วันเดินทาง
22 - 26 ตุลาคม 2563 18 – 22 พฤศจิกายน 2563 03 – 07 ธันวาคม 2563 09 – 13 ธันวาคม 2563 30 ธันวาคม 2563 – 03 มกราคม 2564
สายการบิน


มนต์เสน่ห์น่าน 5 วัน

น่านบ่อเกลือปัวสะปันอุทยานแห่งชาติดอยภูคาวังศิลา

กาแฟไทลื้อดอยเสมอดาว

เดินทางสะดวกสบายไปกับทัวร์กรุ๊ปเล็ก เพียง 6 – 8 ท่าน ด้วยรถตู้ V I P

สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ตื่นตาตื่นใจไปกับธรรมชาติอันงดงามตลอดการเดินทาง และบริเวณที่พัก 

อิ่มอร่อยไปกับอาหารหลากหลายประเภท

 

Day 1 : Departure

กรุงเทพฯ – วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาธาตุ – พระราชวังจันทร์ – น่าน

• 07.00 น.       คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดพบ นำท่านออกเดินทางสู่ จังหวัดน่าน โดยรถตู้ปรับอากาศ VIP

• 07.30 น.       ล้อหมุนออกจากจุดนัดพบ มุ่งหน้าสู่จังหวัดน่าน ระหว่างทาง ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

• 11.30 น.       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนำท่านแวะชม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ให้ท่านได้กราบไหว้ขอพรพระพุทธชนิราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิษณุโลก และถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่มี ความงดงามมากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศ และให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกบริเวณภายในวัด

นำท่านชมพระราชวังจันทน์ ตั้งอยู่ติดกับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นพระราชวังโบราณ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ถือเป็นสถานที่สำคัญอีก แห่งหนึ่งประจำเมืองพิษณุโลก เนื่องจากเป็นที่เสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่จังหวัดน่าน

เย็น               รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ค่ำ                จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก พีเอ็กซ์122 ดีเบสต์ โฮเทล หรือ เทียบเท่า

 

Day 2 :

น่าน – พระธาตุแช่แห้ง – วัดภูมินทร์ – เดอะวิว@กิ่วม่วง – ถนนลอยฟ้า โค้งเลข 3 – บ่อเกลือสินเธาว์ – อุ่นไอมาง

• 07.30 น.         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

• 08.30 น.       จากนั้นนำท่านเดินทางสักการะ พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี เป็นศิลปะการก่อสร้าง ที่มีความวิจิตรงดงาม อีกแห่งหนึ่ง ของภาคเหนือ ที่เป็นศิลปะ การก่อสร้าง ที่ได้รับอิทธิพล การก่อสร้างมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย โดยมีลักษณะโดยรอบๆ ของ องค์พระธาตุ คือจะมี การบุรอบองค์ ด้วยทองจังโกในส่วน ของทางเดิน ขึ้นสู่งองค์พระธาตุนั้น จะเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าลักษณะของการปั้น จะเป็นลายนาคเกี้ยวที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของ ช่างฝีมือและของ ศิลปะ ของจังหวัดน่านโดยแท้จริง ชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกัน ว่าการ ได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาจะเรียกกันว่า การชูธาตุ แล้วนั้นจะทำได้รับ อานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เป็นต้น

นำท่านเดินทางต่อสู่ วัดภูมินทร์เดิมมีชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” จุดเด่นของวัดนี้คือ “พระอุโบสถจตุรมุข” สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ที่รวมเอาโบสถ์ วิหาร และเจดีย์ ไว้ในอาคารเดียวกัน ในลักษณะการจำลองแผนภูมิจักรวาลตามความเชื่อแห่งพุทธศาสนา โดยมีพระประธานจตุรทิศปางมารวิชัย 4 องค์ หันหน้าออกสู่ประตูทั้ง 4 ทิศ ประดิษฐ์ฐานอยู่ภายใน มีเรื่องเล่ากันว่า หากใครจะไปกราบขอพรพระจตุรทิศ ให้พยายามสังเกตหน้าองค์พระ 1 ในทั้งสี่ทิศ ซึ่งจะมีอยู่เพียงทิศเดียวเท่านั้น ที่หน้าองค์พระประธานจะมีลักษณะยิ้มแย้มมากกว่าทั้ง 3 ทิศที่เหลือ ก็ให้กราบขอพรยังทิศนั้นแล้วจะได้สมปรารถนาตามที่ตั้งใจ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่โดดเด่นเป็นพิเศษในวัดภูมินทร์แห่งนี้ก็คือ ภาพ “กระซิบบันลือโลก” หรือภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งเป็นคำเรียกชายผู้หญิงชาวไทลื้อสมัยโบราณ ในลักษณะกระซิบสนทนากัน

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปร้านกาแฟ เดอะวิว@กิ่วม่วง เป็นอีกจุดเชคอินที่วิวหลักล้าน แต่ราคาหลักสิบ อิสระให้ท่านถ่ายรูปวิวร้านกาแฟตามอัธยาศัย จนกระทั่งสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อสู่ อ.บ่อเกลือ

นำท่านแวะถ่ายรูป ถนนลอยฟ้า โค้งเลข 3 ถนนเส้นนี้คทอถนนหมายเลข 1081 ตั้งอยู่เส้นระหว่างอำเภอสันติสุขผ่านเข้าอำเภอบ่อเกลือ บรรยากาศรอบๆ แวดล้อมด้วยป่าสีเขียวและท้องฟ้าที่ไกลที่สุดสายตา ที่ไม่ว่าจะถ่ายภาพจากมุมไหนก็ได้ภาพสวยๆ

จากนั้นนำท่านแวะชม บ่อเกลือสินเธาว์ แหล่งชุมชนที่มีการทำบ่อเกลือมาหลายชั่วอายุคน โดยชาวบ้านจะตักน้ำเกลือจากบ่อใต้ดินแล้วให้ไหลมาตามรางท่อไม้ไผ่ เพื่อที่จะนำน้ำเกลือมาต้มให้เหลือแต่เม็ดเกลือเรียกว่า “เกลือภูเขา”

ค่ำ                รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ ละลานตา รีสอร์ทหรือ เทียบเท่า

 

Day 3 :

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – สะพานสะปัน – วัดภูเก็ต – วัดปรางค์ – บ้านกาแฟไทลื้อ – ร้านลำดวนผ้าทอ – ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ – วังศิลาแลง – นำตกศิลาเพชร

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมที่พัก

• 07.30 น.       นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่ 8 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และ อำเภอแม่จริม ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 1,704 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,065,000 ไร่ จึงทาให้มีความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่าอันจะเห็นได้จากการพบพืชพรรณ และสัตว์ป่าหายากหลากหลายชนิด และนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดน่าน โดยมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่น่าสนใจคือ ดอกชมพูภูคาซึ่งเป็นพันธ์ไม้หายากและมีที่แห่งนี้ที่เดียวในประเทศไทย ต้นเต่าร้างยักษ์ ป่าดึกดำบรรพ์ น้ำตกภูฟ้า พิชิตยอดดอยภูแว ชมถ้ายอดวิมาน และถ้าผาฆ้อง นำท่านชม ทะเลหมอกที่ลานดูดาว อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับธรรมชาติ ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปที่สะพานสะปัน ซึ่งเป็นมุมไฮไลท์เด็ดของหมู่บ้าน ซึ่งมีกันสองจุด คือสะพานปูนปลางหมู่บ้าน ที่ช่วงวันเสาร์จะมีถนนคนเดินเล็กๆ ให้เลือกช้อป และอีกสะพานแขวน ท้ายหมู่บ้านที่รอบๆ เป็นนาสีเขียว ที่ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

จากนั้นนำท่านชม วัดภูเก็ต ถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม โดยจุดเด่นของวัด คือ ระเบียงชมวิวด้านหลังวัด ติดกับทุ่งนาที่กว้างไกลพร้อมด้วยฉากหลัง เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง

จากนั้นนำท่านชม วัดปรางค์ ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ผิดธรรมชาติ ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND อีกด้วย

จากนั้นนำท่านแวะ อุ่นไอมาง โฮมสเตย์ อิสระให้ท่านได้พักผ่อนจิบกาแฟ ภายในโฮมสเตย์มีมุมพักผ่อนหลากหลาย  ท่านสามารถถ่ายรูป และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนำทุกท่านไปจิบกาแฟชมวิวทิวทัศน์ของ ปัว ที่ร้าน บ้านกาแฟไทลื้อ ตั้งอยู่ที่ ตำบลศิลาแลง  อำเภอปัว จังหวัดน่าน  เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ  ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว  อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดชาวไทลื้อมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ  นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ร้านลำดวนผ้าทอ  เป็นอีกหนึ่งร้าน เก๋ ไก๋  ติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม  เมื่อได้เห็นต้องร้องว้าวน่าซื้อเครื่องดื่มซักแก้ว ไปนั่งเล่น นอนเล่น รับลมเย็น มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า  พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋  เก๋ ยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร

จากนั้นนำท่านแวะ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ตั้งอยู่บนเนินเขาของหมู่บ้านหัวน้ำ ลึกเข้าไปด้านในจะพบกับบรรยากาศเงียบสงบ ตัวร้านแบ่งออกเป็นหลากหลายโซน มีทั้งโรงเพาะเห็ด โวนของฝาก และร้านอาหาร ซึ่งแต่ละมุมก็จะมีวิวให้ถ่ายรูปได้หลากหลายมุม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วังศิลาแลง ได้รับการขนานนามให้เป็น แกรนด์แคนยอนเมืองปัว มีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำ ประกอบด้วยวังน้ำและโตรกผาเป็นช่วงๆ โดยมีวังน้ำประมาณ 7 วัง รวมระยะทางมากกว่า 400 เมตร พื้นดินดังกล่าวเกิดจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลกบริเวณรอยเลื่อนปัว ซึ่งมีภูมิลักษณ์แบบแก้วไวน์

จากนั้นนำท่านชม น้ำตกศิลาเพชร อยู่ในบริเวณทางตอนกลางของอุทยานแห่งชาติดอยภูคาอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยจัดการต้นน้ำน้ำย่าง ในพื้นที่หมู่บ้านป่าตอง ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอปัวและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว น้ำตกเกิดจากลำน้ำย่าง มีทั้งหมด 3 ชั้น มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำตกเหมาะแก่การเล่นน้ำและมีน้ำไหลตลอดปี สายน้ำตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป ภายในน้ำตกมีน้ำตกที่ใสสะอาด โขดหินอันสวยงาม ต้นไม้ที่ร่มรื่น ทั้งสองฝั่งของน้ำตกจะเป็นหน้าผาลาดชัน ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าเบญจพรรณและป่าดิบเขา

เย็น               รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ค่ำ                นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก นันตราคีรี หรือ เทียบเท่า

 

Day 4 :

วัดศรีมงคล – หอศิลป์ริมน่าน – พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน – ศูนย์ OTOP – วัดพระธาตุเขาน้อย – ดอยเสมอดาว

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า

• 09.30 น.       จากนั้นนำท่านชม วัดศรีมงคล เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้ คือหลวงปู่ ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงามมองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักนน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยบริเวณลานชมวิวทางวัดได้จัดทำเป็น ซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุดรวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆให้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ

นำท่านชม หอศิลป์ริมน่าน  เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน ชื่อวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักในศิลปะที่ต้องการสร้างหอศิลป์ เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์ โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปีขึ้นในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติเพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน เรียกว่า “หอคำ” ภายในจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุต่างๆ ประวัติศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองภาคเหนือ และชาวเขาเผ่าต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “งาช้างดำ” ซึ่งไม่ทราบประวัติความเป็นมา สันนิษฐานว่า เป็นงาข้างซ้าย มีสีน้ำตาลเข้มไปทางดำ งาช้างดำนี้ ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ มีซุ้มต้นลีลาวดีที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้ง โน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่ สวยงาม เรียกได้ว่าเป็นซิกเนอเจอร์อีก 1 จุดของ จังหวัดน่าน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนำท่านแวะซื้อของฝากกันที่ ศูนย์ OTOP จ.น่าน แหล่งรวบรวมสินค้าหัตถกรรมของชุมชนที่มีทั้งผลไม้ ผ้าทอมือ เครื่องเงิน ที่ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพและถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีว่าเป็น OTOP ระดับ 5 ดาว ใครมาเที่ยวน่านแล้วอยากซื้อของฝากสวยงามประทับใจผู้รับก็แวะกันมาได้ที่ศูนย์ OTOP จ.น่าน ตั้งอยู่ที่ ถ.มหาวงศ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไต้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริ ยพงศ์ผรติเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ประมาณ 583,750 ไร่ หรือ 934 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อาเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เทือกเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตก และตะวันออกแบ่งพื้นที่ออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังในเขตเทือกเขาประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา พบสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมี อยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดา หมี กวาง หมาป่า และหมาในมีสัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญ คือ ช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ค่ำ                รับปะทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านสู่ที่พัก เรือนไม้ รีสอร์ท หรือ เทียบเท่า

 

Day 5 :

ดอยเสมอดาว – ผาชู้ – เสาดินนาน้อย – อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก – พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมที่พัก

นำท่านชม ทะเลหมอกยามเช้า ณ.จุดชมวิว ดอยเสมอดาว เป็นพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขาเหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถชมทะเลหมอกในยามเช้า ช่วงกลางคืนชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ผาชู้ มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกลางขุนเขาเขียวขจีหลายแสนไร่ บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งที่ทำการ อุทยานฯ ในฤดูหนาว สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากยอดผาชู้ และเมื่อหมอกจางลงจะมองเห็นลาน้าน่าน ทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ที่ปลายผืนป่าผาชู้

ได้เวลาพอสมควรนำท่านชม เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เป็นผืนดินขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ มีลักษณะเป็นเสาดินขนาดใหญ่คล้าย “แพะเมืองผี” ที่จังหวัดแพร่ จากข้อสันนิษฐานทางธรณีวิทยา เสาดินนาน้อย เกิดจากดินที่ตกตะกอนทับถมกันเป็นจานวนมาก เมื่อมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจึงทาให้พื้นที่บางส่วนพังทลาย และยุบตัวลง ทาให้เกิดดินรูปร่างแปลกตา เมื่อเวลาผ่านพ้นไปอีกหลายล้านปี จากการกัดเซาะของน้าฝนและลมตามธรรมชาติ ทาให้ดินบริเวณนี้มีรูปทรงแตกต่างกันออกไป บ้างเป็นเสาดินกลมมน บ้างเป็นเสาแหลม หรือบางส่วนก็มีลักษณะคล้ายกาแพงดินขนาดใหญ่ กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่

จากนั้นสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่จังหวัดอุตรดิตถ์

เที่ยง              รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                จากนั้นนำท่านเดินทางไปกราบสักการะ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ตามประวัติ พระยาพิชัยหรือทองดี เกิดในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยามีความสามารถในชั้นเชิงทั้งมวยและดาบต่อมาได้เข้ารับราชการกับเจ้าเมืองตาก (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี) คอยปราบข้าศึกที่มารุกรานและได้ต่อสู้กับกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาตีเมืองพิชัยจนกระทั่งดาบซึ่งใช้ในการรบหัก แต่ก็สามารถป้องกันเมืองเอาไว้ได้ จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพิชัยปกครองเมืองพิชัยที่เป็นบ้านเกิด หลังจากนั้นชาวบ้านจึงได้สดุดีวีรกรรมของท่านและสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญองอาจรักชาติและความเสียสละ นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักระยะห่างประมาณ 1-200 เมตร

จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ เป็นโบราณสถานซึ่งมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งเหล็กกล้า ที่นำมาทำพระแสงดาบตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมมีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ มีบ่อหนึ่งเรียกว่า บ่อพระแสง ห้ามมิให้ผู้ใดขุดเหล็กจากบ่อนี้ โดยสงวนไว้ใช้ทำพระแสงดาบสำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น และ บ่อพระขรรค์ เป็นบ่อที่ในสมัยโบราณมีช่างทำพระขรรค์ถวายพระมหากษัตริย์ ได้นำแร่เหล็กน้ำพี้จากบ่อพระขรรค์ไปถลุงทำพระขรรค์ ภายในบริเวณมี พิพิธภัณฑ์บ่อเหล็กน้ำพี้ รวบรวมหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับประวัติเหล็กน้ำพี้ โดยจัดแสดงและจำลองให้เห็นถึงกระบวนการ ขั้นตอนการตีเหล็กน้ำพี้ ตั้งแต่การขุดแร่เหล็กน้ำพี้จนตีเป็นดาบที่มีความแกร่งและความคมเป็นเลิศ ดาบน้ำพี้จึงเป็นอาวุธคู่กายของขุนศึกและนักรบไทยในสมัยโบราณตลอดมา จากนั้นสมควรแก่เวลานำท่านเดินนทางกลับสู่กรุงเทพฯ

20.30 น.       เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

***รายการทัวร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ,การจราจร, การเดินทางช่วงเทศกาลหรือวันหยุดต่างๆ เป็นต้น โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยทางบริษํทฯ จะปรับเปลี่ยนโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของท่านเป็นหลัก ***

 

วันเดินทาง
22 - 26 ตุลาคม 2563 18 – 22 พฤศจิกายน 2563 03 – 07 ธันวาคม 2563 09 – 13 ธันวาคม 2563 30 ธันวาคม 2563 – 03 มกราคม 2564
สายการบิน

อัตราค่าบริการ สำหรับ 6 – 8 ท่าน (ใช้รถตู้วีไอพี 9 ที่นั่ง สำหรับเดินทางตามที่ระบุในโปรแกรม)

อัตราค่าบริการราคาท่านละ
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน18,500.-
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน18,500.-
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม)16,500.-
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม)14,000.-
พักเดี่ยวเพิ่ม6,000.-

 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           

 

 

อัตราค่าบริการ สำหรับ 30 ธันวาคม 2563 – 03 มกราคม 2564

อัตราค่าบริการราคาท่านละ
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน19,500.-
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน19,500.-
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม)17,500.-
เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม)15,000.-
พักเดี่ยวเพิ่ม6,500.-

 

การจองทัวร์  
หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 10,000 บาท/ท่าน พร้อมสำเนาบัตรประชาชน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

• กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 15 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ท่านสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ ดังรายละเอียดดังนี้
ค่าทัวร์รวม :
• ค่าโรงแรมที่พัก 4 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)

• ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน

• ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง รถตู้วีไอพี 8 ที่นั่ง

• ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม

• ค่ามัคคุเทศก์ คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง

• ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าทัวร์ไม่รวม :
• ค่าทิปมัคคุเทศก์, คนขับรถ ฯ ตลอดการเดินทาง

• ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

• ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

• ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

• ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

การยกเลิก :
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์และจ่ายค่ามัดจำ บริษัทฯ ขอเก็บค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง
หมายเหตุ :
•  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 6 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 10 วัน ก่อนการ

•  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

•   บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

•   หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และไม่รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

•   การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

•   รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจมรการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

•   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรรีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง

•  ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือเกิดจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม

โรงแรมและห้อง

•  ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้

การเดินทางเป็นครอบครัว

•  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข

ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

 

วันเดินทาง
22 - 26 ตุลาคม 2563 18 – 22 พฤศจิกายน 2563 03 – 07 ธันวาคม 2563 09 – 13 ธันวาคม 2563 30 ธันวาคม 2563 – 03 มกราคม 2564
สายการบิน