วันเดินทาง
18 - 26 กันยายน 2561 04 – 12 ธันวาคม 2561 25 ธันวาคม 2561 – 02 มกราคม 2562
สายการบิน


อาร์เมเนีย เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลทางตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัสน้อย เป็นเทือกเขาซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างยุโรปและเอเชีย มีการค้นพบโบราณวัตถุที่ถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก อาทิเช่น มีการพบโรงงานผลิตไวน์ที่มีอายุมากกว่า 6,000 ปี นอกจากนี้ยังได้พบกับโบราณสถานต่างๆ รวมไปถึงอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์อีกนับ 1,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพราะอาร์เมเนีย เป็นดินแดนแห่งแรกของโลกที่ได้ประกาศรับเอาศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำอาณาจักรนี้ในปี ค.ศ.301

จอร์เจีย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,500 ปี และภาษาจอร์เจียก็เป็นหนึ่งในภาษาเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีการใช้อยู่ เมืองหลวงทบิลิซี ซึ่งมีอายุกว่า 1,500 ปี ตั้งอยู่ในหุบเขาที่งดงามซึ่งถูกแบ่งโดยแม่น้ำมทควารี ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของจอร์เจียถูกยึดครองโดยเปอร์เซีย อาหรับ เติร์กและมองโกล ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึงศตวรรษที่ 18

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ-กรุงเตหะราน
  • 19.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินมาฮานแอร์ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 8-9 แถว S
  • 23.35 น.  “เหิรฟ้าสู่กรุงเตหะราน” โดยสายการบินมาฮานแอร์ เที่ยวบินที่ W5-050 (ใช้เวลาบินประมาณ 7.30 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
2

Day 2

กรุงเตหะราน-กรุงเยเรวาน
  • 03.50 น. เดินทางถึงสนามบินอิหม่ามโคมัยนี่ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
  • 08.00 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเยเรวาน” โดยสายการบินมาฮานแอร์ เที่ยวบินที่ W5-1150 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.37 ชม. รับประทานอาหารว่างและพักผ่อนบนเครื่อง)
  • 10.00 น. เดินทางถึงสนามบินซวาร์ทน็อทส์ กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
    กรุงเยเรวาน (YEREVAN) บางครั้งก็เรียกว่า เอเรวาน (Erevan) ซึ่งชื่อเดิมคือ เอเรบูนี (Erebuni) และ เอรีวาน (Erivan) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอาร์เมเนีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮราซดาน (Hrazdan River) กรุงเยเรวานยังเป็นศูนย์กลางการบริหารวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมของประเทศ ปัจจุบันมีประชากร 1,100,000 คน กรุงเยเรวานยังถือเป็นหัวใจของ เครือข่ายทางรถไฟและเป็นศูนย์กลางการค้าหลักของสินค้าเกษตรกรรมของประเทศ นอกจากนี้โรงงานอุตสาหกรรมในเมืองนี้ยังผลิตโลหะ เครื่องมือจักรกล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์สำหรับโภชนาการต่างๆ
    นำท่านชมความสวยงามของเมืองหลวง ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มของเมืองนี้ย้อนไปถึงในช่วงศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล โดยมีการตั้งป้อมอูราร์เตียนแห่งเมืองเอเรบูนีเมื่อ 782 ปีก่อนคริสตศักราช เยเรวานตั้งอยู่ที่หุบเขาอารารัต ที่สามารถมองเห็นภูเขาอารารัตที่มีความสูงถึงประมาณ 5000 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ในประเทศตุรกีจากเมืองหลวงแห่งนี้
    ผ่านชมบริเวณรอบๆ ตัวเมืองหลวง เช่น จัตุรัสสาธารณะ (Republic Square) มหาวิทยาลัยของรัฐ (State University) ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง (City Panorama) นำท่านไปชม ตลาดเวอร์นิซาจ (Vernisaj Market) ซึ่งเป็นที่สำหรับขายสินค้าต่างๆ เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ บริเวรณแห่งนี้มีร้านค้าประมาณร้อยกว่าร้านค้า และเป็นตลาดที่ขายสินค้าแบบศิลปะของชาวอาร์เมเนีย เช่น เครื่องปั้นดินเผา รูปแกะสลัก ภาพวาดสีน้ำและสีน้ำมันอันสวยงาม เครื่องหัตถกรรมต่างๆ อีกมากมายหลายอย่าง ท่านสามารถต่อราคาสินค้าที่ชอบจะซื้อได้ เพราะว่าราคาที่ถูกตั้งไว้สำหรับนักท่องเที่ยวจะสูงกว่าชาวบ้านซื้อขายหลายเท่า คือ ประมาณ 10-15 เท่า
  • 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเอคมิอัดซิน (ECHMIADZIN) ซึ่งอยู่ห่างจากเยเรวานประมาณ 30 กม. ทางด้านตะวันตก ในอดีตเป็นเมืองที่สำคัญของชาวอาร์เมเนียนที่มีความศรัทธาในเรื่องทางด้านการศาสนาและยังนับได้ว่าเป็นเมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญเกรกอรี่ ในปีค.ศ.303 เมืองนี้มีความสำคัญเพราะมีสถานที่ทั้งสองแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2000 ให้ท่านได้ชมความสวยงามของ วิหารเอคมิอัดซิน (Echmiadzin Cathedral) ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแม่เจ้า (Holy Mother of God Church) เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 และได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
    นำท่านไปชม เดอะคาสเคด (The Cascade) เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของเยเรวาน ซึ่งลักษณะจะเป็นแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมามีความสูงประมาณ 500 เมตร และมีการปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้เป็นน้ำตกลงเป็นสายจากใจกลางที่อยู่ด้านบน ซึ่งสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างนี้ถูกสร้างให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของโซเวียตรัสเซีย ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกออกแบบสร้างโดยสถาปนิก จิม โทรอสยาน เมือปีค.ศ.1971-1980 เพื่อเป็นการระลึกถึงที่อยู่ภายใต้การปกครองของโซเวียตเมื่อ 50 ปี แต่ว่าการก่อสร้างยังไม่เรียบร้อย เพราะว่าได้หมดของโซเวียตไปเสียก่อน และต่อมาในปีค.ศ.2002 ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ.2009 และเมื่อมองจากจุดบนสุดทำให้เห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของกรุงเยเรวานและภูเขาอารารัตที่อยู่ห่างไกลออกไปทางด้านตะวันตก
    จากนั้นนำท่านไปชม จัตุรัสกลางเมือง (Republic Square) เป็นสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับศูนย์กลางของเมือง ซึ่งคนพื้นเมืองจะเรียกที่นี่ว่าเป็น สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ ถูกสร้างขึ้นด้วยหินสีชมพูของอาร์เมเนียภายในเวลาหนึ่งปี ได้กลายเป็นเขตที่ได้มีการพัฒนามากที่สุดของเมืองเยเรวาน ซึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบกับเขตอื่นๆ และยังได้กลายเป็นศูนย์กลางการบริหารงานของชาติอีกด้วย รวมถึงสถานที่พักของประธานาธิบดี ศูนย์รวมการบริหารของกระทรวงต่างๆ แห่งชาติ ธนาคารของชาติ และยังเป็นศูนย์กลางการป้องกันภัยอีกด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมของเคนตร้อน จะเป็นรูปแบบต่างๆกันไปซึ่งได้ถูกจัดสรรตามลำดับจากเบลเล อีโพคิว จนถึงรูปแบบของโซเวียต ซึ่งส่วนมากแล้วจะอยู่ในศูนย์กลางที่มีชื่อว่า ศิลปะประจำชาติ
    นำท่านเดินทางเข้าชม โรงงานที่ผลิตเหล้าและไวน์ยี่ห้อ อะรารัต (Yerevan Brandy Factory as Aravat) ซึ่งเป็นโรงงานชั้นนำและมีชื่อเสียงที่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1887 ที่ได้ใช้องุ่นพันธุ์ดีที่สุดและน้ำแร่อันมีชื่อเสียงของอาร์เมเนีย
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ ANI PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3

กรุงเยเรวาน-เอวานแคนยอน-การนี่-เก๊กฮาร์ด-เซวาน
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น.  นำท่านไปเที่ยวชมความสวยงามของ หุบเขาเอวาน (Avan Canyon) ที่มีความสวยงามของ หน้าผาที่สูงชัน มีแม่น้ำอาซัดไหลผ่านทำให้เกิดบรรยากาศที่สวยงดงาม นำท่านไปชม วิหารการ์นี (Garni Temple) ซึ่งในอดีตเมื่อประมาณ 1,700 ปีมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนีย ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีหลงเหลืออยู่ ซากห้องสรงน้ำ (Royal Bath House) และอาคารรูปทรงกรีกที่ถูกสร้างขึ้นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 โดย กษัตริย์อาร์เมเนียในสมัยนั้น ด้านข้างของวิหารทรงกรีกก็มีซากตอโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 9 หลงเหลืออยู่ ต่อมาวิหารแห่งนี้ถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ.1679 สำหรับอาคารที่เห็นอยู่นี้ เพิ่งมาประกอบใหม่ในสมัยสหภาพโซเวียต เมื่อปี ค.ศ.1974 นี้เอง โดยใช้เศษซากปรักหักพังของเก่าผสมกับของใหม่ จึงทำให้สมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าวิหารการ์นี จะถูกสร้างแบบกรีก แต่ลวดลายบนตัวอาคารก็สร้างด้วยศิลปะแบบอาร์เมเนีย ที่ไม่สามารถหาได้ในวิหารกรีกทั่วไป
    นำท่านไปชม วิหารเก๊กฮาร์ด (Geghard Monastery) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนีย เพราะเป็นวิหารที่สร้างอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่สวยงาม และยังมีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขาอีกด้วย ตัวอาคารของวิหารเกกฮาร์ดนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 ให้ท่านชมส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์ที่มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักอย่างสวยงาม ที่ถูกตกแต่งด้วยความศรัทธาในศาสนาคริสต์อย่างเต็มเปี่ยม วิหารที่สร้างโดยการตัดหินให้กลายเป็นห้องโถง และได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.2000
  • 12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ ภัตตาคาร
    นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองเซวาน (SEVAN) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซวาน (Lake of Sevan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดและทะเลปิดในประเทศอาร์เมเนียและคอเคซัส ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำแม่น้ำฮราซดาน และแม่น้ำมาสริค
    ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองและทะเลสาบเซวานที่เต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนรีสอร์ทของนักท่องเที่ยวตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1900 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงเยเรวานประมาณ 65 กม. เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่า เยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปี ค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน ตามหลังของทะเลสาบเซวานที่เปลี่ยนชื่อ เมืองนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะ ซึ่งได้ถูกสร้างต่อมาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง
    นำท่านไปชม อารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่า เซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) ซึ่งคำว่า แว๊งค์ เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเบสาบเซวานถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.874 โดย เจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งเป็นธิดาของกษัตริย์อะช๊อตที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้ นำท่านล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบน้ำจืดที่มีความใหญ่และสวยงาม มีแม่น้ำที่เกิดจากภูเขาได้ไหลลงมาทั้งหมดมี 28 สาย
    (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เอื้ออำนวย และสะดวกต่อการล่องเรือ ณ วันดังกล่าว)
  • 19.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก HARSNAQAR SEVAN HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เซวาน-ซาดาโคล-กรุงทบิลิซี-ป้อมนาริคาล่า-เมเตห์คี-ซีโอนี-กรุงทบิลิซี
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 08.30 น. เดินทางข้ามพรมแดนโดยมี เมืองบากราทาเชน (BAGRATASHEN) เมืองชายแดนของอาร์เมเนียซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองซาดาโคล (SADAKHLO) ที่อยู่ทางด้านใต้ระยะทางประมาณ 100 กม. ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติอันสวยของเทือกเขาคอเคซัสน้อยที่อยู่ระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน (ทุกท่านต้องลงจากรถ เพื่อมาผ่านด่านและตรวจเอกสารขาออกจากอาร์เมเนีย เพื่อเข้าประเทศจอร์เจีย โดยทุกท่านต้องนำกระเป๋าเดินทางและสิ่งของทุกอย่างลงจากรถ เพราะต้องนำผ่านการ X-ray หลังจากผ่านด่านการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองแล้ว)
    จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง กรุงทบิลิซี (TBILISI) ที่อยู่ห่างประมาณ 80 กม. เมืองทบิลิซี เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่า แม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น ทบิลิซิ มีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม. และมีประชากร 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสตศตวรรษที่ 4 เมืองทบิลิซิเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวียุโรป
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ป้อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ให้ท่านได้ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อันหมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปีค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายว่า ป้อมอันเล็ก (Little Fortress) และต่อมาบางส่วนได้พังทลายลง เพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป
    นำท่านไปชม โบสถ์เมเตห์คี (Metekhi Church) โบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำมทวารี เป็นโบสถ์หนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ ต่อมาในปี ค.ศ.1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ็นต์ เดมิทรีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออร์โธด๊อก ต่อมาได้ถูกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปีค.ศ.1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและก็ได้สร้างขึ้นใหม่อีก
    นำท่านไปชม วิหารซีโอนี (Sioni Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ของนิกาย
    ออร์โธด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองนี้ ชื่อของโบสถ์ได้นำมาจากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ ภูเขาไซออนในเจรูซาเล็มสถานที่แห่งนี้ก็ได้มี่ชื่อเป็น ซิโอนีแห่ง ทบิลิซี (Tbilisi Sioni) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6-7 และต่อมาก็ได้ถูกทำลายลงโดยผู้ที่บุกรุกแต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งด้วยก้น จนกระทั่งเป็นโบสถ์ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้และได้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างในราวศตวรรษที่ 17 ถึง 19
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5

กรุงทบิลิซี-มิทสเคต้า-กอรี-อัพลีสต์ซีคห์-กรุงทบิลิซี
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองมิทสเคต้า (MTSKHETA) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมคสเคต้า และเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994
    นำท่านไปชม วิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธ ด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ามิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 นำท่านไปชม วิหารสเวติสโคเวลี (Sveti Tskhoveli Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมตสเคต้า ที่มีรูปแบบของจอร์เจียออร์โธด๊อกถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย
    นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ระยะทางห่างประมาณ 70 กม. กอรี เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองกอรี ที่ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคอมมิวนิสต์โซเวียต และอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต
  • 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต
    นำท่านเดินทางไปยัง เมืองอัพลีสต์ซีคห์ (UPLISTSIKHE) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำ และต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้า ได้ถูกสร้างขึ้นในราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง
    ให้ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลาง และส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ ซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทองเครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคส์และการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับไปยังกรุงทบิลิซี
  • 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • ที่พัก ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6

กรุงทบิลิซี-อานานูรี-กูดาอูรี-คาซเบกี้
  • 07.30 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปตามทางหลวงที่สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางสำหรับใช้ในด้านการทหารที่เรียกว่า Georgian Military Highway ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตในสมัยที่จอร์เจียตกอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับใช้เป็นเส้นทางมายังภูมิภาคแห่งนี้ และเป็นถนนเส้นทางเดียวที่จะนำท่านเดินทางสู่เทือกเขา คอเคซัสใหญ่ (Greater Caucasus) ที่มีความยาวประมาณ1,100 กม.ที่เป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ระหว่างทางให้ท่านได้ชม ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้าง ขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้เห็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและ อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองกูดาอูรี (GUDAURI) ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีของชาวจอร์เจียที่จะนิยมมาเล่นในเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามและมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองคาซเบกี้ (KAZBEGI) ซึ่งเป็นชื่อเมืองดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพานท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อกชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริม ฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลางมีความชื้นและแห้งแล้งที่ประมาณ 14.5 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน มีอุณหภูมิที่ประมาณ -5 องศาฯ ในเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนที่หนาวเย็นที่สุด
    นำท่านไปชมความสวยงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้ (การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งอาจจะถูกปิดกั้นได้ด้วยหิมะที่ปกคลุมอยู่ และการเดินทางอาจจะเป็นอุปสรรคได้ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางให้มากที่สุด) ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับไปยังเมืองทบิลิซี
  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงของชาวพื้นเมือง
  • ที่พัก ZP PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7

กรุงทบิลิซี-ซาดาโคล
  • 07.30 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.30 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซาดาโคล (SADAKHLO) ที่อยู่ทางด้านใต้ระยะทางประมาณ 100 กม. ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย
    ออกเดินทางข้ามพรมแดนโดยมี เมืองบากราทาเชน (BAGRATASHEN) เมืองชายแดนของอาร์เมเนียซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย (ทุกท่านจะต้องลงรถ เพื่อมาผ่านด่านตรวจเอกสารขาออกจากจอร์เจีย จากนั้นต้องมาผ่านด่านการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองของอาร์เมเนีย)
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮักห์พาท (HAGHPAT) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัดลอรี่ ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนีย เมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเพราะเป็นที่ตั้งของวัดอารามโบราณทั้งสองแห่ง
    ให้ท่านได้ชมความสวยงามของ วัดอารามโบราณฮักห์พาท (Haghpat Monastery) ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของทางด้านศาสนาและทางด้านสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างในยุคกลาง อารามแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน (Saint Nishan) ในราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งอยู่ในระการขึ้นครองราชย์ของ กษัตริย์อะบาส ที่ 1(King Abas I) และนอกจากนั้นก็ยังมีแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นใกล้ๆ กัน คือ อารามซานาฮิน (Sanahin Monastery) และสถานที่ทั้งสองแห่งนี้และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปีค.ศ.1996 ชมตัวโบสถ์เล็กๆ ของนักบุญนิชานได้ถูกสร้างในราวปีค.ศ.966-67 ต่อมาก็ได้ถูกสร้างขยายให้ใหญ่โตขึ้นและมีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ตัวโบสถ์ใหญ่ในส่วนนี้ คือ วิหารของนักบุญนิชานถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.967-991 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในยุคของศตวรรษที่ 10 ของแบบอาร์เมเนียน
  • 13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านไปยังหมู่บ้านอาร์ทาชาวาน (Artashavan Villge) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเขาอะรากัทส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการประดิษฐ์แกะสลักตัวอักษรที่ทำจากหิน ให้ท่านได้ชมความสวยงามของการสลักตัวอักษรของอาร์เมียน ซึ่งได้ทำขึ้นมาและเพื่อเป็นการฉลองที่มีอายุครบรอบ 1,600 ปีเมื่อปี ค.ศ. 2005 ตัวอักษรต่างๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นอักษรของอาร์เมเนียนทั้งหมด 39 ตัวได้ถูกออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาบนก้อนหินที่มีรูปลักษณ์ต่างๆกัน โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียง คือ จิม โทรอสวาน (Jim Torosvan) ซึ่งอักษรทั้งหมดนี้ได้เคยถูกใช้ในด้านภาษาของอาร์เมเนียตั้งแต่ในปี ค.ศ.405-406 และก็ได้ใช้เรื่อยมาในการเขียนหนังสือจนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งหมดนี้ได้ถูกวางหลักเกณฑ์ทำเป็นเครื่องหมายโดย เซ้นต์เมสโรพ มาซทอทส์ ซึ่งเป็นพระชาวอาร์เมเนียที่รู้เรื่องภาษาและผู้นำที่จะริเริ่มให้มีการทำพระคัมภีร์ เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวอาร์เมเนียที่เป็นนับถือคริสต์ศาสนา ได้เวลานำท่านออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเยเรวานที่อยู่ทางด้านใต้
    นำท่านไปชมตลาดแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและความประทับใจ คือ ตลาดพาค ชูคา หรือเรียกว่า ตลาดกลาง (Pak Shuka Market หรือGumi Shuka) ตลาดแห่งนี้ถูกสร้างตกแต่งให้มีความสวยงามในรูปแบบศิลปะของอาร์เมเนียน ซึ่งทางเข้าสู่ตลาดแห่งนี้มีทางเข้าที่ถูกตกแต่งด้วยความวิจิตพิสดารของเหล็กที่ทำเป็นศิลปะรูปครึ่งวงกลมด้วยโครงร่างที่เข้ากันจนทำให้เป็นเสมือนงานชิ้นเอกของสถานที่นี้ จะทำให้ท่านได้มีความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง
  • 19.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงของชาวพื้นเมือง
  • ที่พัก ANI PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
8

Day 8

กรุงเยเรวาน-คอร์วิราพ-กรุงเตหะราน-กรุงเทพฯ
  • 07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    ท่านออกเดินทางไปยังเมืองคอร์วิราพ (Khor Virap) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของกรุงเยเรวาน มีระยะทางห่างประมาณ 40 กม.และตั้งอยู่ในจังหวัดอะรารัต คอร์ วิราพ เป็นเมืองที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงของชาวอาร์เมเนีย ผู้ที่อาศัยอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วโลกที่จะต้องเดินทางมาทำพิธีจาริกแสวงบุญที่แห่งนี้ เพราะตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ในยุคโบราณว่า กษัตริยิทิริเดท ของพากันอาร์เมเนียนได้จับนักบุญเกกอรี่ ขังคุกไว้ในถ้ำ ผู้ซึ่งได้ทำการเผยแผ่และให้ความกระจ่างในเรื่องของศาสนาฯ และยังเป็นพระสังฆราชองค์แรกของชาวอาร์เมเนีย และต่อมาสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันก็ คือ คอร์วิราพ
    นำท่านไปชมวิหารคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery) เป็นสถานที่มีชื่อเสียง ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญให้กับผู้มีชื่อเสียง คือ ท่านกรีกอร์ ลูซาวอริช (Grigor Lusavorich) ผู้ซึ่งกลายมาเป็นนักบุญเกกอรี่ที่ เป็นผู้เผยแผ่ทางด้านศาสนาฯ และต่อมาได้ถูกจองจำอยู่ในคุกนี้ถึง 13 ปีโดยคำสั่งของกษัตริย์ทิริเดท ที่ 3 แห่งอาร์เมเนีย ภายหลังท่านได้รับการยอมรับนับถือและแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชองค์แรก และได้ทำการเปลี่ยนแปลงสั่งสอนด้านการศาสนาภายในประเทศ และในปี ค.ศ.301 อาร์เมเนียเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้ประกาศและยอมรับเอาศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติจากสถานที่แห่งนี้ท่านจะสามารถมองเห็นภาพของภูเขาอะรารัทได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งภูเขาแห่งนี่เป็นตำนามนที่พบว่า เป็นที่จอดของเรือโนอาห์ในสมัยที่น้ำท่วมโลกเมื่อ 7,000 ปีมาแล้ว นำท่านออกเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านอะเรนี (Areni Village) ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาร์เมเนียได้มีการทำเหล้าไวน์มานานกว่า 6,000 ปีแล้ว ซึ่งนักโบราณคดียังได้พบหลักฐานต่างๆ มากมาย ได้พบเซลล์ของต้นพืชที่นำมาทำเหล้าไวน์ที่ได้ถูกทิ้งเอาไว้ภายในบริเวณถ้ำต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านอะเรนี่ นอกจากนั้นตามพระคัมภีร์ยังได้กล่าวถึงเรื่องของเรือโนอาห์ ที่ได้เก็บพันธุ์พืชทุกอย่างลงเรือ และได้ลอยมาจอดตรงบริเวณเทือกเขาอะรารัตหลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมโลกเมื่อประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว และหลังจากน้ำได้แห้งลงก็ได้มีการนำเอาพันธุ์พืชต่างๆไปเลือกปลูกตามพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ที่หมู่บ้านอะเรนี่แห่งนี้จึงได้มีตำนานการทำเหล้าไวน์มานานกว่าหกพันปีแล้วให้ท่านได้ชมและสัมผัสกับการทำเหล้าไวน์ที่มีชื่อเสียงมานานของหมู่บ้านแห่งนี้ พร้อมทั้งลองลิ้มชิมรสชาติของเหล้าไวน์ต่างๆ ที่มีการทำเหล้าไวน์แบบพิธีการโบราณอันดั้งเดิม
  • 11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • 12.30 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทางนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 15.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเตหะราน” โดยสายการบินมาฮานแอร์ เที่ยวบินที่ W5-1151
  • 16.45 น. เดินทางถึงสนามบินอิหม่ามโคมัยนี่ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
  • 21.45 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินมาฮานแอร์ เที่ยวบินที่ W5-051 (ใช้เวลาบินประมาณ 7.30 ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
9

Day 9

กรุงเทพฯ /สุวรรณภูมิ
  • 07.45 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
18 - 26 กันยายน 2561 04 – 12 ธันวาคม 2561 25 ธันวาคม 2561 – 02 มกราคม 2562
สายการบิน

อาร์เมเนีย – จอร์เจีย 9 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เตหะราน-เยเรวาน-เตหะราน-กรุงเทพฯ
โดยสายการบินมาฮานแอร์ (W5)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าธรรมเนียมวีซ่า สำหรับหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น (มีวีซ่าแล้วหักท่านละ 2,200 บาท)
ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่านเท่านั้น)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถฯ วันละ 5 ยูโร/ท่าน/วัน รวม 8 วัน คิดเป็น 40 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 2 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 20 ยูโร (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินท่ำนสำมำรถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
18 - 26 กันยายน 2561 04 – 12 ธันวาคม 2561 25 ธันวาคม 2561 – 02 มกราคม 2562
สายการบิน