วันเดินทาง
29 ธ.ค. - 6 ม.ค. 61
สายการบิน


อิหร่าน 9 วัน

  • ตามรอยอารยธรรมเปอร์เซีย บนดินแดนแห่งความยิ่งใหญ่ของเปอร์เซีย

อิหร่าน มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 6,000 ปีมาแล้ว ที่รู้จักกันดีในนามของอาณาจักรเปอร์เซียดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นอารยะธรรมโบราณอีกแห่งหนึ่งในดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำไทกริส และยูเฟรตีส ซึ่งอยู่ในประเทศอิรักและอิหร่านในปัจจุบัน ในอดีตจักรวรรดินี้ได้ถูกปกครองมาโดยหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ เคยมีอาณาเขตตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำสินธุในเอเชีย ไปจรดทะเลอีเจียนของกรีซในยุโรป และอียิปต์ในอัฟริกา ชมความสวยงามของดินแดนที่ได้ชื่อว่าเปอร์เซีย ซึ่งเป็นอารยะธรรมเก่าแก่ของโลก สัมผัสกับเมืองหลวงเตหะรานที่สวยงามเป็นอันดับหนึ่ง ยาซ์ดเมืองแห่งโซโรแอสเตอร์ และชีราช ที่มีความสวยงามเป็นอันดับสี่ และอดีตเมืองหลวง อีสฟาฮาน ที่มีความสวยงามเป็นอันดับสาม

เตหะราน-ชีราซ-บันดาร์ อับบาส-บาม-เคอร์มาน-ยาซ์ด-อีสฟาฮาน-อับยาเน่ห์-คาชาน

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ-เตหะราน
  • 12.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบิน ไทย ชั้น 4 แถว H-J ประตู 4
  • 15.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเตหะราน โดยสายการบิน ไทย เที่ยวบินที่ TG 527 (ใช้เวลาบินประมาณ 7.30 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
  • 19.30 น. เดินทางถึงสนามบินโคไมนี่ กรุงเตหะราน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก ระหว่างทางบริการอาหารกล่อง (SNACK BOX)
  • พักที่  ENGHELAB HOTEL หรือ FERDOWSI HOTEL หรือเทียบเท่า
2

Day 2

เตหะราน/พิพิธภัณฑ์-พระราชวังโกเลสตาน -ชีราซ
  • 08.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 09.30 น. นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของ กรุงเตหะราน (Tehran) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเทือกเขาอัลโบร์ช ที่พาดผ่านจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังตะวันออก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณหนึ่งพันเมตร ได้ถูกสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.900 จากหมู่บ้านเล็กๆ และได้ถูกพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองมีการตบแต่งปลูกต้นไม้ให้ดูสวยงามมาโดยตลอดทุกรัชสมัย นำท่านเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum) ที่มีชื่อเสียงซึ่งได้เก็บสะสมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากทั่วทุกแห่งในอิหร่าน ถูกนำมารวมกันไว้ที่นี่ และที่สำคัญที่สุดสิ่งของเครื่องใช้ในราชวงศ์ของอะคาเมนิดที่ย้อนอดีตไปถึง 2,600 ปี พร้อมกันนั้นยังได้แสดงถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรเปอร์เซียในอดีตอีกด้วย จากนั้น นำท่านไปชม พระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace) หรือพระราชวังสวนกุหลาบ เป็นพระราชวังที่สร้างอยู่กลางเมือง เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าประมาณ 400 กว่าปี ประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ 12 อาคาร ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราชวงศ์ซาฟาวิดโดยกษัตริย์ทาห์มาส์พ ต่อมาได้ถูกปรับปรุงโดยกษัตริย์คาริม ข่าน ซานด์ และกษัตริย์อะกา โมฮัมต์ข่าน กอจาร์ ซึ่งได้เลือกเตหะรานเป็นเมืองหลวง จึงได้สร้างต่อเติมให้เป็นพระราชวังที่มีความสวยงามมาจนถึงทุกวันนี้
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรพลอย (National Jewels Museum) สถานที่แห่งนี้ถูกดูแลรักษาและการบริหารงานอย่างเข้มงวดโดยธนาคารชาติของอิหร่าน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเงินทองและเครื่องประดับ อัญมณี เพชรพลอย ไข่มุก อันล้ำค่ามากมายเกินกว่าจะประมาณราคา ซึ่งมีของที่สำคัญต่างๆ หลายอย่าง เช่น เพชรสีชมพู (Darya e Noor/Sea of Light) เป็นเพชรสีชมพูที่เม็ดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็น 1 ใน 5 ของโลก มีน้ำหนักถึง 182 การัต ลูกโลก (Global of Jewel) ที่ประดับด้วยอัญมณีเพชรนิลจินดา 51,366 ชิ้น ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 18,200 การัต พระราชบัลลังก์ฯ (Naderi Shah Throne) เป็นของกษัตริย์นาเดรี ซาห์ ที่ทรงสั่งให้สร้างมีความสูง 2.25 เมตร ประดับด้วยเพชรนิลจินดามากกว่า 26,000 ชิ้น มงกุฎเกียนี (Kiani Crown) ซึ่งทำขึ้นในราชวงศ์ของฟาทห์ อาลี ซาฮ์ ที่ขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ.1797-1834 ทำด้วยไข่มุกและอัญมณีที่มีค่าอีกมากมายรวมแล้วมีน้ำหนัก 4.5 กก. และมงกุฎปาห์ ลาวี (Pahlavi Crown) ถูกทำขึ้นในปี ค.ศ.1925 ตอนที่ขึ้นครองราชย์และนอกจากนั้นยังมี เครื่องประดับต่างๆ อีกมากมายที่สุดจะประเมินค่าฯ ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย แลกเปลี่ยนเงินตราของอิหร่าน (1เหรียญ สหรัฐ มีค่าประมาณ 32,370 รีล)
  • 16.30 น. นำท่านออกเดินทางไปสนามบินเมราห์บัด เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 18.10 น. ออกเดินทางจาก เตหะราน สู่เมืองชีราซ โดยสายการบิน Iran Aseman Airlines เที่ยวบินที่ EP-1356
  • 19.45 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองชีราซ/เมืองชีราซ ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฟาร์ส
  • 20.00 น. นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม
  • พักที่  ELIZEH HOTEL หรือ SETAREGAN HOTEL เทียบเท่า
3

Day 3

ชีราซ-มาร์พดาสท์/เปอร์เซโพลิส-ชีราซ
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านชม เมืองชีราซ (Shiraz) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฟาร์ส ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเทือกเขาซาโกรซอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร เมืองนี้มีความสำคัญต่อชาวอิหร่าน เพราะในอดีตเป็นต้นกำเนิดของชาวเปอร์เซีย และยังเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดที่มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครเปอร์เซโพลิส ของเปอร์เซียโบราณ จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมาร์พดาสท์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง ชีราซไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 60 กม. เป็นที่ตั้งของนครเปอร์เซโพลิส (Persepolis) ในอดีตสถานที่นี้ได้เป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซีย และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979 ให้ท่านได้ ชมโบราณสถานที่สร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราช ก่อนคริสตกาลประมาณ 520 ปี จนถึงรัชสมัยของดาริอุสที่ 3 ซึ่งได้ถูกก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมมาตลอดระยะเวลา 200 ปี นครแห่งนี้เป็นป้อมปราการ และนครศูนย์กลางที่ประกอบด้วยราชวังต่างๆ ห้องโถงใหญ่ ที่เก็บทรัพย์สมบัติ ที่เก็บสิ่งของมีค่าต่างๆ ที่มีความสำคัญที่สุด แต่ในปี ค.ศ. 330 ก่อนคริสตกาล ได้ถูกกองทัพ ของอเล็กซานเดอร์มหาราช บุกเข้าทำลายเผาผลาญจนพินาศไป เหลือแต่ซากปรักหักพังไว้ให้ชม จากนั้น นำท่านไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสุสานที่ฝังศพของกษัตริย์ 4 องค์ เนโครโพลิส(Necropolis) ให้ท่านได้ชมสถาปัตยกรรมที่เด่นในการแกะสลักบนผาหิน และที่สำคัญเป็นสุสานของษัตริย์ ดาริอุสที่ 1 และกษัตริย์องค์ต่อๆมาอีก 3 พระองค์ ซึ่งเคยปกครองนครเปอร์ เซโพลิสมาก่อน
  • 11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองชีราซ นำท่านไปชม สุเหร่าสีชมพู (Pink Mosque) หรือมีชื่อว่า Nasir al Molk Mosque ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่มีความสวยงามและสำคัญที่สุดของอิหร่านตอนใต้ เอกลักษณ์ของสุเหร่านี้ คือ ส่วนต่างๆจะถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีชมพู ถูกสร้างขึ้นโดย มีร์ซา ฮาซาน อลี นาซีร์ อัลมอล์ค ในปี ค.ศ.1876 และสำเร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ. 1887 นำท่านไปชม สวนอีแรม (Eram Garden/ Garden of Paradise) สวนที่สวยงามราวกับสวนสวรรค์ เป็นสวนที่ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด เป็นการจัดสวนแบบเปอร์เซียที่งดงามยิ่ง ภายในสวนยังมีตำหนักเก่าของผู้ปกครองเมืองชีราซ ราชวงศ์กอจาร์(Qajars) สร้างโดย ข่านโมฮัมหมัด อาลี เมื่อต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งทิ้งร่องรอยแห่งความสวยงามไว้จนกระทั่งปัจจุบัน ชม สวนนาเรนเจสตาน (Narenjestan Garden) ซึ่งเป็นสวนที่สวยอีกแห่งของชีราช ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของเจ้าเมืองในอดีต ส่วนอีกด้านหนึ่งยังมีการตกแต่ง ภายในและมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของบุคคลที่สำคัญในอดีตของเปอร์เซีย นำท่านไปชม ที่ฝังศพฮาเฟซ (Mausoleum of Hafez) ซึ่งมีชื่อเต็มว่า ซัมซุดดิน มูฮัมหมัด ฮาเฟซ เป็นกวีเอกที่มีชื่อเสียง เกิดที่เมืองชีราซเมื่อปี ค.ศ.1324 และเสียชีวิตเมื่อปีค.ศ. 1391 ฮาเฟซมีความสามารถในการแต่งบทกวีที่ได้ความไพเราะ ที่เข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน และแต่งกวีที่ใช้คำง่ายๆขึ้นมาให้เป็นคติสอนคนให้เป็นคนดี อนุสรณ์สถานที่ฝังศพของนักกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สร้างได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1936-1938 เพื่อให้เป็นที่รำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน นำท่านไปชม ป้อมคาริม ข่าน (Karim Khan Fort) ที่คาริม ข่านได้สั่งให้สร้างที่พักอาศัย และเป็นศูนย์กลางการบริหารงานขึ้นที่ใจกลางเมือง ที่พักอาศัยนี้ถูกออกแบบมีลักษณะเหมือนป้อม มีพื้นที่ประมาณ 12,800 ตรม. มีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ภายในยังตกแต่งด้วยต้นไม้เพื่อให้มีความร่มรื่น ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากที่ ตลาดวากิลบาซาร์ (Vakil Bazaar) เป็นตลาดบาซาร์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณดาร์บ อี ชาห์ซาเดห์ ซึ่งอยู่ใกล้กับมัสยิดวาคิล ภายในจะมีสินค้าหลายอย่างรวมทั้งเครื่องเทศต่างๆ มากมาย
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร/ โรงแรม
  • พักที่ ELIZEH HOTEL หรือ SETAREGAN HOTEL เทียบเท่า
4

Day 4

ชีราซ-บันดาร์ อับบาส – มิน๊าบ-จีร๊อฟ-บาม
  • 04.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองบันดาร์ อับบาส
  • 06.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบันดาร์ อับบาส โดยสายการบิน Iran Aseman Airlines เที่ยวบินที่ EP-3797
  • 07.35 น. เดินทางถึง เมืองบันดาร์ อับบาส เมืองบันดาร์ อับบาส เป็นศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฮอร์มุซกาน ตั้งอยู่ทางด้านบริเวณริมทะเลในอ่าวเปอร์เซีย พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบเชิงเขาและเป็นบริเวณปลายสุดของเทือกเขาซาโกรซ ที่ยาวพาดผ่านจากทางตะวันตกเฉียงเหนือจนถึงตะวันออกเฉียงใต้ และจังหวัดนี้มีชื่อเสียงในด้านทำการประมง การค้า และอุตสาหกรรม นำท่านชมความสวยงามของเมือง ที่เป็นท่าเรืออยู่บริเวณริมอ่าวเปอร์เซีย จากการที่กษัตริย์ชาห์ อับบาสมหาราช ได้เข้ามามีบทบาทในด้านการวางแผนบริหารงานที่เมืองท่าแห่งนี้ ซึ่งในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ และต่อมาพวกโปรตุเกสได้เลือกที่แห่งนี้สำหรับเป็นที่ขนถ่ายสินค้าเข้าไปยังตัวเมือง และต่อมาพวกอังกฤษได้เข้ามายังท่าเรือแห่งนี้ และได้ทำการช่วยเหลือกษัตริย์ชาห์ อับบาส ทำการขับไล่พวกโปรตุเกสออกไป และต่อมาจึงได้ถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแด่ท่าน นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมีน๊าบ (Minab) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 100 กม. เมืองมีน๊าบ ตั้งอยู่ในจังหวัดฮอร์มุซกาน (Hormozgan) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศที่ติดกับอ่าวเปอร์เซีย เมืองมีนาบมีชื่อเสียงทางด้านการประมงในการจับปลา และกุ้งเล็ก และยังมีชื่อเสียงในการเพาะปลูกต้นอินทผลัมและมะม่วง ชาวเมืองนี้มีวัฒนธรรมเป็นของตนเองมานานแล้ว เช่น การพูดและแต่งกายโดยเฉพาะสตรีซึ่งมีการปิดหน้าด้วยหน้ากากหลากสี ที่ส่วนมากจะเป็นสีแดงเข้มและแดงสด ที่เรียกว่า เบอร์ก้า (Burqa) เพื่อเป็นไปตามวัฒนธรรมและการปกปิดใบหน้า ซึ่งนอกเหนือไปจากการแต่งกายตามปกติ ที่คลุมร่างกายด้วยชุดชาดอร์ที่มีสีดำ ซึ่งการแต่งกายและปกปิดใบหน้าแบบนี้ ได้เกิดขึ้นในสมัยที่พวกโปรตุเกสได้เคยเข้ามาปกครองในบริเวณนี้ สำหรับคนแปลกหน้าแล้วจะไม่ให้มีการถ่ายรูปของพวกตนเป็นอันขาด อิสระให้ท่านช๊อปปิ้งที่ ตลาดมีน๊าบ (Minab Bazaar) นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองจีร๊อฟ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในจัง หวัดเคอร์มาน ระยะทางห่างประมาณ 180 กม. เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 95,000 คน ตั้งอยู่ในที่ราบริมฝั่งแม่น่ำฮาลิล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม อุดมสมบูรณ์สำหรับการเกษตร
  • เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองบาม (Bam) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 40 กม. เมืองบาม (Bam) มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 97,000 คน บ้านเมืองซึ่งมีอายุเก่าแก่ ย้อนไปเมื่อ 2,000 ปีล่วงมาแล้ว ถูกเริ่มสร้างโดยราชวงศ์ปาร์เทียน และต่อมาได้ถูกขยายเพิ่มเติมในราชวงศ์ซาฟาวิด จากนั้นได้ถูกปล่อยให้รกร้าง หลังจากได้ถูกรุกรานจากพวกอัฟกัน ในปี ค.ศ.1722 ต่อมาก็ได้มีการปรับปรุงให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ ค.ศ.2003 ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายเป็นอันมาก รวมทั้งตัวซิตาเดลด้วย และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 2004 นำท่านชม ซิตาเดล บาม (Citadel Bam) ถูกก่อสร้างจากดินเหนียวตากแห้งผสมกับฟาง พื้นที่ของซิตาเดลมีความกว้างประมาณ 180,000 ตรม. มีส่วนที่เป็นกำแพง ซึ่งมีความสูงถึง 7 เมตร และยาวประมาณ 1,815 เมตร ยังมีหอคอยใหญ่อีก 2 หอ การออกแบบและการก่อสร้างซิตาเดลนี้ แสดงถึง ความฉลาดและสามารถของคนในสมัยนั้น เพื่อให้เห็นว่าสิ่งก่อสร้างนี้สามารถทำสำเร็จและสวยงามตามความต้องการ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ MEHMANSARA JAHANGARDI BAM HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5

บาม-เคอร์มาน-ยาซ์ด
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเคอร์มาน (Kerman) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ระยะห่างประมาณ 180 กม. ให้ท่านได้ ชมความสวยงามของเมืองเคอร์มาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดเคอร์มาน มีส่วนหนึ่งอยู่บนเทือกเขาสูงจากระดับน้ำ ทะเลประมาณ 1,750 เมตร และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในแถบทะเลทรายลุท เคอร์มานได้ถูกจัดว่าเป็นเมืองที่มีประวัติความเก่าแก่เมืองหนึ่ง สร้างขึ้นมาได้ประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ภายหลังจากศตวรรษที่ 7 ได้ถูกปกครองจากพวกเติร์กเมน อาหรับ และ มองโกล จากนั้นก็ได้มีการขยายเมืองและความเจริญรุ่งเรือง โดยการปกครองของราชวงศ์ของซาฟาวิด นำท่านชมความสวยงามของเมืองเคอร์มาน ชมความสวยงามของพระราชวังและอนุสรณ์สถานที่ฝังศพ ให้ท่านได้ชม พระราชวังและสวน ที่รู้จักกันดีในนามของ Bagh e Shahzadeh ซึ่งถูกสร้างในราชวงศ์กอจาร์ ในศตวรรษที่ 19 เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อับดุล ฮุสเซน ฟาร์มันฟาร์มา และบริเวณสวนยังมีน้ำพุที่ตกแต่งอย่างสวยงาม จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองยาซ์ด (Yazd) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 340 กม. ระหว่างทางให้ท่านได้ ชมความงดงามของทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยทะเลทราย และภูเขา อีกทั้งสถานที่โบราณที่กองคาราวาน ได้เคยมาพักอาศัยในระหว่างการเดินทางผ่านเส้นทางสายไหมไปยังสถานที่อื่นๆ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร เดินทางมาถึง เมืองยาซ์ด ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดยาซ์ด ที่ตั้งอยู่ทางใต้ในเขตทะเลทรายคาวีร์ และได้ชื่อว่าเป็น ไข่มุกแห่งทะเลทราย (The Pearl of Desert) นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของ เมืองยาซด์ (Yazd) ในสมัยดั้งเดิมประมาณ 3,000 ปี เคยเป็นส่วนหนึ่งของมีดีสด้วย จนกระทั่งในสมัยของอะคาเมนิดส์ จากประวัติศาสตร์การปกครองที่ผ่านมา มีการส่งกองกำลังเข้ายึดและทำลายบ้านเมืองให้เสียหาย แต่เนื่องจากเมืองยาซ์ดได้ตั้งอยู่ไกล และมี สิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ จึงทำให้รอดพ้นจากความเสียหาย และไม่มีอันตรายจากการโจมตีของข้าศึก จึงทำให้เมืองยาซ์ดยังคงไว้ซึ่งสิ่งที่เป็นศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมมาจนถึงทุกวันนี้ ในสมัยของอเล็กซานเดอร์มหาราช ได้เคยสร้างเป็น คุกสำหรับขังนักโทษ (Alexander’s Prison) คนสำคัญของพวกเปอร์เซียไว้ที่นี่ และต่อมาภายหลังได้กลายเป็นเมืองที่มีคนอยู่อาศัยอย่างถาวร ตัวเมืองและสิ่งก่อสร้างที่เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยในทะเลทราย โดยมีการสร้างห้องใต้ดิน เพื่อหลบลมร้อนซึ่งได้ผลดีและเหมาะสมกว่าใช้เครื่องปรับอากาศ นำท่านไปชม มัสยิดจาเม (Jame s Mosque) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์ของราชวงศ์ อัล อี บูเยห์ และได้ถูกขยายได้ใหญ่ขึ้นในปี ค.ศ.1324-1365 และยังมีเสามินาเรท์คู่ของสุเหร่าที่สูงที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นในอิหร่าน ภายในยังถูกตกแต่งให้สวยงามในสถาปัตยกรรมของเปอร์เซีย และสถานที่แห่งนี้ยังคงถูกใช้ประกอบพิธีมาจนทุกวันนี้ นำท่านไปชม หอคอยแห่งความเงียบ (Silent Tower) ที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลทราย และภูเขาทางด้านใต้ของเมืองยาซ์ด ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเปอร์เซียโบราณนับถือพระเจ้าอะฮูรา มาสดาในศาสนาโซโรแอสเตียน เพราะมีความเชื่อว่าคนที่ตายไปแล้วไม่ควรที่จะนำไปฝัง แต่ต้องนำศพมายังสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้พระทำพิธีและนำศพนั้นไปยังหอคอยเพื่อให้นกแร้งได้จิกกินเนื้อจนเหลือแต่กระดูกที่สะอาด แล้วจึงนำไปฝังหรือเก็บใส่ในสุสานที่ได้จัดเตรียมไว้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก
  • พักที่ MOSHIR AL MAMALEK HOTEL หรือ LALEH HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6

ยาซ์ด-อีสฟาฮาน
  • 07.30 น รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านไปชม วิหารของลัทธิบูชาไฟ(Fire Temple) ของศาสนาโซโรแอสเตอร์ ซึ่งในอดีตได้เคยเป็นศาสนาประจำชาติ ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามา ในวิหารจะมีกระถางไฟที่ติดลุกโชนอยู่ตลอดเวลา โดยจะมีพระคอยดูแล และทุกๆปี จะมีการเฉลิมฉลองกันที่ในวิหารแห่งนี้ นำท่านไปชม อนุสรณ์สถาน อาเมียร์ เช็คห์แมก (Amir Chakhmaq Monument) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่เป็นจัตุรัสอยู่กลางเมือง ถูกสร้างขึ้นโดยจาดิน อัล อาเมียร์ เช็คห์แมก ในขณะที่ท่านเป็นผู้ว่าการของยาซ์ดในสมัยของราชวงศ์ตีมูร์ สถานที่แห่งนี้มีรูปแบบและการออกแบบที่เข้ากับความสวยงามซึ่งมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง และยังมีมัสยิดที่มีชื่อเดียวกันถูกสร้างอย่างสวยงาม นอกจากนั้นยังมีที่พักของคนเดินทางคาราวานซาราย มีที่อาบน้ำและมีน้ำเย็นสำหรับดื่ม เมื่อเวลาพลบค่ำก็จะมีแสงสีส้มที่สวยงามที่ออกมาจากส่วนโค้งข้างในมัสยิด ซึ่งทำให้เป็นภาพที่น่าตื่นเต้น
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้น นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองอีสฟาฮาน (Isfahan) ที่เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฯ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 130 กม.
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก
  • พักที่ PIROOZI HOTEL หรือ ASEMAN HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7

อีสฟาฮาน/วิหารแว้ง-จัตุรัสอิหม่าม
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของ เมืองอีสฟาฮาน (Isfahan) ซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่ง ศูนย์กลางการค้าขาย อุตสาหกรรม ศูนย์กลางของวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม วรรณกรรม และวิทยาการ จนถึงขั้นเจริญสูงสุดในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะการทอพรมเปอร์เซีย การประดิษฐ์อักษรภาพอิสลามอันแสนวิจิตรสวยงามแบบเปอร์เซีย นำท่านไปชม สะพานคาจู (Khaju Bridge) ซึ่งถูกสร้างได้สวยงามตามแบบที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดมาก่อน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1650 โดยกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 2 ที่มีความกว้าง 12 เมตร และยาวถึง 132 เมตร เพื่อสำหรับข้ามแม่น้ำซายันเดห์ ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเขื่อนด้วย จากนั้น นำท่านไปชม สะพานอัลลาห์เวอร์ดี ข่าน หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีโอ เซโปล (Sio Sepol) เป็นสะพานที่ถูกสร้างในสมัยกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 1 ในปี ค.ศ.1599 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1602 ซึ่งถูกสร้างให้เป็นสะพานที่มีความสวยงามสำหรับข้ามแม่น้ำซายันเดห์ มีความกว้าง 14 เมตร และมีความยาวถึง 360 เมตร ตลอดสองข้างทางของสะพานจะมีการตกแต่งเป็นทางเดินที่สวยงามและฐานด้านล่างถูกสร้างเป็นส่วนโค้ง 33 โค้ง จากนั้น ออกเดินทางไปยัง ชุมชนของชาวอาร์เมเนียน ชมความสวยงามของวิหารแวงค์ (Vank Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวอาร์เมเนียนที่นับถือศาสนาคริสต์ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1655 ในรูปแบบผสมผสานศิลปะของยุโรปและของเปอร์เซีย พร้อมกับชม พิพิธภัณฑ์ของโบสถ์ ซึ่งจะแสดงเกี่ยวกับหนังสือฯ เครื่องแต่งกาย ประวัติศาสตร์ความเป็นมา และที่สำคัญที่สุดคือ การแกะสลักตัวอักษรบนเส้นผม
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านไปชม พระราชวังเชเหล โชตุน (Chehel Sotun Palace) หรือ วัง 40 เสา ซึ่งความจริงแล้วมีเสาเพียง 20 ต้นเท่านั้น แต่เมื่อมองผ่านเข้ามาทางสระน้ำหน้าวังจะเป็นเงาในน้ำอีก 20 ต้น ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1614 โดยสถาปนิก ชื่อ ชีคห์ บาไฮ พื้นที่ของพระราชวังประมาณ 67,000 ตรม. ด้านหน้ามีสระน้ำมีความยาว 100 เมตร และกว้าง 16 เมตร และตัวพระราชวัง 2 ชั้นสูง 15 เมตร มีการแกะสลักลวดลายประตูหน้าต่างที่สวยงาม และล้อมรอบไปด้วยสวนดอกไม้ที่เขียวชอุ่มเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์และนางสนมต่อมาใช้เป็นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ ซึ่งต่อมาก็ได้ถูกต่อเติมโดยกษัตริย์ชาห์ อับบาส ที่ 2 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1647 จากนั้น นำท่านไปชม จัตุรัสอิหม่าม ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณแปดหมื่นกว่าตารางเมตร ที่มีความกว้างประมาณ 165 เมตร และมีความยาวประมาณ 510 เมตร ซึ่งมีสถาปนิก อาลี อัคบาร์ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างจัตุรัสแห่งนี้ เพื่อให้เป็นสถานที่สำคัญในด้านกิจการทหารและเล่นกีฬาโปโล นอกจากนั้นบริเวณรอบๆยังมีการตกแต่งเป็นรูปโดมที่สวยงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979 ชม พระราชวังอาลี คาปู (Ali Qapu Palace) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ ชาห์ อับบาสที่1 โดยมีการสร้างเพิ่มเติมจนมีทั้งหมด 6 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นได้ถูกตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมหลากหลายโดยฝีมือจิตรกรชั้นครูในสมัยนั้น พระราชวังฯแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับและรับรองฯ พร้อมกันนี้ชั้นบนสุดยังได้ตกแต่งเป็นห้องสำหรับฟังเพลงและเล่นดนตรี ชม มัสยิดชีคห์ ลอทฟอลลาห์ (Sheikh Lotfollah Mosque) ซึ่งสร้างโดยชาห์ อับบาสที่ 1 เช่นเดียวกันซึ่งจะใช้เป็นมัสยิดส่วนพระองค์และราชวงศ์เท่านั้น โดยเฉพาะตัวโดมซึ่งถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศ ชม มัสยิดอิหม่าม(Imam Mosque) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่ง หนึ่งของโลกถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1612 และสำเร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1638 โดยมียอดโดมสูงประมาณ 30 เมตร และมีเสามินาเรท์ที่มีความสูงประมาณ 40 เมตร ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากต่างๆที่บริเวณจัตุรัสแห่งนี้
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ PIROOZI HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8

อีสฟาฮาน-แอบยาเนห์-คาชาน
  • 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคาชาน (Kashan) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของอีสฟาฮาน ประมาณ 200 กม. เป็นเมืองในโอเอซิสที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ ระหว่างทาง ให้ท่านได้ชมความสวยงามของ หมู่บ้านแอบยาเนห์ (Abyaneh Village) ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 เมตร ซึ่งถูกสร้างอยู่บนเนินเขาคาร์คาส ชมความเป็นอยู่ของชุมชนหมู่บ้านเก่าแก่ที่ใช้อิฐดินดิบเป็นวัสดุในการสร้างบ้าน และยังคงสภาพเดิมที่เคยเป็นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-18 เมื่อสมัยก่อนนี้ ชาวเมืองนับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ ซึ่งต่อมาได้รับเอาศาสนาอิสลามเข้ามา และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2007
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองคาชาน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสวยงามในทะเลทราย หรือที่เรียกว่า โอเอซิส ที่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยต้นไม้ พันธุ์ดอกไม้ต่างๆ นำท่านไปเที่ยวชม สวนฟิน (Fin Garden) ซึ่งเป็นสวนที่อยู่ติดกับที่ราบเชิงเขาซาโกรซ ถูกสร้างขึ้นในราชวงศ์ซาฟาวิด โดย ชาห์ อับบาสที่ 1 ออกแบบให้เป็นสวนแบบเปอร์เซีย ภายในสวนได้ถูกตกแต่งด้วยน้ำพุ ที่เกิดจากแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีความดันจากน้ำใต้ดิน สามารถให้มีกำลังน้ำที่ไหลไปตามท่อต่างๆ และไหลไปหล่อเลี้ยงต้นไม้ต่างๆ ภายในสวนด้วย และยังมีวังอันสวยงามที่ถูกสร้างเป็น 2 ชั้นสำหรับเป็นที่ประทับ พร้อมกันนั้นก็มีห้องอาบน้ำและอบไอน้ำ จากนั้นไปชม โบรูเจอร์ดี เฮาส์ (Borujerdi Historical House) บ้านหรือคฤหาสน์หลังนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคาชาน ชื่อว่า ฮัจ เซเยส จาฟาร์ นาทานซี เพราะว่าได้ทำการส่งสินค้าออกไปยังเมืองบรูเจอร์ดี บ้านหลังนี้ได้ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1875 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 18 ปี ภายในประกอบไปด้วยสนามหญ้าที่ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้ และตัวบ้านมีลักษณะเป็นช่องลมเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทและหมุนเวียน อีกทั้งยังทำการตกแต่งลวดลายฝาผนังด้วยการแกะสลักปูนปั้นและทาสีให้มีความสวยงามตามแบบลักษณะของอิหร่านอีกด้วย ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่เมืองเตหะราน ระยะทางประมาณ 150 กม.
  • 18.00 น. รับประทานอาหารว่าง (อาหารกล่อง/แซนด์วิช) นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบินโคไมนี เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 22.00 น. ออกเดินทางจาก เตหะราน สู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน ไทย เที่ยวบินที่ TG 528 (รับประทานอาหาร และพักผ่อนบนเครื่องบิน)
9

Day 9

กรุงเทพฯ /สุวรรณภูมิ
  • 06.55 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
29 ธ.ค. - 6 ม.ค. 61
สายการบิน

อิหร่าน 9 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เตหะราน-กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย ชั้นประหยัด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 6 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 2 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิหร่าน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 7 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 56 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 2 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 16 USD
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข 
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 35 mm x 45 mm หรือ 1.5 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 11 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
29 ธ.ค. - 6 ม.ค. 61
สายการบิน