วันเดินทาง
31 พฤษภำคม - 10 มิถุนำยน 2561
สายการบิน


เทศกาลกุหลาบ
โซเฟีย-รีล่า-พลอฟดิฟ-คำซานลัค-ชิพก้า-เวลีโค ทาร์โนโว-เวอร์น่าคอนสแตนตา-บูคาเรสต์-ซีบิว-ซีกิสโอร่า-บราน-บราซอฟซิบำย่า

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – กรุงอิสตันบูล (ตุรกี)
  • 18.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ณ อำคำรผู้โดยสำรขำออก ชั้น 4 ทำงเข้ำที่ 10 แถว U เคำน์เตอร์สำยกำรบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอานวยความสะดวกให้แก่ท่านในการเช็คอินและตรวจสัมภาระ
  • 21.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK065
2

Day 2

กรุงอิสตันบูล (ตุรกี) – โซเฟีย (บัลแกเรีย) – มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี – จัตุรัสบัทเทนเบิร์ก
  • 04.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 07.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโซเฟีย โดยเที่ยวบินที่ TK1027
  • 09.05 น. เดินทางถึงกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร นำท่านไปชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ซึ่งเป็นโบสถ์คริสตจักรที่อยู่ใกล้ๆกันได้อีกด้วย
    จากนั้นแวะไปชมพระราชวังเดิมที่ จัตุรัสบัทเทนเบิร์ก (Battenberg Square) ซึ่งปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ ได้กลายเป็น หอศิลป์แห่งชำติ (National Art Gallery) นาท่านผ่านชม สวนสำธำรณะเก่ำประเมืองโซเฟีย ผ่านชมทำเนียบประธำนำธิบดี และโบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George) เป็นโบสถ์คริสต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวโรมัน ในศตวรรษที่ 4 ก่อสร้างโดยใช้ อิฐแดง และยังถือว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในโซเฟีย
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
  • 15.00 น. นาท่านไปชม มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky Cathedral) ซึ่งถือเป็นมหาวิหารคริสตจักรนิกายออร์โธด๊อกซ์ที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก มหาวิหารนี้มีรูปแบบการก่อสร้างของนีโอไบแซนไทน์ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิค อเล็กซำนเดอร์ โพมีรำนท์เซฟ เป็นมหาวิหารที่การก่อสร้างในแบบโดมหลังคาทรงกลมสีเขียว ที่มีความสูงถึง 53 เมตร ตกแต่งด้วยหินอ่อนที่วิจิตรตระการตา ภายในมีเนื้อที่ประมาณ 3,170 ตรม.ซึ่งสามารถจุผู้เข้าทำพิธีได้ประมาณ 10,000 คน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LEGENDS หรือเทียบเท่า
3

Day 3

โซเฟีย – ริล่า – อารามมรดกโลกรีล่า – พิพิธภัณฑ์ริล่า – พลอฟดิฟ (บัลแกเรีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านไปชม อารามมรดกโลกรีล่า (Rila Monastery) เป็นอารามของคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดและมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดของบัลกาเรีย ตั้งอยู่บนจุดที่มีทิวทัศน์สวยงามของภูเขารีล่า ที่ระดับความสูง 1,147 เมตรเหนือระดับน้าทะเล ซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้าริลสก้าและดรุสย่า วิทซ่า ที่ไหลอยู่เบื้องล่างได้อย่างสวย และได้รับกำรขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1983
    ชมความสวยงามของวิหาร ที่ก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดย นักบุญจอห์นแห่งรีลำ (St.John of Rila) ผู้ถือสันโดษและใช้ชีวิตเข้าเงียบในถ้าและได้รับยกย่องเป็นนักบุญโดย นิกายออร์โธดอกซ์ อาศรมและหลุมศพของท่านกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และได้กลายเป็นอารามซึ่งมีบทบาทสาคัญในด้านจิตวิญญาณและสังคมของบัลแกเรียยุคกลาง อารามนี้ถูกทาลายด้วยไฟไหม้ในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ระหว่างคริสต์ศักราช 1834-1862 รูปแบบของอารามเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศิลปะสมัยบัลแกเรียน เรอเนสซองส์ ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 และเป็นสัญลักษณ์แห่งการตระหนักรู้ถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสลำวิค (Slavic) หลังจากที่ตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติอื่นมานับหลายศตวรรษ อารามรีล่า ถือเป็นเป็นศูนย์กลางของจิตวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบัลแกเรีย และเป็นจุดหมายในการเดินทางแสวงบุญของคริสต์ศาสนิกชนในนิกายออร์โธดอกซ์จากทั่วโลกที่ นักบุญเซนต์อิวำน ริลสกี้ (St.Ivan Rilski) แห่งอารามรีล่า ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้เรื่องการกดขี่ทางชาติพันธุ์ในสมัยการยึดครองของจักรวรรดิออตโตมัน อารามแห่งนี้ถือเป็นอนุสรณ์สถานของสถาปัตยกรรมและความมั่งคั่งของวัฒนธรรมและศิลปะของบัลแกเรีย สัญลักษณ์รูปเคารพ (Icon) ที่อารามนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและทาด้วยทองคาแท้เพียงแห่งเดียวในบัลแกเรีย นอกจากนี้อารามเป็นแหล่งสะสมทรัพย์สมบัติ และวัสดุวรรณกรรมอายุกว่าร้อยปีอีกเป็นจานวนมาก
  • นำท่านเข้า ชมพิพิธภัณฑ์ริล่ำ ซึ่งภายในได้เก็บสมบัติล่าค่ามากมายของอารมหลวงแห่งนี้รวมถึงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยจัดแสดงเป็นห้องๆ เช่น ห้องที่จัดแสดงเครื่องแต่งกายของท่านอาร์คบิชอป ห้องที่จัดแสดงเครื่องพิมพ์กระดาษที่ทาจากแผ่นทองแดง ห้องที่จัดแสดงไม้กางเขนที่แกะสลักด้วยมือที่มีความละเอียดสูงมากจึงสามารถสื่ออารมณ์ออกมาทางสีหน้าได้อย่างชัดเจนใช้ในเวลาแกะสลักกว่า 12 ปีจึงเสร็จ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองพลอฟดิฟ เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดพลอฟดิฟ ที่มีความใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศนำท่านชม เมืองเก่ำพลอฟดิฟ (Plovdiv Old City) ส่วนที่เก่าแก่ของตัวเมืองได้รับการอนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรม ซึ่งทาให้ พลอฟดิฟ ยังคงมีกลิ่นอายของยุคเรอเนสซองจนถึง ปัจจุบัน สภาพตึกรามบ้านช่องยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งรูปแบบเดิมเป็นที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน นาท่านเดินชมเขตเมืองเก่าบนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินแบบโบราณนำท่านชม โบสถ์เซนต์สคอนสแตนตินและเฮเลนำ (St.Constantine and Helena) หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ในอดีตเคยเป็นกาแพงป้อมปราการของเมืองบริวาร สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1832 และเข้ำชมพิพิธภัณฑ์ Ethnographic Museum ภายในจัดแสดงเรื่องราวของหัตถกรรมและเกษตรกรรมของชาวพลอฟดิฟ
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LEIPZIG หรือเทียบเท่า
4

Day 4

พลอฟดิฟ – คาซานลัค (เทศกาลดอกกุหลาบ) – ตรีเอฟนา (บัลแกเรีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองคำซำนลัค นั้นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในบัลแกเรีย สถานที่ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ดอกกุหลาบ สถานที่ที่สาวๆจากทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต นาท่านเดินทางไปตามเส้นทางสายดอกกุหลาบ ณ หุบเขาแห่งดอกกุหลาบ (The Valley of Roses) แหล่งปลูกกุหลาบอันกว้างใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือนเมื่อมาเมืองคาซานลัค มีภูมิอากาศเหมาะแก่การเติบโตของดอกกุหลาบอย่างมาก อาจจะเรียกได้ว่า ดอกกุหลาบที่มาจากเมืองคาซานลักเป็นดอกกุหลาบที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก ชมทุ่งดอกกุหลำบที่ปลูกไว้ในไร่อันกว้างใหญ่ กินอาณาเขตไปเป็นภูเขาทั้งลูก ให้ท่านได้ตื่นตาไปกับความสวยงามของดอกกุหลาบนานาชนิด ที่เบ่งบานรอการเก็บเกี่ยวอย่างสวยงาม ชมวิธีการเก็บดอกกุหลาบในไร่ ให้ท่ำนได้ลองเก็บ กุหลำบที่มีกลิ่นหอมอย่ำงสนุกสนำน และให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เช่น น้าหอม โลชั่น สบู่ แชมพู และน้ามันหอมระเหย กลิ่นพฤกษาดอกไม้นานาพันธ์ โดยเฉพาะกลิ่นกุหลาบที่มีชื่อเสียงของเมือง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น จากนั้นให้ท่านเข้าชม เทศกำลดอกกุหลำบ(Rose Festival) เทศกาลนี้เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 1903 และจัดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน โดยจะจัดในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ในงานจะคัดเลือกดอกกุหลาบที่สวยที่สุดและหญิงสาวในเมืองที่สวยที่สุดมาร่วมงาน มีการประกวดสาวงามประจาเมือง โดยหญิงสาวที่จะสามารถลงประกวดได้นั้นต้องเป็นหญิงสาวที่เรียนจบระดับมัธยมในเมืองคาซานลักเท่านั้น ซึ่งผู้ชนะจะได้เป็น “The Queen Of Roses” ร่วมชมขบวนแห่ดอกกุหลาบ (rose festival parade) ที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ในขบวนชาวเมืองจะแต่งกายชุดประจาชาติ และโปรยดอกไม้อย่างรื่นเริง สวยงาม
    นาท่านแวะถ่ายรูป สุสำนโบรำณชำวเธรเชียนแห่งคำซำนลัค (Thracian Tomb of Kazanlak) ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดย UNESCO สุสานโบราณนี้ได้รับการค้นพบในปีคริสต์ศักราช 1944 มีอายุตั้งแต่ยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic) ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 4 (กลางพุทธศตวรรษที่ 10) สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เมืองเซฟโตโปลิส (Seutopolis) นครหลวงของพระเจ้าเซฟเตสที่ 3 (Seutes III) กษัตริย์แห่งเธรส และเป็นส่วนหนึ่งของสุสานเธรเชียน สุสานทรงรังผึ้งหรือที่เรียกว่า ธอลอส (Tholos สุสานทรงโดมยอดแหลมคล้ายรังผึ้ง) นี้ มีทางเดินแคบและห้องฝังศพรูปกลม ทั้งสองส่วนตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังแสดงภาพพิธีกรรมและวัฒนธรรมการฝังศพของชาวเธรส จิตรกรรมเหล่านี้เป็นงานยุคเฮลเลนิสติกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่าง นำท่านเข้าชมกับ โบสถ์ประจำเมืองแห่งเมืองชิพก้ำ (Shipka Memorial Church) โบสถ์คริสต์นิกายบัลแกเรี่ยนออโธดอกซ์ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1885-1902 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอุทิศให้แก่ทหารรัสเซีย ยูเครน และบัลแกเรีย ที่เสียชีวิตในสงครามรุสโซ่-เตอร์กิช หรือสงครามระหว่างอาณาจักรอ็อตโตมันและอาณาจักรรัสเซียเมือปี ค.ศ.1877
    นาท่านเดินทางสู่เมือง ตรีเอฟนำ (Tryavna) นาท่านชมเมืองเก่าตรีเอฟนา ชมหอนาฬิกา สะพานหิน โบสถ์ประจาเมือง จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร, จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL KALINA PALACE หรือเทียบเท่า
5

Day 5

ตรีเอฟนา- เวลีโค ทาร์โนโว – ปรำสำทซำรีเวทส์ – มาดาระ – เวอร์น่ำ – สวนสาธารณะซีการ์เดน (บัลแกเรีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นาท่านชม ปรำสำทซำรีเวทส์ (Tsarevets Castle) ซึ่งภายในมีอาคาร และป้อมปราการรายอยู่รายล้อม ปัจจุบันได้มีการทานุบารุงรักษาเอาไว้มากมายพอสมควร
    จากนั้นนาท่านเดินเล่นที่ ถนนซำโมวอดสก้ำ(Samovodska) ซึ่งเป็นถนนที่ได้รับความนิยมสาหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่นี้จะมีสินค้าท้องถิ่น และของที่ระลึกขายอยู่เป็นจานวนมากอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • 10.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองมำดำระ เป็นหมู่บ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบัลแกเรีย เมืองมาดาระเป็นส่วนหนึ่งของเทศบาล ชูเมน (Shumen) เมืองมาดาระมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์แห่งชาติและโบราณคดี การค้นพบยุคสาริดและนิคมธราเซียนวิลล่าโรมันโบราณและป้อมปราการจากศตวรรษที่ 2-5 อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญของประเทศ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าชม ภำพสลักนูนต่ำ รู้จักกันในนาม “Madara rider” เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของร่างอัศวินที่พิชิตสิงโตถูกแกะสลักบนหน้าผาสูงกว่า 100 เมตร คาดการณ์กันว่าสร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 8 หลังจากนั้นได้เวลาอันสมควรนาท่านเดินทางสู่ เมืองเวอร์น่ำ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศและเมืองต่างอากาศบริเวณชายฝั่งทะเลดาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศบัลแกเรีย ชาวยุโรปมักเลือกใช้เวลาพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนมาอาบแดดหรือเลือกเล่นกิจกรรมทางทะเล อีกทั้งเมืองเวอร์น่าก็มีความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับห้าดาว รีสอร์ท & สปา ที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทั่วบริเวณ
    จากนั้นนาท่านเข้าชม มหำวิหำรแห่งเมืองเวอร์น่ำ เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกประจาเมืองเวอร์น่า ตัวมหาวิหารมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมหาวิหารอเล็กซานเดอร์เนฟสกี ในกรุงโซเฟีย ภายในประดับตกแต่งด้วยภาพวาดนักบุญต่างๆ โดยจะเน้นใช้สีฟ้าและสีทองที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง โดยผู้คนที่เข้ามาสักการะในมหาวิหารแห่งนี้มักเข้าจะมายืนขอพรบริเวณโดมหลักที่มีภาพวาดของพระเยซูเปรียบเสมือนการได้รับพรจากพระเจ้าเพื่อความเป็นมงคล จากนั้นนาท่านเข้าชม สวนสำธำรณะซีกำร์เดน (Sea Garden) เป็นสวนเก่าแก่ที่สุดและกล่าวกันว่าเป็นสวนที่มีความใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของเมืองในทะเลสีดา
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LILIA หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เวอร์น่า (บัลแกเรีย)– คอนสแตนตา (โรมาเนีย) – City Park Mall of Constanta
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    ** ให้ทุกท่านนาหนังสือเดินทางติดตัวเพื่อใช้ในการข้ามพรหมแดน **
  • 08.00 น. นาท่านเดินทางสู่เส้นแบ่งพรหมแดนประเทศบัลแกเรียเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองคอนสแตนตำประ โรมาเนีย (ระยะ 85 กม.)
  • 10.30 น. หลังจากผ่านขั้นตอนการข้ามพรหมแดน นาท่านเดินทางไปยังเมืองคอนสแตนตำ (ระยะ 63 กม.) เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย เมืองคอนสแตนตำ แต่เดิมชื่อ Tomis ได้ถูกยึดครองโดยชาวโรมันประมาณ 71 ปีก่อนคริสตกาล และเปลี่ยนชื่อเป็น Constantiana โดยจักรพรรดิโรมันต่อมาภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อให้สั้นลงเป็น Constanta ในช่วงยุคออตโตมันราวศตวรรษที่ 13 อาจะกล่าวได้ว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเมืองคอนสแตนตาเป็นเมืองท่าที่สาคัญที่สุดของประเทศโรมาเนีย อันเนื่องมาจากทาเลที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของทะเลสีดาและเป็นเส้นทางการเดินเรือที่สาคัญระหว่างโรมาเนียและตุรกีเพราะมีระยะไม่ไกลอีกทั้งยังสะดวกแก่การขนส่งต่อไปยังกรุงบูคาเรสต์เมืองหลวงของประเทศอีกด้วย
    จากนั้นนาท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศำสตร์และโบรำณคดีคอนสแตนตำ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้เก็บรวบรวมเรื่องราวทางประวัติของชาติของโรมาเนีย อาทิเช่น รูปปั้นสมัยกรีก-โรมัน เงินตราในสมัยยุคสาริด อาวุธ เป็นต้น จากนั้นนาท่านเก็บภาพบริเวณด้านนอกของ Casino Constanta
    จากนั้นนาท่านเดินทางยัง City Park Mall of Constanta อิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยศัย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
    จากนั้น นาท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL ZENITH CONFERENCE & SPA หรือเทียบเท่า
7

Day 7

คอนสแตนตา – บูคาเรสต์– พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน – อาคารรัฐสภา – จัตุรัสแห่งการปฎิวัติ(โรมาเนีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นาท่านเดินทางสู่กรุงบูคำเรสต์ (BUCHAREST) เป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโรมาเนีย เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้าแดมโบวิดา เมืองบูคำเรสต์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหภาพยุโรป นับจากจานวนประชากรในเขตจากัดเมืองด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นเมืองที่เจริญมั่งคั่งที่สุดในโรมาเนีย และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและการขนส่งของยุโรปตะวันออก เป็นเมืองหนึ่งที่ร่ารวยที่สุดและครอบคลุมสิ่งอานวยความสะดวกด้านการประชุม การศึกษา งานทางด้านวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง ฯลฯ ผ่านชม ประตูชัย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนคิสเซเลฟฟ ซึ่งสร้างเลียนแบบประตูชัยในกรุงปารีส ในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนีย (Romanian Athenaeum) ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าที่ย่านเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์กลางของกรุงบูคาเรสต์
  • 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น นาท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้ำน (Village Museum) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของยุโรป ตั้งอยู่ริมทะเลสาบภายในสวนสาธารณะ Herastrau Park ณ กรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของประเทศโรมาเนีย ซึ่งมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สร้างด้วยไม้ ดิน และหิน เรียงรายอยู่ริมทะเลสาบ ซึ่งจะทาให้นักท่องเที่ยวเข้าใจวิถีชีวิตดั่งเดิมของชาวโรมาเนียมากขึ้นนำท่านชมภายนอก อำคำรรัฐสภำหรือทำเนียบประธำนำธิบดีของประเทศโรมำเนีย (Palace of the Parliament) ทาเนียบประธานาธิบดีที่ใหญ่โตโอฬารของอดีตประธานาธิบดีจอมเผด็จการ นิโคไล เชาเชสคู และนำงเอลินำ ภริยาผู้ซึ่งอยากมีชีวิตหรูหราประหนึ่งแบบเอวิต้า เปรอง โดยทาเนียบประธานาธิบดีแห่งนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภานี้ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา ตัวปราสาทนี้มีความสูง 12 ชั้น พื้นที่รวมกันทั้งหมดประมาณ 340,000 ตรม. และมีจานวนห้องมากถึง 1,1 00 ห้อง ใช้เวลาสร้างนานถึง 13 ปีจากปี ค.ศ. 1984-1997 โดยใช้สถาปนิกถึง 700 คนโดยมี อันก้ำ เพเทรสคู เป็นหัวหน้า และใช้แรงงานถึง 30,000 คน ชม จัตุรัสแห่งกำรปฎิวัติ (Revolution Square) โอเปร่ำเฮ้ำส์ (Opera House) โรงทหำรแห่งชำติ (National Military Academy)
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
    จากนั้น นาท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MINERVA หรือเทียบเท่า
8

Day 8

บูคาเรสต์ – ซิบิว – ถนนคนเดิน – ซีกิสโอร่า – พิพิธภัณฑ์หอนาฬิกา (โรมาเนีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซีบิว (SIBIU) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงบูคาเรสต์ระยะทางห่างประมาณ 270 กม. เมืองซีบิว เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดซีบิว เป็นเมืองหนึ่งในบริเวณของทรำนซิลวำเนีย (Transylvania) ซึ่งเป็นภูมิภาคประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของโรมาเนีย โดยมีเขตแดนด้านตะวันออกและทางใต้ติดต่อกับเทือกเขาคาร์เพเธียน ซีบิวตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้าซีบินทั้งสองด้าน ซึ่งเกิดมาจากแควสาขาของแม่น้าโอล์ท มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 140,000 คน เป็นเมืองที่มีความสาคัญเมืองหนึ่งทางด้านศูนย์กลางของวัฒนธรรมและพร้อมกันกับเมืองของลักเซ็มเบิร์ก ที่ถูกออกแบบก่อสร้างให้เป็นเมืองหลวงแห่งด้านวัฒนธรรมของยุโรปสาหรับปี ค.ศ.2007 และได้รับกำรขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของโลกในปีค.ศ.2004
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมโบสถ์ซีบิว ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงมากที่มียอดหอคอยสูงประมาณ 74 เมตรและเป็นจุดเด่นของเมืองนี้และมีฐานทั้งสี่ด้านที่ยึดยอดหอไว้ โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 จากโบสถ์หลังเก่าที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และก็ใช้เป็นที่ฝังศพของบุคคลสาคัญของซีบิลประมาณ 300 ปี ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ.1796 ก็มีการประกาศห้าม แต่ในปี ค.ศ.1803 ก็ได้มีการยกเว้นเมื่อสถานที่แห่งนี้ได้ฝังร่างของบารอน ซามูเอลวอน บรูเคนท้ลไว้ที่ใต้ถุนโบสถ์แห่งนี้ นา
    อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ณ ถนนคนเดิน ซึ่งมีสินค้าที่ขายมีมากมายหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าหนัง แว่นตากันแดด หรือจะเลือกนั่งจิมกาแฟ ทานไอศกรีมก็ได้บรรยากาศไม่แพ้กัน
  • 16.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซีกิสโอร่ำ (SIGHISOARA) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 90 กม. เมืองซีกิสโอร่ำ เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดมูเรส ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้าทาร์นาว่าแมร์และอยู่ในพื้นที่ด้านประวัติศาสตร์ของทรานซิลวาเนีย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน โดยในช่วงราวศตวรรษที่ 12 พวกเยอรมันทรานซิลวาเนียนแซ๊กซ๊อนสที่เป็นพ่อค้าวาณิชย์และพวกที่มีฝีมือด้านหัตถกรรม ได้รับเชิญจากกษัตริย์ของฮังการีให้เข้ามาอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานและช่วยปกป้องโดยการเป็นแนวหน้าในราชอาณาจักรของพระองค์ และจากด้านการบันทึกก็มีพวกแซ๊กซอนส์ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในปี ค.ศ.1191 และได้สร้างเมืองให้มีความสวยงามเจริญรุ่งเรืองมาถึงจนทุกวันนี้ และได้รับกำรขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1999
    นาท่านเดินชมเมือง เข้าชมพิพิธภัณฑ์หอนำฬิกำ (CLOCK TOWER) ที่มีชื่อเสียง นาท่านชมแต่ละห้องภายในหอนาฬิกา ซึ่งใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของมีค่าที่ขุดได้ภายในเมืองนี้ แล้วนาท่านขึ้นชมทัศนียภาพของเมืองซิกิสวาราจากยอดสูงสุดของหอนาฬิกา
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น นาท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL DOUBLE TREE BY HILTON หรือเทียบเท่า
9

Day 9

ซีกิสโอร่า – บราน – ปราสาทแดร๊กคูล่า – โบสถ์ดำ – บราซอฟ(โรมาเนีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบรำน (BRAN) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก ระยะทางห่างประมาณ 130 กม. เมืองบรำน เป็น เมืองซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่อยู่ของแวมไพร์หรือแดร๊กคูล่า
    นาท่านเข้าชม ปรำสำทบรำน (Bran Castle) หรือที่รู้จักกันในนามของ ปรำสำทแดร๊กคูล่ำ (Dracula’s Castle) ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในในศตวรรษที่ 14 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในโรมาเนีย ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมควบคุมเส้นทางการค้าและเก็บภาษีระหว่างแคว้นวาลันเซียและแคว้นทรานซิลวาเนีย ภายในตัวปราสาทมีห้องต่างๆมากมาย ซึ่งจัดแสดงวิถีความเป็นอยู่ ห้องแสดงอาวุธโบราณ ตู้โบราณอายุหลายร้อยปีที่แกะสลักลวดลายสวยงดงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อีกมากมาย ให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ท่านออกเดินทางสู่ เมืองบรำซอฟ (BRASOV) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 30 กม. เมืองบรำซอฟ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นทรานซิลวาเนีย แคว้นที่สวยงามและมีชื่อเสียงของโรมาเนีย แคว้นนี้เกิดขึ้นในศตวรรษที่12 โดยชาวแซกซอนส์ซึ่งเคยถูกปกครองโดยชนชาติเยอรมันและเป็นศูนย์กลางการค้าของชาวแซกซอนส์ อาคารโดยทั่วไปจึงตกแต่งตามสไตล์เยอรมัน
    นาท่านเข้า ชมโบสถ์ดำ (Black Church) เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงซึ่งจัดเป็นโบสถ์สถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ซึ่งในเริ่มแรกไม่ได้มีหลักฐานแน่นอนว่าถูกสร้างเมื่อใด แต่ได้สร้างขึ้นให้เป็นโบสถ์โรมันคาธอลิคเพื่ออุทิศให้พระแม่มารี เพื่อทดแทนโบสถ์หลังเก่าที่มีการปฏิรูปสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1383-1385 หลังจากที่ถูกพวกมองโกลบุกเข้ามาทาลายเมื่อปี ค.ศ.1242 และปี ค.ศ. 1477 ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีกหลังจากที่พวกเตอร์กิสบุกเข้าทาลายในปี ค.ศ.1421
    จากนั้นนาชมตลาดใหญ่ใจกลางเมือง ถนนคนเดิน สินค้าที่ขายมีมากมายหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าหนัง เครื่องใช้ในบ้าน และโดยเฉพาะร้านหนังสือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น นาท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL ESCALADA หรือเทียบเท่า
10

Day 10

บราซอฟ – อาซูก้า – ซีนาย่า – ปราสาทเปเลส – บูคาเรสต์ (โรมาเนีย) – อิสตันบูล (ตุรกี)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองอำซูก้ำ (AZUGA) เมืองเล็กๆในจังหวัด พาโฮวา ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุบเขาในแห่งแคว้นวอลลาเชีย เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการทาไวน์ของประเทศโรมาเนีย
  • 10.15 น. นำท่านเข้าชมโรงานผลิตไวน์ Azuga Rhein Cellars เป็นโรงผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในท้องที่นี้ ** พิเศษให้ท่ำนได้ชิมไวน์ท้องถิ่น **
  • 10.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซินำย่ำ (SINAIA) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 60 กม. เมืองซินาย่า ตั้งอยู่ในจังหวัดพราโฮว่าและเป็นพื้นที่ทางด้านประวัติศาสตร์ของมันเทเนีย และมีชื่อเสียงทางด้านเป็นเนินเขาสูงที่อยู่เหนือระดับน้าทะเลประมาณ 760-860 เมตรและเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทอีกด้วย
  • 11.40 น. จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ ปรำสำทเปเลส (Peles Castle) ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาบูเซกิใกลักับเมืองซินาย่า เป็นปราสาทที่ประทับในฤดูร้อนของกษัตริย์ ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทอีกแห่งที่สวยที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่กลางป่าสนบนเทือกเขาคาร์เปเทียน ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าชายคาลอสที่ 1 กษัตริย์แห่งโรมาเนียในสมัยศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างนานถึง 10 ปี โดยเริ่มปี ค.ศ.1873-1973 ความงดงามของปราสาทแห่งนี้ มิใช่อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของตัวปราสาทแต่อยู่ที่การตกแต่งภายในอย่างหรูหรางดงาม เป็นปราสาทที่รวบรวมงานศิลปะที่สวยงามมากมายจากประเทศต่างๆ ในยุโรป เช่น โคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปภาพติดผนังจากฝรั่งเศส ฯ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • 19.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนำมบินโอโทเพนนี เมืองบูคำเรสต์ เพื่อทาการตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 21.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสำยกำรบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) เที่ยวบินที่ TK 1046
  • 23.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
11

Day 11

อิสตันบูล (ตุรกี) – กรุงเทพฯ
  • 01.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK068
  • 14.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

วันเดินทาง
31 พฤษภำคม - 10 มิถุนำยน 2561
สายการบิน

เทศกาลกุหลาบ บัลแกเรีย -โรมาเนีย 11 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ ตามเส้นทางที่กาหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้าหนักกระเป๋าเดินทางน้าหนักตามที่สายการบินกาหนด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าที่พักโรงแรมตลอดการเดินทาง (พัก 2-3 ท่าน / ห้อง)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่า สาหรับหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น < มีวีซ่าแล้วลดท่านละ 2,400 บาท >
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ และพนักงานบริการฯ
– ประเทศโรมาเนีย วันละ 4 ยูโร (รวม 4 วัน เป็นเงิน 16 ยูโร)
– ประเทศบัลแกเรีย วันละ 4 ยูโร (รวม 5 วัน เป็นเงิน 20 ยูโร)
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ 3ยูโรต่อท่าน ต่อวัน รวม 11 วัน คิดเป็น 33 ยูโร หรือขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินท่ำนสำมำรถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
31 พฤษภำคม - 10 มิถุนำยน 2561
สายการบิน