วันเดินทาง
13 – 17 เมษายน 2564 1 – 5 , 22 – 26 , พฤกษภาคม 2564 3 – 7 มิถุนายน 2564 24 – 26 กรกฎาคม 2564
สายการบิน


Day 1 : 

05.30 น.         เช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอิน – ประตู – สายการบิน Air Asia

07.40 น.        ออกเดินทางสู่ สนามบินน่าน โดยสายการบิน Air Aisa

เที่ยวบินที่ FD3554 (บินตรง) (ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

08.55 น.         เดินทางถึง สนามบินน่าน หลังจากผ่านขั้นตอน และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

นำท่านเดินทางสู่ พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจาก กรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีีความสูง55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทอง เหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถาน ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา ทุกปีจะมีงานนมัสการ พระบรมธาตุแช่แห้ง ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำเดือน 6 ทางเหนือซึ่งจะอยู่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี

จากนั้นนำท่านแวะสักการะ วัดภูมินทร์ เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและ วัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครอง เมืองน่านได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี มีปรากฏในคัมภีร์เมือง เหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็น วัดภูมินทร์

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานน่าน อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อพุทธศักราช 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น แบบตรีมุขหรือรูปตัวที รูปแบบผสมผสานระหว่างแบบศิลปะตะวันตกและศิลปะไทย โครงสร้างภายในเป็นไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมุขออกด้านหน้า หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องโบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

เที่ยง                     พักรับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านเฮือนฮอม

จากนั้นแวะซื้อของฝากที่ ศูนย์OTOP จ.น่าน ที่หลากหลายให้เลือกซื้อ โดยเฉพาะผ้าทอลายน้ำไหล เป็นเอกลักษณ์ ผ้าทอลายดั้งเดิมของจังหวัดน่าน และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

จากนั้นนำท่านชม หอศิลป์ริมน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักในศิลปะที่ต้องการสร้างหอศิลป์เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย  ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปีขึ้น ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย

จากนั้นนำท่านสู่ วัดศรีพันต้น สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 – 1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น ภายในวัดมีวิหารที่สวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียร เฝ้าบันได หน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา มีความสวยงามมาก  ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ซึ่งปั้นแต่งโดยช่าง ชาวน่านชื่อ นายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ “สล่ารง” และภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติ การกำเนิด เมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงาม

เย็น               พักรับประทานอาหารเย็น ณ ร้าน Gin Restaurant

จากนั้นพาท่านสู่ ร้านขนมหวานป้านิ่ม ร้านขนมหวานไทยๆ เรียกได้ว่าเป็นร้านชื่อดังประจำจังหวัดน่าน เมนูที่โด่งดังที่สุดก็คือ บัวลอยมะพร้าวอ่อน  แป้งบัวลอยสีสวยเนื้อนุ่มหนึบกำลังดี ใส่มาในน้ำกะทิหอมมัน และยังมีส่วนผสมของน้ำและเนื้อมะพร้าวอ่อน ทำให้ยิ่งหอมหวานมากขึ้น  (รวมอยู่แพ็คเก็จ)

เดินทางเข้าสู่ที่พัก น้ำทองโฮเต็ล หรือ เทียบเท่า

Day 2 : 

วังศิลาแลง – วัดศรีมงคล – บ่อเกลือโบราณ – น้ำตกสะปัน

07.00 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ เดอะวิว @กิวม่วง (อิสระตามอัธยาศัย) ร้านกาแฟวิวดี มีวิวทิวทัศน์สวยงามมองเห็นวิวภูเขาเขียวขจี บวกกับการตกแต่งร้านสไตล์ล้านนาที่เข้ากับธรรมชาติ จิบเครื่องดื่ม ชมบรรยากาศสวยๆ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ เติมความสดชื่นได้อย่างดีเยี่ยม

จากนั้นนำท่านสู่ วังศิลาแลง เป็นธารน้ำไหลผ่านซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำ ประกอบด้วยวังน้ำและโตรกผาเป็นช่วงๆ โดยมีวังน้ำประมาณ 7 วัง รวมระยะทางมากกว่า 400 เมตร ในช่วงฤดูแล้งจะมองเห็นความสวยงามของวังน้ำและโตรกผาได้อย่างชัดเจน และด้วยสวยงามอลังการ จึงได้ชื่อว่า “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว”

เที่ยง              พักรับประทานอาหารเที่ยง ณ ร่มไม้ By ยกครก ปัว น่าน

จากนั้นนำท่านเดินางสู่ วัดศรีมงคล เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395  พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง  ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักนน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยบริเวณลานชมวิว ทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ  ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ

จากนั้นแวะถ่ายรูป ถนนลอยฟ้าภูคา เส้นทางจากอำเภอปัว สู่อำเภอบ่อเกลือ สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่สวยงาม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สะพานไผ่บ่อเกลือ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ่อเกลือโบราณ  เมื่อถึง อ. บ่อเกลือ เราไม่รีรอที่จะสัมผัสความน่าทึ่งของ “บ่อเกลือภูเขาหนึ่งเดียวในโลก” อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ที่ชาวบ้านยังคงสืบทอดภูมิปัญญาการทำเกลือโบราณเอาไว้ด้วยวิธีการ “ต้ม” โดยจะตักน้ำเกลือขึ้นจากบ่อมาพักไว้ในภาชนะขนาดใหญ่ แล้วต้มในกระทะประมาณ 4-5 ชั่วโมง ให้น้ำค่อยๆ ระเหยไปจนเกลือตกผลึก จากนั้นตักเกลือใส่ตะกร้าที่แขวนไว้เหนือกระทะเพื่อให้สะเด็ดน้ำ จนน้ำในกระทะใกล้แห้งหมด จึงตักน้ำเกลือจากบ่อมาใส่ลงไปใหม่ ทำแบบนี้ซ้ำไปมาเรื่อยๆ ทั้งวันทั้งคืน พอได้เม็ดเกลือแล้วบางคนก็ใส่ถุงขายเลย เป็นเกลือสินเธาว์แท้ๆ แต่เนื่องจากเป็นเกลือสินเธาว์จึงไม่มีสารไอโอดีนเหมือนกับเกลือสมุทร จึงต้องเติมสารไอโอดีนเสียก่อนถึงจะบริโภคได้ดี

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ น้ำตกสะปัน  น้ำตกสะปัน ตั้งอยู่ที่ บ้านสะปัน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นน้ำตกที่อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติขุนน่าน ตัวน้ำตกสะปันจะเป็นน้ำตกขนาดกลางไม่ใหญ่มากแต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีเลยซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้นใหญ่ๆ แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ 3 – 6 เมตร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หยุดเวลา คาเฟ่

เย็น               พักรับประทานอาหารเย็น  ณ ร้านหัวสะพาน

 เดินทางเข้าสู่ที่พัก C View Hotel หรือ เทียบเท่า

Day 3 : 

กว๊านพะเยา – วัดพระธาตุจอมทอง – วัดนันตาราม – พ่อขุนงำเมือง

เช้าตรู่            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

จากนั้นนำท่านสักการะ พ่อขุนงำเมือง อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาวลำดับที่ 9 ระหว่างปี พ.ศ. 1801-1841 เป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองมาก ประดิษฐานอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองพะเยา (สวนสมเด็จย่า 90) หน้ากว๊านพะเยา เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงราย

อนุสาวรีย์ที่จะทำให้คุณรำลึกถึงบูรพกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต และเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวพะเยาไม่เคยลืมเลือน พ่อขุนงำเมือง คือ กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว ลำดับที่ 9 ระหว่างปี พ.ศ. 1801-1841 อันเป็นยุคสมัยที่เจริญรุ่งเรืองมาก ที่สำคัญพระองค์เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงราย และพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามพระองค์ได้กระทำสัตย์ต่อกัน ณ แม่น้ำอิง ซึ่งก็คือบริเวณสถานีประมงน้ำจืดพะเยาในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าพ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ โดยกล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน “แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้แดดก็แดด จักให้บดก็บด” จึงได้พระนามว่า “งำเมือง” และในวันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี จะมีการจัดพิธีสักการะบวงสรวงพ่อขุนงำเมือง

เที่ยง              พักรับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้าน Aurora Kwan Phayao

จากนั้นนำท่านสู่ กว๊านพะเยา และ ล่องเรือชมวัดกลางน้ำและวิวกว๊านพะเยา มีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นบึงน้ำกว้างใหญ่สุดสายตา โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม เมื่อหลายร้อยปี พื้นที่ในบริเวณกว๊านพะเยาเป็นชุมชนมีวัดวาอารามอยู่มากมาย ต่อมาเมื่อกรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำในกว๊านพะเยาเพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้บริเวณกว๊านพะเยาที่แต่เดิมเป็นชุมชนโบราณ และวัดหลายแห่งต้องจมอยู่ในกว๊านพะเยา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุจอมทองพะเยา องค์พระธาตุสีทองเหลืองอร่ามตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนดอยจอมทองคือ”พระธาตุจอมทอง”ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุจอมทอง เป็นปูชนียสถานโบราณคู่เมืองพะเยา วัดพระธาตุจอมทอง เป็นวัดสาคัญที่ประดิษฐานพระธาตุจอมทอง อันเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเมืองพะเยามาตั้งแต่โบราณ พระธาตุจอมทองเป็นเจดีย์ทรงล้านนาสูง ๓๐ เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง ๙ เมตร ซ้อนกันสามชั้น รองรับองค์ระฆัง ส่วนยอดสุดเป็นฉัตรสีทอง ฐานโดยรอบข้างล่างบุด้วยแผ่นโลหะ ดุนลายเป็นรูป ๑๒ นักษัตร และลายไทยอันงดงาม พระธาตุองค์นี้ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าสร้างตั้งแต่สมัยใดเพียงแต่มีประวัติเกี่ยวกับพระธาตุจอมกิตติที่เชียงแสน

จากนั้นนำท่านสู่ วัดพระศรีโคมคำ วัดศรีโคมคำ หรือวัดที่ประชาชนทั่วไปเรียกขานกันว่า “วัดพระเจ้าตนหลวง” ป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา มีขนาดหน้าตักกว้าง 14 เมตร สูง 16 เมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2034-2067 ทั้งนี้ พระเจ้าตนหลวง หรือพระเจ้าองค์หลวงนั้น มิใช่เป็นเพียงพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยาเท่านั้น แต่ยังถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอาณาจักรล้านนาไทยด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดนันตาราม เชียงคำพะเยา ตั้งอยู่บ้านดอนไชย ในเขตเทศบาลตำบลเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นวัดที่อนุรักษ์วิหารศิลปะแบบไทยใหญ่ตัววิหาร สร้างด้วยไม้สักทั้งหลักตกแต่งลวดลาย ฉลุไม้อย่างสวยงาม ตามส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น หน้าบัน หน้าต่าง ระเบียง เป็นต้น ทั้งลวดลายแกะสลัก หลังคาซ้อนชั้นมุงแป้นเกล็ดหรือกระเบื้องไม้ที่ลดหลั่นลงตัว ส่วนภายในวิหารก็ดูขรึมขลังเปี่ยมไปด้วยพลัง แห่งศรัทธา เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับองค์พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองลงรักปิดทองทรงเครื่องแบบ ไทยใหญ่ ประดิษฐานบนฐานไม้ที่ฉลุลวดลายอย่างสวยงาม โดยข้าง องค์พระประธาน มีพระพุทธรูปหินขาว และพระพุทธปฏิมา ประธาน ไม้สักทองที่ต่างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องแบบไทยใหญ่อย่าง สมส่วนสวยงามประดิษฐานอยู่  มีเจดีย์แบบไทย ใหญ่ มีพิพิธภัณฑ์ธนบัตรเก่า เครื่องใช้โบราณ ผ้าลายโบราณ และภาพวาดโบราณเกี่ยวกับการเทศน์มหาชาติแต่ละตอน

เย็น               รับประทานอาหารเย็น ณ ชิดลม ชมกว๊าน

เข้าสู่ที่พัก Phuglong Hotel หรือ เทียบเท่า

Day 4 : 

วัดร่องขุ่น – สิงห์ปาร์ค  – วัดร่องเสือเต้น – วัดพระแก้วเชียงราย

08.00 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

ออกเดินทางสู่ วัดร่องขุ่น ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2540 จากเดิมมีเนื้อที่3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือคุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่9 ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สิงห์ปาร์ค แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ มากมายด้วยพืชพรรณต่างๆ ที่ขึ้นเต็มเนินเขา ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติและสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ในไร่ เช่น รถเดียวเที่ยวทั่วกับฟาร์มทัวร์สิงห์ปาร์ค ชมสัตว์สายพันธุ์แอฟริกา ปั่นจักรยานชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด กิจกรรมผจญภัยท้าทายคนใจเด็ด และการแข่งขันกีฬาตลอดทั้งปี และอื่นๆ อีกมากมาย (ค่ากิจกรรมอื่นๆนอกจากนั่งรถฟาร์มไม่รวมอยู่ในแพ็คเก็จทัวร์)

เที่ยง              พักรับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้าน ภูภิรมย์ สิงห์ปาร์ค

จากนั้นออกเดินทางสู่ วัดร่องเสือเต้น ตั้งอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไฮไลต์ที่สำคัญอยู่ที่พระอุโบสถสีน้ำเงินที่สร้างขึ้น ด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ที่มีศิลปะที่มีความสวยงดงามแปลกตาจากฝีมือการรังสรรค์ของ นายพุทธา  กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทอง ลวดลายต่างๆ ที่พริ้วไหว โดยเฉพาะประติมากรรมบันไดพญานาคที่ใช้เฉดสีเดียวกันนั้นมีความชดช้อยและลวดลายแตกต่างจากประติมากรรมทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นออกเดินทางสู่ วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ถนนไตรรัตน์ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย วัดมิ่งเมือง  มีบ่อน้ำโบราณ ชื่อ น้ำบ่อจ๊างมูบ ศิลปะแบบไทยใหญ่ มีซุ้มครอบไว้ เป็นประติมากรรมปูนปั้นรูปช้างหมอบ เชื่อกันว่าบ่อน้ำนี้เป็นบ่อน้ำโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคของผู้คนโบราณ ที่สัญจรเข้าออกเมือง ได้มาพักกายบริเวณประตูเมืองเพื่อดื่มน้ำและล้างหน้าให้เกิดสิริมงคล ก่อนจะเริ่มเดินทางออกหรือ เข้าสู่เมืองเชียงราย

จากนั้นออกเดินทางสู่ วัดพระแก้วเชียงราย ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ ใจกลางเมืองเชียงราย วัดนี้เองที่ได้ค้นพบ พระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 1897 ในสมัย พระเจ้า สามฝั่งแกน เป็นเจ้าเมือง ครองเชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่า เจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทอง อยู่ภายในเจดีย์ ต่อมาจึงได้พบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวที่สร้างด้วยหยก ซึ่งก็คือ พระแก้วมรกตนั่นเอง ปัจจุบัน วัดพระแก้ว เชียงราย เป็นที่ประดิษฐาน พระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่

เย็น               พักรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารชีวิตธรรมดา

                     ออกเดินทางสู่ เชียงรายไนท์บาร์ซ่า

                     เข้าสู่ที่พัก The Riverie Hotel เชียงราย หรือ เทียบเท่า

Day 5 :

ไร่ชาฉุยฟง –  Tree top walk – ภูผาฮี้ – พระธาตุดอยตุง

08.00 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

ออกเดินทางสู่ ไร่ชาฉุยฟง ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ที่เพิ่งเปิดล่าสุดและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ในอำเภอแม่จัน เชียงราย ก่อนถึงบ้านเทอดไทย ซึ่งเป็นไร่ชาแห่งที่ 2 เปิดได้ประมาณ 2 ปีกว่า มีพื้นที่กว้างและได้บรรยากาศ ของไร่ชาที่ กว้างใหญ่ ปลูกโค้งวนไปตามไหล่เขา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะถ่ายภาพและชมความงามได้หลายจุด นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงาม ของไร่ชาแล้ว ยังมีร้านอาหาร และเครื่องดื่ม เบอเกอรี่ แสนอร่อยให้บริการ เมนูยอดนิยม เช่น ยำทูน่า สปาเก็ตตี้ยูนาน หมั่นโถวใบชานุ่ม ชาเขียว ชาเย็น เค้กชาเขียว และเค้กช๊อกโกเลตต่าง ๆ ซึ่งจะโปรโมทให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและชมไร่นี้มากกว่า เส้นทางเดินทางไปถึงไร่ค่อนข้างสะดวกเป็นถนนราดยางตลอดทาง

ออกเดินทางสู่ Tree top walk เล่นกิจกรรมสุดหวานเสียว คือการเดินปืนป่ายไปบนสะพานแคบๆ ทางเดินโยกเยกให้หวาดเสียวเล่นๆ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่มีอุปกรณ์ความปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละจุดค่ะ ระยะทางเดินประมาณ 300-400 เมตร สูงจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 4 ช่วง แต่ละช่วงสูงและยาวไม่เท่ากัน

เที่ยง              พักรับประทานอาหารบ่าย ณ ร้านครัวอิงจันทร์

ออกเดินทางสู่ พระธาตุดอยตุง  อำเภอแม่จัน เป็นสถานที่ประดิษฐานพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย หรือกระดูกไหปลาร้าซึ่งนำมาจากประเทศอินเดีย ดังมีตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อ 1,000 กว่าปีล่วงมาแล้ว ประมาณ พ.ศ. 1454 พระมหากัสสปะเถระพร้อมด้วยพระเข้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธ์ ร่วมกับข้าราชบริพารได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุสถิตไว้ ณ ดอยแห่งนี้ และได้ปักตุงหรือธงบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เป็นตุงตะขาบมีความยาวถึงพันวาปักไว้บนยอดดอยปล่อยชายตุงปลิวสะบัดถึงที่ใดให้หมายเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ดอยนี้จึงได้ชื่อว่าดอยตุงมาจนถึงปัจจุบันนี้ พระธาตุดอยตุงเป็นปฐมเจดีย์แห่งล้านนา ตุง คือศรีเมือง ขวัญเมือง และเป็นเอกลักษณ์ของล้านนา สถิตคู่พระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ตลอดมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้บูรณะองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามศิลปะแบบล้านนาดั้งเดิมและได้สร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เดิมไว้

 แวะชมวิว ณ ร้านกาแฟภูผาฮี้

16.30 น.         ออกเดินทางสู่สนามบินเชียงราย

18.20 น.        ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD 3200

19.40 น.        เดินทางถึง กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

*** End of Service ***

วันเดินทาง
13 – 17 เมษายน 2564 1 – 5 , 22 – 26 , พฤกษภาคม 2564 3 – 7 มิถุนายน 2564 24 – 26 กรกฎาคม 2564
สายการบิน
สายการบิน Air Asia ออกจากสนามบินดอนเมือง
 ไฟล์ทเส้นทางเวลาบิน
ขาไปFD 3554BKK –  NNT07.40 – 08.55
ขากลับFD 3200CEI – BKK18.20 – 19.40
ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดสัมภาระได้คนละ 20 กิโลกรัม และสามารถถือขึ้นเครื่องได้ 7 กิโลกรัม
 วันเดินทางราคาพักเดี่ยวเพิ่มที่นั่ง
 13 – 17 เมษายน 2564 ,

1 – 5 , 22 – 26 ,   พฤกษภาคม 2564

3 – 7 มิถุนายน 2564

24 – 26 กรกฎาคม 2564

19,900.-4,500.- 

                                       เนื่องจากราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่น จึงไม่มีราคาสำหรับเด็ก

 

ข้อแนะนำบางประการและต้องแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบก่อนการเดินทาง

กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด สำหรับท่านละ 1 ใบ (น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม)

กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry (น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม)     

เนื่องจากการทำรายการทัวร์ล่วงหน้า อาจมีการเพิ่ม / ลด รายการเดินทาง หรือ เมนูอาหาร โปรดตรวจสอบโปรแกรมการเดินทางที่แน่นอนอีกครั้ง ก่อนทำการจองและมัดจำ ซึ่งถือเป็นการรับทราบรายการทัวร์ตามที่ต้องการแล้ว และหากมีผู้เดินทางไม่ครบตามจำนวน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกการเดินทางก็ได้ แต่จะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบอย่างน้อย 20 วันก่อนการเดินทาง

 

 

อัตราค่าบริการนี้รวมถึง

ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว สายการบิน Air Asia  

(น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน)

ค่าภาษีสนามบินของรายการทัวร์ข้างต้น ที่นั่งเป็นไปตามการจัดสรรของสายการบิน

ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000.- บาท (ไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปี)

ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่), ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุในโปรแกรม

ค่าพาหนะ หรือ รถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรมระบุ

ไกด์อำนวยความสะดวกตลอดทริปตั้งแต่สนามบินจังหวัดน่านจนถึงสนามบินจังหวัดเชียงราย

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวมถึง

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าแฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุ

ค่าทิปไกด์  300 บาท/ท่าน         ค่าทิปคนขับรถ     200 บาท/ท่าน

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ค่าประกันภัยธรรมชาติ และประกันชีวิตส่วนตัว และประกันสุขภาพ

ค่าอาหารสำหรับท่านที่ทานเจ  มังสวิรัติ  และหรืออาหารมุสลิม

*** เมื่อท่านชำระมัดจำแล้ว ไม่สามารถคืนเงินมัดจำได้ทุกกรณี ***

 

เงื่อนไขการจอง

ชำระเงินมัดจำท่านละ 5,000.- บาท และชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือภายใน 20 วัน ก่อนการเดินทาง

( การชำระเงินมัดจำไม่ครบ หรือไม่ได้ชำระ จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการจอง )



เงื่อนไขการยกเลิกและคืนค่าทัวร์

  • ยกเลิกก่อนการเดินทางตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป คืนค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางตั้งแต่ 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระเข้ามา และเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ( ถ้ามี )
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางอย่างน้อย 15 วัน ขอสงวนสิทธิ์ยึดเงินเต็มจำนวน
  • กรณีมีเหตุยกเลิกทัวร์ โดยไม่ใช่ความผิดของบริษัททัวร์ คืนเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

( ถ้ามี )  เช่น ค่ามัดจำตั๋วสายการบิน  ค่ามัดจำโรงแรม  และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น

 

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจลาจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้วหมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • การเดินทางแต่ละครั้งจะต้องมีผู้เดินทางขั้นต่ำ 8 ท่าน
  • มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำมั่นสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น แทนบริษัทฯ นอกจากจะมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของทางบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
  • ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนราคาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทและค่าน้ำมันที่ไม่คงที่ การปรับอัตราค่าโดยสารของสายการบิน เพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้
วันเดินทาง
13 – 17 เมษายน 2564 1 – 5 , 22 – 26 , พฤกษภาคม 2564 3 – 7 มิถุนายน 2564 24 – 26 กรกฎาคม 2564
สายการบิน