วันเดินทาง
19 - 27 ตค. 2565 19 - 27 ตค. 2565
สายการบิน


EXPLORING SAUDI ARABIA 9 DAYS

  • Special Trip ทริปพิเศษ ! เฉพาะช่วงเดินทางวันที่ 1-9 ต.ค. ร่วมเดินทางกับ กาญจนา หงษ์ทอง นักเขียน Influencer และนักจัดการรายการชื่อดัง
  • สัมผัสกับประสบการณ์หลากหลายรสชาติในการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ ทั้งการเดินทางด้วยรถบัส รถแวน รถ 4WD และ รถไฟความเร็วสูง
  • พักโรงแรม 4+5 ดาว
  • รวมไฟล์ทบินภายในให้ 1 เที่ยวบิน
  • สัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟความเร็วสูงที่ทันสมัย จากเมืองเมดินา สู่เมืองเจดดาห์
  • ชมพระราชวังประวัติศาสตร์มูรับบา (Murabba Palace) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นของริยาดห์
  • ชม ป้อมปราการมาสมัค (Masmak) ภายนอกที่เป็นอิฐโคลนและดินเหนียว เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่
  • ถ่ายรูปกับ คิงดอมเซ็นเตอร์ (Kingdom Center Tower) เป็นหอคอยที่มีความสูงและเป็นจุดศูนย์กลางแห่งเมือง
  • ชมถ้ำจาบาลแห่งอัล คาราห์ ( Jabal Al Qarah)
  • ชมโอเอซิสอัลอัสฮา เป็นพื้นที่โอเอซิสที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการวางระบบชลประทานเป็นอย่างดี
  • เดินเล่นชมสินค้า ณ ตลาดซุก อัล ไกซารียา (Souq Al Qaisariya) เป็นตลาดเก่าแก่ที่สุดในราชอาณาจักร ด้วยเขาวงกตที่มีร้านค้ามากกว่า 7,000 ตร.เมตร
  • ถ่ายรูปกับ มัสยิดของท่านศาสดามูฮัมหมัด (Prophet’s Mosque) เป็นหนึ่งใน มัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์รองจากมัสยิดใหญ่แห่งมักกะห์ในศาสนาอิสลาม
  • ชมพิพิธภัณฑ์อัลเมดินา (Al Medina Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงมรดกและประวัติศาสตร์ของอัลเมดินา
  • ชมโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ หมู่บ้านอัล อูลา (Al Ula Heritage Village)
  • ชม หินช้าง หรือ จาบาล อัลฟิล (Elephant Rock /Jabal A lFil) เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา
  • ถ่ายรูปวิวมุมสูงของ เมืองอัล อูล่า (Al Ula) ณ จุดชมวิว Harrat Viewpoint บนยอดภูเขาไฟโบราณ
  • ชม เฮกร้า (Hegra) เป็นหนึ่งในโบราณสถานของอาณาจักรนาบาเทียน สวยงามคล้ายนครเพตรา
  • ถ่ายรูปกับ Maraya Concert Hall ออกแบบสร้างด้วยกระจกทั้งหลัง เป็นหนึ่งแลนด์มาร์กกลางทะเลทรายที่สุดเก๋
  • ชมเขตเมืองเก่าเจดดาห์อัล บาลัด (Al-Balad) ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 7 และเป็นศูนย์กลางของเจดดาห์ในอดีตชม ประตูสู่มักกะห์ (Mecca Gate) ตั้งอยู่ด้านนอกเมืองเจดดาห์ บนถนนสู่นครศักด์สิทธิ์เมืองมักกะห์
  • ชมพิพิธภัณฑ์เทยาบัต (Al Teyabat Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอบทเรียนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตเกี่ยวกับรากฐานของเจดดาห์
  • ชม ถนนเลียบทะเล (Corniche) ภูมิทัศน์ที่สวยงามของเมืองเจดดาห์ เป็นสถานที่เพื่อสังสรรค์และนันทนาการอยู่เสมอ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าหลากหลาย
  • ชมน้ำพุกษัตริย์ฟาฮัด (King Fahad’s Fountain) ที่เป็นน้ำพุที่สูงที่สุดในโลกพุ่งสูงกว่า 305 เมตรมองเห็นได้จากเกือบทุกมุมทั่วเมืองและตอนกลางคืนจะสว่างจ้าไปด้วยแสงสีที่สวยงาม

——————————————————————————————————————————————

  • วันที่หนึ่ง        กรุงเทพฯ –  ริยาดห์

15.00น         พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและดูแลในการตรวจ

เอกสารการเดินทาง ที่เค้าน์เตอร์ของ สายการบินไทย (แถว D)

18.45น         ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กรงเจดดาห์ โดยเที่ยวบินที่ TG-503 เวลาบินประมาณ 8 ชม. (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

22.40น         เดินทางมาถึงสนามบินคิงอับดุลลาซิศ/กรุงเจดดาห์ ผ่านพิธีตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและการศุลกากร

เจดดาห์ (Jeddah) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเมกกะ(Mecca) หรือมักกะห์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเฮจาซ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในซาอุดิอาระเบีย (รองจากเมืองหลวงริยาดห์)และใหญ่เป็นอันดับสิบในตะวันออกกลาง มีพื้นที่ประมาณ 1,600 ตร.กม.และประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 ล้านคน ท่าเรืออิสลามเจดดาห์ ตั้งอยู่บนทะเลแดง เป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสองและเป็นอันดับสองในตะวันออกกลาง (รองจากท่าเรือเจเบล อาลีของดูไบ)

เจดดาห์เป็นประตูสู่เมืองเมกกะ(Mecca) หรือมักกะห์ ซึ่งเป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนาอิสลาม โดยอยู่ห่างจากทางทิศตะวันออกประมาณ 65 กม. ขณะที่เมดินาซึ่งเป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสอง อยู่ห่างจากทิศเหนือประมาณ 360 กม. เจดดาห์ เป็นดินแดนที่หลากหลายแห่งความสวยงามของซาอุดิอาระเบียและเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในทะเลแดง

นำท่านเดินทางเข้าพักที่โรงแรม Park inn by Radisson Airport หรือเทียบเท่า ****

 

  • วันที่สอง        เจดดาห์ – ริยาดห์ – หอคอยคิงดอมเซ็นเตอร์-สุเหล่าใหญ่คิงคาลิด -อัด ดิริยาห์ – พระราชวังประวัติศาสตร์มูรับบา – ป้อมปราการมาสมัค –  สุเหร่า อัลราฮิด                                                         

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม  

07.00 น.       ออกเดินทางสู่สนามบินเจดดาห์

09.00 น.        ออกเดินทางสู่ ริยาดห์  โดยสายการบิน ซาอุเดีย แอร์ไลน์   เที่ยวบินที่ SV 1024 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.40 ชม.)

10.40 น.       เดินทางมาถึง สนามบินคิงคาลิด เมืองริยาดห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

                   นำท่านชมความสวยงามของตัวเมืองด้วยตึกสูงทันสมัยหลายตึก นำท่านแวะถ่ายรูปกับ

หอคอยคิงดอมเซ็นเตอร์ (Kingdom Center Tower) เป็นหอคอยที่มีความสูงและเป็นจุด

ศูนย์กลางแห่งเมือง

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับสุเหล่าใหญ่คิงคาลิด (King Khalid Grand Mosque) สุเหร่าสี

ขาวที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศนี้

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัด ดิริยาห์ (Ad Diriyah) Unesco World Heritage Site อันเก่าแก่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองด้านตะวันตกของริยาดห์และเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศนี้ ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของซาอุดิอาระเบียและเป็นที่ตั้งของครอบครัวอัลซาอุด ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองดิริยาห์ คือ สถานที่อัล ทูราอีฟ (At-Turaif) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของโลกโดยยูเนสโก  ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 15 เป็นที่นั่งดั้งเดิมของตระกูลอัล ซาอุด ของซาอุดิอาระเบีย และมีซากปรักหักพังของบ้านอิฐโคลนที่เชื่อมต่อกันด้วยตรอกแคบ ๆ แห่งนี้ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งจากยูเนสโกในปี 2010 ซึ่งกำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นศูนย์กลางที่ทันสมัยซึ่งเต็มไปด้วยหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ มัสยิด และพื้นที่ตลาดการพัฒนาพื้นที่ใหม่นี้จะช่วยให้ผู้คนเดินผ่านซากปรักหักพัง ตลอดจนพิพิธภัณฑ์มากมาย และพื้นที่อื่นๆ จะได้พบกับทั้งความทันสมัยและประวัติศาสตร์ของเมือง ด้านที่ทันสมัยมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขายของกระจุกกระจิกที่ทันสมัย

นำท่านออกเดินทางสู่ พระราชวังประวัติศาสตร์มูรับบา (Murabba Palace) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญ

ทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นของริยาดห์ วังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และสร้างขึ้นในสไตล์นาจดีน ผู้เข้าชมจะได้ชมสิ่งของส่วนตัว ของที่ระลึก และรูปถ่ายของกษัตริย์ รวมถึงการเดินเล่นผ่านสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงามซึ่งล้อมรอบพระราชวัง นอกจากนี้ยังมีโรลส์-รอยซ์ของกษัตริย์ที่จัดแสดงในปี 2489 เป็นของขวัญจากนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์ของอังกฤษ

นำท่านชม ป้อมปราการมาสมัค (Masmak) อยู่ห่างจาก วังแห่งประวัติศาสตร์มูรับบา โดยใช้เวลาขับรถไม่นาน อดีตกองทหารรักษาการณ์ซึ่งเคยปกป้องเมืองนี้มีชื่อเสียงจากภายนอกที่เป็นอิฐโคลนและดินเหนียว คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ในเวลาต่อมาทำหน้าที่เป็นคลังเก็บกระสุน และหลังจากการจู่โจมโดยอิบบินซาอุดในปี 1902 ป้อมปราการนี้ก็ถูกใช้เป็นที่คุมขัง

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ สุเหร่า อัลราฮิด (Al Rajhi Grand Mosque) ซึ่งเป็นสุเหร่าใหญ่ ประจำกรุงรียาด (ไม่อนุญาตให้คนที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าไปในสุเหร่าแห่งนี้)

ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองริยาดห์

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             Radisson Hotel Riyadh Airport หรือเทียบเท่า ****


  • วันที่สาม       ริยาดห์ – เทือกเขา อัล คาราห์ – อัล โฮฟุฟ                                                           

เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

                  นำท่านเดินทางสู่ เทือกเขาอัล คาราห์ (Al Qarah Mountain) ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกระยะทางห่างประมาณ 330 กม. อัลคาราห์ เป็นเนินเขาที่มีความสูงประมาณ 75 เมตร

นำท่านชมวิวจากมุมสูงบริเวณ Al-Qarah Village Cityscape

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินสำรวจเครือข่ายของถ้ำ จาบาลแห่งอัล คาราห์ ( Jabal Al Qarah) ที่ถูกแกะสลักเส้นทางคดเคี้ยวที่ขนาบข้างด้วยกำแพงสีน้ำตาลอมเทา และเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ดินแดนแห่งอารยธรรมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เก่าแก่นับพันปีของพื้นที่นี้

นำท่านออกเดินทางกลับไปยัง โอเอซิสอัลอัสฮา (Al Asha Oasis) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 10 กม. โอเอซิสอัลอัสฮา เป็นพื้นที่โอเอซิสที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีพื้นที่ประมาณ 85 ตร.กม.และที่แห่งนี้มีการวางระบบชลประทานเป็นอย่างดี สำหรับให้เป็นที่อยู่ อาศัยและการเพาะปลูกพืชอันเขียวขจีจากชายฝั่งอ่าวของซาอุดิอาระเบียแห่งนี้จึงเป็นต้นแบบของโอเอซิสทะเลทรายอันเขียวชอุ่ม มีการปลูกต้นปาล์มเป็นจำนวนมากและพร้อมที่จะให้ผลิตผล ลูกอิทผลัมมากกว่า 2.5 ล้านต้น และเมื่อเร็วๆ นี้ ภูมิภาคที่ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก ตั้งแต่น้ำพุร้อนและน้ำเย็นไปจนถึงสุเหร่าเก่าแก่ไปจนถึงทิวทัศน์แบบพาโนรามา จะพบว่ามีสิ่งให้สำรวจมากมายในโอเอซิสอายุ 6,000 ปีแห่งนี้ ซึ่งเป็นประตูสู่คาบสมุทรอาหรับสำหรับนักเดินทางจากตะวันออกมาช้านาน มีประชากรอาศัยอยู่บนพื้นที่แห่งนี้เพียงร้อยละ 18 เท่านั้น

ได้เวลานำท่านออกเดินทางกลับยัง อัล โฮฟุฟ ( Al-Hofuf) เป็นเมืองหลักในเขตอัล Ahsa Oasis ในจังหวัดทางตะวันออกของ ซาอุดิอาระเบีย มีประชากร 858,395 คน  เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอินทผลัมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสำหรับตลาดและพระราชวังเก่าแก่

นำท่านเดินชม ตลาดซุก อัล ไกซารียา (Souq Al Qaisariya) เป็นตลาดเก่าแก่ที่สุดในราชอาณาจักร ด้วยเขาวงกตที่มีร้านค้ามากกว่า 7,000 ตร.เมตร ให้สำรวจ ตลาดนี้ถูกสร้างมาเมื่อใดไม่ปรากฏ แต่คนในท้องถิ่นจำนวนมากอ้างว่า มีความเจริญรุ่งเรืองมานานกว่าศตวรรษแล้วก็ตาม แต่ที่ชัดเจนก็คือ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุด ผู้เข้าชมสามารถต่อรองราคาได้ ทุกอย่างตั้งแต่รองเท้าแตะหนังทำมือไปจนถึงอะบาย่าไปจนถึงขวดโหลน้ำกุหลาบ หีบเสียงโบราณ และมีดสั้นโบราณ

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             Al Ahsa Intercontinental Hotel หรือเทียบเท่า *****

  • วันที่สี่           อัล โฮฟุฟ – ริยาดห์ – เมดินา                                                                   

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางกลับไปยัง กรุงริยาดห์ ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางห่างประมาณ 310 กม.

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านไปชมความสวยงามของโครงสร้างที่โดดเด่นอย่างแท้จริง ห้างคิงดอมเซ็นเตอร์  (Kingdom Center Mall) เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นในริยาด ตั้งอยู่ภายใน Kingdom Center ที่ไม่มีใครเทียบได้ เป็นศูนย์ค้าปลีก 3 ชั้น เป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งที่มีสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและนานาชาติชั้นเยี่ยมให้เลือกมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ร้านกาแฟระดับพรีเมียมและร้านอาหารชั้นเลิศ และสะพานลอยฟ้า บนยอดหอคอยสูง 300 เมตร Sky Bridge มองเห็นทั้งเมืองริยาด การเดินทางขึ้นสะพานต้องใช้ลิฟต์ 2 ตัวรวมกันใช้เวลาประมาณ 90 วินาทีกว่าจะถึงยอด ด้วยความบันเทิงมากมาย Kingdom Center Mall จึงเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในริยาดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยม

ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เลือกซื้อสินค้าตามความต้องการ                

16.30 น.        นำท่านออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อตรวจเอกสารการเดินทาง และให้ท่านได้อิสระรับประทานอาหาร

เย็นก่อนขึ้นเครื่องตามอัธยาศัย

 

19.15 น.        ออกเดินทางจาก ริยาดห์ สู่เมือง เมดินา โดยเที่ยวบินที่ SV-1465

20.45 น.       เดินทางมาถึง สนามบินเมดินา ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ เมดินา (Medina) อัลมะดีนะ

บ่อยครั้งเรียกว่า อัลมะดีนะห์ (Al Madinah)  เป็นนครที่สำคัญทางอันดับที่สองรองจากมักกะห์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นนครของศาสนทูตมุฮัมหมัดซึ่งศพของท่านฝังอยู่ในมัสยิดอันนะบะวีหรือมัสยิดศาสนทูต เมืองนี้มีพื้นที่ประมาณ 590 ตร.กม. และประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน

พักที่             Le Méridien Medina หรือเทียบเท่า ****

  •  วันที่ห้า         มัสยิดอันนะบะวี Prophet’s Mosque – มัสยิดอัล กิบลาเทน – พิพิธภัณฑ์อัลเมดินา -ห้างสรรพสินค้าราชิด

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

                   นำท่านไปชมภายนอกของ มัสยิดอันนะบะวี (Al Masjid An Nabawi) หรือ มัสยิดของท่าน ศาสดา (Prophet’s Mosque) เป็นมัสยิดที่สร้างโดยท่าน มุฮัมมัด โดยสร้างที่บริเวณเมืองเมดีน่า เป็นมัสยิดที่สามที่ถูกสร้างในประวัติศาสตร์อิสลาม และเป็นหนึ่งใน มัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์รองจากมัสยิดใหญ่แห่งมักกะห์ในศาสนาอิสลาม โดยเปิดตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุด

จากนั้นไปชม มัสยิดอัล กิบลาเทน (Masjid al-Qiblatain) เป็นมัสยิดในเมดินาที่ชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ศาสดา พยากรณ์อิสลามคนสุดท้ายคือมูฮัมหมัดได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนกิบลัต (ทิศทางของการละหมาด) จากกรุงเยรูซาเล็มเป็นนครมักกะห์ มัสยิดถูกสร้างขึ้นโดย ซาวากอิบกานามอิบกาบา (Sawadibn Ghanam ibn Ka’ab) ระหว่างปี 2 AH (623 CE)

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์อัลเมดินา (Al Medina Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงมรดกและประวัติศาสตร์ของอัลเมดินา โดยมีการสะสมทางโบราณคดี แกลเลอรี่ภาพ และรูปหายากที่เกี่ยวข้องกับอัลเมดินา พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงวัตถุหายากราว 2,000 ชิ้นที่รวบรวมมรดกและวัฒนธรรมของเมืองนี้ และบันทึกภูมิทัศน์ ผู้คน และลักษณะของมันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วนที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งของที่นี้ คือ วิวัฒนาการของมัสยิดนะบาวีจากบ้าน ลานบ้าน และบ้านของอาคารขนาดใหญ่ที่ตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์อัลเมดินา

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                     นำท่านไปชมความสวยงามของ เมืองเมดินา ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของศาสนาอิสลาม ตั้งอยู่ในเขตฮิญาซของซาอุดีอาระเบีย เมดินาซึ่งเปิดประตูสู่ศาสดามูฮัมหมัดและสหายเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดของอารยธรรมอิสลามมานานหลายศตวรรษ โครงสร้างที่สวยงามซึ่งคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้แสดงให้เห็นถึงพลังและความซับซ้อนของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ ผู้คนนับล้านมาเยี่ยมชมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกปีเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์

นำท่านไปเที่ยวชม ห้างสรรพสินค้าราชิด (Al Rashid Mega Mall) ซึ่งตั้งอยู่บนถนน KingAbdullah ห้างสรรพสินค้าประกอบด้วยสี่ชั้น (ชั้นใต้ดิน พื้นดิน ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง) และมีน้ำพุเต้นรำในทะเลสาบพร้อมเรืออันโดดเด่นที่ชั้นใต้ดิน รวมถึงสินค้าแบรนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดมากมาย มีพื้นที่ 64,000 ตร.เมตร และศูนย์รวมความบันเทิงที่หลากหลาย (เมืองแสนสนุกสเก็ตน้ำแข็ง โรงละครสำหรับเด็ก และฟุตบอล) และร้านอาหารมากกว่า 30 แห่ง

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             Le Méridien Medina หรือเทียบเท่า ****

 

  • วันที่หก        เมดินา – อัล อูล่า – หมู่บ้านอัล อูลา – หินช้าง จาบาล อัลฟิล

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

                    นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองอัล อูล่า (Al Ula) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมดินา ระยะทางห่างประมาณ 320 กม. อัล อูล่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่ำรวยและมีแนวโน้มมากที่สุดของซาอุดีอาระเบีย เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สุดในซาอุดีอาระเบีย และสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หมู่บ้านโบราณแห่งนี้ถือเป็นโอเอซิสในหุบเขาทะเลทรายของภูมิภาคเมดินา และตั้งอยู่บนถนนที่เก่าแก่ ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินทางในสมัยโบราณที่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการค้าระหว่างอินเดีย และตะวันออกกลาง

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ หมู่บ้านอัล อูลา (Al Ula Heritage Village) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมบ้านอิฐโคลนและบ้านหินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโลก นักโบราณคดีเชื่อว่าบ้าน 800 หลังมีอายุอย่างน้อย 2,000 ปี

นำท่านเดินทางสู่ หินช้าง หรือ จาบาล อัลฟิล (Elephant Rock /Jabal A lFil) เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีสัณฐานที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งอยู่ห่างจาก AlUla ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 11 กม. ตัวอย่างอันน่าทึ่งของพลังน้ำและลมกัดเซาะตามธรรมชาติในช่วงเวลาหลายล้านปี สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้สูงถึง 171 ฟุตในอากาศโดยมีภูเขาเป็นฉากหลัง

จากนั้นนำท่านเดินทางไปถ่ายรูปวิวมุมสูงของ เมืองอัล อูล่า (Al Ula) ณ จุดชมวิว Harrat Viewpoint บนยอดภูเขาไฟโบราณ

ชมทัศนียภาพของเมืองเก่า อัล อูลา และ โอเอซิส ที่สวยงามแปลกตา

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่            Habitas Al Ula Resort หรือเทียบเท่า


  • วันที่เจ็ด        อัล อูล่า – เฮกร้า – Maraya Concert Hall -นั่งรถไฟไฮสปีด Haramain – เจดดาห์

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางไปชมมาดาอิน ซาเลห์ (Madain Saleh) หรือ เฮกร้า (Hegra) อยู่ห่างออกไปทางเหนือประมาณ 30 กม. มาดาอิน ซาเลห์ เป็นหนึ่งในโบราณสถานแห่งนี้จัดแสดงซากของอาณาจักรนาบาเทียนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในซาอุดีอาระเบีย ผู้เยี่ยมชมสามารถสำรวจสุสานหินขนาดใหญ่กว่าชีวิต 131 เป็นซากของอาณาจักรนาบาเทียน (Nabataean) ที่ร่ำรวยและครั้งหนึ่งแห่งที่คล้ายกับโครงสร้างที่มีชื่อเสียงของเปตรามาดาอิน ซาเลห์ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่เชื่อมต่อกัน และหน้าผาหินและล้อมรอบด้วยภูเขาทราย ถูกกล่าวถึงในอัลกุรอานและอธิบายว่าเป็นบ้านของ ทามุด (Thamud) มาดาอิน ซาเลห์ (เมืองของซาลีห์/City of Salih)

จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม Maraya Concert Hall นำท่านถ่ายรูปกับอาคารจัดแสดงคอนเสิร์ตที่    ออกแบบสร้างด้วยกระจกทั้งหลัง เป็นหนึ่งแลนด์มาร์กกลางทะเลทรายที่สุดเก๋

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

                      นำท่านเดินทางกลับยัง เมืองเมดิน่า

จากนั้นนำท่านไปยัง สถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อเดินทางไปยัง กรุงเจดดาห์ ที่อยู่ทางด้านใต้รถไฟความเร็วสูง Haramain หรือที่รู้จักในชื่อ HHR Train รถไฟฮาราเมนจะพาคุณจากเมดิน่า ไปยังเจดดาห์ ด้วยความเร็ว 300 กม./ชม. บนเส้นทาง 450 กม. ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง 25 นาที โดยทั้งหมดนี้จะทำให้คุณรู้สึกเย็น สบาย และอิ่มเอมบนรถไฟ ไปเป็นวันที่จะพาทุกคนในครอบครัวไปขึ้นรถและเดินป่าในทะเลทราย

17.30 น.        ออกเดินทางจาก เมดิน่า สู่ เจดดาห์ ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,600 ตร.กม.และประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 ล้านคน

19.10 น.        เดินทางมาถึง สถานีรถไฟเจดดาห์

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             Centro Shaheen Jeddah by Rotana หรือเทียบเท่า ****

  • วันที่แปด      เจดดาห์ – เมืองเก่าเจดดาห์อัล บาลัด – ตลาดอัล อะลาวี – บ้านนาซีฟ – Mecca Gate – พิพิธภัณฑ์เทยาบัต – ถนนเลียบทะเล – น้ำพุกษัตริย์ฟาฮัด

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเที่ยวชมเมือง เจดดาห์ (Jeddah) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดมักกะห์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเฮจาซ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองใน ซาอุดิอาระเบีย (รองจากเมืองหลวงริยาด) และใหญ่เป็นอันดับสิบในตะวันออกกลาง มีท่าเรืออิสลามเจดดาห์ ตั้งอยู่บนทะเลแดง เป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสองและเป็นอันดับสองใน ตะวันออกกลาง (รองจากท่าเรือเจเบล อาลีของดูไบ)

นำท่านไปชมเขตเมืองเก่าเจดดาห์อัล บาลัด (Al-Balad) ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 7 และเป็นศูนย์กลางของเจดดาห์ในอดีต กำแพงป้องกันของอัล บาลัดถูกทำลายลงในปี 1940 ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 เมื่อเจดดาห์เริ่มมีฐานะร่ำรวยขึ้น เนื่องจากการเฟื่องฟูของน้ำมัน เจดดาวีจำนวนมากได้ย้ายไปทางเหนือ ออกจากอัล-บาลัดเนื่องจากเป็นการเตือนให้พวกเขานึกถึงสมัยที่รุ่งเรืองน้อยลง อัล บาลัด ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าของเจดดาห์ ที่ซึ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ของซาอุดิอาระเบียได้โดยการเดินเล่นสำรวจสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของ souqs, rawashin และระเบียงไม้ที่ตกแต่งด้านหน้าอาคาร มีที่จอดรถไม่เพียงพอสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ ร้านค้าไม่ได้ขายเสื้อผ้าดีไซเนอร์ราคาแพง ผู้อพยพที่ยากจนย้ายเข้ามาแทนที่ประชากรซาอุดิอาระเบีย  เทศบาลเมืองเจดดาห์เริ่มพยายามอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ในปี 1970 เมืองเจดดาห์ได้ก่อตั้งสมาคมอนุรักษ์ประวัติศาสตร์เจดดาห์ เพื่อรักษาสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ของอัล-บาลัด ในปี 2545 มีการจัดสรรเงิน จำนวน 4 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับสังคมอนุรักษ์ในปี 2009 อัล บาลัดได้รับการเสนอชื่อจากสำนักงานคณะกรรมการการท่องเที่ยวและ โบราณวัตถุของซาอุดิอาระเบียให้เพิ่มในรายการมรดกโลกของ UNESCO และได้รับการ ยอมรับในปี 2014

                       ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เดินชมตลาดอาหรับแบบดั้งเดิม ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว  ตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในเจดดาห์ ตลาดอัล อะลาวี (Souk Al Alawi) ในย่านบาลัดอันเก่าแก่ของ Old Jeddah ช่วยให้ลูกค้าสามารถแลกเปลี่ยนและต่อรองราคากับผลิตผลในท้องถิ่น เครื่องเทศ เครื่องหนัง กำยาน น้ำหอมอาหรับ และ สินค้าอื่นๆ มากมาย

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ บ้านนาซีฟ (Naseef House) บนถนนซุค อัลอะลาวี ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมืองเจดดาห์ เริ่มต้นในปี 1872 และแล้วเสร็จในปี 1881 สำหรับสมาชิกของครอบครัวพ่อค้าผู้มั่งคั่ง และผู้ว่าการเจดดาห์ในขณะนั้น เมื่ออับดุลอาซิซ อิบน์ โซอูดเข้ามาในเมืองในเดือนธันวาคม ค.ศ.1925 หลังจากการล้อมเมืองเจดดาห์เขาได้พักที่บัยต์ นัสซีฟ ในช่วงแรกที่เขาอยู่ในเมือง เขาใช้เป็นที่ประทับของราชวงศ์และรับแขกที่นี่ บ้านนัสซีฟเป็น “ร้านทำผมเพื่อสังคม” ในยุค 1920 ขณะที่กงสุลและพ่อค้ารวมตัวกันอยู่ที่นั่น บ้านหลังนี้เป็นของครอบครัวนาซีฟจนถึงปี 1975 เมื่อมูฮัมหมัด นาซีฟ (Muhammad Nasseef) ได้เปลี่ยนให้เป็นห้องสมุดส่วนตัวที่รวบรวมหนังสือ ได้มากถึง 16,000 เล่มในที่สุด

นำท่านไปชม ประตูสู่มักกะห์ (Mecca Gate) ตั้งอยู่แค่ด้านนอกของเมืองเจดดาห์ บนถนนสู่เมืองมักกะห์ ก็คือประตูสู่มักกะห์  โดยอยู่ห่างจากทางทิศตะวันออกประมาณ 65 กม. เป็นสถานที่ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปแสวงบุญที่เมืองมักกะห์ เป็นประตูทรงโค้งบนถนนที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1979 ประตูจะดูทันสมัยมากขึ้นตอนกลางคืน เพราะมีแสงสีส่องสว่างไปที่ประตูและประดับประดาด้วยต้นไม้และสวนต่างๆ

นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เทยาบัต (Al Teyabat Museum) ที่ได้นำเสนอประวัติศาสตร์ 2,500ปีของเมืองที่ได้รับการดูแลจัดการอย่างดี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านอัล ไฟซาลิยาห์ โดยตั้งอยู่ในอาคารหลายห้องที่สร้างสถาปัตยกรรมฮิญาซีแบบดั้งเดิมของเมืองเก่าขึ้นใหม่ โดยมีหน้าต่างที่ยื่นจากผนังที่ปูด้วยไม้ขัดแตะที่วิจิตรบรรจงและอิฐก่อด้วยปะการังอันวิจิตร มีการจัดแสดงเชิงลึกหลายชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอบทเรียนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตเกี่ยวกับรากฐานของเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย และคาบสมุทรอาหรับในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทั้งชั้นที่อุทิศให้กับมรดกอิสลามอันรุ่มรวยของเมือง

                   นำท่านผ่านชม ถนนเลียบทะเล (Corniche) ภูมิทัศน์ที่สวยงามของเมือง เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่งดงามทอดตัวยาวกว่า 30 กิโลเมตร บริเวณริมทะเลของตัวเมือง พื้นที่แห่งนี้เป็น สถานที่เพื่อสังสรรค์และนันทนาการอยู่เสมอ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าหลากหลายร้าน อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ตั้งของ อาคารที่งดงามอีกมากมายสถานที่แห่งนี้มีบริเวณทางเดินและ พาวิลเลียน ที่มีประติมากรรมศิลปะสาธารณะเจดดาห์ มีพื้นที่และตัวเลือกของโรงแรม เมืองเชิงประวัติศาสตร์อย่าง เจดดาห์ เป็นเมืองที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืนที่อาคารและน้ำพุมากมายส่องสว่างสวยงาม เช่น น้ำพุกษัตริย์ฟาฮัด (King Fahad’s Fountain) ที่เป็นน้ำพุที่สูงที่สุดในโลกพุ่งสูงกว่า 305 เมตรมองเห็นได้จากเกือบทุกมุมทั่วเมืองและตอนกลางคืนจะสว่างจ้าไปด้วยแสงสีที่สวยงาม

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่             Centro Shaheen Jeddah by Rotana หรือเทียบเท่า ****

  • วันที่เก้า        เจดดาห์ – กรุงเทพฯ

00.40น         ออกเดินทางจากเจดดาห์ สู่กรุงเทพฯ โดยการบินไทยเที่ยวบินที่ TG-504 เวลาบินประมาณ 08.30 ชม. (รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

13.10น         เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

วันเดินทาง
19 - 27 ตค. 2565 19 - 27 ตค. 2565
สายการบิน

อัตราค่าบริการ

ค่าทัวร์ต่อท่าน : อัตราค่าบริการสำหรับผู้เดินทาง 10 ท่าน ขึ้นไป
Ø ผู้ใหญ่พักห้องคู่ หรือเด็ก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1ท่าน

Ø ในกรณีที่ท่านเดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยว เพิ่มท่านละ

219,900.-

37,000.-

 

การจองทัวร์  
Ø หากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 50,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)

Ø กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข

ค่าทัวร์รวม :
ü ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการบินซาอุเดีย แอร์ไลน์ (SV) และมีบินภายใน 1 ครั้ง ราคาตั๋วเครื่องบินรวมภาษีน้ำมัน คิดราคา ณ วันที่ 20 มิ.ย. 2565

ü ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน

ü ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)

ü ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม

ü ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง

ü ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม

ü ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ

ü ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)

ค่าทัวร์ไม่รวม :
ý ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 40 ดอลลาร์

ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ตลอดการเดินทาง ต่อท่าน คิดเป็น 27 ดอลลาร์ (หรือขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)

ý ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ý ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

ý ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (23 กก./1ใบ/ท่าน)

ý ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ý ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)

ý ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

ý ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ

การยกเลิก :
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน § คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน § หักค่ามัดจำ 30,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน § หักค่ามัดจำ 50,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
§  ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน § หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน

การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

หมายเหตุ :
§  บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหากต้องมีการตรวจ PCR และหากผลตรวจ PCR ขากลับเป็นบวก และท่านไม่สามารถเดินทางกลับได้พร้อมคณะ แต่ทางบริษัทจะช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับท่าน ขณะพักรักษาตัวอยู่ต่างประเทศ จนสามารถเดินทางกลับได้

§  บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 10 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการ

§  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

§  บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

§   บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่ผู้เดินทางแทน

§  รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

§   บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

§   รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

§   การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

§   ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) / หนังสือเดินทางนักการทูต (เล่มสีแดง) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)

กรณีเดินทางโดยลูกค้าจัดการตั๋วเครื่องบินเอง

§  ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวรวมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม

ตั๋วเครื่องบิน

§  ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)

§  ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้

§   หากในกรณีที่สายการบินมีการปรับเปลี่ยนตารางเที่ยวบิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากการควบคุมทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสั้น

§  เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

โรงแรมและห้อง

§  ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้

§   โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

§  ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

§  กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด

§  วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )

§  หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

การชดเชยค่ากระเป๋าในการสูญหาย

§  ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่

§  กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

§   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะรับผิดชอบในกรณีกระเป๋าเดินทางของท่านเกิดความชำรุด หรือสูญหาย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ในระหว่างการเดินทาง

การเดินทางเป็นครอบครัว

§  หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า

4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

หลังจากการจองทัวร์และชำระเงินมัดจำแล้ว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับในข้อตกลงและเงื่อนไข

ที่บริษัทได้ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ

 

วันเดินทาง
19 - 27 ตค. 2565 19 - 27 ตค. 2565
สายการบิน

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating