วันเดินทาง
16 – 26 กุมภาพันธ์ 2561 1 – 11 มีนาคม 2561
สายการบิน


ราชาสถาน…ดินแดนมหาราชา 11 วัน

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ-กรุงเดลี-เมืองจัยปูร์
  • 06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบิน แอร์อินเดีย ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W
  • 08.55 น. ”เหิรฟ้าสู่กรุงเดลี” ประเทศอินเดีย โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI-333 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง บริการอาหารเช้าบนเครื่อง)
  • 12.00 น. เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลี ตามเวลาท้องถิ่น หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางไปรับประทานอาหาร
  • 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ เมืองจัยปูร์ (JAIPUR) หรือ “นครสีชมพู” ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่ MARRIOT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
2

Day 2

เมืองจัยปูร์ ซิตี้ทัวร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่าน ชมเมืองจัยปูร์ หรือนครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ ท่านมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 (Sawei Jai Singh II) เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1727 เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม จัยปูร์เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถานได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink City) เพราะในสมัยที่มหาราชา ราม สิงห์ เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองจัยปูร์เวลานั้นอินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ในปีค.ศ.1853 เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษเสด็จประพาสเมืองจัยปูร์ มหาราชา ราม สิงห์ สั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองทาสีบ้านเรือนด้วยสีชมพู (อมส้ม) ทั้งเมืองเพื่อถวายการต้อนรับจัยปูร์จึงได้ชื่อว่านครสีชมพูแต่นั้นเป็นต้นมา จากนั้น นำท่านขึ้น ชมพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งเดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่าง แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า ทัศนียภาพเมื่อมองลงมาจากป้อมเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    นำท่านชม ซิตี้พาเลช (Jaipur City Place) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาชัยสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุล ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองจัยปูร์ แม้ยุคนี้จะไม่มีมหาราชาอีกต่อไป แต่ City Palace แห่งนี้ก็ยังเป็นสมบัติส่วนพระองค์ และชาวเมืองจัยปูร์บางส่วนก็ยังนับถือพระองค์อยู่แม้พระองค์จะไม่มีอำนาจใดๆ ที่ปากทางเข้าซิตี้พาเลส มีหอดูดาว จันทราแมนทาร์ (Jantar Mantar) สร้างในปี ค.ศ. 1727 โดยมหาราชาใจสิงห์ พระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์นักดาราศาสตร์ จึงทรงสร้างหอดูดาวและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ไว้มากมาย เรียกว่า Jantar Mantar ไม่ใช่แค่ 1 แห่งแต่มีถึง 5 แห่ง อีก 4 แห่งอยู่ที่ Delhi, Ujjain, Varanasi และ Matura แต่ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดอยู่ที่นี่ นาฬิกาแดด สูงถึง 28 เมตร ที่ยังเที่ยงตรงอยู่ บอกเวลาที่เมืองจัยปูร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่ตรงกับเวลามาตรฐานของอินเดีย จากนั้น นำท่าน แวะถ่ายภาพ ฮาวามาฮาล “พาเลซออฟวินด์” (Hawa Mahal) พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่านและให้หญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง รวมทั้งขบวนแห่งต่างๆ โดยที่บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสตรีเหล่านั้นได้ และนั่นคือที่มาของคำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสายลม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีชมพู
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่  MARRIOT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
3

Day 3

เมืองจัยปูร์–เมืองบิคาเนอร์-วิหารคาร์นีมาทา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองบิคาเนอร์ (BIKANER) ระยะทาง 320 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) สมัยอดีตยังไม่มีเมืองบิคาเนอร์ บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Mawar Land of the Dead พ่อค้าตามเส้นทางสายไหม ยังต้องใช้ผ่านไปมา จึงมีโจรหลายก๊ก ยึดครองพื้นที่หย่อมเล็ก และยังไม่มีใครครอบครองดินแดนแห่งนี้ เจ้าชาย Rao Bika แห่งแคว้นโยธปุระ (จ๊อดปูร์) เกิดความน้อยใจในคำพูดพระบิดา จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเดินทางก่อนลงหลักปักฐานต่อสู้กับพวกโจร นำความร่มเย็นเข้ามาสู่ดินแดนแห่งความตาย จนชาวบ้านท้องถิ่นเข้าร่วมในการต่อสู้กับพวกโจร จนท้ายสุดเมืองบิคาเนอร์ถูกตั้งขึ้น จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองบิคาเนอร์
  • เที่ยง เดินทางถึง เมืองบิคาเนอร์ นำท่านเข้าสู่ที่พัก และรับประทานอาหารกลางวัน
    นำท่านชม วิหารคาร์นีมาทา (Karni mata Temple) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 สร้างเพื่ออุทิศ ให้แด่หนูที่มีความเชื่อ ว่าเป็นเหล่าลูกหลานของเทพธิดา Karni mata ที่เป็นร่างอวตารของเทพธิดา Durga (เทพธิดาแห่งพลัง และชัยชนะ) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาฮินดู ที่ผู้ศรัทธาจะนำนม อาหารดีๆ มามอบให้แด่หนูเหล่านี้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ หลายคนไม่กล้าเข้าสู่วิหารนี้ เพราะกลัวหนู ได้เวลาสมควรเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ LAXMI NIWAS PALACE ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เมืองบิคาเนอร์–ป้อมจูนนาการ์-เมืองจัยแซลเมียร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่านชม ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์ หรือ ป้อมจูนนาการ์ (Junagarh Fort) วังมหาราชาที่อยู่ในสภาพดีสุดแห่งหนึ่งในราชาสถาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 ถูกสร้างขึ้นโดยราชปุต Rao Bika ด้วยการต่อสู้กับชนพื้นเมือง จนสามารถตั้งถิ่นฐานแม้ผ่านการรุกรานจากมหาโมกุลหลายครั้ง แต่ทะเลทรายที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งความกล้าหาญของนักรบ ช่วยให้เมืองอยู่รอดเสมอมา ภายในป้อมใหญ่ แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Chandra Mahal, Phool Mahal, Karan Mahal และ Anoop Mahal จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์ Ganga Golden Jubilee
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    จากนั้นเดินทางสู่ เมืองจัยแซลเมียร์ (JAISALMER) ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง จัยแซลเมียร์ คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางที่ราบทะเลทรายธาร์ มีกำแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าที่ สำคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ ก็จะปรากฏให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตา และนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง” ด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูลดังๆ หลายๆคนร่ำรวยกันอย่างมหาศาล กลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสน์ที่ใหญ่โตมโหฬาร
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่ FORT RAJWADA HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เมืองจัยแซลเมียร์-ชมทะเลสาบกาดซิซาร์-ขี่อูฐทะเลทรายทาร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นชม ป้อมจัยแซลเมียร์ (Jaisalmer Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบ สร้างโดย Bhatti Rajput rule Rawal Jaisal ค.ศ. 1156 บนเขาทิตรีกูฏ โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลำดับที่ 2 ของรัฐราชสถาน ชมความสวยงามของปราสาททรายที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทราย ภายในป้อมมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักอยู่อาศัยมานานนับร้อยปี ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองจัยแซลเมียร์โดยรอบ
    นำท่านชม คฤหาสน์ของเสนาบดี หลังแรกคือ Nathmal Ji Ki Haveli สูง 5 ชั้น ที่สร้างราว ค.ศ.ที่ 19 โดย Lalu และ Hathi 2 พี่น้องศิลปินและสถาปนิกเอก ที่สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยการฉลุลายผนังอย่างละเอียดอ่อน และอีกหลังคือ Patwon ki Haveli ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจัยแซลเมียร์ ซึ่งภายในจะจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม นำท่าน ชมทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadsisar Lake) โอเอซิสขนาดมหึมาท่ามกลางทะเลที่สร้างโดยมหาราชาวาลกาดซี ในราว ค.ศ.ที่ 14 ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองจัยแซลเมียร์ รอบๆทะเลสาบมีวัดเล็กๆ ในช่วงฤดูหนาวจะได้พบเห็นนกนานาชนิดโดยรอบบริเวณทะเลสาบ
    จากนั้น นำท่าน ขี่อูฐสู่ทะเลทรายทาร์ ชม Sam Sand Dunes ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 45 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังใน จัยแซลเมียร์ เนินทรายแห่งนี้เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงามเกินคำบรรยาย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • พักที่ FORT RAJWADA HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เมืองจัยแซลเมียร์-ป้อมเมห์รานกาห์-เมืองจ๊อดปูร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองจ๊อดปูร์ (JODHPUR) ในเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เมืองโรแมนติกแห่ง นครสีฟ้า “จ๊อดปูร์” หรือเมืองโยธะปุระ นครแห่งนักรบ ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราวกับน้ำทะเล เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในแคว้นราชาสถาน ถูกตั้งขึ้นเป็นราชธานี โดย Rao Jodha แห่งราชวงศ์ Rathor
    เดินทางมาถึงเมือง “จ๊อดปูร์” จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก เตรียมทานอาหาร
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    นำท่าน ชมป้อมเมห์รานกาห์ (Mehrangarh Fort) เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ป้อมปราการที่ยาวเหยียดข้ามเขาถึง 125 ลูก ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด และเป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ไม่มีป้อมปราการแห่งไหนในราชาสถานเด่นหง่าเทียบเท่า Mehrangarh Fort ไม่ว่าจะมองจากจุดไหนๆ ของเมืองจ๊อดปูร์ มหาปราการหินถูกสร้างบนเนินเขาสูง 122 เมตร ใน ค.ศ.1459 เมื่อฤาษีท่านหนึ่งบอกแก่มหาราชาจ๊อดธะ (Jodha) พระองค์ควรสร้างเมืองขึ้นที่นี่
    จ๊อดปูร์ เป็นศูนย์กลางอาณาจักรใหญ่แต่ครั้งโบราณ ป้อมจึงถูกเสริมเติมแต่งจนมีขนาดใหญ่มหึมา ป้อมเมห์รันกาห์นี้ภายในตกแต่งประดับประดาด้วยแก้วหลากสี แบ่งเป็นห้องหรือท้องพระโรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง อาทิ ตำหนัก Moti Mahal, Sheesh Mahal, Phool Mahal
    จากนั้น นำท่านชม วัด Chamunda Mataji จากนั้นห่างจาก Mehrangarh Fort ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ท่านจะได้ชมสิ่งปลูกสร้างสะอาดตา “Jaswant Thada” ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และเป็นที่ฝังศพของมหาราชา Jaswant Singh ที่สองและสมาชิกคนอื่นๆ ในราชวงศ์
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่ HOTEL GATEWAY ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
7

Day 7

เมืองจ๊อดปูร์-เมืองเมาท์อาบู-กลุ่มวัดเชนดิลวารา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ เมาท์อาบู (MOUNT ABU) ระยะทาง 336 กิโลเมตร หรือเรียกว่า ภูเขาราชาเทวะ มีความสูงประมาณ 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลจึงทำให้อากาศเย็นสบายทั้งปี เป็นเมืองพักผ่อน เนื่องจากแคว้นราชาสถานเป็นเขตทะเลทรายเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ผู้คนหนีร้อนมาพักผ่อนที่นี่ และยังเป็นที่นิยมของคู่ฮันนีมูน เมาท์อาบูยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และยังเป็นที่แสวงบุญของผู้ที่นับถือศาสนาเชน..เดินทางมาถึง “เมาท์อาบู” จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    นำท่านชม กลุ่มวัดเชนดิลวารา (Dilwara Jain Temples) ที่สลักเสลาด้วยหินอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งมีจำนวน 5 วัด ตั้งอยู่บนทิวเขานอกเมือง ชม วัดวิมาลวาสาหิ (Vimal Vasahi) และวัด Tejpal ฯลฯ จากนั้น ชมจุดชมนก Trevor’s Tank (หากมีเวลาพอ) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่ CAMA RAJPUTANA HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
8

Day 8

เมืองเมาท์อาบู-ชมวิหารเชน-เมืองรานัคปูร์-เมืองอุไดปูร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นเดินทางสู่ เมืองรานัคปูร์ (RANAKPUR) นำท่าน ชมวิหารเชน (Ranakpur Jain Temple) เป็นวิหารของศาสนาเชน สร้างโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง 1,144 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักอย่างงดงามมาก คิดเป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตร ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสร้างวัดนี้จำเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาศัยของคนงานนับหมื่น และเป็นสถานที่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งซึ่งผู้คนเดินทางมาเพื่อแสวงบุญ ทั้งยังเป็นที่ที่ใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญมากสำหรับผู้นับถือศาสนาเชน เมืองดังกล่าวตั้งชื่อว่า “รานัคปูร์” เพื่อเป็นเกียรติแด่มหารานา แห่งราชาอาณาจักร ผู้อนุญาตให้สร้างวัด
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอุไดร์ปูร์ (UDAIPUR) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นราชาสถาน และตั้งอยู่ริมทะเลสาบฟิโชล่า เป็นราชธานีแห่งที่สองของอาณาจักร Mewar อุไดปูร์เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านความโรแมนติกและเพียบพร้อม ไปด้วยความงามของทะเลสาบ พระราชวังและน้ำพุที่สวยงาม
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่ RADISSON BLU HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
9

Day 9

เมืองอุไดปูร์-ซิตี้ พาเลช-ฟาเตห์ ประกาห์ พาเลช-ล่องเรือทะเลสาบพิโคลา
  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่าน ชมซิตี้ พาเลช (Udaipur City Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม
    นำท่าน ชมภายนอก ของ ฟาเตห์ ประกาห์ พาเลช (Fateh Prakash Palace) ซึ่งมหาราชาองค์หนึ่งอยากได้เฟอร์นิเจอร์คริสตัลมาประดับวัง แต่ไม่ชอบเครื่องเรือนสไตล์ยุโรป จึงบัญชาให้กรมช่างในราชอาณาจักรทำเครื่องเรือนต้นแบบจากไม้ แกะสลักลวดลายสวยงามก่อนส่งไปยังอังกฤษเพื่อให้บริษัทคริสตัลทำเฟอร์นิเจอร์ตามแบบนั้น จากนั้นจึงค่อยส่งกลับมาประดับไว้ที่วังแห่งนี้
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    นำท่าน ล่องเรือในทะเลสาบพิโคลา (Lake Pichola Cruise) ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบในยามเย็น ทะเลสาบนี้มีความกว้าง 3 กม. ยาว 4 กม. มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag Niwas และ Jag Mandir เกาะ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ The Lake Palace สร้างโดย Maharana Jagat Singh ll เมื่อปี 1743 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวไปเรียบร้อยแล้ว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณคืนละ 15,000 บาท ไปจนถึง 200,000 กว่าบาท
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • พักที่ RADISSON BLU HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
10
เมืองอุไดปูร์-วัดจักดิศ-Saheliyon Ki Bari-เมืองมุมไบ
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านชม วัดจักดิศ (Jagdish Temple) เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอุไดปูร์ และเป็นที่เคารพสักการะสำหรับชาวเมืองอุไดปูร์เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1651 จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของที่ระลึกตามอัธยาศัย
    จากนั้น เดินทางสู่สวน Saheliyon Ki Bari ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยมหารานาซันแกรมซิงห์ที่ 2 (Maharana Sangram Singh ll) เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของเชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิงในช่วงฤดูร้อน ภายในสวนตบแต่งไปด้วยต้นไม้หลากหลายนานาชนิดพันธุ์ โดดเด่นด้วยน้ำพุที่สร้างความเย็นฉ่ำให้บริเวณข้างเคียง ชมความงามของสระบัวที่กว้างใหญ่ บริเวณภายในสวนยังมีห้องนั่งเล่นที่ประดับประดาไปด้วยแก้วและหินสีงดงามมาก
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (แบบกล่อง)
    หลังอาหาร สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางต่อไปยังสนามบินฯ
  • 17.20 น. “เหิรฟ้าสู่เมืองมุมไบ” โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI-644
  • 19.00 น. เดินทางถึงสนามบินในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
  • 20.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    หลังอาหาร อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ และพักผ่อนตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลา เดินทางสู่สนามบินฯ เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
11
เมืองมุมไบ-กรุงเทพฯ /สุวรณภูมิ
  • 01.50 น. “เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI-330
  • 07.45 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
16 – 26 กุมภาพันธ์ 2561 1 – 11 มีนาคม 2561
สายการบิน

ราชาสถาน…ดินแดนมหาราชา 11 วัน

  • นครสีแดง นครสีทอง นครสีชมพู นครสีฟ้า
  • *****พักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว*****
  • ชมทัศนียภาพอันสวยงาม ทะเลสามิซูลิน่า
  • สุดยอดโปรแกรม…เที่ยวครบสูตร!!!

ราชาสถาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย ทางฝั่งตะวันตกของรัฐติดกับประเทศปากีสถาน ทางเหนือติดกับรัฐปัญจาบและรัฐหรยาณา ทางตะวันออกติดกับรัฐอุตตรประเทศและรัฐมัธยมประเทศ ทางใต้ติดกับรัฐคุชราต ทางใต้ของรัฐราชสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลอาหรับ 400 กิโลเมตร มีเทือกเขา Aravalli ซึ่งแบ่งราชสถานออกเป็นสองฝั่ง ได้แก่ ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทะเลทรายปกคลุม 2 ใน 3 ของรัฐ และฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์

กรุงเดลี-เมืองจัยปูร์-เมืองบิคาเนอร์-วิหารคาร์นีมาทา-ป้อมจูนนาการ์-เมืองจัยแซลเมียร์-เมืองจัยแซลเมียร์-ชมทะเลสาบกาดซิซาร์-ขี่อูฐทะเลทรายทาร์

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เดลี-อุไดปูร์-มุมไบ -กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 9 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 2 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 50 USD
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 USD ต่อท่าน ต่อวัน รวม 11 วัน คิดเป็น 33 USD หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

1.หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3
2.รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตา ห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ขนาด 2 x 2 นิ้ว 2 รูป (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
4. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า (บริษัทจะส่งให้ท่าน ณ วันที่ทำการจองทัวร์)
**วีซ่าอินเดีย จำเป็นที่จะต้องโชว์ตัว เพื่อทำการสแกนนิ้ว ณ สถานทูต**

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตามตั๋วเครื่องบิน ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้ หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้นโรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้ โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาดการชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทางการเดินทางเป็นครอบครัว  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมดหลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไขที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
16 – 26 กุมภาพันธ์ 2561 1 – 11 มีนาคม 2561
สายการบิน