วันเดินทาง
1 – 11 พฤษภาคม 2563
สายการบิน


  • พิเศษ !! ร่วมทริปกับ “คุณกาญจนา หงษ์ทอง” กูรูด้านการท่องเที่ยว และพิธีกรชื่อดัง
  • บินภายใน 3 ขา เที่ยวครบ ไม่เหนื่อย!!
  • ชม เมืองกองส์ตองติน “เมืองแห่งสะพาน” ที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
  • ชม เมืองโรมันโบราณ “ดีเจมิลา” ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
  • ชม เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
  • ชม เมืองเอล อูเวด “เมืองแห่งหนึ่งหมื่นโดม” ในทะเลทรายซาฮาร่า
  • ชม พระราชวัง และป้อมปราการโบราณที่มีชื่อเสียงของแอลจีเรีย
  • ช๊อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองสุดเพลินที่ตลาดบาร์ซาร์

หมายเหตุ ระยะเวลาในการทำวีซ่า ประมาณ 20-25 วัน และต้องส่งเล่มพาสปอร์ตไปทำที่สถานทูตแอลจีเรีย ประจำประเทศมาเลเซียค่ะ

***โรงแรมที่พักเป็นมาตรฐานของประเทศแอลจีเรีย และในบางเมืองอาจจะเป็นระดับ 3 ดาวหรือดีที่สุดในเมืองนั้น***

แอลจีเรีย ชื่อเต็มว่า “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย” (People’s Democratic Republic of Algeria) เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ดินแดนแห่งผืนทรายจรดทะเลเป็นประเทศที่อยู่ทางแถบทวีปแอฟริกาตอนเหนือ มีความใหญ่เป็นอันดับสองรองจากประเทศซูดาน ภาษาที่ใช้จะเป็นภาษาอาราบิกและภาษาฝรั่งเศส เพราะในอดีตประเทศแอลจีเรียเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมาก่อนและเป็นประเทศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดินแดนแห่งนี้เรียกได้ว่ามีความครบครัน สำหรับผู้ที่แสวงหาท้องทะเลแสนงามสีครามสดใส และการขี่อูฐบนผืนทรายอันแผดร้อน เพราะตอนบนของประเทศนั้นอุดมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงามของชายฝั่ง “ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”(Mediterranean) ที่ตั้งขนานไปกับ “เทือกเขาแอตลาส” (Atlas) ซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวพาดผ่านตอนเหนือของทวีป และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ท่านได้ชม


1

Day 1:กรุงเทพฯ - แอลเจียร์

  • 06.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) ประตูทางเข้าที่ 10 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ คอยให้การต้อนรับ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
  • 09.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิส แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) เที่ยวบินที่ TK 59 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.25 ชม.) รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง
  • 15.25 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน)
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นช๊อปปิ้งที่ Duty Free ณ. สนามบินใหม่ ‘อิสตันบูล นิว แอร์พอร์ต’” (Istanbul New Airport) ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยงบประมาณก่อสร้างกว่า 12,000 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 384,000 ล้านบาท มีโซนร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งสินค้า      แบรนด์เนม ให้ท่านได้ช๊อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน
  •  21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองแอลเจียร์ โดยสายการบิน เตอร์กิส แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) เที่ยวบินที่TK 655 (ใช้เวลาในการเดินทาง 03.50 ชม.)
  • 23.45 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานเอารี บูมเมอเดียน (Houari Boumediene Airport) เมืองแอลเจียร์
  • นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้น นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก
  • พักที่  Ferdi Lilly Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาว หรือเทียบเท่า
2

Day 2 : แอลเจียร์ - เมืองโบราณดีเจมิลา - กงส์ตองติน

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองโบราณดีเจมิลา (Djémila) (ระยะทางประมาณ 325 กม., ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.) มีพื้นที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็กบริเวณภูเขาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองแอลเจียร์ ครอบคลุมพื้นที่ภายในเขตการปกครองบางส่วนของเมือง Constantinois และเมือง Petite Kabylie สถาปัตยกรรมที่พบในการก่อสร้างเมืองโบราณแห่งนี้เป็นแบบ Berbero-Roman ซึ่งจะพบสถาปัตยกรรมรูปแบบนี้ในเฉพาะภูมิภาคแอฟริกาตอนเหนือเท่านั้น ดีเจมิลาได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก (World Heritage Site) ในปีคริสต์ศักราช 1982
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านชม เมืองโบราณดีเจมิลา ชมลานกลางแจ้ง, ศาสนสถาน, มหาวิหาร, ซุ้มประตู, พิพิธภัณฑ์โมเสค และตลาดโรมัน ที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี
  • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองกงส์ตองติน (Constantine) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ซึ่งเป็น เมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในทวีปแอฟริกา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงแอลเจียร์และเมืองออราน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ-ตะวันออกของประเทศแอลจีเรีย อยู่ห่างจากกรุงแอลเจียร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 320 กิโลเมตร สร้างขึ้นโดยชาวอาหรับ เมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว มีลักษณะเป็นเมืองป้อมปราการบนโขดหินสูงกว่า 240 เมตร เหนือหุบเขาลำน้ำเบื้องล่าง มีกำแพงและประตูเมืองสร้างในสมัยกลาง รวมทั้งซากเมืองโรมันในบริเวณใกล้เคียง กงส์ตองตินเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ นูมิเดียเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาจักรพรรดิคอนสแตนติน มหาราชจักรพรรดิของโรมันได้บูรณะขึ้นใหม่ในปีคริสต์ศักราช 313 ต่อมาฝรั่งเศสยึดครองไว้ในปีคริสต์ศักราช 1837
  • นำท่านชม สะพานแห่งเมืองกงส์ตองติน (Bridges of Constantine) เมืองกงส์ตองตินได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งสะพาน” (City of Bridges) เนื่องจาก มีสะพานอันงดงามมากมายที่เชื่อมระหว่างภูเขาและหุบเหว กับเมือง ซึ่งถูกสร้างไว้หลายแห่ง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เข้าที่พัก Protea Hotel by Marriott Constantine โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
3

Day 3 : กงส์ตองติน

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านชม สะพานแขวน ซิดี เอ็มซิด (Sidi M’Cid Bridge) ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 175 เมตร ยาว 164 เมตร ข้ามแม่น้ำ Rhummel ในเมืองกงส์ตองติน ประเทศแอลจีเรีย เปิดใช้งานในเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1912 จนถึงปีค.ศ. 1929 สะพานนี้ถูกออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส Ferdinand Arnodin เพื่อเชื่อมโยง Casbah ไปยังเนินเขา Sidi M’Cid สะพานดังกล่าวได้รับการบูรณะในปีค.ศ. 2000
  • นำท่านชม สะพานเดินเท้า เมลล่า สลิมาเนห์ (Footbridge of Mellah Slimane)  เดินข้ามช่องแคบที่ดูน่าหวาดเสียวและตื่นเต้น ซึ่งท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ของโตรกผาและบ้านที่สร้างอยู่ในหุบเขา ในเวลาเดียวกันท่านจะสามารถมองเห็นสะพาน Bab El Kantara อันเก่าแก่ และสะพาน Sidi Rached Viaduct อันสง่างามจากจุดชมวิวบนสะพาน
  • จากนั้น นำท่านชม อนุสาวรีย์แห่งความตาย (The Monument to the Dead) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามโลกครั้งที่ 1
  • นำท่านชม พิพิธภัณฑ์และพระราชวังอาเหม็ด เบย์ (The Museum & Palace of Ahmed Bey) วังของอาเหม็ด เบย์ (ผู้ปกครองออตโตมันคนสุดท้ายของกงส์ตองตินจาก ค.ศ. 1826 ถึง ค.ศ. 1848) เป็นหนึ่งในอาคารยุคออตโตมันที่ดีที่สุดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย และถือว่าเป็นร่องรอยการดำรงชีวิตของอารยธรรมออตโตมันในประเทศ เป็นอาคารขนาดใหญ่ (5,609 ตารางเมตร) สร้างขึ้นในที่ตั้งของบ้านเก่าที่อยู่ติดกันในจังหวัดกงส์ตองติน มันเสร็จสิ้นไม่นานก่อนที่กงส์ตองตินจะถูกยึดครองโดยลัทธิล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส และใช้เป็นโรงพยาบาลสำหรับกองทหารฝรั่งเศส หลังจากได้รับอิสรภาพ มันถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 และพระราชวังได้รับการบูรณะในปี ค.ศ. 2009
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • นำท่านชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เซอร์ตาร์ (National Museum of Cirta) ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่มีค่ากว่า  7,000 ชิ้น ทั้งภาพเขียน และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์, สมัยโรมัน, ยุคพูนิค, ยุคอิสลาม และยุคอาณานิคมฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เปิดตัวขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ภายใต้ชื่อ “Gustave Mercier Museum” (ซึ่งตั้งชื่อตามเลขาธิการทั่วไปของสมาคมโบราณคดี) จนวันที่ 5 กรกฎาคม 1975 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Cirta ซึ่งเป็นชื่อโบราณของเมืองกงส์ตองติน และในปี 1986 มันได้รับการยกระดับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และเปลี่ยนชื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เซอร์ตาร์
  • นำท่านชม มัสยิดเอเมียร์ อับเดลคาเดอร์ (Emir Abdelkader Mosque)  ซึ่งเป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1968 และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1994 เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาที่สามารถจุผู้คนได้อย่างอย่างน้อย 10,000 คน
  • จากนั้น นำท่านเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ปูด้วนหิน ไปสำรวจ ตลาด Souika (Medina) ตลาดเล็กๆ ที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16 ท่านจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของตลาดการค้าโบราณในภูมิภาคนี้
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • พักที่ Protea Hotel by Marriott Constantine โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
4

Day 4 : กงส์ตองติน – ทิมกัต - บิสกรา

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านเดินทางผ่านเมืองกงส์ตองติน (Constantine) ไปยัง ทิมกัต (Timgad) ตั้งอยู่บริเวณทางตอนเหนือของเทือกเขาออร์เร็ส (Aurès mountains) ห่างจากเมืองกงส์ตองติน 110 กิโลเมตร เป็นสถานที่ตั้งของเมืองโบราณภายใต้การปกครองของจักรพรรดิไตรดานุส แห่งจักรวรรดิ์ทราจัน (Emperor Trajan) ผู้ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิโรมันช่วงปีคริสต์ศักราช 98 จนถึงปีคริสต์ศักราช 117 ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราช 100 โดยชื่อเต็มของเมืองคือ Colonia Marciana Ulpia Traiana Thamugadi ผังเมืองสร้างตามแบบฉบับของโรมัน เส้นทางหลักของเมืองถูกปูด้วยแผ่นหินปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ อาคารสร้างขึ้นจากหิน บางส่วนของพื้นที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นค่ายทหารของ Augustan Legion III และเป็นศูนย์กลางการปกครองของโรมันในขณะนั้น ปัจจุบันเมืองโบราณทิมกัตได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก (World Heritage Site) ในปีคริสต์ศักราช 1982
  • นำท่านเดินสำรวจเมืองโบราณทิมกัต เยี่ยมชมสถานที่ที่เป็นห้องสมุด ศาสนสถาน อัฒจันทร์ และมหาวิหารของจักรวรรดิ์ทราจัน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • จากนั้น นำท่านเดินทางไปเมืองบิสกรา (Biskra) ระยะทางประมาณ 141 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.
  • เมืองบิสกรา (Biskra)  ตั้งอยู่ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของแอลจีเรีย ประมาณ 400 กิโลเมตร เป็นที่รู้จักกันในนาม “ราชินีแห่งซีบัน” หรือ “ประตูสู่ทะเลทรายซาฮาร่า” ตั้งอยู่ที่จุดเริ่มต้นของทะเลทรายซาฮารา ด้วยลักษณะทางภูมิประเทศ ภูมิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะทางการเกษตร ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ เราจะได้เห็นร่องรอยของอารยธรรมที่หลากหลายจากชาวโรมันและอาหรับ ไปจนถึงฝรั่งเศส
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เข้าที่พัก Sidi Yahia Hotel โรงแรมมาตรฐาน 3  ดาวหรือเทียบเท่า
5

Day 5 : บิสกรา – กูฟี่ - เอล อูเวด

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านชม ตลาดเก่าเมืองบิสกรา (Old Souk) ซึ่งจำหน่ายผลไม้สดหลากหลายชนิด เช่น มะกอก ทับทิม  มะเดื่อ และ แอปริคอต ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ รวมถึงข้าวบาร์เลย์และข้าวสาลีด้วย
  • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองกูฟี่ (Ghoufi) ตั้งอยู่ในจังหวัดบัทนา ระยะทางประมาณ 56 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.นำท่านชม หุบเขาแห่งกูฟี่ (Canyon of Ghoufi) ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ล้อมรอบด้วยหุบเขาแคนยอน และต้นปาล์มมากมาย ชม ซากเมืองโบราณกูฟี่ ซึ่งเป็นเมืองโบราณในประวัติศาสตร์ของประเทศแอลจีเรีย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอล อูเวด (El Oued) ระยะทางประมาณ 272 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.
  • เมืองเอล อูเวด เป็นเมืองโอเอซิส ในทะเลทรายซาฮาร่า อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของแอลจีเรีย พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยเนินทราย ทางตอนเหนือของเมืองพบพันธุ์ไม้หายาก และทะเลสาบน้ำเค็ม บริเวณนี้ชาวบ้านจะนิยมปลูกสวนปาล์ม พื้นที่มีความร้อน แต่ก็มีแม่น้ำใต้ดินที่ให้ความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี บ้านเรือนที่นี่ส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐ และมีหลังคาเป็นรูปโดม จึงทำให้เมืองนี้ เป็นที่รู้จักกันในนาม “เมืองแห่งหนึ่งหมื่นโดม” (City of a Thousand Domes)
  • นำท่านชม เมืองเอล อูเวด และ ตลาดพื้นเมือง ที่มีบรรยากาศและสีสันของเมืองทะเลทราย
  • ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารในโรงแรม
  • พักที่ La Gazel d’Or Hotel โรงแรมมาตรฐาน 5 ดาวหรือเทียบเท่า
6

Day 6 : เอล อูเวด - วาร์กลา – การ์ดาเอีย

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองวาร์กลา (Ouargla ) ระยะทาง 259 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม. ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดวาร์กลา ในทะเลทรายซาฮาร่าทางทิศใต้ของประเทศแอลจีเรีย เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองจากอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ เป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหลายแห่งของแอลจีเรีย เช่น มหาวิทยาลัยวาร์กลา เทศบาลเมืองมีประชากร 133,024 คน ในปี ค.ศ. 2008 โดยเพิ่มขึ้นจาก 112,339 คน ในปี ค.ศ. 1998
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
  • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์ดาเอีย (Ghardaia) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเขตการปกครอง และจังหวัดชื่อเดียวกันทางภาคกลางตอนบนของประเทศแอลจีเรีย เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปีแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายซาฮาร่าบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ Mzab ทำให้มีความชุ่มชื้นอยู่พอสมควร และได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากการเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณของชาวเบอร์เบอร์ (Berbers) ซึ่งเป็นกลุ่มคนเร่ร่อนในทะเลทรายซาฮาร่า
  • นำท่านชม เมืองเบนิ อิสกวน (Beni Isguene) ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในห้า เมืองโอเอซิสแห่ง M’zab ในตอนกลางของทะเลทรายซาฮาร่า ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า Berber แปลว่า “บุตรของผู้ศรัทธา” เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 11 และได้รับการบูรณะในปี 1860 งานหัตถกรรมหลักของที่นี่ คือเครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองเหลือง เครื่องประดับ และ พรม
  • นำท่านชม หอสังเกตการณ์ (Watching Tower), ตลาดพื้นเมือง หรือ ตลาดแห่งการประมูล  ที่มีบรรยากาศการซื้อขาย และการประมูลสินค้าต่างๆในทะเลทราย ที่มีสีสันและเสน่ห์แปลกตา
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • พักที่ Belvedere Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
7

Day 7 : การ์ดาเอีย

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านเดินทางไปชม หุบเขาเอ็มซาปบ์ (M’zab Valley) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามน่าสนใจ และคุ้มค่าที่สุดสำหรับการเที่ยวชมในประเทศแอลจีเรีย หุบเขายาวหกไมล์ ตั้งอยู่ในภาคเหนือของทะเลทรายซาฮาร่า ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแอลจีเรียนั้น มีกลุ่มโอเอซิสทะเลทรายโบราณ ที่มีบ่อน้ำนับพันแห่ง และมีต้นปาล์มหลายพันต้น ที่ให้น้ำในบริเวณนี้ เมืองโบราณทั้งห้าของพื้นที่ M’zab อันประกอบด้วย Ghardaia,  Beni Isguen, Melika, Bou Noura และ El-Atteuf หรือที่รู้จักกันในนาม Pentapolis ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เป็นตัวอย่างของที่อยู่อาศัยของมนุษย์แบบดั้งเดิมที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปัจจุบัน 5 เมืองนี้ เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโบราณ รวมถึงสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่โดดเด่น
  • นำท่านชม พระราชวังดินเหนียวแห่งการ์ดาเอีย (Ghardaia Clay Palace) ตั้งอยู่ในทะเลทรายของเมืองการ์ดาเอีย มีอายุกว่า 1,000 ปี แต่ยังคงดูแข็งแรงและสง่างาม วัสดุหลักในการก่อสร้าง คือ ดินเหนียว หิน และไม้ ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์และสวยงามแปลกตา เนื่องจากอากาศในทะเลทรายที่ร้อนมาก และในอดีตไม่มีเครื่องปรับอากาศและไฟฟ้า การก่อสร้างบ้านเรือน จึงนิยมใช้ดินเหนียวและหิน เพราะดินเหนียวช่วยให้บ้านเย็น และลดอุณหภูมิภายในได้
  • จากนั้น นำท่านเดินชม เมืองการ์ดาเอีย และตลาดพื้นเมือง ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมืองนี้มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 360,000 คน เป็นกลุ่มชนเผ่าเบอร์เบอร์ใหญ่ บริเวณหุบเขาจะพบตัวอักษรและสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ถูกสลักไว้ของชนเผ่ารอบๆ หุบเขา
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • จากนั้น นำท่านชม สุสานซิดิ บราฮิม (Mausoleum Sidi Brahim) ในเมืองเอล อัสตาฟ (El Atteuf) ซึ่งเป็นเมืองแรกที่สร้างขึ้นในบริเวณหุบเขา M’Zab เป็นอาคารสีขาวที่โดดเด่น และมีผนังด้านนอกโค้งหนาผิดปกติหน้าต่างขนาดเล็ก และภายในเป็นทรงโค้ง ที่งามแปลกตา
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • พักที่  Belvedere Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
8

Day 8 : การ์ดาเอีย- ออราน

  • เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้น นำท่านเดินทางไปยัง สนามบินการ์ดาเอีย (Ghardaia Airport) เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 08.15 น. ออกเดินทางจาก เมืองการ์ดาเอีย สู่ เมืองแอลเจียร์ โดยสายการบิน แอร์ แอลจีเรีย (Air Algerie) เที่ยวบินที่ AH 6201 (ใช้เวลาในการเดินทาง 01.30 ชม.)
  • 09.45 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานเอารี บูมเมอเดียน (Houari Boumediene Airport) เมืองแอลเจียร์ (รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน)
  • 11.30 น. ออกเดินทางจาก เมืองแอลเจียร์ สู่ เมืองออราน โดยสายการบิน แอร์ แอลจีเรีย (Air Algerie) เที่ยวบินที่ AH 6182 (ใช้เวลาในการเดินทาง 01.00 ชม.)
  • 12.45 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานออราน เอส เซเนีย (Oran Es Sénia Airport) เมืองออราน ประเทศแอลจีเรีย นำท่านเดินทางไปยังใจกลางเมือง ออราน (Oran) เมืองแห่งอุตสาหกรรม ใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของแอลจีเรีย ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแอลจีเรีย ชื่อของเมืองมาจากคำว่า Wahran (ภาษาของชนเผ่าอิสระ Berber) มีความหมายว่า “สิงโตสองตัว” อันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองออรานในปัจจุบัน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • นำท่านชม ป้อมปราการเก่าแก่ประจำเมืองออราน สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยสุลต่านเอโบห์ เฮสเซน แห่งราชวงศ์มารีนิด (Merinid Sultan Abou Hassan) จากนั้น นำท่านชมบ้านเรือนและตึกต่างๆ ในสไตล์โคโลเนียล (Colonial) ที่สวยงาม
  • จากนั้น นำท่านชม ป้อมซานตาครูซ (Basilica Santa Cruz) เป็นหนึ่งในสามของป้อมปราการในเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของแอลจีเรีย และอีกสองป้อมตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก คือ ป้อมเดอลามุน และป้อมเซนต์ ฟิลลิปส์ สร้างทดแทนปราสาทเก่าของนักบุญที่รู้จักกันในสเปน คือ คาสติล โล เดอ ซานโตส ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของออราน สามป้อมนี้เชื่อมต่อผ่านอุโมงค์เซนต์ ครูซเบิร์ก ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1577 ถึง 1604 โดยชาวสเปน ในปีค.ศ. 1831 ต่อมาถูกฝรั่งเศสยึดครองเมืองออรานและป้อมปราการ
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / โรงแรม
  • พักที่ Best Western Hotel Colombe โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
9

Day 9 : ออราน - แอลเจียร์

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านชม พระราชวังริมชายหาด (Bey’s Palace) สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1340 โดยสุลต่านเอโบห์ เฮสเซน แห่งราชวงศ์มารีนิด (Merinid Sultan Abou Hassan) และได้รับการบูรณะเพิ่มเติมเรื่อยมาจากประเทศที่เข้ามายึดครองเมืองออราน ได้แก่ สเปน (ปีค.ศ. 1509) ออตโตมัน (ปีค.ศ. 1700) และฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19
  • นำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอาเหม็ด ซาบาน่า (The Ahmed Zabana National Museum) ที่ตั้งอยู่ในเมืองออราน ตั้งชื่อตามวีรบุรุษของชาติแอลจีเรีย อาเหม็ด ซาบาน่า ที่ถูกประหารโดยทหารฝรั่งเศสในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1956 ในแอลเจียร์ ชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของผลกระทบในท้องถิ่นของการต่อสู้ของแอลจีเรีย เพื่อกอบกู้เอกราชจากฝรั่งเศส รวมถึงรายชื่อของคนในท้องถิ่นดำเนินการโดยชาวฝรั่งเศส ระหว่างปีค.ศ. 1954 และปี 1962 นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังแสดงงานศิลปะในรูปแบบของประติมากรรมโบราณ ภาพโมเสค เครื่องปั้นดินเผา  และรวมภาพวาดผลงานของศิลปินแอลจีเรียในศตวรรษที่ 20 และภาพของศิลปิน ยูจีน ฟลอเมนติน (Eugène Fromentin) จิตรกรชาวฝรั่งเศสด้วย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านชม จัตุรัสหนึ่งพฤศจิกายน (Place du 1er November) เป็นจัตุรัสหลักของเมืองออราน มีอาคารที่งดงามสองแห่ง หนึ่งในนั้นคือ โรงละครโอเปร่า (Opera House) อันสง่างาม (ซึ่งเปิดในปีค.ศ. 1908) และอีกแห่งหนึ่งคือ ศาลากลาง ซึ่งสร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 และมีรูปปั้นของเทวดามีปีก อยู่ตรงกลาง ซึ่งมีความโดดเด่นเช่นกัน
  • นำท่านชม โบสถ์พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ (La Cathedral du Sacre Coeur) เป็นโบสถ์ในนิกายโรมันคาทอลิค สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1903 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1913 ออกแบบโดย Albert Ballu สถาปนิกของรัฐบาลแอลจีเรีย โครงสร้างของโบสถ์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเป็นโบสถ์แห่งแรกที่สร้างขึ้น ในดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ภายหลังได้ถูกใช้เป็นห้องสมุดระดับภูมิภาค ในปี 1984 และเป็นห้องสมุดสาธารณะ ในปี 1996
  • จากนั้น นำท่านไปชมและเดินเล่นริม ชายหาด Plage de Madagh ซึ่งเป็นหาดที่มีชื่อเสียง โอบล้อมด้วยป่าไม้และขุนเขา ท้องทะเลสีคราม ทำให้ที่นี่มีความสวยงาม ทั้งยามพระอาทิตย์ขึ้น และอาทิตย์อัสดงได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองออราน เพื่อขึ้นเครื่องไปเมืองแอลเจียร์
  • 18.45 น. ออกเดินทางจาก เมืองออราน สู่ เมืองแอลเจียร์ โดยสายการบิน แอร์ แอลจีเรีย (Air Algerie) เที่ยวบินที่ AH 6103 (ใช้เวลาในการเดินทาง 01.00 ชม.)
  • 19.45 น.  เดินทางถึง ท่าอากาศยานเอารี บูมเมอเดียน (Houari Boumediene Airport) เมืองแอลเจียร์
  • จากนั้น นำท่านเดินทางไปยังใจกลาง เมืองแอลเจียร์ (Algiers) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแอลจีเรีย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอ่าวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชื่อของเมืองมาจากคำในภาษาอาหรับที่แปลว่า เกาะ ซึ่งหมายถึง 4 เกาะที่ตั้งอยู่นอกชายฝั่งของเมือง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ในปัจจุบัน
  • ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / โรงแรม
  • พักที่ Ferdi Lilly Hotel โรงแรมมาตรฐาน 4 ดาวหรือเทียบเท่า
10

Day 10 : แอลเจียร์ - กรุงเทพฯ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
  • นำท่านชม อนุสาวรีย์แห่งการเสียสละ (Monument of the Martyrs) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเชิดชูเกียรติของเหล่าทหารแอลจีเรียที่สละชีวิตในสงครามกู้อิสรภาพ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแอลเจียร์ เปิดตัวในปีคริสต์ศักราช 1982 ในวันครบรอบการเป็นอิสระของประเทศแอลจีเรีย ลักษณะของอนุสาวรีย์นี้จะประกอบไปด้วยใบปาล์ม 3 ใบประกบกันในแนวตั้ง และที่ขอบของแต่ละใบจะมีทหารยืนเฝ้าอยู่
  • นำท่านชม มัสยิดเก่าแก่เอล ดีเจดดิด (El Djedid Mosque) สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างสไตล์ฝรั่งเศสและสไตล์ดั้งเดิม เยี่ยมชม จัตุรัสกลางเมือง (Place Emir Abdelkader) อันเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์เชิดชูเกียรติของนายพลชาวฝรั่งเศสนามว่า Emir-Abdelkader
  • นำท่านชม แกรนเด้ โพสเต้ (Neo-Moorish Grande Poste) อาคารสำนักงานไปรษณีย์หลักของเมืองแอลเจียร์ สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส
  • จากนั้น นำท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมแอลจีเรีย (Algeria Museum of Popular Arts and Traditions) เพื่อทำความรู้จักกับประเทศนี้ในแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมและความเป็นอยู่ของประชากรภายในประเทศ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ สนามบินสนามบินเอารี บูมเมอเดียน เมืองแอลเจียร์ เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
  • 16.35 น. ออกเดินทางจาก เมืองแอลเจียร์ สู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิส แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) เที่ยวบินที่ TK 652 (ใช้เวลาในการเดินทาง 03.25 ชม.)
  • 22.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี (รอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน)
11

Day 11 : แอลเจียร์ - กรุงเทพฯ

  • 01.25 น. ออกเดินทางจาก กรุงอิสตันบูล สู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เตอร์กิส แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) เที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.00 ชม.)
  • 15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
วันเดินทาง
1 – 11 พฤษภาคม 2563
สายการบิน

สำรวจแอลจีเรีย 11 วัน 9 คืน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล-แอลเจียร์-กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เตอร์กิส แอร์ไลน์ (Turkist Airlines) ชั้นประหยัด

ค่าตั๋วเครื่องบินภายใน การ์ดาเอีย – แอลเจียร์ – ออราน โดยสายการบิน แอร์ แอลจีเรีย (Air Algerie)  ชั้นประหยัด

ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่านเท่านั้น)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าแอลจีเรีย สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ ราคารวมตลอดทริป 50 USD ต่อท่าน
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ราคารวมตลอดทริป 33 USD ต่อท่าน หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 20,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 20,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
4. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
**วีซ่าอินเดีย จำเป็นที่จะต้องโชว์ตัว เพื่อทำการสแกนนิ้ว ณ สถานทูต**

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตามตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้นโรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้ โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาดการชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทางการเดินทางเป็นครอบครัว  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมดหลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
1 – 11 พฤษภาคม 2563
สายการบิน