วันเดินทาง
30 พฤษภาคม - 09 มิถุนายน 2562
สายการบิน


บัลแกเรีย -โรมาเนีย 11 วัน เทศกาลกุหลาบ

โซเฟีย-รีล่า-พลอฟดิฟ-คาซานลัค-ชิพก้า-เวลีโค ทาร์โนโว-เวอร์น่าคอนสแตนตา-บูคาเรสต์-ซีบิว-ซีกิสโอร่า-บราน-บราซอฟซิบาย่า

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ – กรุงอิสตันบูล (ตุรกี)
  • 20.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 10 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการเช็คอินและตรวจสัมภาระ
  • 23.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK069
2

Day 2

กรุงอิสตันบูล (ตุรกี) – โซเฟีย (บัลแกเรีย) – มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี – จัตุรัสบัทเทนเบิร์ก
  • 04.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 07.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโซเฟีย โดยเที่ยวบินที่ TK1027
  • 09.05 น. เดินทางถึงกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร

Alexander Nevsky Cathedral

นำท่านไปชม มหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky Cathedral) ซึ่งถือเป็นมหาวิหารคริสตจักรนิกายออร์โธด๊อกซ์ที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก มหาวิหารนี้มีรูปแบบการก่อสร้างของนีโอไบแซนไทน์ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิค อเล็กซานเดอร์ โพมีรานท์เซฟ เป็นมหาวิหารที่การก่อสร้างในแบบโดมหลังคาทรงกลมสีเขียว ที่มีความสูงถึง 53 เมตร ตกแต่งด้วยหินอ่อนที่วิจิตรตระการตา ภายในมีเนื้อที่ประมาณ 3,170 ตรม.ซึ่งสามารถจุผู้เข้าทำพิธีได้ประมาณ 10,000 คน

นำท่านผ่านชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ซึ่งเป็นโบสถ์คริสตจักรที่อยู่ใกล้ๆกันได้อีกด้วย

Battenberg Square

จากนั้นแวะไปชมพระราชวังเดิมที่ จัตุรัสบัทเทนเบิร์ก (Battenberg Square) ซึ่งปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ ได้กลายเป็น หอศิลป์แห่งชาติ (National Art Gallery) นำท่านผ่านชม สวนสาธารณะเก่าประเมืองโซเฟีย ผ่านชมทำเนียบประธานาธิบดี และโบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George) เป็น

โบสถ์คริสต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวโรมัน ในศตวรรษที่ 4 ก่อสร้างโดยใช้ อิฐแดง และยังถือว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในโซเฟีย

  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น

Boyana Church

14.00 น. นำเข้าชมโบสถ์โบยาน่า (Boyana Church) มรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก้ในปีค.ศ.1979ประกอบด้วยอาคาร 3 หลังที่สร้างเชื่อมติดต่อกัน โดยอาคารด้านทิศตะวันออกสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10 และขยายใหญ่ขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 ภายในมีภาพเขียนสีบนปูนเปียก (fresco) ที่วาดขึ้นในปีค.ศ.1259 ซึ่งเป็นผลงานที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของศิลปะยุคกลางเช่น ภาพชีวประวัติของเซนต์นิโคลัส, ภาพกษัตริย์และราชินีแห่งบัลแกเรีย, ภาพพระเยซู และสาวกผู้เผยแผ่ศาสนาทั้ง4 องค์, ภาพคู่สามีภรรยา Sebastocrato Kaloyan และ Desislava Kaloyan ผู้อุปถัมภ์ในการสร้างโบสถ์แห่งนี้ ส่วนอาคารหลังที่ 3 สร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ ศตวรรษที่ 19

Vitosha Boulervard

อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง Vitosha Boulervard ถนนช้อปปิ้งสายหลักแห่งนครหลวงโซเฟีย ซึ่งมีทั้งสินค้าแบรนด์เนมไฮเอนและสินค้าท้องถิ่นให้เลือกซื้อมากมาย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

 

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LEGENDS หรือเทียบเท่า
3

Day 3

โซเฟีย – ริล่า – อารามมรดกโลกรีล่า – พิพิธภัณฑ์ริล่า – พลอฟดิฟ (บัลแกเรีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

Rila Monastery

08.30 น.นำท่านไปชม อารามมรดกโลกรีล่า (Rila Monastery) เป็นอารามของคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดและมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดของบัลกาเรีย ตั้งอยู่บนจุดที่มีทิวทัศน์สวยงามของภูเขารีล่า ที่ระดับความสูง 1,147 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสามารถมองเห็นแม่น้ำริลสก้าและดรุสย่า วิทซ่า ที่ไหลอยู่เบื้องล่างได้อย่างสวย และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1983 ชมความสวยงามของวิหาร ที่ก่อตั้งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดย นักบุญจอห์นแห่งรีลา (St.John of Rila) ผู้ถือสันโดษและใช้ชีวิตเข้าเงียบในถ้าและได้รับยกย่องเป็นนักบุญโดย นิกายออร์โธดอกซ์ อาศรมและหลุมศพของท่านกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และได้กลายเป็นอารามซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านจิตวิญญาณและสังคมของบัลแกเรียยุคกลาง อารามนี้ถูกทำลายด้วยไฟไหม้ในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 19 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ระหว่างคริสต์ศักราช 1834-1862 รูปแบบของอารามเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศิลปะสมัยบัลแกเรียน เรอเนสซองส์ ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 และเป็นสัญลักษณ์แห่งการตระหนักรู้ถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสลาวิค (Slavic) หลังจากที่ตกอยู่ใต้การปกครองของชนชาติอื่นมานับหลายศตวรรษ อารามรีล่า ถือเป็นเป็นศูนย์กลางของจิตวิญญาณที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบัลแกเรีย และเป็นจุดหมายในการเดินทางแสวงบุญของคริสต์ศาสนิกชนในนิกายออร์โธดอกซ์จากทั่วโลกที่ นักบุญเซนต์อิวาน ริลสกี้ (St.Ivan Rilski) แห่งอารามรีล่า ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้เรื่องการกดขี่ทางชาติพันธุ์ในสมัยการยึดครองของจักรวรรดิออตโตมัน อารามแห่งนี้ถือเป็นอนุสรณ์สถานของสถาปัตยกรรมและความมั่งคั่งของวัฒนธรรมและศิลปะของบัลแกเรีย สัญลักษณ์รูปเคารพ (Icon) ที่อารามนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและทาด้วยทองคำแท้เพียงแห่งเดียวในบัลแกเรีย นอกจากนี้อารามเป็นแหล่งสะสมทรัพย์สมบัติ และวัสดุวรรณกรรมอายุกว่าร้อยปีอีกเป็นจำนวนมาก

Rila Monastery Museumนำท่านเข้า ชมพิพิธภัณฑ์ริล่า ซึ่งภายในได้เก็บสมบัติล่ำค่ามากมายของอารมหลวงแห่งนี้รวมถึงเรื่องราวของประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยจัดแสดงเป็นห้องๆ เช่น ห้องที่จัดแสดงเครื่องแต่งกายของท่านอาร์คบิชอป ห้องที่จัดแสดงเครื่องพิมพ์กระดาษที่ทำจากแผ่นทองแดง ห้องที่จัดแสดงไม้กางเขนที่แกะสลักด้วยมือที่มีความละเอียดสูงมากจึงสามารถสื่ออารมณ์ออกมาทางสีหน้าได้อย่างชัดเจนใช้ในเวลาแกะสลักกว่า 12 ปีจึงเสร็จ

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองพลอฟดิฟ เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดพลอฟดิฟ ที่มีความใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ

Plovdiv Old Cityนำท่านชม เมืองเก่าพลอฟดิฟ (Plovdiv Old City) ส่วนที่เก่าแก่ของตัวเมืองได้รับการอนุรักษ์ทางสถาปัตยกรรม ซึ่งทำให้ พลอฟดิฟ ยังคงมีกลิ่นอายของยุคเรอเนสซองจนถึง ปัจจุบัน สภาพตึกรามบ้านช่องยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งรูปแบบเดิมเป็นที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน นำท่านเดินชมเขตเมืองเก่าบนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินแบบโบราณ

St.Constantine and Helenaนำท่านชม โบสถ์เซนต์สคอนสแตนตินและเฮเลนา (St.Constantine and Helena) หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ในอดีตเคยเป็นกำแพงป้อมปราการของเมืองบริวาร สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1832 และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Ethnographic Museum ภายในจัดแสดงเรื่องราวของหัตถกรรมและเกษตรกรรมของชาวพลอฟดิฟ

  • 19.30 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม, อาหารท้องถิ่น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LEIPZIG หรือเทียบเท่า
4

Day 4

พลอฟดิฟ – คาซานลัค (เทศกาลดอกกุหลาบ) – ตรีเอฟนา (บัลแกเรีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

The Valley of Roses Bulgarian

07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาซานลัค นั้นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในบัลแกเรีย สถานที่ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ดอกกุหลาบ สถานที่ที่สาวๆจากทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต นำท่านเดินทางไปตามเส้นทางสายดอกกุหลาบ ณ หุบเขาแห่งดอกกุหลาบ (The Valley of Roses) แหล่งปลูกกุหลาบอันกว้างใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือนเมื่อมาเมืองคาซานลัค มีภูมิอากาศเหมาะแก่การเติบโตของดอกกุหลาบอย่างมาก อาจจะเรียกได้ว่า ดอกกุหลาบที่มาจากเมืองคาซานลักเป็นดอกกุหลาบที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก ชมทุ่งดอกกุหลาบที่ปลูกไว้ในไร่อันกว้างใหญ่ กินอาณาเขตไปเป็นภูเขาทั้งลูก ให้ท่านได้ตื่นตาไปกับความสวยงามของดอกกุหลาบนานาชนิด ที่เบ่งบานรอการเก็บเกี่ยวอย่างสวยงาม ชมวิธีการเก็บดอกกุหลาบในไร่ ให้ท่านได้ลองเก็บ กุหลาบที่มีกลิ่นหอมอย่างสนุกสนาน และให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เช่น น้ำหอม โลชั่น สบู่ แชมพู และน้ำมันหอมระเหย กลิ่นพฤกษาดอกไม้นานาพันธ์ โดยเฉพาะกลิ่นกุหลาบที่มีชื่อเสียงของเมือง

  • เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น (บาร์บีคิว พร้อมชมโชว์ระบำพื้นเมือง)

Rose Festivalจากนั้นให้ท่านเข้าชม เทศกาลดอกกุหลาบ(Rose Festival) เทศกาลนี้เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 1903 และจัดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน โดยจะจัดในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ในงานจะคัดเลือกดอกกุหลาบที่สวยที่สุดและหญิงสาวในเมืองที่สวยที่สุดมาร่วมงาน มีการประกวดสาวงามประจำเมือง โดยหญิงสาวที่จะสามารถลงประกวดได้นั้นต้องเป็นหญิงสาวที่เรียนจบระดับมัธยมในเมืองคาซานลักเท่านั้น ซึ่งผู้ชนะจะได้เป็น “The Queen Of Roses” ร่วมชมขบวนแห่ดอกกุหลาบ (rose festival parade) ที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ในขบวนชาวเมืองจะแต่งกายชุดประจาชาติ และโปรยดอกไม้อย่างรื่นเริง สวยงาม

Thracian Tomb of Kazanlakนำท่านแวะถ่ายรูป สุสานโบราณชาวเธรเชียนแห่งคาซานลัค (Thracian Tomb of Kazanlak) ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดย UNESCO สุสานโบราณนี้ได้รับการค้นพบในปีคริสต์ศักราช 1944 มีอายุตั้งแต่ยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic) ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 4 (กลางพุทธศตวรรษที่ 10) สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เมืองเซฟโตโปลิส (Seutopolis) นครหลวงของพระเจ้าเซฟเตสที่ 3 (Seutes III) กษัตริย์แห่งเธรส และเป็นส่วนหนึ่งของสุสานเธรเชียน สุสานทรงรังผึ้งหรือที่เรียกว่า ธอลอส (Tholos สุสานทรงโดมยอดแหลมคล้ายรังผึ้ง) นี้ มีทางเดินแคบและห้องฝังศพรูปกลม ทั้งสองส่วนตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังแสดงภาพพิธีกรรมและวัฒนธรรมการฝังศพของชาวเธรส จิตรกรรมเหล่านี้เป็นงานยุคเฮลเลนิสติกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่าง

Shipka Memorial Churchนำท่านเข้าชมกับ โบสถ์ประจำเมืองแห่งเมืองชิพก้า (Shipka Memorial Church) โบสถ์คริสต์นิกายบัลแกเรี่ยนออโธดอกซ์ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1885-1902 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอุทิศให้แก่ทหารรัสเซีย ยูเครน และบัลแกเรีย ที่เสียชีวิตในสงครามรุสโซ่-เตอร์กิช หรือสงครามระหว่างอาณาจักรอ็อตโตมันและอาณาจักรรัสเซียเมือปี ค.ศ.1877

Tryavnaนำท่านเดินทางสู่เมือง ตรีเอฟนา (Tryavna) นำท่านชมเมืองเก่าตรีเอฟนา ชมหอนาฬิกา สะพานหิน โบสถ์ประจำเมือง จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย

  • 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม, อาหารท้องถิ่น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL KALINA PALACE  หรือเทียบเท่า
5

Day 5

ตรีเอฟนา- เวลีโค ทาร์โนโว – ปราสาทซารีเวทส์ – มาดาระ – เวอร์น่า – สวนสาธารณะซีการ์เดน (บัลแกเรีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

Tsarevets Castle08.00 น.นำท่านชม ปราสาทซารีเวทส์ (Tsarevets Castle) ซึ่งภายในมีอาคาร และป้อมปราการรายอยู่รายล้อม ปัจจุบันได้มีการทำนุบำรุงรักษาเอาไว้มากมายพอสมควร

จากนั้นนำท่านเดินเล่นที่ ถนนซาโมวอดสก้า(Samovodska) ซึ่งเป็นถนนที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่นี้จะมีสินค้าท้องถิ่น และของที่ระลึกขายอยู่เป็นจำนวนมาก อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึกตามอัธยาศัย

shumen bulgaria

10.30 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาดาระ เป็นหมู่บ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบัลแกเรีย เมืองมาดาระเป็นส่วนหนึ่งของเทศบาล ชูเมน (Shumen) เมืองมาดาระมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์แห่งชาติและโบราณคดี การค้นพบยุคสำริดและนิคมธราเซียนวิลล่าโรมันโบราณและป้อมปราการจากศตวรรษที่ 2-5 อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น

Madara rider

นำท่านเข้าชม ภาพสลักนูนต่ำ รู้จักกันในนาม “Madara rider” เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของร่างอัศวินที่พิชิตสิงโตถูกแกะสลักบนหน้าผาสูงกว่า 100 เมตร คาดการณ์กันว่าสร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 8

หลังจากนั้นได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวอร์น่า เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศและเมืองต่างอากาศบริเวณชายฝั่งทะเลดำที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศบัลแกเรีย ชาวยุโรปมักเลือกใช้เวลาพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนมาอาบแดดหรือเลือกเล่นกิจกรรมทางทะเล อีกทั้งเมืองเวอร์น่าก็มีความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับห้าดาว รีสอร์ท & สปา ที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทั่วบริเวณ

Dormition of the Mother of God Cathedral, Varnaจากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารแห่งเมืองเวอร์น่า เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกประจำเมืองเวอร์น่า ตัวมหาวิหารมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมหาวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี ในกรุงโซเฟีย ภายในประดับตกแต่งด้วยภาพวาดนักบุญต่างๆ โดยจะเน้นใช้สีฟ้าและสีทองที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง โดยผู้คนที่เข้ามาสักการะในมหาวิหารแห่งนี้มักเข้าจะมายืนขอพรบริเวณโดมหลักที่มีภาพวาดของพระเยซูเปรียบเสมือนการได้รับพรจากพระเจ้าเพื่อความเป็นมงคล

Sea Gardenจากนั้นนำท่านเข้าชม สวนสาธารณะซีการ์เดน (Sea Garden) เป็นสวนเก่าแก่ที่สุดและกล่าวกันว่าเป็นสวนที่มีความใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของเมืองในทะเลสีดำ

  • ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม, อาหารท้องถิ่น (บุฟเฟ่ต์) จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LILIA หรือเทียบเท่า
6

Day 6

เวอร์น่า (บัลแกเรีย)– คอนสแตนตา (โรมาเนีย) – City Park Mall of Constanta
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    ** ให้ทุกท่านนาหนังสือเดินทางติดตัวเพื่อใช้ในการข้ามพรหมแดน **
  • 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่เส้นแบ่งพรหมแดนประเทศบัลแกเรียเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองคอนสแตนตาประ โรมาเนีย (ระยะ 85 กม.)
  • 10.30 น. หลังจากผ่านขั้นตอนการข้ามพรหมแดน นำท่านเดินทางไปยังเมืองคอนสแตนตา (ระยะ 63 กม.)
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย เมืองคอนสแตนตา แต่เดิมชื่อ Tomis ได้ถูกยึดครองโดยชาวโรมันประมาณ 71 ปีก่อนคริสตกาล และเปลี่ยนชื่อเป็น Constantiana โดยจักรพรรดิโรมันต่อมาภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อให้สั้นลงเป็น Constanta ในช่วงยุคออตโตมันราวศตวรรษที่ 13 อาจะกล่าวได้ว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเมืองคอนสแตนตาเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของประเทศโรมาเนีย อันเนื่องมาจากทำเลที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของทะเลสีดำและเป็นเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญระหว่างโรมาเนียและตุรกีเพราะมีระยะไม่ไกลอีกทั้งยังสะดวกแก่การขนส่งต่อไปยังกรุงบูคาเรสต์เมืองหลวงของประเทศอีกด้วย

Casino Constantaจากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และโบราณคดีคอนสแตนตา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้เก็บรวบรวมเรื่องราวทางประวัติของชาติของโรมาเนีย อาทิเช่น รูปปั้นสมัยกรีก-โรมัน  เงินตราในสมัยยุคสำริด อาวุธ เป็นต้น จากนั้นนำท่านเก็บภาพบริเวณด้านนอกของ Casino Constanta

จากนั้นนำท่านเดินทางยัง City Park Mall of Constanta อิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น จากนั้น  นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL ZENITH CONFERENCE & SPA หรือเทียบเท่า
7

Day 7

คอนสแตนตา – บูคาเรสต์– พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน – อาคารรัฐสภา – จัตุรัสแห่งการปฎิวัติ(โรมาเนีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

BUCHAREST

08.00 น.นำท่านเดินทางสู่กรุงบูคาเรสต์ (BUCHAREST) เป็นเมืองหลวง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศโรมาเนีย เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแดมโบวิดา เมืองบูคาเรสต์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหภาพยุโรป นับจากจำนวนประชากรในเขตจำกัดเมืองด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นเมืองที่เจริญมั่งคั่งที่สุดในโรมาเนีย และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและการขนส่งของยุโรปตะวันออก เป็นเมืองหนึ่งที่ร่ำรวยที่สุดและครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประชุม การศึกษา งานทางด้านวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง ฯลฯ

Arcul de Triump
ผ่านชม ประตูชัย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนคิสเซเลฟฟ ซึ่งสร้างเลียนแบบประตูชัยในกรุงปารีส ในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนีย (Romanian Athenaeum) ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าที่ย่านเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์กลางของกรุงบูคาเรสต์

  • 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น

Village Museum Romania

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน (Village Museum) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของยุโรป ตั้งอยู่ริมทะเลสาบภายในสวนสาธารณะ Herastrau Park ณ กรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของประเทศโรมาเนีย ซึ่งมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สร้างด้วยไม้ ดิน และหิน เรียงรายอยู่ริมทะเลสาบ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจวิถีชีวิตดั่งเดิมของชาวโรมาเนียมากขึ้น

Palace of the Parliament Romaniaนำท่านชมภายนอก อาคารรัฐสภาหรือทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศโรมาเนีย (Palace of the Parliament) ทำเนียบประธานาธิบดีที่ใหญ่โตโอฬารของอดีตประธานาธิบดีจอมเผด็จการ

นิโคไล เชาเชสคู และนางเอลินา ภริยาผู้ซึ่งอยากมีชีวิตหรูหราประหนึ่งแบบเอวิต้า เปรอง โดยทำเนียบประธานาธิบดีแห่งนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภานี้ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา ตัวปราสาทนี้มีความสูง 12  ชั้น พื้นที่รวมกันทั้งหมดประมาณ 340,000 ตรม. และมีจำนวนห้องมากถึง 1,1 00 ห้อง ใช้เวลาสร้างนานถึง 13 ปี จากปี ค.ศ. 1984-1997 โดยใช้สถาปนิกถึง 700 คนโดยมี อันก้า เพเทรสคู เป็นหัวหน้า และใช้แรงงานถึง 30,000 คน

Revolution Square Romania

จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสแห่งการปฎิวัติ (Revolution Square) โอเปร่าเฮ้าส์ (Opera House) โรงทหารแห่งชาติ (National Military Academy)

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม, อาหารจีน จากนั้น  นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MINERVA หรือเทียบเท่า
8

Day 8

บูคาเรสต์ – ซิบิว – ถนนคนเดิน – ซีกิสโอร่า – พิพิธภัณฑ์หอนาฬิกา (โรมาเนีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

SIBIU08.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซีบิว (SIBIU) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงบูคาเรสต์ระยะทางห่างประมาณ 270 กม. เมืองซีบิว เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดซีบิว เป็นเมืองหนึ่งในบริเวณของทรานซิลวาเนีย (Transylvania) ซึ่งเป็นภูมิภาคประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของโรมาเนีย โดยมีเขตแดนด้านตะวันออกและทางใต้ติดต่อกับเทือกเขาคาร์เพเธียน ซีบิวตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำซีบินทั้งสองด้าน ซึ่งเกิดมาจากแควสาขาของแม่น้ำโอล์ท มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 140,000 คน เป็นเมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งทางด้านศูนย์กลางของวัฒนธรรมและพร้อมกันกับเมืองของลักเซ็มเบิร์ก ที่ถูกออกแบบก่อสร้างให้เป็นเมืองหลวงแห่งด้านวัฒนธรรมของยุโรปสำหรับปี ค.ศ.2007 และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของโลกในปีค.ศ.2004

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

The Evangelical Cathedral Sibiu

นำท่านชมโบสถ์ซีบิว ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงมากที่มียอดหอคอยสูงประมาณ 74 เมตรและเป็นจุดเด่นของเมืองนี้และมีฐานทั้งสี่ด้านที่ยึดยอดหอไว้ โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 จากโบสถ์หลังเก่าที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และก็ใช้เป็นที่ฝังศพของบุคคลสำคัญของซีบิลประมาณ 300 ปี ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ.1796 ก็มีการประกาศห้าม แต่ในปี ค.ศ.1803 ก็ได้มีการยกเว้นเมื่อสถานที่แห่งนี้ได้ฝังร่างของบารอน ซามูเอลวอน บรูเคนท้ลไว้ที่ใต้ถุนโบสถ์แห่งนี้

อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ณ ถนนคนเดิน ซึ่งมีสินค้าที่ขายมีมากมายหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าหนัง แว่นตากันแดด หรือจะเลือกนั่งจิมกาแฟ ทานไอศกรีมก็ได้บรรยากาศไม่แพ้กัน

SIGHISOARA15.30 น.นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซีกิสโอร่า (SIGHISOARA) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ระยะทางห่างประมาณ 90 กม. เมืองซีกิสโอร่า เป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของจังหวัดมูเรส ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำทาร์นาว่าแมร์และอยู่ในพื้นที่ด้านประวัติศาสตร์ของทรานซิลวาเนีย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน โดยในช่วงราวศตวรรษที่ 12 พวกเยอรมันทรานซิลวาเนียนแซ๊กซ๊อนสที่เป็นพ่อค้าวาณิชย์และพวกที่มีฝีมือด้านหัตถกรรม ได้รับเชิญจากกษัตริย์ของฮังการีให้เข้ามาอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐานและช่วยปกป้องโดยการเป็นแนวหน้าในราชอาณาจักรของพระองค์ และจากด้านการบันทึกก็มีพวกแซ๊กซอนส์ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในปี ค.ศ.1191 และได้สร้างเมืองให้มีความสวยงามเจริญรุ่งเรืองมาถึงจนทุกวันนี้ และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1999
นำท่านเดินชมเมือง เข้าชมพิพิธภัณฑ์หอนาฬิกา (CLOCK TOWER) ที่มีชื่อเสียง นำท่านชมแต่ละห้องภายในหอนาฬิกา ซึ่งใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของมีค่าที่ขุดได้ภายในเมืองนี้ แล้วนำท่านขึ้นชมทัศนียภาพของเมืองซิกิสวาราจากยอดสูงสุดของหอนาฬิกา

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม, อาหารท้องถิ่น จากนั้น  นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL DOUBLE TREE BY HILTON หรือเทียบเท่า
9

Day 9

ซีกิสโอร่า – บราน – ปราสาทแดร๊กคูล่า – โบสถ์ดำ – บราซอฟ(โรมาเนีย)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

Dracula’s Castle08.00 น.จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบราน (BRAN) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก ระยะทางห่างประมาณ 130 กม. เมืองบราน เป็น เมืองซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่อยู่ของแวมไพร์หรือแดร๊กคูล่า

นำท่านเข้าชม ปราสาทบราน (Bran Castle) หรือที่รู้จักกันในนามของ ปราสาทแดร๊กคูล่า (Dracula’s Castle) ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในในศตวรรษที่ 14 เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในโรมาเนีย ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมควบคุมเส้นทางการค้าและเก็บภาษีระหว่างแคว้นวาลันเซียและแคว้นทรานซิลวาเนีย ภายในตัวปราสาทมีห้องต่างๆมากมาย ซึ่งจัดแสดงวิถีความเป็นอยู่ ห้องแสดงอาวุธโบราณ ตู้โบราณอายุหลายร้อยปีที่แกะสลักลวดลายสวยงดงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อีกมากมาย ให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

BRASOVนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองบราซอฟ (BRASOV) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 30 กม. เมืองบราซอฟ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นทรานซิลวาเนีย แคว้นที่สวยงามและมีชื่อเสียงของโรมาเนีย แคว้นนี้เกิดขึ้นในศตวรรษที่12 โดยชาวแซกซอนส์ซึ่งเคยถูกปกครองโดยชนชาติเยอรมันและเป็นศูนย์กลางการค้าของชาวแซกซอนส์ อาคารโดยทั่วไปจึงตกแต่งตามสไตล์เยอรมัน

Black Church

นำท่านเข้า ชมโบสถ์ดำ (Black Church) เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงซึ่งจัดเป็นโบสถ์สถาปัตยกรรมโกธิคที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ซึ่งในเริ่มแรกไม่ได้มีหลักฐานแน่นอนว่าถูกสร้างเมื่อใด แต่ได้สร้างขึ้นให้เป็นโบสถ์โรมันคาธอลิคเพื่ออุทิศให้พระแม่มารี เพื่อทดแทนโบสถ์หลังเก่าที่มีการปฏิรูปสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1383-1385 หลังจากที่ถูกพวกมองโกลบุกเข้ามาทำลายเมื่อปี ค.ศ.1242 และปี ค.ศ. 1477 ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีกหลังจากที่พวกเตอร์กิสบุกเข้าทำลายในปี ค.ศ.1421

จากนั้นนำชมตลาดใหญ่ใจกลางเมือง ถนนคนเดิน สินค้าที่ขายมีมากมายหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าหนัง เครื่องใช้ในบ้าน และโดยเฉพาะร้านหนังสือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม, อาหารท้องถิ่น จากนั้น  นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL ESCALADA หรือเทียบเท่า
10

Day 10

บราซอฟ – อาซูก้า – ซีนาย่า – ปราสาทเปเลส – บูคาเรสต์ (โรมาเนีย) – อิสตันบูล (ตุรกี)
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองอาซูก้า (AZUGA) เมืองเล็กๆในจังหวัด พาโฮวา ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุบเขาในแห่งแคว้นวอลลาเชีย เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการทำไวน์ของประเทศโรมาเนีย
  • 10.15 น. นำท่านเข้าชมโรงานผลิตไวน์ Azuga Rhein Cellars เป็นโรงผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในท้องที่นี้ ** พิเศษให้ท่านได้ชิมไวน์ท้องถิ่น **
  • 10.00 น. นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองซินาย่า (SINAIA) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 60 กม. เมืองซินาย่า ตั้งอยู่ในจังหวัดพราโฮว่าและเป็นพื้นที่ทางด้านประวัติศาสตร์ของมันเทเนีย และมีชื่อเสียงทางด้านเป็นเนินเขาสูงที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 760-860 เมตรและเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทอีกด้วย

Peles Castle11.40 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทเปเลส (Peles Castle) ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาบูเซกิใกลักับเมืองซินาย่า เป็นปราสาทที่ประทับในฤดูร้อนของกษัตริย์ ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทอีกแห่งที่สวยที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่กลางป่าสนบนเทือกเขาคาร์เปเทียน ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าชายคาลอสที่ 1 กษัตริย์แห่งโรมาเนียในสมัยศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างนานถึง 10 ปี โดยเริ่มปี ค.ศ.1873-1973 ความงดงามของปราสาทแห่งนี้ มิใช่อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของตัวปราสาทแต่อยู่ที่การตกแต่งภายในอย่างหรูหรางดงาม เป็นปราสาทที่รวบรวมงานศิลปะที่สวยงามมากมายจากประเทศต่างๆ ในยุโรป เช่น โคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปภาพติดผนังจากฝรั่งเศส ฯ

  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
  • บ่าย อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • 19.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินโอโทเพนนี  เมืองบูคาเรสต์ เพื่อทำการตรวจเอกสารการเดินทาง
  • 21.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) เที่ยวบินที่ TK 1046
  • 23.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
11

Day 11

อิสตันบูล (ตุรกี) – กรุงเทพฯ
  • 01.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK068
  • 15.00 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

วันเดินทาง
30 พฤษภาคม - 09 มิถุนายน 2562
สายการบิน

เทศกาลกุหลาบ บัลแกเรีย -โรมาเนีย 11 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ ตามเส้นทางที่กาหนดไว้ในโปรแกรมพร้อมน้าหนักกระเป๋าเดินทางน้าหนักตามที่สายการบินกาหนด
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าที่พักโรงแรมตลอดการเดินทาง (พัก 2-3 ท่าน / ห้อง)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่า สาหรับหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น < มีวีซ่าแล้วลดท่านละ 2,400 บาท >
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น คนขับรถ และพนักงานบริการฯ
– ประเทศโรมาเนีย วันละ 4 ยูโร (รวม 4 วัน เป็นเงิน 16 ยูโร)
– ประเทศบัลแกเรีย วันละ 4 ยูโร (รวม 5 วัน เป็นเงิน 20 ยูโร)
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ 3ยูโรต่อท่าน ต่อวัน รวม 11 วัน คิดเป็น 33 ยูโร หรือขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้าหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกาหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินท่ำนสำมำรถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
30 พฤษภาคม - 09 มิถุนายน 2562
สายการบิน
Rose Festival