชุดสีชมพูหวาน มาเดินโปรยดอกกุหลาบหอมกรุ่น มีการแสดงพื้นเมือง รวมถึงไฮไลท์คือ ‘การประกวดราชินีกุหลาบ’ หรือ ‘The Queen of Roses’ ซึ่งหญิงสาวที่จะเข้าประกวดต้องเรียนจบชั้นมัธยมในเมืองคาซานลัคเท่านั้น นับเป็นงานเทศกาลที่จัดแค่ปีละครั้ง และสร้างความสดชื่น จนทำให้บัลแกเรียโด่งดังไปทั่วโลกเลยล่ะ นักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถเข้าชมไร่กุหลาบ และทดลองเก็บดอกกุหลาบด้วยตนเองได้ด้วยนะ

ก่อนลาจากบัลแกเรียสู่โรมาเนีย อย่าลืมแวะไปเที่ยวเมืองเวอร์น่า เมืองใหญ่อันดับ 3 ของบัลแกเรีย ที่เป็นเมืองตากอากาศริมทะเลดำ โดยในฤดูร้อนผู้คนนับหมื่นจะพากันมาตากอากาศ พักผ่อนบนหาดทราย นอนอาบแดด และเล่นกิจกรรมทางน้ำกันสนุกสนาน ยิ่งกว่านั้นเขายังมีโรงแรมห้าดาวและสปาไว้บริการด้วย

ได้เวลานั่งรถจากบัลแกเรียเข้าสู่เมืองคอนสแตนตา (Constanta) ของโรมาเนีย เมืองที่เคยถูกปกครองโดยชาวโรมันเมื่อ 71 ปีก่อนคริสตกาลโน่น ปัจจุบันจึงมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณ และกลิ่นอายสถาปัตยกรรมกรีก-โรมันอยู่ทุกหนแห่ง จากนั้นใช้ทางหลวงอันสะดวกสบาย บึ่งรถไปทางตะวันออกเฉียงเหนือสู่ ‘เมืองเวลีโค ทาร์โนโว’ (Veliko Tarnovo) ซึ่งเคยเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวอัลเบเนียนและกรีกที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ตัวเมืองมีลักษณะคล้ายป้อมตั้งอยู่บนเนินเขาสามลูกริมแม่น้ำยันตรา จึงงดงามทั้งธรรมชาติ และอวลด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยป้อมปราการ โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ ล้วนสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบัลเกเรียนเรอเนสซองส์ จึงน่าเดินเที่ยวชมเป็นที่สุด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นเราเดินทางเข้าสู่กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) เมืองหลวงของโรมาเนียที่มีการวางผังและตัวอาคารสวยงามสุดคลาสสิก เที่ยวชม ‘ประตูชัย’ ที่สร้างเลียนแบบประตูชัยปารีส ต่อด้วย ‘พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน’ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งใหญ่ที่สุด และเก่าแก่ที่สุดของยุโรป จำลองบ้านเรือนแบบต่างๆ ของโรมาเนียมาให้ชมอย่างครบครัน และห้ามพลาดชม ‘อาคารัฐสภา หรือทำเนียบประธานาธิบดีโรมาเนีย’ (Palace of the Parliament) ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นอาคารัฐสภาใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากตึกเพนตากอนของอเมริกา ตึกนี้สูงถึง 12 ชั้น มีเนื้อที่ 340,000 ตารางเมตร และมีห้องอยู่กว่า 1,100 ห้อง! ว้าว Amazing!

การมาเยือนโรมาเนียจะสมบูรณ์ไม่ได้เลย หากเราไม่ได้ไปเยือนภูมิภาคทรานซิลวาเนีย (Transylvania) หรือภาคกลางของโรมาเนียที่เด่นด้วยเทือกเขาคาร์ปาเทียน ปกคลุมด้วยป่าไม้หนาทึบ มีแม่น้ำหลากไหล และเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะเมืองบราน (Bran) ซึ่งมี ‘ปราสาทบราน’ (Bran Castel) อันเป็นต้นกำเนิดตำนานท่านเคาท์แดร็กคูล่าหรือผีดิบดูดเลือดนั่นเอง! แท้จริงแล้ว ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 นับเป็นปราสาทสวยงามที่สุดของโรมาเนีย ด้วยความร่ำรวย เพราะสร้างอยู่บนจุดควบคุมเส้นทางค้าขายโบราณของแคว้นวาเลนเซียและแคว้นทรานซิลวาเนียนั่นเอง นอกจากนี้ในเมืองใกล้ๆ กันคือ ซินาย่า (Sinaia) ยังมีอีกหนึ่งปราสาทที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือ ‘ปราสาทเปเลส’ (Peles Castel) เป็นปราสาทในหุบเขาและป่าสนของเจ้าชายคาลอสที่ 1 กษัตริย์แห่งโรมาเนีย สมัยศตวรรษที่ 19 สร้างอย่างวิจิตรอลังการทั้งภายนอกและภายใน ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปฝาผนังจากฝรั่งเศส และอื่นๆ อีกมาก จนทำให้เราต้องตะลึง

เผลอแป๊ปเดียว ใช้เวลาไปเกือบ 11 วันแล้ว! ทำไมเวลาแห่งความสุขมันช่างรวดเร็วอย่างนี้นะ? รู้สึกจะต้องกลับมาเยือนบัลแกเรีย-โรมาเนียอีกให้ได้ เราขอสัญญา!

Reated post:

reated-img
ภาพสถาปัตยกรรมระดับโลก จากสถานีรถไฟใต้ดิน แห่งทาชเคนต์
reated-img
มหาวิหารเซนต์สตีเฟน(St.Stephens Cathedral) ความงดงามแห่งกรุงเวียนนา
reated-img
Geghard Monastery วิหารที่สร้างด้วยมือทั้งวิหารกว่า 40 ปี

About Author

client-photo-1
gtt-admin