วันเดินทาง
20 – 26 มกราคม 2561 17 – 23 กุมภาพันธ์ 2561 24 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2561 7- 13 มีนาคม 2561
สายการบิน


อุซเบกิสถาน – สกีรีสอร์ท

เอเซียกลาง/เอเซียไมเนอร์ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลกมาช้านาน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมยุคแรก ๆ ของโลก

อุซเบกิสถานในปัจจุบันนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน วัฒนธรรมอันหลากหลายได้หลั่งไหลเข้ามายังดินแดนแถบนี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายพันปีมาแล้ว ซึ่งเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรมองโกล ได้รับเอาวัฒนธรรมฮินดูและอิสลาม ตลอดจนพุทธศาสนาจากอินเดีย และท้ายสุดยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโซเวียต อุซเบกิสถานจึงเป็นดินแดนที่ร่ำรวยมากด้วยวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การไปเยือน

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – ทาซเค้นท์
  • 17.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว Qเคาน์เตอร์สายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ (HY) ประตูทางเข้าที่ 7 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 20.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองทาซเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน โดยเที่ยวบิน HY 534 (ใช้เวลาบินประมาณ 06.30 ชั่วโมง) (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
2

Day 2

ทาซเค้นท์ – ชิมกาน – ทาชเค้นท์
  • 01.30 น. เดินทางมาถึง สนามบินเมืองทาซเคนท์  ผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองทาซเค้นท์ (Tashkent) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในเอเชียกลาง มีประชากรประมาณ 2 ล้านคนเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล นำท่านเข้าพักที่โรงแรม RAKAT PLAZA HOTEL/ เทียบเท่า (4*)
  • 08.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 09.30 น. นำท่านเดินทางไปยัง เทือกเขาชิมกาน (Chimgan Mountain) ระยะทางห่าง ประมาณ 80 กม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเทียนชานที่อยู่ทางด้านตะวันตก ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นแนวลาดเอียงของภูเขาแชทคาล ยอดเขาชิมกานลูกเล็กมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร และยอดเขาสูงสุดของชิมกานใหญ่ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,309 เมตร ซึ่งยอดเขาทั้งสองแห่งสามารถปีนขึ้น                  ไปได้
    หมู่บ้านชิมกาน แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติอูแกม แชทคาล (Ugam Chatkal National Park) ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 668,000 เฮกเตอร์ และเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของคนที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานประมาณ 400-500 ปีมาแล้ว บริเวณนี้ตั้งอยู่บนความสูงของระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200-1,600 เมตร และยังถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาต่างๆ นอกจากนั้นก็ยังมีแหล่งเก็บน้ำที่สำคัญและเป็นทะเลสาบที่มีความสวยงาม และยังเป็นแหล่งเก็บน้ำที่ส่งมายังเมืองทาซเค้นท์อีกด้วย ชิมกานเป็นหมู่บ้านและสถานที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่จะชมความสวยงามของบริเวณเทือกเขา ปีนและขึ้นเขาชมวิวและทิวทัศน์ พร้อมกับสนุกสนานกับการเล่นสกีและกระดานเล่นหิมะ ซึ่งมีหลายระดับชั้นของความสูง ซึ่งชิมกานได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งสวิตเซอร์แลนด์ของอุซเบกิสถาน (Uzbek Switzerland) และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2016
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ให้ท่านได้ นั่งกระเช้า (Cable Car) ขึ้นชมและสัมผัสกับความสวยงามของทิวทัศน์และภูมิประเทศของเทือกเขาแห่งนี้ ซึ่งมีภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปรไปตามฤดูกาล ในตอนกลางวันจะมีอากาศที่อบอุ่น และในตอนเย็นก็มีอากาศที่หนาวเย็น ฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มในเดือนเมษายนในตอนกลางของภูเขา เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมจะมีอากาศที่อบอุ่นประมาณ 20-35 องศาเซลเซียส  ส่วนบนที่สูงของภูเขาอากาศจะหนาวเย็นและเต็มไปด้วยหิมะที่ตกลงมาปกคลุมในฤดูหนาว สูงประมาณ 650 มม. ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงกลางเดือนมีนาคม (เครื่องเล่นต่างๆ มิได้อยู่ในรายการและราคาการท่องเที่ยว) ได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทาซเค้นท์ นำท่านไปชมความสวยงามของเมืองหลวง ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่ยังคงเหลืออยู่ หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1966 เมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมจากจีนสู่ยุโรป และหลังจากการปฏิวัติเมืองนี้กลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยออกแบบในสไตล์ของโซเวียต นำท่านชม จัตุรัสอิสรภาพ (Independence Square) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองของทาซเค้นท์ เริ่มมีการขึ้นในปี ค.ศ.1991 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของอุซเบกิสถาน มีพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินทองอันกว้างใหญ่มีคุณค่าในการเพาะปลูก ถึงแม้ว่าจะมีภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกนี้ และยังเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนแห่งใหม่ที่เป็นส่วนร่วมของชุมชนบนโลกใบนี้
    ชม อนุสาวรีย์ของแม่ที่มีความสุข (Happy Mother) ที่เป็นรูปปั้นแกะสลักที่มีความสูง 6 เมตร และตัวเด็กมีความยาว 3.5 เมตร ที่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของแม่ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนได้กอดลูกที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป ใบหน้าของแม่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกรุณาและดวงตาที่มีความสุขของชีวิต ที่ได้ให้กับเด็กน้อยที่เปรียบเสมือนกับชาวอุซเบหนุ่มสาวทุกคนที่ได้อยู่ในประเทศที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งมีแม่ที่คอยให้ความปกป้องและคุ้มกันเหมือนกับสมบัติอันล้ำค่าที่จะต้องเติบโตต่อไปในอนาคต     นอกจากนั้น บริเวณรอบๆยังมีสถานที่ราชการทีสำคัญและที่ทำงานของประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างๆหลายกระทรวง (สถานที่สำคัญแห่งนี้ไม่สามารถถ่ายรูปได้)
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารพักที่ RAKAT PLAZA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
3

Day 3

ทาซเค้นท์- บูคาร่า
  • 05.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองบูคาร่า (รับประทานอาหารเช้าของโรงแรม/แบบกล่อง)
  • 07.35 น. ออกเดินทางจากทาซเค้นท์ สู่ เมืองบูคาร่า โดยเที่ยวบินที่ HY 021
  • 09.15 น. เดินทางมาถึง เมืองบูคาร่า ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
    เมืองบูคาร่า(Bukhara) เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดบูคาร่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในฤดูใบไม้ผลิ  และยังเป็นเมืองที่กำเนิดงานเขียนของผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ เป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนา ฯ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองในเทพนิยาย และที่สำคัญเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่มีชื่อว่า เส้นทางสายไหม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1993 นำท่านชม ป้อมดิอาร์ค (The Ark Fortress) ซึ่งเป็นป้อมเก่าแก่สร้างในศตวรรษที่ 5 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเมื่อขึ้นไปด้านบนของป้อมจะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างชัดเจน และกล่าวกันว่าครั้งหนึ่งในอดีต มีผู้อาศัยอยู่ในป้อมแห่งนี้ถึง 3,000 คน  ตัวป้อมสามารถใช้เป็นเกาะกำบังสำหรับป้องกันศัตรูที่จะเข้ามารุกราน ป้อมแห่งนี้มีเนื้อทีกว้างใหญ่ประมาณ 25 ไร่ มีกำแพงล้อมรอบมีความยาวประมาณ 800 เมตร ส่วนของกำแพงมีความสูงถึง 16-20 เมตร ถูกสร้างด้วยอิฐหนาทึบและสูงใหญ่ ส่วนประตูมีซุ้มโค้งและหอคอยทั้งสองด้าน ซึ่งในอดีตภายในถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปกครอง นำท่านไปชม โบโล เค้าซ คอมเพล็ก (Bolo Khauz Complex ) เป็นอาคารสุเหร่าในสมัยกลาง ถูกสร้างขึ้นไปปี ค.ศ.1712-1713 รูปแบบในการก่อสร้างประกอบไปด้วยเสาไม้ที่มีความสูงมาก อาคารด้านหน้ามีเสาไม้ประดับมากกว่า 20 ต้นรองรับดาดฟ้าหลังคา ต่อมาในปี ค.ศ.1917 ก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสุเหร่าอย่างเป็นทางการมาจนถึงปัจจุบันนี้
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร                                  นำท่านชม ที่ฝังพระศพของอีสมาอิล ซามานิดส์ (Ismail Samanids Mausoleum) ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าบริเวณสวนสาธารณะซามานี สร้างโดย กษัตริย์ซามานิดส์ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ได้เคยปกครองอยู่ที่นครนี้ ในสมัยของอาณาจักรเปอร์เซียที่รุ่งเรืองที่ปกครองเอเซียกลาง ที่ฝังศพนี้สร้างในปี ค.ศ. 892 และสำเร็จในปี ค.ศ. 943 ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม นำท่านชม ที่ฝังศพของชัสห์มา อายุบ (Chashma Ayub) ซึ่งเป็นนักบุญที่เคยเดินทางมาที่เมืองนี้ และมีบ่อน้ำซึ่งเชื่อกันว่านักบุญอายุบ ใช้ไม้เท้าเนรมิตบ่อน้ำนี้เพื่อเป็นน้ำที่รักษาโรคได้
    นำท่านชม หอโพลิ คัลยาน(Poli Kalyan Ensemble and Minanet) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1127 โดย อาสลาน ข่าน แห่งราชวงศ์คารานิด อยู่ในการปกครองของบูคาร่า และสามารถทำให้ผู้พบเห็นต้องตกตะลึงถึงความโอ่อ่างดงาม รูปร่างของหอนี้ส่วนที่สูงที่สุดเป็นทรงกลม หอนี้ได้ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการเรียกประชุมชาวมุสลิมเพื่อมาทำละหมาด หอคอยแห่งนี้ได้ถูกซ่อมแซมขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 15 เพราะว่าเกิดการทรุดตัวเนื่องจากพื้นดินอ่อนนิ่มเกินไป     นำท่านชม โรงเรียนสอนศาสนา มิริ อาหรับ (Miri Arab Madrassah) เอเมียร์              อาลิม ข่าน (Amir Alim Khan) ที่ถูกสร้างอยู่ในบริเวณเดียวกันกับสุเหร่าคัลยาน ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ในสมัยของราชวงศ์ไซบานิค  ชื่อสถานที่แห่งนี้ได้ถูกตั้งตามชื่อของครูที่มาสอน  มิริ อาหรับ ซึ่งมีความหมายว่า เจ้าแห่งอาหรับนำท่านเลือกซื้อสินค้าที่โดมอันยิ่งใหญ่มาก คือ ทากิ (Taqi  Trading Domes) มีอยู่ 3 ส่วน คือ ทากิ ซาร์การอน(Taqi  Zargaron) ซึ่งเป็นโดมที่พวกอินเดียทำการค้าขายและแลกเงินตรา ทากิ ซาร์ราฟอน (Taqi Sarrafon)  เป็นโดมที่ค้าขายเกี่ยวกับสิ่งมีค่า อัญมณีต่างๆ  และ ทากิ เทลปัก ฟูรูโช่น (Taqi Telpak Furushon) เป็นโดมที่ค้าขายของที่เป็นสินค้า สำหรับทั่วๆไป รวมทั้งของที่ระลึก เช่น ชาหอม หมวกขนแกะ พรม ผ้าที่เย็บด้วยมือ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร พร้อมกับชม การแสดงของชนพื้นบ้านที่สวยงามพักที่ ASIA BUKHARA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
4

Day 4

บูคาร่า – กิซห์ดูวาน – ซามาร์คานด์
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • 08.30 น. นำท่านชม ไลอับบี เฮ้าซ์ (Lyab i Hauz) เป็นสถานที่สำหรับสอนศาสนาที่ตั้งอยู่บริเวณริมสระน้ำที่ให้ความร่มรื่นกับผู้ที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1620 และบริเวณมุมรอบๆ สระจะมีต้นมัลเบอร์รี่ (ต้นหม่อน) ที่ได้ปลูกเอาไว้หลายร้อยปี ที่เหลืออีก 3 ด้านของสระน้ำจะประกอบไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนา        คูเคลดาสช (Kukeldash) ที่ถูกสร้างขึ้นทางด้านเหนือในปี ค.ศ. 1568-1569  และอีกสองด้านที่เหลือทางด้านตะวันตกจะถูกสร้างเป็นตำหนักสำหรับเป็นบ้านพัก คือ คานาค่า (Khanaka) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1620 และสำหรับด้านตะวันออกจะเป็นสถานที่สำหรับสอนศาสนา คือ นาเดียร์ ดีวาน เบกี (Nadir Divan Begi Madrasah) ที่ถูกสร้างขึ้นในในปี ค.ศ.1622 นำท่านชม พระราชวัง ซิโนราน โมคี โคซา (Sitoran Mokhi-Khosa Palace) ซึ่งเป็นของข่าน  อาเมียร์ อักคาด (Amir Akhadkhan ) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 19 เป็นการผสมผสาน ระหว่างศิลปะตะวันตกกับศิลปะร่วมสมัย โดยการส่งช่างสถาปัตยกรรมของเมืองนี้ไปยังเมืองเซ้นต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อศึกษาดูงานการก่อสร้างที่สวยที่สุด                      จากนั้น นำท่านออกเดินทางไป เมืองกิซห์ดูวาน (Gizhduvan City) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียง เหนือ ระยะทางห่างประมาณ 40 กม. เมืองกิซห์ดูวาน เป็นหมู่บ้านที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในการปกครองของราชวงศ์ซามานิด นักโบราณคดีได้มีการขุดค้นและพบว่าในบริเวณนี้ได้มีการอยู่อาศัย และตั้งหลักแหล่งก่อนที่พวกอาหรับจะเข้ามายึดครอง และในราวศตวรรษที่ 16 กิซห์ดูวานได้กลายเป็นเมืองหน้าด่านในการป้องกันต่อสู้กับศัตรู และในปี ค.ศ.1972 ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบูคาร่า
    ในอดีตกิซห์ดูวานเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ที่พ่อค้ากองคาราวานที่จะเดินทางไปยังอินเดียและจะกลับไปจีน จะตัองมาหยุดพักค้างแรมที่แห่งนี้ จนทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้มีชื่อเสียงและเป็นศูนย์กลางของการค้าขาย และสิ่งที่สำคัญ คือ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำเครื่องปั้นดินเผา ทำถ้วยชาม เครื่องใช้ต่างๆ และพวกเซรามิคส์ ซึ่งสิ่งของส่วนใหญ่ได้รับความชื่นชอบและความนิยมจากชาวอุซเบค และผู้คนในบริเวณเอเชียกลางเกือบทุกประเทศ นำท่านไป ชมการทำเครื่องปั้นดินเผา ได้มีการเริ่มมาจากบ้านในครอบครัวของสองพีน้องอับดุลลาห์ นาร์ และอลิสเชอร์ ซูลลาเอฟ (Abdullah and Alisher Narzullaev) ซึ่งมีชื่อเสียงไปยังทั่วโลก ในการทำเครื่องปั้นต้องใช้ความสามารถที่ได้ถูกถ่ายทอดต่อมาหลายรุ่นซึ่งใช้เวลานานประมาณ 60 ปีเล้ว จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก และจากรุ่นลูกสู่ยังหลาน ที่ยังคงเก็บรักษาฝีมือในการทำเครื่องปั้น เซรามิคส์ ให้เป็นที่มีความสวยงาม และยังไว้ให้ดีที่สุดในอุซเบกิสถาน  ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกชมและซื้อสินค้าที่ท่านชื่นชอบ
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไป เมืองซามาร์คานด์ (Samarkand) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 140 กม. ระหว่างทางให้ท่านได้ชม คาราวานซารายราบาติ มาลิค (Rabati Malik Caravanserai) ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่พักแรมของกองคาราวานบนเส้นทางสายไหม ตามคำสั่งของคาราคานิด ชามส์ อัล มัค นาสร์ บุตรชายของทัมกาชข่าน อิบรากิม ผู้ที่ปกครองในดินแดนซามาร์คานด์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1068-1088 เป็นโบราณสถานที่มีค่าที่สุดทางด้านประวัติศาสตร์ในดินแดนแห่งตะวันออกกลาง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปี ค.ศ. 2008
    ราบาติ มาลิค เป็นสถานที่ที่มีความพิเศษในด้านประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมของเปอร์เซียโบราณมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 8,277 ตร.เมตร โดยเฉพาะประตูทางเข้าด้านหน้าได้ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรและมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยลวดลายของส่วนโค้งที่ถูกก่อขึ้นด้วยก้อนอิฐที่มีขนาดใหญ่ แต่ละก้อนที่วัดได้ คือ ขนาด                      25x25x4 ซม. และขอบประตูยังถูกตกแต่งด้วยรูปดาวแปดเหลี่ยมที่ต่อกันอย่างสวยงามไปยังส่วนด้านบนของประตู และต่อลงมาทางด้านล่างของอีกด้านหนึ่ง     ได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซามาร์คานด์
    เมืองซามาร์คานด์ (Samarkand)  เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมือง  หนึ่งในเอเชียกลาง ตั้งอยู่ในโอเอซิส ซึ่งได้รับน้ำมาจากคลองที่ขุดมาจากแม่น้ำซารัฟชาน อเล็กซานเดอร์ มหาราชได้ผ่านมาเมืองนี้ เพื่อที่จะเดินทางไปยังอินเดีย จึงได้ยึดครองเอาไว้  ต่อจากนั้น ก็เป็นพวกเติร์ก พวกอาหรับและพวกเปอร์เซียก็ได้เข้ามาปกครองต่อๆกันมา เมืองนี้ได้มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในยุคกลาง และในปี ค.ศ.1215 เจงกิสข่านได้แผ่อาณาจักรเข้ามาควบคุมเส้นทางสายไหม และเข้ายึดเมืองนี้ในปี ค.ศ. 1221 และอีกประมาณร้อยปีต่อมา เมืองนี้ก็เหลือแต่ซากปรักหักพัง และจากนั้นตีมูร์ ข่านก็ได้สร้างอาณาจักรแห่งนี้ให้มีความเจริญขึ้นมา ซึ่งเมืองนี้ได้รับสมญานามว่า เมืองแห่งโดมสีฟ้า (The City of Blue Domes) ในประวัติศาสตร์ ถ้านับย้อนหลังไปหลายร้อยปี และยังได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนิยาย 1001 อาหรับราตรี (1001 Arabian Nights) และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกใน ปีค.ศ. 2001
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารพักที่ DIYORA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
5

Day 5

ซามาร์คานด์
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  • 08.30 น. นำท่านชม จตุรัสเรจีสถาน( Registan Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่งดงามไปด้วยศิลปะอิสลาม ซึ่งถูกกล่าวขานว่ามีความงดงามที่สุดในเอเชียกลาง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบด้วยสีเหลือง รายล้อมไปด้วยโรงเรียนสอนศาสนา (Madrasah) ถึง 3 แห่ง คือ อูลุค เบก (Ulug Beg) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1417-1420 และ เชียร์ ดอร์ (Shir Dor) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1619-1636 โดยเลียนแบบมาจากอูลุค เบค ผนังกำแพงมีลวดลายรูปทรงเลขาคณิต และซุ้มประตูมีรูปเสือลายพาดกลอน ที่แตกต่างไปจากสถาปัตยกรรมทั่วๆไปของศาสนาอิสลาม ส่วน ทิลยา คารี (Tilya Kari) ถูกสร้างขึ้นอยู่ทางด้านเหนือ ในศตวรรษที่ 17 และใช้เวลาสร้างประมาณ 20 ปี ซึ่งผนังและซุ้มในกำแพงมีการปิดทองมากกว่าที่อื่นใด ชม สุเหร่าบิบิ คะนุม (Bibi Khanum Mosque) เป็นสุเหร่าที่ถูกสร้างขึ้นมาและใหญ่ที่สุดในโลกอิสลาม เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่สามารถปกครองดินแดนได้มากกว่าใครในประวัติศาสตร์ ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1399 ใช้เวลาก่อสร้างนาน 5 ปี ใช้ช่างฝีมือ 200 คน แรงงาน 500 คน  ช้างอีก 95 เชือก ด้านประตูทางเข้าสร้างเป็นอาคารสูงประมาณ 35 เมตร ทางเข้าสร้างเป็นรูปวงรี สูง 18 เมตร ตัวหอบังสูงประ                     มาณ 50 เมตร ตรงทางเข้าสู่จัตุรัสมัสยิดมีขนาดพื้นที่ยาวประมาณ 167 เมตร และกว้าง 109 เมตร และสองข้างยังมีมัสยิด ขนาดเล็ก โดยเฉพาะตัวโดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้  ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนแกะสลักโมเสครูปร่างต่างๆ เคลือบด้วยสีฟ้างดงาม เขียนภาพและอักษรด้วยน้ำเงินและทอง และที่หน้าสุเหร่ายังมีแท่นซึ่งเดิมวางคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ใหญ่ถึง 2 เมตร
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านไปเดินชม ตลาดกลาง (Central Market/Siyab Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดที่มีชื่อเสียง มีความประหลาดที่น่าทึ่ง และเป็นหนึ่งเดียวของซามาร์คาน ที่ผู้คนยังคงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เป็นวัฒนธรรมของชาวอุซเบก และสวมหมวกที่สวยงาม
    อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่บาซาร์ ซึ่งมีสินค้าต่างๆมากมายที่ราคาถูก และสวยงามเช่น ผลไม้สด พืชผักต่างๆ ขนมหวาน องุ่นแห้งที่มีทั้งสีเหลืองและดำ นำท่านชม สถานที่ฝังศพกูริ อาเมียร์ (Gure Amir Mausoleum) ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่ฝังศพของสุลต่าน มูฮัมหมัด (Sultan Muhammad) ซึ่งเป็นหลานรักที่เสียชีวิตในเปอร์เซีย สร้างขึ้นโดย ข่าน ตีมูร์ในปี ค.ศ. 1403 มีประตูทางเข้าก่ออิฐถือปูนตั้งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าซุ้มโค้ง มีโดมสีฟ้าผิวลอนกระดูกงู สูงประมาณ 36 เมตร ผนังห้องและเพดานโค้ง ภายในประดับด้วยกระเบื้องอิฐเผาลงด้วยลายสีทอง สี                     อำพัน สีฟ้าน้ำทะเล  แต่ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 1380 อาเมียร์ ตีมูร์ได้โปรดให้สร้างที่ฝังศพของพระองค์เตรียมไว้ก่อนที่บ้านเกิด คือ เมืองชาห์ริซาบซ์ แต่ในระหว่างที่ได้ยกทัพไปบุกจีน ได้สิ้นพระชนม์ เมื่อปี ค.ศ. 1405 จึงได้นำพระศพเดินทางกลับมาภายใน 24 ชม. เพื่อฝังตามหลักศาสนา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันเวลา จึงได้ฝังไว้ที่ กูริ อาเมียร์ และต่อมาก็ได้ใช้เป็นสุสานของผู้ปกครองนครซามาร์คานด์หลายพระองค์ สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก นำท่านชม หอดูดาวอูลุก เบค (Ulug Beg Observatory) เป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ที่ใช้ดูดาว สร้างโดย ข่านอูลุข เบค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะทางดาราศาสตร์ของท่าน ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1428-1429 เป็นอาคาร 3 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร มีด้านบนยอดคล้ายกับโดม สถานที่แห่งนี้แสดงถึงเรื่องราวทางดาราศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์  เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ดูดาวของท่านข่าน ที่ท่านเคยคำนวณรอบปีผิดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากที่ท่านเสียชีวิต สถานที่แห่งนี้ได้รับความเสียหายจากพวกขโมยและพวกคลั่งศาสนา แต่ชั้นล่างมิได้ถูกทำลาย และต่อมาได้รับการซ่อมแซมขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1929 นำท่านชม ชาห์ อิ ซินดา (Shah i Zinda Complex) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นที่อยู่ของกษัตริย์ (The Living King /Necropolis) เป็นสถานที่รวมสุสานขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา อัฟราซิยาบ (Afrasiyab) นอกกำแพงเมืองเก่า ใช้เป็นที่ฝังศพมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9-14 และเป็นความคิดของข่าน ตีมูร์ที่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของที่ฝังศพของบุคคลที่มีชื่อเสียง มีอาคารหลายยุคหลายสมัยมากกว่า 20 แห่งให้ศึกษารวมทั้งกระเบื้องเคลือบโบราณที่สวยงามมาก นำท่านไปชม พิพิธภัณฑ์โบราณสถานอัฟราซิยาบ (Afrasiyab Ruins) ซึ่งมีความหมายว่า ถัดไปจากแม่น้ำดำ (Beyond the black river) เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของซามาร์คานด์ ที่ได้ถูกยึดครองมาประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค.ศ.1220 ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เป็นเนินเขาที่มีหญ้าปกคลุมและอยู่ใกล้กับสุเหร่าบิบี คานุม อัฟราซิยาบ เป็นสถานที่เก่าแก่ในโลกยุคโบราณ 700-600 ปีก่อนคริสตกาล โดยพวก ซ๊อกเดียน ได้ตั้งเป็นเมืองและศูนย์กลางของวัฒนธรรม
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร พักที่ DIYORA HOTEL โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
6

Day 6

ซามาร์คานด์-ทาชเค้นท์-กรุงเทพฯ
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองทาซเค้นท์ ที่อยู่ทางด้านเหนือห่างประมาณ 280 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชม.)
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านไปชม สถานีรถไฟใต้ดิน (The Tashkent Metro) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยตามรูปแบบที่สมบูรณ์ ที่เด่นชัด คือ สวยงาม ยั่งยืนทนทาน และใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด รถไฟใต้ดินนี้ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นมาภายหลังจากที่ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ.1966 ทำให้เมืองทาซเค้นท์ได้รับความเสียหาย และสิ่งต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับการก่อสร้างและต้องพร้อมที่รับมือกับการเกิดแผ่นดินไหว การก่อสร้างสถานีรถไฟใต้ดินจึงถูกสร้างไม่ให้มีความลึกมากนัก และผู้โดยสารก็สามารถเดินลงบันไดไปได้ด้วยความสะดวกสบาย
    นำท่านไปชม ตลาดคอร์ซู (Chorsu Bazaar) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียกลางและบนเส้นทางสายไหม ที่อยู่ภายใต้โดม 7 โดม ซึ่งได้ถูกแบ่งเป็นแหล่งสินค้าต่างๆจากพ่อค้า เกษตรกรที่ขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ สัมผัสกับบรรยากาศแบบย้อนยุคอย่างที่เป็นในสมัยโบราณ แต่ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่    ให้ท่านได้พักผ่อน และสนุกกับการซื้อสินค้าในตลาดบาซาร์ที่มีผ้าแพรพรรณ พรม เครื่องทองเหลือง ผ้าขนสัตว์ เครื่องหนัง และสินค้าพื้นเมืองมากมาย     นำท่านไปเลือกซื้อสินค้าที่ ห้างซามาร์กานด์ ดาร์โวซ่า (The Mall Samarqand Darvoza) ซึ่งเป็นห้างจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงของทาซเค้นท์ และได้เปิดจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกประมาณ 500 ชนิดให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งอัญมณีที่สวยงาม ไหมพรมต่างๆ เครื่องเซรามิคและถ้วยชาม รูปวาดที่สวยงาม ไม้แกะสลักต่างๆ  ที่ได้ถูกผลิตขึ้นมาจากฝีมือของชาวอุซเบก
  • 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
  • 18.45 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 21.05 น. ออกเดินทางจากทาซเค้นท์ สู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ HY 531 (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน
7

Day 7

กรุงเทพฯ
  • 05.20 น. เดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
20 – 26 มกราคม 2561 17 – 23 กุมภาพันธ์ 2561 24 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2561 7- 13 มีนาคม 2561
สายการบิน

ไฮไลท์อิหร่าน 7 วัน (W5)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ทาชเค้นท์-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน อุซเบกิสถาน แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 5 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอุซเบกิสถาน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 5 วัน คิดเป็น 25 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 7 วัน คิดเป็น 21 USD หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
4. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
**วีซ่าอินเดีย จำเป็นที่จะต้องโชว์ตัว เพื่อทำการสแกนนิ้ว ณ สถานทูต**

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตามตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้นโรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้ โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาดการชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทางการเดินทางเป็นครอบครัว  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมดหลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
20 – 26 มกราคม 2561 17 – 23 กุมภาพันธ์ 2561 24 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2561 7- 13 มีนาคม 2561
สายการบิน