วันเดินทาง
24 มีนาคม – 02 เมษายน 2561 13 -22 เมษายน 2561 26 เมษายน – 05 พฤษภาคม 2561
สายการบิน


แกรนด์ตูนีเซีย 10 วัน

  • ตูนิเซีย สัมผัสอารยะธรรมคาร์เธจโบราณ ประเทศตูนิเซีย ประเทศอาหรับมุสลิมที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวคุณภาพ ซึ่งมีทั้งชายหาด ทะเลทราย อีกทั้งเมืองเก่าในยุคโรมัน ถือได้ว่ายังสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของโลก ร่วมสัมผัสกับเมืองน้อยสุดแสนคลาสสิกและโรแมนติก ไปพร้อมๆกันกับเรา

กรุงตูนิส-เมืองไครูอาน-สบิทลา-กาฟชา-สแฟกซ์-โทเซอร์-ทาทาอุย-เชนินี่-แมทมาท่า-ฮัมมาเม็ต ฯลฯ

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ 
  • 19.30 น.         คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 10 แถว U เคาน์เตอร์สายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการเช็คอินและตรวจสัมภาระ
  • 22.35 น.           ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบลู โดยเที่ยวบิน TK 065
2

Day 2

กรุงอิสตันบลู-กรุงตูนิส-เมืองไครูอาน
  • 05.50 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบลู เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 09.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงตูนิสโดยเที่ยวบินที่ TK 661
  • 10.15 น. เดินทางถึงกรุงตูนิส ประเทศตูนีเซีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร จากนั้นนำท่านชม เมืองเก่าตูนิส (MEDINA OF TUNIS) ชมภาพย้อนกาลเวลา สู่เขตซึ่งผู้คนยังสวม ชุดยาวกรอมเท้าใส่หมวกทรงกลมสีแดงเข้ม นั่งดูดมอระกู่ จิบชาสะระแหน่หรือกาแฟข้นเลื่องชื่อ ผู้คนเจรจาซื้อขาย สินค้าเฉกเดียวกับที่บรรพบุรุษชาวอาหรับเคยทำมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นพรมทอ มือ เครื่อง ทองเหลือง เครื่องหนัง เสื้อผ้า จนถึงน้ำหอมและเครื่องเทศกลิ่นฉุนในเมดิน่า เสมือนกับ ท่านเดินย้อนสู่กาลเวลา เพลิดเพลินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารนำท่านเดินทางสู่เมืองไครูอาน (Kairouan) ไครูน หรือคารวาน (Karwan) ในภาษาเปอร์เซีย เป็นอดีตเมืองหลวงของแม็กห์เร็บ (Maghreb) เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก นำท่านผ่านชม เมืองไครูอาน เคยเป็นเมืองหลวงของมุสลิมมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางคาราวานที่สำคัญ กระทั่งยุคช่วงศตวรรษที่ 13 จึงย้ายเมืองหลวงไปที่ตูนิส และปัจจุบันเมืองเก่าไครูอาน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นศูนย์กลางการค้างานฝีมือทอพรมขนสัตว์ที่สำคัญ นอกจากนี้เมืองนี้ได้รับสมญานามว่า “CITY OF 50 MOSQUE” เมืองนี้จัดได้ว่าเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในแถบแอฟริกาเหนือ และมีความสำคัญเป็นอันดับ 5 รองจากเมกกะ, เมดินา, เยรูซาเลม และ คูฟา จากนั้นชมอ่างเก็บน้ำ AGHLABITE ซึ่งสร้างโดยผู้นำชาว Aghlabite ในยุคกลาง ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญด้านวิศวกรรมไฮโดรลิค ในยุคกลาง
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พักเข้าที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE KASBAH หรือเทียบเท่า
3

Day 3

ไครูอาน – สบิทลา – กาฟซา – โทเซอร์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชม สุเหร่าใหญ่ (THE GREAT MOSQUE) หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “สุเหร่าซิดี อักบาร์” (MOSQUE OF SIDI OKBA) ตั้งชื่อตามผู้สร้างคือ AKBAR IBN NAFFI สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 671 พร้อมกับการสร้างเมืองใหม่ในเวลานั้น โดยใช้หินจากวิหารของโรมันและโบสถ์ ไบเซนไทน์ในสมัยก่อน ทำให้สุเหร่ามีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานทั้งโรมัน ฟินิกซ์ และ อารบิก สุหร่าแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเหนือ เป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอิสลาม ลานกว้างกลางสุเหร่านั้นใหญ่โตเกือบเท่าขนาดสนามฟุตบอล และทำห้องเก็บน้ำไว้ข้างใต้โดยภูมิปัญญาคนโบราณที่ล้ำลึก ในส่วนโถงสวดมีขนาดใหญ่มาก และหอคอยของสุเหร่ายังคงตั้งตระหง่านมากว่าหนึ่งพันสามร้อยปี เป็นต้นแบบของหอคอยสุเหร่าหรือมินาเรตในยุคต่อมา จากนั้นนำท่านชมสุเหร่า ซิดี ซาฮาบ หรือ สุเหร่าเบอร์เบอร์ (MOSQUE OF THE BARBER) อันเป็นที่ฝังศพของ อาบู ซัมมา เอล บาลาวี (ABOU XAMMAA EL BALAOUI) ผู้ติดตาม นบีโมฮัมหมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม ซึ่งถูกสังหารในสงครามนอกเมืองไครูอาน และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บเส้นเครา 3 เส้นของท่านนบีโมฮัมหมัด ซึ่ง อาบู ซัมมา เอล บาลาวี เก็บติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการจารึกแสวงบุญของชาวมุสลิม จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองสบีทลา (SBEITLA) เมืองสบีทลา เป็นมืองโรมันโบราณ และเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 ได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซีย สบีทลา เป็นเมืองที่เกรกอรี ผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสรภาพพ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียนไบเซนไทน์ ยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ และสถาปนาสบีทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เธจ ในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 642 แต่ความฝันสามารถบรรเจิดได้ไม่ถึงปี กองทัพของจักรพรรดิเกรกอรี่ ก็พ่ายแพ้และพระองค์ก็ถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 647 ถึงแม้กองกำลังอาหรับได้ทอดทิ้งตูนิเซียให้โดดเดี่ยวนานกว่า 20 ปี แต่กระนั้นก็ได้จุดประกายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย
  • เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย  นำท่านชม เมืองโรมันโบราณซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบนอกเขตเมืองใหม่ (Archaeological Park) เมืองโรมันโบราณอีกแห่งของตูนีเซีย เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของชาวคริสเตียนในสมัยไบแซนไทน์ หลังจากนั้นอาณาจักรก็ล่มสลายลงจากการบุกรุกของชาวอาหรับ เป็นเมืองโรมันโบราณ และเมืองอารยะธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 และได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซีย สบิทลา เป็นเมืองที่เกรกอรี ผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสระภาพ พ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียนไบเซนไทน์ แล้วยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ พร้อมกับสถาปนาสบิทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เธจ ในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 642 แต่ความฝันสามารถบรรเจิดได้ไม่ถึงปี กองทัพของจักรพรรดิเกรกอรี่ ก็พ่ายแพ้และพระองค์ก็ถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 647 ถึงแม้กองกำลังอาหรับได้ทอดทิ้งตูนิเซียให้โดดเดี่ยวนานกว่า 20 ปี แต่กระนั้นก็ได้จุดประกรายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย แล้วนำท่านชมสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีในยุคสมัยโรมัน ที่สามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตกาลได้เป็นอย่างดี จากซากปรักที่คงรูปทรงหลงเหลือให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นกำแพงซุ้มประตู ป้อมปราการ โรงละครกลางแจ้ง ฟอรั่มศาลากลาง โบสถ์คริสเตียน อ่างในพิธีแบปติส หรือศีลจุ่ม ห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำที่ปูพื้นด้วยเซรามิกประดับลวดลาย วิหารเทพ ตลาด และทางเดินที่ปูลาดรายเรียงด้วยก้อนหิน เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองกาฟซา (Gafsa) เมืองใหญ่อันดับ 9 ของประเทศตูนิเซีย เป็นเมืองร่วมสมัย และเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติกาฟซา ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 3 กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางของเขตอุตสาหกรรมฟอสเฟตดะเจริด ในยุคสมัยของโรมันเป็นที่รู้จักกันในนามว่า คาปซา (Capsa) แล้วนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านได้พักผ่อน หรือเก็บบันทึกทัศนียภาพและบรรยากาศยาม
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMIN RAS EL AIN หรือเทียบเท่า
4

Day 4

โทเซอร์-นั่งรถชมโอเอซิส-สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ สตาร์วอร์-โทเซอร์
  • เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ให้ท่านได้เก็บประสบการณ์ของการได้มาเยือนภุมิประเทศแถบทะเลทรายและโอเอซิสที่ให้ความชุ่ม ชื้นหล่อเลี้ยงพื้นที่และผู้นำท่านโดยสารรถขับเคลื่อน 4 ล้อสู่โอเอซิส 3 แห่งที่กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในโอเอซิสที่สวยงามมากที่สุด ได้แก่ เชบิกา (Chebika) ทาเมอร์ซา (Tamerza) และไมเดส (Mides) เชบิกา (Chebika) ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Djebel el เป็นที่รู้จักกันในนามว่า Qasr EL-Shams หรือปราสาทแห่งดวงอาทิตย์ ในยุคสมัยโรมันเป็นที่ตั้งของด่านหน้า และต่อมาเป็นที่ลี้ภัยองชาวเบอร์เบอร์ เป็นโอเอซิสภูเขาภายใต้ร่มเงาของต้นปาล์มอินทผาลัม มีแหล่งน้ำ น้ำตก และลำธารหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้น ภาพยนต์เรื่อง Star War Episode IV ได้ใช้เป็นฉากการถ่ายอยู่หลายฉาก ทาเมอร์ซา (Tamerza) โอเอซิสภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในตูนิเซีย และมีเมืองอยู่รอบนอกบริเวณเชิงเขา เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ของแคนย่อนขุนเขาสูงชันแปลกตา กำแพงผาเป็นหินโค้ง มีน้ำพุที่ก่อตัวเป็นธารน้ำตกสองสายไหลหลั่งจากผาหินสีอมชมพูลงสู่หุบเบื้องล่าง สร้างความชุ่มชื้นต่อพืชพันธุ์ทำให้เจริญเติบโตแลดูสดชื่นเขียวขจีไปทั่งบริเวณ ไมเดส (Mides) โอเอซิสที่ถูกขนาบด้วยเขาลักษณะแคนย่อนที่ถูกกัดเซาะโดยสายน้ำในช่วงอดีตดึกดำบรรพ์ 2 ลูก เป็นแนวผาหินสีชมพูรูปทรงสวยงามมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร สร้างความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติ และมีภัยธรรมชาติอันเกิดจากอุทกภัยในปี ค.ศ. 1969 เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับทาเมอร์ซา ได้ทำลายหมู่บ้านเก่าที่บ้านก่อด้วยอิฐฉาบโคลนไปสิ้น จึงต้องไปตั้งถิ่นฐานใหม่ไปสร้างบ้านสีขาวกระจัดกระจายท่ามกลางเนินเขาสูงเหนือหุบเหวลึก จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม GOLDEN YASMIN RAS EL AIN HOTEL หรือเทียบเท่า
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ.โรงแรมที่พัก
  • บ่าย นำท่านเดินทางสู่ทะเลทราย โดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อชม ฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่องสตาร์วอร์ ที่ถูกสร้างขึ้นกลางทะเลทราย เป็นฉากของ Mos Espa “รา ดิ มาร์ติโน” อาชีพช่างภาพและศิลปิน ใช้กูเกิล แมป ในการค้นหาสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์แฟนตาซีคลาสสิก”สตาร์วอรส์” ในทะเลทรายประเทศตูนิเซียก่อนจะเดินทางมาเยี่ยมชมถ่ายภาพด้วยตัวเอง โดยเป็นฉากของ”ดาวทาทูอิน”ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ”ลุค สกายว็อคเกอร์” ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1970 หรือ 40 กว่าปีมาแล้ว แน่นอนว่าหลายสถานที่ถูกกลืนอยู่ใต้ท้องทะเลทราย แต่ก็มีบางฉากยังคงอยู่ซากสถานที่ถ่ายทำหนังสตาร์วอร์ โดยทางการตูนิเซียได้สงวนสภาพสถานที่ถ่ายทำเหล่านี้ไว้เพื่อใช้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่จากสภาพกาลเวลาที่ผ่านไป ทำให้ฉากหลายสถานที่ถูกกลืนอยู่ใต้ท้องทะเลทราย แต่ก็มีบางฉากยังคงอยู่ หลังจากได้ชมฉากถ่ายทำภาพยนตร์ และชมวิวพระอาทิตย์ตกกลางทะเลทรายแล้ว นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก พักที่ โรงแรม GOLDEN YASMIN RAS EL AIN HOTEL หรือเทียบเท่า ** หมายเหตุ กรุณาเตรียมกระเป๋า Over night bag เพื่อพักค้างคืนสำหรับคืนพรุ่งนี้ 1 คืน
5

Day 5

โทเซอร์-ทะเลเกลือ-ทาทาอุย
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านอำลาโทเซอร์มุ่งสู่ดูซ เดินทางโดยรถจี๊บ 4×4 สู่ทะเลทรายซาฮาร่า เพื่อเดินทางยังเมืองทาทาอุย ระหว่างเส้นทางท่านจะตื่นตากับทัศนียภาพของทะเลเกลือในทะเลทราย Chott El Jerid Salt Lake คำว่า Chott ภาษาตูนิเซียแปลว่าทะเลสาบที่เหือดแห้งตลอดฤดูร้อน แต่บางครั้งยังคงมีน้ำเหลืออยู่ในฤดูหนาว ทะเลเกลือ Chott El Jerid มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางถึง 5,000 ตารางกิโลเมตร และเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมาบริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์เปลี่ยนเป็นพื้นดินทำให้เกิดการตกผลึกเป็นเกลือฝังลึกลงใต้พื้นผิว  แวะให้ท่านได้เก็บบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก และเมื่อถึงเมืองดูซ เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศต้นทางของเส้นทาง ทรานส์ซาฮาร่าของกองคาราวาน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารให้ท่านได้ขี่อูฐ ที่เมืองดูซ ในทะเลทรายซาฮาร่า (ไม่รวมค่าขี่อูฐ 15 USD/ท่าน ท่านสามารถสอบถามได้จากหัวหน้าทัวร์) นำท่านเดินทางสู่ เบอร์ โซลตาเน่ (Bir Soltane) บ่อน้ำกลางทะเลทรายที่มีอาคารหลังคาโดมและกังหันลมที่เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กที่เด่นชัดท่ามกลางความเวิ้งว้างของเนินทราย และผ่านหมู่บ้านชาวเบอร์เบอร์ที่เมือง“เบนี เคเดช” (Beni Khedache) ชมวิวพระอาทิตย์ตกกลางทะเลทราย เมืองสำหรับพักแรมของนักท่องเที่ยว ที่อยู่ใต้สุดของประเทศตูนิเซีย เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเนของโรงแรมที่พัก ที่มีสถาปัตยกรรมแบบพื้นบ้านผสมผสานอยู่
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL SANGHO หรือเทียบเท่า
6

Day 6

ทาทาอุย-เชนินี่-คซาร์ อูเลด โซล์ทาเน่-แมทมาท่า-สแฟกซ์
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางไปยังเมือง เชนินี่ (Chenini) หมู่บ้านชาวเบอร์เบอร์ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง และมีชื่อเสียงของบ้านถ้ำโบราณ จากนั้นนำท่านชม คซาร์ อูเลด โซล์ทาเน่ (Ksar Ouled Soltane) ป้อมปราการโบราณของชาวพื้นเมืองเบอร์เบอร์ ซึ่งในอดีตใช้เป็นป้อมปราการและยุ้งฉางในการเก็บพืชผลการเกษตร ที่ปัจจุบันได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และยังเคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนต์เรื่องสตาร์วอร์ ต่อจากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อไปยังเมือง แมทมาท่า (Matmata) ดาราแห่งภาคใต้ เป็นเมืองขนาดเล็กที่ยังคงมีชาวเบอร์เบอร์อาศัยอยู่บางส่วนในถิ่นที่อยู่อาศัยโครงสร้างใต้ดินแบบดั้งเดิม (Troglodyte) โครงสร้างดังกล่าวคือการขุดหลุมขนาดใหญ่เป็นปล่องลึกลงไปในพื้นดินและหินราว 5 – 10 เมตร จนเกิดเป็นลานกว้าง จากนั้นขุดเจาะตามแนวกำแพงปล่องเป็นโพรงถ้ำเพื่อใช้เป็นห้องพัก และห้องต่างๆ โดยมีทางเดินแคบๆ เชื่อมต่อกัน มีบันไดทอดเทียบเพื่อลงไปสู่ลานบ้านหลุม และสามารถจัดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย ให้ท่านได้ชม ได้สัมผัสบรรยากาศและทัศนีย์ภาพที่แปลกตา แต่อาจะดูคุ้นๆ ว่าเคยได้เห็นจากที่ไหนมาก่อน ซึ่งไม่น่าที่จะแปลกใจหากท่านเคยชมภาพยนต์เรื่องสตาร์วอร์แล้ว นำท่านชมบ้านหลุมโทรโกลไดท์ ที่โด่งดัง พร้อมกับเก็บบันทึกภาพโรงแรม Sidi Driss ซึ่งถูกใช้เป็นฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Star Wars มหากาพย์ที่โด่งดัง เมื่อสมควรแก่เวลา นำท่านเปลี่ยนพาหนะการเดินทางจากรถขับเคลื่อน 4 x 4 เป็นรถโคชปรับอากาศ แล้วมุ่งหน้าสู่ เมืองสแฟกซ์ (Sfax) เมืองท่าชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญเมืองหนึ่งของตูนิเซีย สแฟกซ์ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงตูนิสราว 270 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 849 บนซากปรักของเมืองโบราณ ทาปารูรา และ ธาเอเน การผลิตและโรงงานผลิตปุ๋ยฟอสเฟตนับได้ว่าเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของเมืองฯ นอกจากนั้นยังมีรายได้จากการเกษตรกรรมซึ่งก่อให้เกิดผลิตผลของสินค้าจำพวกน้ำมันมะกอก ผลมะกอก และถั่วชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงการประมง ซึ่งสแฟกซ์เป็นสะพานปลา ท่าเรือประมงแห่งแรกของประเทศตูนิเซีย นำท่านชมตัวเมืองสแฟกซ์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ตูนิส เป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่ สแฟกซ์ ถือได้ว่าเป็นเมืองรอง ในปี ค.ศ. 1980 สแฟกซ์ได้รับการพิจารนาให้เป็นเมืองหลวงทางเศรษฐกิจ แต่ก็เฉพาะในปีดังกล่าวเท่านั้น นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าเมดิน่า และตลาดปลา หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE LES OLIVIERS PALACE หรือเทียบเท่า
7

Day 7

สแฟกซ์-เอล เจม-ซูส-ฮัมมาเม็ต
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านโดยสารรถบัสปรับอากาศสู่ เมืองเอล เจม (El Jem) เป็นเมืองเล็กๆ ทางตะวันออกของประเทศฯ เป็นอดีตเมืองโรมัน หนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดในทวีปอัฟริกาต่อจากคาร์เธจ ซากปรักที่ยังความสมบูรณ์ของรูปทรงและการก่อสร้างของอัฒจันทร์ โคลอสเซี่ยม Amphitheatre ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 230 – 238 หรือกลางศตวรรษที่ 3 เป็นโคลอสเซี่ยมที่ใหญ่โตพอๆ กับโคลอสเซี่ยมในกรุงโรม โดยมีความกว้าง 122 เมตร ยาว 148 เมตร สูง 35 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ถึง 35,000 คน ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979 ปัจจุบันเสียงคำราม เสียงร้องของเหล่าสัตว์ร้าย เสียงโหยหวนเจ็บปวดของเหล่านักสู้ ถูกเปลี่ยนเป็นเสียงอันไพเราะตามตัวโน๊ตของเสียงเพลงจากวงออร์เคสตร้า และโอเปร่าแสนเสนาะโสต ในงานดนตรีคลาสสิกทุกฤดูร้อนที่ถูกจัดขึ้นที่คอลอสเซี่ยมแห่งนี้ ซึ่งท่านจะได้มีโอกาสชมและเก็บบันทึกภาพโคลอสเซี่ยมแห่งเอล เยมนี้อย่างจุใจ จากนั้นเดินทางต่อ เมืองซูส (Sousse) ได้รับสมญานามว่า อัญมณีแห่งซาเอล” เนื่องจากเป็นเมืองร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ด้วยไร่มะกอกที่เขียวขจี อิทธิพลโรมันยังคงปรากฏให้เห็นกับซากปรักหักพัง เช่นเดียวกับป้อมปราการและสุเหร่าแบบอาหรับที่ใหญ่โตงดงามเมืองซูส เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของตูนีเซียและเก่าแก่มาตั้งแต่ ยุคฟินิ ให้ท่านเดินชมป้อมปราการเมืองซูส (ภายนอก) และตลาดขายของพื้นเมืองบริเวณป้อมปราการ
  • 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านแวะถ่ายรูป พอร์ต เอล กานตาวี (Port El Kantaoui) มารีน่าหรูหราร่วมสมัยและเต็มไปด้วยเรือใบและเรือยอช โรงแรมที่พักสุดหรูเรียงรายอยู่ตามแนวชายหาด ท้องทะเลที่ส่งประกรายสดใส อาคารบ้านเรือนร้านค้ากับเสน่ห์แห่งสีสันขาวตัดกับฟ้า และถนนปูลาดด้วยก้อนหินก้อนโตตามสไตล์ของตูนิเซียน ร้านขายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง ทัศนีย์ภาพที่ได้พบเห็นจะสร้างความประทับใจให้ท่านอย่างมิรู้เลือน นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองฮัมมาเมต (Hammamet) รีสอร์ทตากอากาศและสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับต้น ๆ เป็นเมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยอดนิยมของชาวตูนิเซีย ซึ่งได้ถูกเปรียบเปรยให้เป็น Tunisian Saint Tropez เลยทีเดียว เวิ้งอ่าวฮัมมาเมต มีหาดทรายที่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ชายหาดที่มีทรายเม็ดละเอียด น้ำทะเลเป็นประกาย เรือประมงสีสด ช่างเป็นภาพที่ชวนมองยิ่งนัก ฮัมมาเมตมีต้นแจสมิน (Jasmine) มีลักษณะคล้ายพุทธชาดและมะลิอยู่ทั่วไป ดังนั้นชื่อนี้จึงถูกนำมาใช้เรียกเขตที่ตั้งของรีสอร์ท และโรงแรมหรูหราสำหรับนักท่องเที่ยวว่า แยสมิน ฮัมมาเมต (Yasmine Hammamet) อีกทั้งของที่ระลึกทำจากแจสมินสามารถพบเห็นได้ และฮัมมาเม็ตยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมลูกเสือโลกในปี ค.ศ. 2005 อีกด้วย ที่บริเวณรอบกาย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GLODEN YASMINE MEHARI หรือเทียบเท่า
8

Day 8

ฮัมมาเม็ต-นาเบิล-ตูนิส
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านสู่บริเวณที่ตั้งของป้อมปราการเก่าแก่ของเมืองที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งด้านตะวันตก เป็นสิ่งก่อสร้างโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองฮัมมาเมต ซึ่งในอดีตใช้เป็นปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู เดินเท้าผ่านเส้นทางแคบๆ สู่จัตุรัสเมดิน่า ให้ท่านได้เก็บบันทึกภาพนางเงือกรูปหล่อสัมฤทธิ์ในสไตล์ของตูนิเซีย โดยมีกำแพงและป้อมปราการเป็นฉากหลังและเมื่อท่านมองไป ท่านจะรู้สึกตัวว่าได้อยู่ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งรายล้อมไปด้วย ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แผง เพิงขายของพื้นเมือง งานหัตถกรรม ของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งจะฉุดรั้งความสนใจให้ท่านต้องแวะชม อิสระให้ท่านได้เดินเล่นใจกลางเมือง จากนั้นเดินทางไปเยือนเมืองนาเบิล (Nabeul) ให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเล็ก ๆ แต่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญในแถบอ่าวฮัมมาเมต ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวและโรงแรมที่พักที่มีมากมายสองฟากถนนในนาเบิล ชายหาดของนาเบิลก็มีความสวยงามยิ่ง ภายในตัวเมืองเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จัตุรัสกลางเมือง หรือเมดิน่าเต็มไปด้วยร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาสไตล์เฉพาะของชาวตูนิเซีย ซึ่งท่านจะสังเกตุเห็นอนุสาวรีย์เครื่องปั้นดินเผากลางถนนขณะที่จะผ่านเข้าสู่ตัวเมือง ที่ร้านค้าพืชพันธุ์ทางการเกษตรในนาเบิลนี้ ท่านสามารถเลือกซื้ออินทผาลัมของตูนีเซียที่มีอยู่นับร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ถือได้ว่าดีที่สุดในโลกได้แก่ Deglet Noor หรือ Finger of Light เป็นสายพันธุ์ที่มีมากในอัลจีเรีย และตูนิเซีย
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย นำท่านเยือน เมืองคาร์เธจ (Carthage) โบราณสถานในยุคกรีกโบราณ นครคาร์เธจที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวฟินิเซีย ตั้งอยู่บนแหลมบริเวณเวิ้งอ่าวตูนิส ทำให้ได้เปรียบในด้านการเดินเรือ และเป็นยุทธศาสตร์การค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ เป็นจุดการส่งผ่านขึ้นเรือทุกลำที่จะข้ามทะเลสู่เกาะซิซีลี แต่ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องแท้จริงของนครคาร์เธจนั้นสูญหายไปพร้อมๆ กับการสูญสลายจากการพ่ายแพ้ต่อกองทัพโรมันในสงครามพิวนิก ครั้งที่ 3 ที่โรมันได้เผาทำลายนครคาร์เธจจนสิ้นซาก ดังนั้นตำนานคำบอกเล่าต่างๆ ที่เกี่ยวกับนครคาร์เธจจึงเป็นเพียงจดหมายเหตุและตำนานจากการบอกเล่าของโรมัน อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาโรมันได้กลับมาสร้างเมืองคาร์เธจให้โชติช่วงขึ้น ใหม่บนซากปรักหักพัง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร วิลล่า และห้องอาบน้ำ นครคาร์เธจกลายเป็นเมืองหลวงของการบริหารในอัฟริกา นำท่านชมซากปรักหักพังแต่ทรงคุณค่าทางโบราณคดี ซึ่งได้มีการระดมนักโบราณคดีจากหลายชาติมาช่วยบูรณะพื้นที่ที่ครอบคลุม เมืองพิวนิกและโรมันโบราณ จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.1979 ผ่านชมโรงละครโรมันโบราณซึ่งยังคงถูกใช้สำหรับงานเทศกาลฤดูรอนของคาร์เธจในทุกวันนี้ นำท่านชมห้องอาบน้ำร้อนแอนโตนิน (The Baths of Antonin) หนึ่งในห้องอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นภายใต้อาณาจักรโรมัน กับห้องเย็นที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ด้วยความยาวงถึง 47 เมตรและสูง 15 เมตร จากนั้น นำท่านชม ซิดิ บู ซาอิด (Sidi Bou Said) หมู่บ้านชาวมัวร์ หมู่บ้านสีฟ้าและสีขาวน่ารัก จากหน้าผาท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แสนงดงามของอ่าวตูนิส ที่มีตำนานเล่าขานไว้ว่า นักบุญหลุยส์ผู้ซึ่งเสร็จจากศึกสงครามได้มาถึงที่แห่งนี้ ได้ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงเบอร์เบอร์ จึงตกลงใจอาศัยอยู่ ณ หมู่บ้านแห่งนี้อย่างสงบสุข จึงได้เปลี่ยนชื่อและกลายเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของหมู่บ้านนี้ นำท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านที่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่แสนสุขสันต์ ท่านจะชื่นชมในความงามของแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทางศิลปะการใช้สีฟ้า และสีขาวไปทั่วเมืองซึ่งจะสร้างความประทับใจให้แก่ท่านสุดล้นพ้น ท่านสามารถเดินสำรวจหมู่บ้านผ่านไปตามถนนที่ปูลาดด้วยหินก้อนโตพาลัดเลาะ คดเคี้ยว ขึ้นสู่จุดชมวิว ที่ซึ่งท่านจะได้ชมทิวทัศน์ที่งดงามของทะเลสีมรกตและชายหาดทางตอนใต้ของอ่าวตูนิส ท่านอาจแวะนั่งจิบชามิ้นต์ผ่อนกระหาย ก่อนที่จะสาวเท้าก้าวต่อไป ยังประภาคารวังเดิมของ Baron d’ Erlanger ที่ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้าสองข้างทางมีสินค้างานฝีมือของชาวตูนิส สินค้าของเก่าแก่โบราณ เครื่องประดับเงิน งานศิลปะ ส่วนด้านบริเวณตีนเขาสู่หน้าผา จะเป็นที่ตั้งของท่าเรือของหมู่บ้านซิดิ บู ซาอิด มารีน่าทันสมัย
  • ค่ำ จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL EI MOURADI GAMMARTH หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
9

Day 9

ตูนิส-บาร์โด มิวเซียม-ซิดิ บูซาอิด
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์บาร์โด (Bardo Museum) ที่อดีตเป็นพระราชวังเก่าของบีย์ (Bey) ชื่อในตำแหน่งของผู้ครอบครองหรือประมุขของรัฐในอดีต อาคารพระราชวังมีความสำคัญทาง สถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 13 แบบดั้งเดิม และได้รับการบูรณะและขยับขยายมาโดยตลอด เป็น สถานที่ซึ่งได้รวบรวมสิ่งละอันพันละน้อย ร่องรอยในอดีตที่ดูน่าเลื่อมใส ทีถูกจัดแสดงเรียงตามวันและสถานที่แหล่งกำเนิด สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวตูนิเซีย ตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคของพิวนิก ชาวนครคาร์เธจ สู่ยุคโรมัน และจากยุคโรมัน สู่ยุค ของคริสเตียนไบเซนไทน์ จนถึงยุคอิสลาม เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สามารถบ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะของ การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ในยุคสมัยนั้น ๆ เป็นอย่างดี และเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจากยุคก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บสะสมชิ้นงานประดับ โมเสกที่ใหญ่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดในโลก
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
  • 14.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินคาร์เธจ อินเตอร์เนชั่นแนล เมืองตูนิส
  • 17.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบลู โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์ (TK) เที่ยวบินที่ TK664
  • 21.45 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบลู เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
10

Day 10

อิสตันบูล-กรุงเทพฯ
  • 01.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ “TK068″
  • 14.50 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ พร้อมความประทับใจ

 

วันเดินทาง
24 มีนาคม – 02 เมษายน 2561 13 -22 เมษายน 2561 26 เมษายน – 05 พฤษภาคม 2561
สายการบิน

แกรนด์ตูนีเซีย 10 วัน

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อิสตันบลู-ตูนิส-อิสตันบลู-กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิส แอร์ไลน์
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่า (ประเทศตูนีเซีย) สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 40 ยูโร
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ยูโร ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 30 ยูโร หรือขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินงวดที่ 1 : หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
งวดที่ 2 : กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข   
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
 ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า
– 1หนังสือเดินทาง (PASSPORT) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า (สำหรับท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ขอความกรุณา แนบมาด้วย เพื่ออ้างอิงกับทางสถานทูต)
– รูปถ่ายสี พื้นหลังสีขาวเท่านั้น ขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ (ทางสถานทูตไม่พิจารณารูปที่ถ่ายเอง)
– สำเนาทะเบียนบ้านอย่างละ 1 ใบ
– สำเนาบัตรประชาชนอย่างละ 1 ใบ
หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)

เงื่อนไขอื่นๆ

 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
 บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
 รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
 การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
 ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง
 ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
ตั๋วเครื่องบิน
 ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
 ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
 หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น
 เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
โรงแรมและห้อง
 ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
 โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
 ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
 กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
 วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
 หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย
 ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
 กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง
การเดินทางเป็นครอบครัว
 หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า
4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ม่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข
ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ
วันเดินทาง
24 มีนาคม – 02 เมษายน 2561 13 -22 เมษายน 2561 26 เมษายน – 05 พฤษภาคม 2561
สายการบิน