อียิปต์ ประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ ที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ลึกลับ สัมผัส 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เที่ยวอียิปต์ (Egypt) หรือ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ มีพื้นที่ประมาณ 1,020,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรวมถึงคาบสมุทรซีนาย (เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้) ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย ด้านใต้ติดกับประเทศซูดาน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศอิสราเอล ชายฝั่งทางเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทางตะวันออกติดกับทะเลแดง มีเมืองหลวงคือ ไคโร (Cairo) และในวันนี้เราจะพาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวในอียิปต์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาและมีความลึกลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด ถ้าพร้อมแล้ว เก็บกระเป๋าไปอียิปต์กันเล้ยยยยยยย!!!!!!

  1. พีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza)

มหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พีระมิดคีออปส์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ และเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ในเขตชานเมืองของกรุงไคโรสมัยใหม่ สร้างขึ้นในช่วงของกษัตริย์ Khufu ราวๆ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล หรือ เมื่อประมาณ 4,600 ปีที่แล้วในสมัยราชวงศ์ที่ 4 แห่งอียิปต์ เป็นเวลาที่ยาวนานมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ

มหาพีระมิดแห่งกีซ่าประกอบไปด้วย 3 พีระมิดด้วยกัน ได้แก่  พีระมิดคูฟู (Khufu) หรือ มหาพีระมิดแห่งกีซ่า (The Great Pyramid of Giza) ซึ่งแต่ก่อนเคยมีความสูงถึง 481.4 ฟุต หรือ สูงพอๆ กับตึก 40 ชั้นเลย  เมื่อกาลเวลาผ่านไปทำให้ปัจจุบันความสูงของพีระมิดเหลือเพียง 450 ฟุต เท่านั้น

ต่อมา พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงระหว่างกลาง พีระมิดคาเฟรถูกสร้างบนพื้นที่สูงทำให้เมื่อดูเผินๆ แล้วดูใหญ่กว่าทั้ง 3 พีระมิด แต่ความจริงแล้วมีขนาดความสูงและฐานที่แคบกว่าพีระมิคูฟู จุดเด่นของพีระมิดคาเฟรคือ ยังคงมีชั้นหินปูนขัดมันอยู่ที่ส่วนยอดของพีระมิดหลงเหลืออยู่ ในขณะที่อีก 2 พีระมิดไม่เหลือชั้นหินปูนขัดมันอยู่แล้ว

และสุดท้ายคือ พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) มีขนาดเล็ก และมีอายุน้อยที่สุดในหมู่พีระมิดทั้ง 3 มีความสูงเพียง 230 ฟุตเท่านั้น สาเหตุที่สร้างพีระมิดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเก็บรักษาพระศพของราชวงศ์กษัตริย์  และรอการฟื้นคืนชีพตามความเชื่อของชาวอียิปต์สมัยก่อนนั่นเอง! ซึ่งเป็นต้นแบบของมัมมี่ในหนัง

  1. มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza)

หรือ สฟิงซ์ ตำนานที่มีชื่อเสียงของอียิปต์ เอเชีย และกรีก ในตำนานกล่าวไว้ว่า สฟิงซ์คือ สิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายเป็นสิงโต มีศีรษะเป็นมนุษย์  โดยชาวอียิปต์เชื่อกันว่าสฟิงซ์คือ ผู้พิทักษ์ฝ่ายวิญญาณ

ส่วนมหาสฟิงซ์แห่งกีซ่านั้น ชาวอียิปต์เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้า ดูแลสมบัติ ภายในพีระมิด อีกทั้งยังคอยขจัดวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารบกวน หรือวุ่นวายกับพระศพอีกด้วย

มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า ทำมาจากการแกะสลักรูปจากก้อนหินเพียงก้อนเดียว ส่วนศีรษะที่เป็นมนุษย์กว้างประมาณ 14 ฟุต และขนาดของตัวที่เป็นสิงโตมีความยาวมากกว่า 240 ฟุต จากขนาดที่กล่าวมานั้น ทำให้มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า กลายเป็นรูปแกะสลักจากก้อนหินเพียงก้อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

     3.    มหาวิหารอาบูซิมเบล (Abu Simbel Temples)

สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากเป็นอันดับสองของอียิปต์ ต้องยกให้กับ มหาวิหารอาบูซิมเบล(Abu Simbel Temples) วิหารหินขนาดมหึมา ที่ได้รับมอบให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ ตั้งอยู่บนพรมแดนของประเทศอียิปต์กับซูดานถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในรัชกาลของ Ramesses II เมื่อราวๆ 1,224 ปีก่อนคริสตศักราช เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของอียิปต์ที่ชนะนิวเบียในสมรภูมิแห่งคาเดส

วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นจากการเจาะสกัดภูเขาสองลูก แบ่งออกเป็น วิหาร 2 หลัง คือวิหารที่สร้างขึ้น เพื่อองค์ฟาโรห์รามเสสที่สอง และพระมเหสีของพระองค์เอง จุดเด่นของวิหารแห่งนี้คือ รูปแกะสลักองค์ฟาโรห์รามเลสที่นั่งประทับอยู่บนบัลลังก์หน้าวิหารถึงสี่องค์ แต่ละองค์มีความสูง 20 เมตร

     4.    หุบเขากษัตริย์ และ สุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (Valley of the Kings and King Tutankhamun)

ถ้าพูดถึงหุบเขาหลายๆ คน คงนึกถึงหุบเขาที่มีดอกไม้และธรรมชาติที่สวยงาม แต่ไม่ใช่กับหุบเขาแห่งนี้แน่ๆ เพราะหุบเขาที่เรากำลังจะพาไปเช็คอินคือ หุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ตรงข้ามกับเมืองธีปส์ หรือเมืองลักซอร์ในปัจจุบัน หุบเขากษัตริย์เป็นหุบเขาที่มีหลุมฝังศพถึง 63 หลุม! แต่ละหลุมจะมีห้องขนาดใหญ่ และเล็กต่างกันไป มีความซับซ้อนมากกว่า 120 ห้อง ที่นี่คือหลุมฝังศพของเหล่ากษัตริย์ และราชวงศ์ของอียิปต์โบราณ ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18 ถึง 20 เป็นอีกสถานที่ที่เก่าแก่ และโบราณมากเลยทีเดียว

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หุบเขาแห่งนี้มีชื่อเสียงมากๆ คือ การค้นพบสุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน (King Tutankhamun) ในปีค.ศ. 1922 ที่ทำให้ผู้ค้นพบถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กันทีเดียวเพราะในนั้นมีสมบัติมากมายมหาศาลที่ถูกเก็บไว้ภายในห้องของสุสาน แต่สิ่งที่ล้ำค่ามากกว่าสมบัติคือ การที่ค้นพบมัมมี่พระศพของฟาโรห์ทุตอังค์อามุน ซึ่งถูกบรรจุไว้ในตู้ทองคำถึง 4 ชั้นเลยทีเดียว!

เมื่อเจอโลงพระศพหินแล้วยังเจอโลงพระศพที่มีรูปร่างคนถูกประดับด้วยทองอีก 3 ชั้น และเมื่อเปิดออกถึงจะเจอมัมมี่พระศพของฟาโรห์ทุตอังค์อามุน แล้วยังพบหน้ากากทองคำที่จำลองแบบพระพักตร์ของพระองค์ไว้อีกด้วย เมื่อเปิดหน้ากากออกจึงพบพระพักตร์ของพระองค์ มัมมี่ที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดเลยหน้ากากทองคำของพระองค์แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของยุคทองในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่นักสำรวจกลุ่มแรกหวังแค่ขุมทรัพย์เท่านั้น ทำให้ตัดสินใจเลาะหน้ากากออกจากพระพักตร์ของพระองค์!

ฟาโรห์ทุตอังค์อามุนมีชื่อเสียงมากเรื่องคำสาปของฟาโรห์ เนื่องจากเหนือสุสานมีข้อความอียิปต์โบราณเขียนไว้แปลได้ว่า ‘มัจจุราชจะมาสู่ผู้ซึ่งรบกวนการบรรทมของฟาโรห์’ และหลังการเปิดสุสานของพระองค์ มีผู้เกี่ยวข้องในการเปิดเสียชีวิตไปกว่า 22 คนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นเพราะคำสาปขององค์ฟาโรห์

  1. วิหารคานัค (Karnak Temple Complex)

วิหารคานัค(Karnak Temple Complex) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่สุดในอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลักซอร์เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นสถานที่ทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วยจ้า วิหารคานัคได้ชื่อว่าเป็นวิหารที่สวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอียิปต์ วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการถวายแด่เทพเจ้าอะมอนรา(สุริยะเทพ) และเพื่อเป็นที่จัดพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ

วิหารคานัคเป็นวิหารกลางแจ้งที่มีกำแพงสูงทึบขนาดใหญ่สูงกว่า 1,000 ฟุต ทางเข้าวิหารเต็มไปด้วยหินแกะสลักของสฟิงซ์หัวแกะที่หมอบอยู่ตลอดสองข้างทาง วิหารคานัคประกอบไปด้วย 3 วิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยมีวิหารเทพอะมอนราตั้งอยู่ตรงกลาง มีสถาปัตยกรรมของฟาโรห์มากมายหลายยุคเป็นองค์ประกอบ  ต่อมาคือวิหารเทพมอนดู ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และสุดท้ายคือวิหารเทวีมัต

นอกจากนี้ด้านในยังมี Great Hypostyle Hall เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ถึง 65,000 ตารางฟุต มีเสาไฮโปสไตล์สูง 70 ฟุต ต้องใช้คนถึง 12 คน ถึงจะโอบเสานี้รอบ  ไม่ได้มีแค่ต้นเดียวนะจ๊ะ เพราะเสาขนาดยักษ์นี้มีถึง 134 ต้นเลยทีเดียว! ยิ่งพอตกเย็นก็จะมีการเปิดไฟโดยรอบวิหาร ทำให้บรรยากาศช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืนสวยงามมากๆ เลยจ้า

    6. เที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum)

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพิพิธภัณฑ์อียิปต์ หรือพิพิธภัณฑ์ไคโรในกรุงไคโรประเทศอียิปต์ เป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณ ของล้ำค่ามากมายของอียิปต์ โดยรวบรวมไว้หลากหลายยุคสมัยด้วยกัน มีจำนวนกว่า 120,000 รายการ น่าจะต้องเดินเที่ยวชมตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยจ้า เพราะเยอะมากจริงๆ นะ

ของที่จัดแสดงก็ไม่ใช่ว่าจะหาดูที่ไหนได้ง่ายๆเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากทองคำที่ไม่ได้เป็นเพียงหน้ากากธรรมดา แต่เป็นหน้ากากที่เชื่อกันว่าเป็นของ King Tutankhamen  หน้ากากที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ปี ตัวหน้ากากถูกเลาะออกมาจากพระพักตร์ขององค์ฟาโรห์เมื่อครั้งค้นพบสุสานฟาโรห์ทุตอังค์อามุน มีน้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม และยังเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณทั่วโลกด้วยนะ

รวมถึงโลงศพที่ทำมาจากทองคำแท้หนัก 110 กิโล! ที่บรรจุมัมมี่ในรูปแบบของการบรรทมไว้ ตัวโลงถูกสลักเป็นเทพโอซิริส ซึ่งสัญลักษณ์ของฟาโรห์ อบพระศอทรงสร้อย 2 ชั้นถูกทำขึ้นด้วยทองสีแดง และเหลือง พระหัตถ์มีลักษณะไขว้อยู่บนพระอุระ ทรงกุมแส้ และพระคทาหัวขอ ส่วนผิวหน้าโลงที่เป็นทองคำทั้งหมดจะมีการสลักเป็นลวดลายขนนก ประดับไปด้วยอัญมณีที่งดงามมากๆ เลยค่ะ

หรือจะเป็นการชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อของโลก ชมห้องมัมมี่ 11 กษัตริย์  รวมถึงการจัดแสดงเครื่องประดับที่ได้ชื่อว่าเป็นการจัดแสดงที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีทั้งงาช้าง และกำไลทองที่ถูกกู้คืนมาจากหลุมฝังศพของ Tutankhamen  และอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถหาดูได้แค่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เท่านั้น!!!

    7.    เที่ยวเมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria)

เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในภาคเหนือของอียิปต์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 331 โดย Alexander the Great เป็นที่รู้จักมากที่สุดในสมัยโบราณ และเป็นที่ตั้งของ Pharos ประภาคารที่ยิ่งใหญ่ ถูกนับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกโบราณอีกด้วย เมืองนี้เป็นเมืองที่มีเขตสาธารณะที่สวยมากๆ รวมถึงพระราชวังซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดอีกด้วย ไปที่นี่ต้องพกกล้องไปถ่ายภาพสักแชะแล้วล่ะ

 

ต้องบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ทางเราแนะนำนั้นบางแห่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณ ทำให้อียิปต์นั้น เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ควรค่าแก่การละลายทรัพย์ไปเที่ยวอย่างยิ่ง ถ้าใครชอบท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ ลึกลับซ่อนเร้น และมีความอลังการ ต้องที่อียิปต์เลยจ้า เก็บกระเป๋าโลดดดดดดดดด!!!!

 

Reated post:

reated-img
“สกุลเงิน” ของประเทศต่างๆ
reated-img
8 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวประเทศตุรกี แดนสวรรค์ต้องมนต์
reated-img
อียิปต์ ประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ ที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ลึกลับ สัมผัส 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

About Author

client-photo-1
gtt-admin